ราชวงศ์อ็อทโท
| ราชวงศ์อ็อทโท | |
|---|---|
| ประเทศ | ดัชชีซัคเซิน, ราชอาณาจักรเยอรมนี, จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ |
| ก่อตั้ง | ค.ศ. 844 |
| ต้นตระกูล | ลิวดอร์ฟ ดยุกแห่งซัคเซิน |
| ผู้ปกครองคนสุดท้าย | จักรพรรดิไฮน์ริชที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ |
| ตำแหน่ง | |
ราชวงศ์อ็อทโท (อังกฤษ: Ottonian dynasty; เยอรมัน: Ottonen) เป็นราชวงศ์ซัคเซินของพระมหากษัตริย์เยอรมนี (919–1024) ตั้งชื่อตามพระมหากษัตริย์สามองค์และจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอ็อทโทที่ 1 มหาราช ราชวงศ์นี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ ราชวงศ์ซัคเซิน ตามต้นตอของตระกูลในดัชชีต้นกำเนิดเยอรมันของซัคเซิน หรือบางครั้งก็เรียกว่า ลิวโดลฟิงส์ (Liudolfinger) ตามนามของเคานต์ ลิวโดลฟ์ ดยุคแห่งซัคเซิน (สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 866) สมาชิกช่วงแรกสุดเท่าที่รู้จัก และเป็นหนึ่งในชื่อตัวที่พบด้บ่อยสุด ผู้ปกครองในราชวงศ์อ็อทโทเป็นผู้สืบทอดของพระเจ้าค็อนราทที่ 1 ผู้เป็นกษัตริย์เอยอรมันองค์เดียวที่ปกครองราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออกหลังราชวงศ์การอแล็งเฌียง[1]
ราชวงศ์อ็อทโทมีความเกี่ยวข้องกับความสำเร็จทางทหารที่โดดเด่น ซึ่งเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมืองในยุโรปตะวันตกในยุคนั้น: "ความสำเร็จของราชวงศ์อ็อทโทในการหล่อหลอมวัตถุดิบที่ได้รับสืบทอดมาให้กลายเป็นเครื่องจักรทางการทหารที่น่าเกรงขาม ทำให้เยอรมนีสามารถสถาปนาเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่สิบจนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่สิบสาม" พวกเขายังมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเพณีวรรณกรรมใหม่) รู้จักกันในชื่อ สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอ็อทโท[2][3]
หลังการปกครองของอ็อทโทสิ้นสุดใน ค.ศ. 1024 ราชวงศ์ซาเลียร์เข้าปกครองเป็นเวลากว่าศตวรรษจนถึง ค.ศ. 1125
ต้นตอ
[แก้]
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
การปกครองของราชวงศ์อ็อทโท
[แก้]นักประวัติศาสตร์ได้เขียนเกี่ยวกับวิธีการปกครองดินแดนของกษัตริย์และจักรพรรดิราชวงศ์อ็อทโทไว้มากมาย[4] สำหรับนักประวัติศาสตร์บางคน ตามรอยของคาร์ล เลย์เซอร์ การปกครองของราชวงศ์อ็อทโทส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านวิธีการบอกเล่าด้วยวาจาและพิธีกรรม โดยที่การเขียนมีบทบาทรองลงมา[5] นักประวัติศาสตร์คนอื่น ๆ เช่น David Bachrach ได้โต้แย้งอย่างหนักแน่นถึงการใช้การเขียนอย่างต่อเนื่องในการบริหารดินแดนอันกว้างใหญ่ของราชวงศ์อ็อทโท[6] เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความสนใจได้มุ่งเน้นไปที่วิธีการที่ผู้ปกครองใช้ประโยชน์จากที่ดินของราชวงศ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ fisc[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Middleton 2015, p. [ต้องการเลขหน้า].
- ↑ Bachrach 2014, pp. 3, 5.
- ↑ Ranft 2003, p. 36.
- ↑ Wangerin 2017.
- ↑ Leyser 1981.
- ↑ Bachrach 2010.
- ↑ West 2019.
บรรณานุกรม
[แก้]- Bachrach, D. S. (December 2010). "The Written Word in Carolingian-Style Fiscal Administration under King Henry I, 919-936". German History. 28 (4): 399–423. doi:10.1093/gerhis/ghq108.
- Bachrach, David S. (2014). Warfare in Tenth-Century Germany. Boydell & Brewer. ISBN 978-1-84383-927-9.
- Bachrach, David S (April 2011). "Early Ottonian Warfare: The Perspective from Corvey". Journal of Military History. 75 (2): 393–409.
- Leyser, Karl (1981). "Ottonian government". The English Historical Review. 96 (381): 721–753. doi:10.1093/ehr/XCVI.CCCLXXXI.721. JSTOR 569838.
- Middleton, John (2015). World Monarchies and Dynasties. doi:10.4324/9781315698014. ISBN 978-1-317-45158-7.
- Leyser, Karl (1979). Rule and conflict in an early medieval society: Ottonian Saxony. Edward Arnold. hdl:2027/heb01063.0001.001. ISBN 978-0-7131-6218-9.
- Ranft, P. (2003). Women in Western Intellectual Culture, 600–1500. Springer. ISBN 978-0-230-10825-7.
- Wangerin, Laura (January 2017). "The governance of Ottonian Germany in historiographical perspective: Governance of Ottonian Germany". History Compass. 15 (1). doi:10.1111/hic3.12367.
{{cite journal}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์|article-number=ถูกละเว้น (help) - West, Charles (2019). "Royal estates, confiscation and the politics of land in the kingdom of Otto I". Biens publics, biens du roi. Seminari del Centro interuniversitario per la storia e l'archeologia dell'alto medioevo. Vol. 9. pp. 157–177. doi:10.1484/M.SCISAM-EB.5.118742. ISBN 978-2-503-58645-8. S2CID 214096327.