ปรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ รัสเซีย
ปรัสเซีย
Preußen (Preussen)
1525–1947
ธง (1892–1918) ตราแผ่นดิน (1866–1918)
คำขวัญ
Gott mit uns  (High German)
"God with us"
ปรัสเซีย (สีฟ้า), ขณะเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิเยอรมัน
เมืองหลวง Königsberg (1525–1701)
เบอร์ลิน (1701–1947)
ภาษา ภาษาเยอรมัน (อย่างเป็นทางการ)
ศาสนา Majority:
Protestant (Lutheran and Reformed; since 1817 Prussian United)
รัฐบาล Monarchy (until 1918), Republic
Duke1
 -  1525–1568 Albert I (first)
 -  1688–1701 Frederick III (last)
King1
 -  1701–1713 Frederick I (first)
 -  1888–1918 Wilhelm II (last)
Prime Minister1, 2
 -  1918 Friedrich Ebert (first)
 -  1933–1945 Hermann Göring (last)
ยุคประวัติศาสตร์ Early modern Europe to Contemporary
 -  ดัชชีปรัสเซีย 10 เมษายน 1525
 -  สหภาพร่วมกับบรันเดนบูร์ก 27 สิงหาคม 1618
 -  ราชอาณาจักรปรัสเซีย 18 มกราคม 1701
 -  เสรีรัฐปรัสเซีย 9 พฤศจิกายน 1918
 -  Abolition (สูญเสียเอกราช) 30 มกราคม 1934
 -  Abolition (de jure) 25 กุมภาพันธ์ 1947
พื้นที่
 -  1907 348,702 ตร.กม. (134,635 ตารางไมล์)
 -  1939 297,007 ตร.กม. (114,675 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  1816 ประมาณการ 10,349,0003 
 -  1871 ประมาณการ 24,689,000 
 -  1939 ประมาณการ 41,915,040 
     ความหนาแน่น 141.1 คน/ตร.กม.  (365.5 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน Reichsthaler
German gold mark (1873–1914)
German Papiermark (1914–1923)
Reichsmark (since 1924)
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ เยอรมนี
โปแลนด์
รัสเซีย
ลิทัวเนีย
เดนมาร์ก
เบลเยียม
เช็กเกีย
สวิสเซอร์แลนด์
1 The heads of state listed here are the first and last to hold each title over time. For more information, see individual Prussian state articles (links in above History section).
2 The position of Ministerpräsident was introduced in 1792 when Prussia was a Kingdom; the prime ministers shown here are the heads of the Prussian republic.
3 Population estimates:[1]

ปรัสเซีย (เยอรมัน: Preußen (เกี่ยวกับเสียงนี้ พรอยส์เซิน ); Latin: Borussia, Prutenia; ลัตเวีย: Prūsija; ลิทัวเนีย: Prūsija; โปแลนด์: Prusy; Old Prussian: Prūsa; เดนมาร์ก: Prøjsen; รัสเซีย: Пру́ссия) เป็นชื่อแคว้นๆหนึ่งในประเทศเยอรมนีในระหว่างปี 1525- 1947 ปัจจุบันอาณาเขตของแคว้นนี้อยู่ในประเทศเยอรมนี โปแลนด์ และเมืองคาลินินกราด ของรัสเซีย

ประวัติศาสตร์[แก้]

แคว้นนี้เดิมเป็นเพียงดินแดนของขุนนางตระกูล โฮเฮนซอลเลิร์น ขุนนางเล็กๆแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) ต่อมาปรัสเซียได้ยกฐานะตอนเองให้เป็นราชอาณาจักรโดย พระเจ้าเฟรเดอริก ที่ 1 โดยอาณาจักรนี้อยู่ภายใต้อำนาจของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เดิมนั้นปรัสเซียมีอาณาเขตไม่ใหญ่มากนัก จนกระทั่งถึงสมัยของ พระเจ้าเฟรเดอริกมหาราช หรือ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 2 ปรัสเซียได้ยึดครองจังหวัดไซลีเซีย มาจากออสเตรีย และได้ป้องกันไว้ เมื่อ สงครามเจ็ดปี ยุติลงในปี 1763 ปรัสเซียก็ได้มีอำนาจขึ้นทางเยอรมนีตะวันออก ต่อมาปรัสเซียก็ได้เข้าถือสิทธิในอาณาเขตของแคว้นเยอรมนีต่างๆ ด้วยการสมรส รวมทั้งการเข้าครอบครองโพเมอเรเนียในฝั่งทะเลบอลติก

พระเจ้าเฟรเดอริก ที่ 1 แห่งปรัสเซีย พ.ศ. 2220-2256

ในสมัยของ พระเจ้าเฟรเดอริก วิลเลี่ยม ที่ 2 ได้นำปรัสเซียเข้าสู่สงครามในการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1792 จนถึงสมัยของสงครามนโปเลียน ปรัสเซียก็มีส่วนในการทำสงครามกับนโปเลียนด้วย หลังจากสงครามสิ้นสุด คองเกรสแห่งเวียนนา ได้คืนดินแดน ไรน์แลนด์ และ เวสต์ฟาเลีย กับดินแดนอีกบางส่วนในแถบตะวันตก

การรวมเยอรมนี[แก้]

ในปี พ.ศ. 2405(ค.ศ. 1862) กษัตริย์วิลเฮล์มที่ 1 ได้เรียกตัว ออตโต ฟอน บิสมาร์ค เข้ามารับตำแหน่งเสนาบดี บิสมาร์คหวังอยู่เสมอในการรวบรวมเยอรมนีให้เป็นปึกแผ่น และต้องการให้เยอรมนีเป็นประเทศที่เข้มแข็งให้ได้ ดังนั้นการที่จะรวมเยอรมนีให้ได้จะต้องกำจัดอิทธิพลของมหาอำนาจภายนอกและจะต้องทำให้ปรัสเซียเป็นผู้นำในการรวมเยอรมนี ไม่ใช่ออสเตรีย ถึงแม้ว่าออสเตรียจะเป็นแคว้นเยอรมนีเหมือนกันแต่ออสเตรียได้ไปแย่งชิง ดินแดนต่างๆที่ไม่ใช่เยอรมัน เช่น ฮังการี โบฮีเมีย เป็นต้น ทำให้ในสายตาของรัฐเยอรมนี อื่นๆ ออสเตรียเป็นเหมือนกับเยอรมันไม่แท้ไป และจำเป็น ต้องผูกมิตรกับมหาอำนาจอื่นๆ เช่น อังกฤษ ออสเตรีย ฝรั่งเศส รัสเซีย เป็นต้น ในการรวมเยอรมนีนั้นทำให้เกิดสงครามใหญ่ๆถึง 3 ครั้ง คือ

  • 1.สงครามกับเดนมาร์กเพื่อแย่งชิง แคว้น ชเลสวิก-โฮลสไตน์ บิสมาร์คอ้างว่าเพื่อปกป้องชายเยอรมันที่อยู่ใน 2 แคว้นนี้ และเมื่อสงครามเริ่มขึ้น

ปรัสเซียก็ได้ชัยชนะอย่างรวดเร็วในการบุกเดนมาร์ก เมื่อเดนมาร์กสู้ไม่ได้จึงยอมยก ชเลสวิก ให้ปรัสเซีย โฮลสไตน์ ให้ออสเตรีย ในสนธิสัญญาแกลสไตน์ ในปี พ.ศ. 2407(ค.ศ. 1864)

  • 2.สงครามกับออสเตรีย หรือ สงครามออสโตร-ปรัสเซียน สงครามนี้เกิดขึ้นเมื่อปรัสเซียกล่าวหาว่า ออสเตรีย ดูแล โฮลสไตน์ ไม่ดี และ ออสเตรีย

กล่าวหาว่า ปรัสเซีย ยุยงพลเมืองของ โฮลสไตน์ ให้ต่อต้าน ออสเตรีย เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันเอง ดังนั้นสงครามจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ก่อน ที่ ปรัสเซีย จะประกาศสงครามกับ ออสเตรีย นั้นปรัสเซียได้ดำเนินนโยบายทางทูตต่อประเทศข้างเคียงเพื่อมิให้ประเทศเหล่านั้นฉวยโอกาส เช่น การตกลงกับ พระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส บิสมาร์คได้ขอร้องให้พระองค์ทรงวางตัวเป็นกลางไม่ต้องสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ฝ่ายพระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส นั้นหวังของตอบแทนในความเป็นกลางของพระองค์ทั้งจาก ปรัสเซีย และ ออสเตรีย ดังนั้นพระองค์จึงตอบตกลง นอกจาก นี้นั้น ปรัสเซีย ได้ทำสัญญากับอิตาลีอีกด้วย ข้างฝ่าย ออสเตรีย เมื่อรู้ตัวว่าจะต้องมีสงครามอย่างแน่นอน ออสเตรีย ได้ยุยงให้แคว้นต่างๆของ เยอรมนี ให้ไม่สนับสนุนปรัสเซียหากมีสงคราม และในไม่ช้าออสเตรียจึงเริ่มประกาศระดมพล ฝ่ายปรัสเซียนั้นรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะต้องมีสงครามแน่นอน พระเจ้า วิลเฮล์ม ที่ 1 ได้ประกาศระดมพลก่อน ออสเตรีย เป็นเวลาถึง 3 อาทิตย์ ดังนั้นปรัสเซียจึงได้เปรียบมากกว่าออสเตรีย และเมื่อทั้งสอง ประกาศสงครามต่อกัน ปรัสเซียก็เริ่มบุกและเป็นฝ่ายได้เปรียบตั้งแต่ยกแรก ฝ่ายออสเตรียเป็นฝ่ายรับได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญแต่ไม่อาจจะสู้กองทัพ ของปรัสเซียได้จึงได้แต่ถอย และเมื่อกองทัพของปรัสเซียเคลื่อนทัพเข้ามาใกล้กรุงเวียนนา ออสเตรีย จึง ยอมทำสนธิสัญญาปราค ผลของสงคราม

ครั้งนี้ ออสเตรียไม่ได้เสียดินแดนต่างๆ หากแต่เสียสิทธิและถูกขับออกจากสมาพันธ์รัฐเยอรมนี ฝ่ายปรัสเซียก็ได้รวมรัฐเยอรมนีต่างๆเข้ามาเป็น สมาพันธ์รัฐเยอรมนีเหนือ ขึ้น ในปี พ.ศ. 2409(ค.ศ. 1866)

  • 3.สงครามกับฝรั่งเศส หรือ ฟรังโก - ปรัสเซียน เนื่องจากฝรั่งเศสพ่ายแพ้ปรัสเซียทางการทูตอยู่เสมอๆ และมีปัญหาเกี่ยวกับการสืบราชสมบัติในสเปน

ฝรั่งเศสจึงตัดสินใจประกาศสงครามกับปรัสเซีย สงครามครั้งนี้ ปรัสเซีย มีชัยชนะอย่างเด็ดขาด ทำให้ ชาวฝรั่งเศส ได้ขับไล่พระเจ้านโปเลียนที่ 3 ออกจากราชสมบัติ และร่วมก่อตั้ง สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ขึ้น และทำให้ ปรัสเซียได้เป็นมหาอำนาจอันดับต้นๆในยุโรปและพระเจ้าวิลเฮล์ม ที่ 1 ได้ประกาศจัดตั้ง จักรวรรดิเยอรมนี ขึ้นและสถาปนา ตนเองขึ้นเป็น ไกเซอร์(จักรพรรดิ)แห่ง เยอรมนี และสถาปนา บิสมาร์ค ให้เป็น เจ้าชาย และ อัครมหาเสนาบดี ณ พระราชวังแวร์ซาย ในปี พ.ศ. 2414(ค.ศ. 1871) หลังจากนั้น แคว้นมัคเลนบวร์ก บาวาเรีย บาเดนเวอร์ทเท็มแบร์ก และ แซ็กโซนี ก็ขอเข้าร่วมกับ จักรวรรดิเยอรมนี

อ้างอิง[แก้]