ข้ามไปเนื้อหา

ปรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปรัสเซีย
ค.ศ. 1525–1947
ธงชาติปรัสเซีย
ธงชาติ (1803–1892)
ตราแผ่นดิน (1871–1918)
คำขวัญ: ก็อทท์มิทอุนส์
"พระเจ้าสถิตกับเรา"
เพลงชาติ: (1830–1840)
พร็อยเซินลีด
เพลงปรัสเซีย
เพลงสรรเสริญพระบารมี
(1795–1918)
ไฮล์เดียร์อิมซีเกอร์ครันทซ์[1]
ปรัสเซีย (สีน้ำเงิน) ในช่วงแผ่ไพศาลที่สุด
ปรัสเซีย (สีน้ำเงิน) ในช่วงแผ่ไพศาลที่สุด
เมืองหลวงเคอนิชส์แบร์ค (1525–1701)
เบอร์ลิน (1701–1947)
ภาษาทั่วไปเยอรมัน (ภาษาราชการ)
ศาสนา
ส่วนใหญ่:
โปรเตสแตนต์
เดมะนิมPrussian
การปกครองราชาธิปไตยแบบศักดินา (1525–1701)
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (1701–1848)
สหพันธ์ ระบบรัฐสภา
กึ่งรัฐธรรมนูญ ราชาธิปไตย (1848–1918)
สหพันธ์ ระบบกึ่งประธานาธิบดี
สาธารณรัฐรัฐธรรมนูญ (1918–1930)
ลัทธิอำนาจนิยมประธานาธิบดี สาธารณรัฐ (1930–1933)
ชาติสังคมนิยม รัฐพรรคเดียว (1933–1945)
พระมหากษัตริย์ 
• 1701–1713
ฟรีดริชที่ 1 (องค์แรก)
• 1888–1918
วิลเฮล์มที่ 2 (สุดท้าย)
ดยุกปรัสเซีย 
• 1525–1568
อัลเบร็คท์ (คนแรก)
• 1688–1701
ฟรีดริชที่ 3 (สุดท้าย)
มุขมนตรี1, 2 
• 1918
ฟรีดริช เอเบิร์ท (คนแรก)
• 1933–1945
แฮร์มันน์ เกอริง (สุดท้าย)
ยุคประวัติศาสตร์ต้นสมัยใหม่
10 เมษายน ค.ศ. 1525
27 สิงหาคม 1618
18 มกราคม 1701
9 พฤศจิกายน 1918
• เสียอิสรภาพ
30 มกราคม 1934
• ปรัสเซียถูกยุบ
25 กุมภาพันธ์ 1947
พื้นที่
1907348,702 ตารางกิโลเมตร (134,635 ตารางไมล์)
1939297,007 ตารางกิโลเมตร (114,675 ตารางไมล์)
ประชากร
• 1816
10,349,0003
• 1871
24,689,000
• 1939
41,915,040
สกุลเงินReichsthaler
German gold mark (1873–1914)
German Papiermark (1914–1923)
Reichsmark (since 1924)
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ เยอรมนี
 โปแลนด์
 รัสเซีย
 ลิทัวเนีย
 เดนมาร์ก
 เบลเยียม
 เช็กเกีย
  สวิตเซอร์แลนด์
 ฝรั่งเศส
1 The heads of state listed here are the first and last to hold each title over time. For more information, see individual Prussian state articles (links in above History section).
2 The position of Ministerpräsident was introduced in 1792 when Prussia was a Kingdom; the prime ministers shown here are the heads of the Prussian republic.
3 Population estimates:[2]

ปรัสเซีย (อังกฤษ: Prussia) หรือ พร็อยเซิน (เยอรมัน: Preußen) หรือ โบรุสซีอา (ละติน: Borussia) เป็นรัฐที่รุ่งเรืองที่สุดในบรรดารัฐทั้งหลายของชนชาติเยอรมัน มีจุดกำเนิดจากดัชชีปรัสเซียและแคว้นชายแดนบรันเดินบวร์ค อันเป็นแคว้นของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของภูมิภาคที่ชื่อว่าพร็อยเซิน รัฐแห่งนี้ถูกปกครองโดยราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์นเป็นเวลาหลายศตวรรษ การมีกองทัพที่เข็มแข็งทำให้ปรัสเซียประสบความสำเร็จในการแผ่ขยายดินแดน ปรัสเซียมีเมืองหลวงเดิมอยู่ที่เคอนิชส์แบร์คก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังเบอร์ลินในปี 1701

ในการประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (ปี 1814–15) ซึ่งจัดระเบียบทวีปยุโรปเสียใหม่ภายหลังถูกทำให้ปั่นป่วนจากสงครามนโปเลียน ปรัสเซียได้รับดินแดนส่วนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนีในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงรัฐร่ำรวยถ่านหินอย่างรัฐรูร์ (Ruhr) อิทธิพลทางเศรษฐกิจและทางการเมืองของปรัสเซียได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ปรัสเซีบกลายเป็นหัวใจของสมาพันธรัฐเยอรมันเหนือในปี 1867 และของจักรวรรดิเยอรมันในปี 1871 ปรัสเซียในยุคจักรวรรดิเยอรมนี้มีอาณาเขตไพศาลมากกว่ารัฐเยอรมันที่เหลือรวมกันเสียอีก ชนชั้นนำของปรัสเซียมักจะระบุว่าตัวเองนั้นเป็น "ชาวเยอรมัน" มากกว่าบอกว่าตัวเองนั้นเป็น "ชาวปรัสเซีย"

ประวัติศาสตร์

[แก้]

เดิมทีปรัสเซียเป็นรัฐบริวารของโปแลนด์ ก่อนที่ในปี 1651 ปรัสเซียจำยอมต้องโอนอ่อนหันไปอยู่กับจักรวรรดิสวีเดน แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็เกิดสงครามเหนือครั้งที่สอง ปรัสเซียฉวยโอกาสต่อรองกับสวีเดน ว่าจะยอมช่วยสวีเดนทำศึกแลกกับการให้เอกราชแก่ปรัสเซีย หลังปรัสเซียได้รับเอกราชแล้วก็เริ่มผงาดตนเองขึ้นมาจนสามารถสถาปนาเป็นราชอาณาจักรในปี 1701[3][4][5][6] และมีอิทธิพลสูงที่สุดในศตวรรษที่ 18 ถึง 19 ปรัสเซียรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นมหาอำนาจในสมัยพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 มหาราช โดยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีกองทัพบกที่ทรงแสนยานุภาพมากที่สุดในโลก และยิ่งเรืองอำนาจขึ้นอีกในสมัยมุขมนตรี ออทโท ฟอน บิสมาร์ค ชัยชนะของปรัสเซียในสงครามสามครั้งได้แก่ สงครามชเลสวิชครั้งที่สองกับเดนมาร์กในปี 1864, สงครามออสเตรีย-ปรัสเซียในปี 1866 และสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซียในปี 1870–71 ทำให้บิสมาร์คสามารถรวมรัฐเยอรมันเล็กน้อยต่างๆเข้าด้วยกันเป็นสมาพันธรัฐเยอรมันเหนือ โดยกีดจักรวรรดิออสเตรีย (ซึ่งถือเป็นรัฐเยอรมันเช่นกัน) ออกไป

ในปีค.ศ. 1871 บรรดารัฐเยอรมันทั้งหลายได้ถูกผนวกเข้าด้วยกันเป็นจักรวรรดิเยอรมันภายใต้การนำของปรัสเซีย อย่างไรก็ตาม การพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำให้บ้านเมืองเกิดกลียุค จนเกิดการปฏิวัติเยอรมันขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 1918 ซึ่งได้ทำให้ระบอบจักรพรรดิได้ล่มสลายลงและขุนนางทั้งหลายต่างก็สูญสิ้นอิทธิพลทางการเมือง ราชอาณาจักรปรัสเซียจึงถูกยุบและมีการจัดตั้งเสรีรัฐปรัสเซียซึ่งปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐขึ้น ตั้งแต่นั้นมาปรัสเซียก็มีสถานะเป็นรัฐอิสระในประเทศเยอรมนีจนกระทั่งในปี 1933 เมื่อพรรคนาซีขึ้นเถลิงอำนาจ รัฐบาลนาซีได้ใช้กฎหมาย ไกลช์ชัลทุง (Gleichschaltung) เพื่อจัดตั้งการปกครองแบบรัฐเดี่ยว โดยรวบอำนาจการปกครองทั้งหมดในเยอรมนีไว้ที่รัฐบาลนาซีในกรุงเบอร์ลิน เมื่อระบอบนาซีล่มสลายลงในปี 1945 เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆซึ่งอยู่ในบังคับของกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร และมีการแบ่งเยอรมนีออกเป็นตะวันออกและตะวันตก ซึ่งถือเป็นจุดจบทางพฤตินัยของปรัสเซีย แต่ในทางนิตินัย ปรัสเซียยังคงดำรงอยู่จนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1947 อันเป็นวันที่มีข้อบัญญัติสภาบังคับแห่งสัมพันธมิตรที่ 46 ซึ่งได้ยุบปรัสเซียอย่างเป็นทางการ[7]

ราชอาณาจักรปรัสเซียสิ้นสุดลงในปี 1918 พร้อมๆกับบรรดาราชวงศ์ต่างๆในรัฐต่างๆของเยอรมันจากผลของการปฏิวัติในประเทศภายหลังจากที่เยอรมันพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังจากนั้น ในสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ ปรัสเซียมีสถานะเป็นเสรีรัฐปรัสเซียโดยยังมีอำนาจในการปกครองและออกกฎหมายเอง ปรัสเซียสูญเสียอำนาจทางการเมืองและนิติบัญญัติของตัวเองแทบทั้งหมดเมื่อมีการรัฐประหารปี 1932 ที่นำโดยฟรันซ์ ฟอน พาเพิน ต่อมาในปี 1935 รัฐบาลนาซีได้ยุบรัฐเล็กน้อยต่างๆทั้งหมดในเยอรมนีและจัดตั้งระบบเขตปกครองที่เรียกว่า เกา (Gau เทียบเท่าจังหวัด) ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ยังมีการคงตำแหน่งในคณะมนตรีปรัสเซียบางตำแหน่งไว้ และแฮร์มันน์ เกอริง ยังคงเป็นมุขมนตรีปรัสเซียไปจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Fischer, Michael; Senkel, Christian (2010). Klaus Tanner (บ.ก.). Reichsgründung 1871: Ereignis, Beschreibung, Inszenierung. Münster: Waxmann Verlag.
  2. ↑ tacitus.nu
  3. ↑ Fueter, Eduard (1922). World history, 1815–1920. United States of America: Harcourt, Brace and Company. pp. 25–28, 36–44. ISBN 1-58477-077-5.
  4. ↑ Danilovic, Vesna. When the Stakes Are High—Deterrence and Conflict among Major Powers, University of Michigan Press (2002), p 27, p225–228
  5. ↑ Aping the Great Powers: Frederick the Great and the Defence of Prussia's International Position 1763–86, pp. 286–307.
  6. ↑ "The Rise of Prussia". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 10 มิถุนายน 2010. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017.
  7. ↑ "Allied Control Council Enactment No. 46 of 25 February 1947" (ภาษาฝรั่งเศส). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 5 มีนาคม 2016.

บรรณานุกรม

[แก้]

อ่านเพิ่มเติม

[แก้]