สาธารณรัฐเช็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐเช็ก
Česká republika (เช็ก)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญPravda vítězí (เช็ก)
"Truth prevails"
เพลงชาติคเด โดโมฟ มูย
"บ้านของฉันนั้นคือที่ใด"
ที่ตั้งของ สาธารณรัฐเช็ก  (สีเขียวเข้ม)– ในทวีปยุโรป  (สีเขียว & สีเทาเข้ม)– ในสหภาพยุโรป  (สีเขียว)
ที่ตั้งของ สาธารณรัฐเช็ก  (สีเขียวเข้ม)

– ในทวีปยุโรป  (สีเขียว & สีเทาเข้ม)
– ในสหภาพยุโรป  (สีเขียว)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ปราก
50°05′N 14°28′E / 50.083°N 14.467°E / 50.083; 14.467
ภาษาราชการ ภาษาเช็ก
การปกครอง สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 -  ประธานาธิบดี มิลอช เซมัน
 -  นายกรัฐมนตรี บอฮุสลัฟ ซอบอตกา
เอกราช
 -  ประกาศ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2461 
 -  การสลายตัว1 1 มกราคม พ.ศ. 2536 
เข้าร่วมสหภาพยุโรป 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
พื้นที่
 -  รวม 78,866 ตร.กม. (116)
30,450 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 2
ประชากร
 -  2548 (ประเมิน) 10,241,138 (79)
 -  2544 (สำมะโน) 10,230,060 
 -  ความหนาแน่น 130 คน/ตร.กม. (58)
337 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2558 (ประมาณ)
 -  รวม 312.936 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (50)
 -  ต่อหัว 29,658 ดอลลาร์สหรัฐ (39)
HDI (2556) 0.873 (สูงมาก) (28)
สกุลเงิน โครูนาเช็ก (CZK)
เขตเวลา CET (UTC+1)
 •  ฤดูร้อน (DST) CEST (UTC+2)
โดเมนบนสุด .cz
รหัสโทรศัพท์ 4202
1 เชโกสโลวาเกียแยกออกเป็นสาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย
2ใช้รหัส 42 ร่วมกับสโลวาเกียจนถึงปี พ.ศ. 2540

สาธารณรัฐเช็ก (อังกฤษ: Czech Republic; เช็ก: Česká Republika) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล อยู่ในภูมิภาคยุโรปกลาง พรมแดนทางตอนเหนือจรดประเทศโปแลนด์ ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือจรดเยอรมนี ทางใต้จรดออสเตรีย และทางตะวันออกจรดสโลวาเกีย

สาธารณรัฐเช็กประกอบด้วยภูมิภาคที่เก่าแก่สองส่วน คือ โบฮีเมียและมอเรเวีย และส่วนหนึ่งของภูมิภาคที่สาม เรียกว่า ไซลีเซีย ประเทศนี้ได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

เมืองหลวงของประเทศคือ ปราก เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย เมืองสำคัญอื่น ๆ ของประเทศ ได้แก่ เบอร์โน, ออสตราวา, เปิลเซน, ฮราเดตส์กราลอเว, เชสเกบุดเยยอวีตเซ และอูสตีนาดลาเบม

ภูมิศาสตร์[แก้]

สาธารณรัฐเช็กเป็นดินแดนที่ประกอบด้วย ที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าน้ำทะเล 200 เมตร นอกจากนั้นยังประกอบด้วย เนินเขา แม่น้ำรวมถึงทะเลสาบขนาดเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป สาธารณรัฐเช็กเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชหลายชนิด เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศแบบอบอุ่นภาคพื้นทวีป มีแร่ธาตุหลายชนิด แร่ที่สำคัญได้แก่ ถ่านหินและยูเรเนียม

สภาพอากาศ[แก้]

สภาพอากาศของสาธารณรัฐเช็ก มีอากาศหนาวอยู่ในเขตอบอุ่น หน้าร้อนจะอบอุ่น หน้าหนาวจะหนาว (ยุโรปอยู่ระหว่าง 35 องศาเหนือ - 71 องศาเหนือ)

ประวัติศาสตร์[แก้]

กลุ่มรัฐสลาฟ[แก้]

ดินแดนของสาธารณรัฐเช็กในปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปราว 2,000 ปี นับตั้งแต่เมื่อชนเผ่าสลาโวนิก (Slavonic Tribes) หรือชนเผ่าสลาฟ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานแคว้นโบฮีเมียได้พัฒนาเป็นรัฐอิสระเป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 9 แต่ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ชนเผ่าเยอรมันได้อพยพเข้ามายึดดินแดนเช็กในปัจจุบันเป็นอาณานิคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างวัฒนธรรมเช็กให้มีทั้งลักษณะของชนเผ่าเยอรมันและชนเผ่าสลาฟ กรุงปรากจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย อาทิ โรมาเนสก์ กอทิก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา บารอก รวมทั้งศิลปะรูปแบบต่าง ๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาของสาธารณรัฐเช็กได้อย่างดี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์ฮับสบูร์ก (ราวศตวรรษที่ 15-18) และองค์การยูเนสโก ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม นอกจากนี้ เช็กยังมีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการผลิตเบียร์ โดยเฉพาะที่เมืองเปิลเซน (Plzen)

กรุงปรากเป็นเมืองที่สำคัญในยุโรปตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันและยุคกลางของยุโรป กษัตริย์ชาลส์ที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมัน ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยชาลส์ (Charles University) ขึ้นที่กรุงปรากซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันออก ในช่วงยุคกลาง สาธารณรัฐเช็กอยู่ภายใต้การปกครองของคริสตจักรเช่นเดียวกับดินแดนอื่น ๆ ในยุโรป จนกระทั่งในปี 2069 สาธารณรัฐเช็กจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ฮับสบูร์ก ในศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการฟื้นฟูความตระหนักถึงชนชาติ ซึ่งถึงจุดสูงสุดในปี 2391 เมื่อกรุงปรากเป็นเมืองแรกในอาณาจักรฮับสบูร์กที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูป และต้องการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

คริสต์ศตวรรษที่ 20[แก้]

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ฝ่ายพันธมิตรได้สนับสนุนให้ชาวเช็กและชาวสโลวักสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตยเชโกสโลวาเกียขึ้น ในปี 2461 เนื่องจากเช็กและสโลวักมีภาษาคล้ายคลึงกัน แต่แยกจากกันทางการเมือง เนื่องจากสโลวาเกียเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฮังการี ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เชโกสโลวาเกียเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมมีความก้าวหน้าที่สุดจนติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากชาวสโลวักต้องการแยกตัวออกเป็นรัฐอิสระจากเช็กซึ่งมีบทบาทเหนือกว่า

ในเดือนมีนาคม 2482 กองทัพนาซีเยอรมันได้รุกรานแคว้นโบฮีเมียและมอเรเวีย ทำให้เชโกสโลวาเกียสูญเสียความเป็นรัฐเอกราช จนกระทั่งในปี 2488 กองทัพโซเวียตได้ปลดปล่อยดินแดนของเชโกสโลวาเกียจากการปกครองของนาซี ทำให้สหภาพโซเวียตมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการทางการเมืองของเชโกสโลวาเกียในเวลาต่อมา และในปี 2491 พรรคคอมมิวนิสต์ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจไว้

หลังสงคราม[แก้]

พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลในเชโกสโลวาเกียมาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 ได้เริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิรูป ที่เรียกว่า ช่วงฤดูใบไม้ผลิแห่งกรุงปราก (Prague Spring) ภายใต้การนำของนายอาเลกซันแดร์ ดุปเชก (Alexander Dubček) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สหภาพโซเวียต และประเทศอื่นในกลุ่มกติกาสนธิสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) เกรงว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นภัยคุกคามต่อระบบคอมมิวนิสต์ จึงได้ยกกองกำลังเข้าไปในเชโกสโลวาเกียเมื่อปี 2511 และจัดตั้งระบบคอมมิวนิสต์ที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวคิดต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ในเช็กโกสโลวาเกีย

หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลายลง เชโกสโลวาเกียได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การปฏิวัติกำมะหยี่ (Velvet Revolution) และนายวาตสลัฟ ฮาเวล (Václav Havel) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีเชโกสโลวาเกียในปี 2532

รัฐบาลเชโกสโลวาเกียได้มีมติเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2536 ให้สลายประเทศเชโกสโลวาเกีย และแบ่งออกเป็นสาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐสโลวัก (สโลวาเกีย) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Velvet Divorce ต่อมา นายวาตสลัฟ ฮาเวลได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐเช็กในปี 2536 และได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2541 จนกระทั่งหมดวาระ (วาระละ 5 ปี) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 และนายวาตสลัฟ เกลาส์ (Vaclav Klaus) ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสืบต่อ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546

การเมืองการปกครอง[แก้]

สาธารณรัฐเช็กปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบมีประธานาธิบดีเป็นประมุข

นิติบัญญัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาสาธารณรัฐเช็ก

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งเป็นระบบสองสภา (Bicameral Parliament) คือ สภาสูง (Senate) มี 81 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดย popular vote มีวาระ 6 ปี โดยจะมีการเลือก 1 ใน 3 ทุก 2 ปี

ตุลาการ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กฎหมายสาธารณรัฐเช็ก

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

สาธารณรัฐเช็กประกอบด้วย 13 เขต (regions - kraje) กับ 1 นครหลวง (capital city - hlavní město) (มีเครื่องหมายดอกจันกำกับ)

แผนที่เขตการปกครองของสาธาณรัฐเช็ก


เขต เมืองหลวง สี
ปราก* (ปราฮา)  
เขตเซ็นทรัลโบฮีเมีย มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงปราก (ปราฮา)
เขตเซาท์โบฮีเมีย เชสเกบุดเยยอวีตเซ
เขตเปิลเซน เปิลเซน
เขตคาร์ลสแบด คาร์ลอวีวารี (คาร์ลสแบด)
เขตอูสตีนาดลาเบม อูสตีนาดลาเบม
เขตลีเบเรซ ลีเบเรซ
เขตฮราเดตส์กราลอเว ฮราเดตส์กราลอเว
เขตปาร์ดูบีตเซ ปาร์ดูบีตเซ
เขตออลอโมตซ์ ออลอโมตส์
เขตมอเรเวีย-ไซลีเชีย ออสตราวา
เขตเซาท์มอเรเวีย เบอร์โน
เขตซลีน ซลีน
เขตวีซอชีนา ยีห์ลาวา



นโยบายต่างประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป[แก้]

  1. บทบาทของสาธารณรัฐเช็กใน EU และ Schengen และ NATO
  2. การทูตพหุภาคีและการให้ความสนับสนุนบทบาทของ UN
  3. การต่อต้านการก่อการร้าย การป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและการต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ
  4. การดำเนินความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
  5. บทบาทของสาธารณรัฐเช็กในกองกำลังรักษาสันติภาพในโคโซโว อิรัก และอาฟกานิสถาน
  6. การดำเนินความสัมพันธ์ต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะต่อสโลวาเกีย
  7. การดำเนินความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยเฉพาะในกรอบระหว่าง EU และรัสเซีย
  8. ความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา
  9. ประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ ได้แก่ การต่อสู้กับความยากจน การแพร่กระจายของโรคระบาด การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เป็นผลจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติในเอเชียและแอฟริกา

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพสาธารณรัฐเช็ก

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

สถานการณ์เศรษฐกิจเช็ก ภายหลังจาก Velvet Reform ในปี 2532 เช็กโกสโลวาเกียเริ่มดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ในขณะที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างระแวดระวัง การปฏิรูปทางเศรษฐกิจดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โดยปล่อยให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหวอย่างเสรี การคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่เจ้าของเดิมในช่วงปี 2491 และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ต่อมา ภายหลังจาก Velvet Divorce ซึ่งแยกเช็กโกสโลวาเกียเป็นเช็กและสโลวัก ในปี 2546 สาธารณรัฐเช็กมีการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่รวดเร็ว มีอัตราการว่างงานต่ำ และไม่มีอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไป

รัฐบาลเช็กประสบความสำเร็จในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ อาทิ บริษัทโตโยตามอเตอร์ และบริษัทเปอร์โยต์ ซีตรอง โดยได้ก่อตั้งหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน ชื่อว่า Czech Invest เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับสูง ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าจะสามารถดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2548-2550 ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงสูงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 3.7 ในปี 2546 เป็นร้อยละ 3.8 ในปี 2547 และคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 4.4 ในปี 2548 ทำให้ค่าจ้างแรงงานมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อได้ลดลงเป็นลำดับ

รัฐบาลเช็กยังคงให้ความสำคัญกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยได้ดำเนินการไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ และยังคงมีอีกประมาณ 167 บริษัทที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการ ได้แก่ Czech Telecom CEZ Power Utility เป็นต้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณซึ่งสูงถึงร้อยละ 7 ของ GDP ในปี 2546 รัฐบาลจึงตั้งเป้าที่จะลดการขาดดุลให้เหลือเพียงร้อยละ 4 ในปี 2549 ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ EU เรียกร้องเพื่อรับเช็กเข้าเป็นสมาชิก EU นอกจากนี้ รัฐบาลเช็กคงจะพยายามผลักดันเพื่อให้สามารถใช้เงินสกุลยูโรได้ภายในปี 2552-2553 นอกจากนี้ รัฐบาลเช็กจะยังคงมุ่งมั่นปฏิรูประบบกฎหมาย กฎหมายการล้มละลาย และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

การท่องเที่ยว[แก้]

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

คมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

การศึกษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในสาธารณรัฐเช็ก

สาธารณสุข[แก้]

ประชากร[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

  • ประชากร 10.28 ล้านคน ประกอบด้วยชาวเช็ก (94.4%) ชาวสโลวัก (3%) ชาวโปล (0.6%) ชาวฮังกาเรียน (0.2%)
  • อัตราการเพิ่มประชากร - 0.05 % (ปี 2548)
  • กรุงปราก (Prague) มีประชากร 1.21 ล้านคน
  • Brno - เมืองศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของแคว้นมอเรเวีย มีประชากรประมาณ 3.3 แสนคน
  • Ostrava - เมืองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทางด้านการถลุงเหล็ก อยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีประชากรประมาณ 3.24 แสนคน
  • Plzeň - เมืองอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และเป็นเมืองที่กำเนิดของเบียร์สูตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อยู่ทางเหนือของประเทศ มีประชากร 1.7 แสนคน
  • อัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่ 99.9%
  • อายุเฉลี่ย ชาย : 71 / หญิง : 78

ศาสนา[แก้]

ดูบทความหลักที่: ศาสนาในสาธารณรัฐเช็ก

ไม่มีศาสนา 39.8% โรมันคาทอลิก 39.2% โปรเตสแตนท์ 6% ออร์โธดอกส์ 3% และอื่นๆ 13.4%

ภาษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: ภาษาในสาธารณรัฐเช็ก

กีฬา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมสาธารณรัฐเช็ก

วรรณกรรม[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ศิลปะ[แก้]

ดนตรี[แก้]

อาหาร[แก้]

สื่อสารมวลชน[แก้]

วันหยุด[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ สาธารณรัฐเช็ก ได้โดยค้นหาจาก
โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย :
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย
รัฐบาล
ข้อมูลทั่วไป
สื่อสารมวลชน
ยุทธศาสตร์
การท่องเที่ยว