จังหวัดเลย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ถนนร่วมพัฒนา)
จังหวัดเลย
ตราประจำจังหวัดเลย
ตราประจำจังหวัด
เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม[1]
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย เลย
ชื่ออักษรโรมัน Loei
ผู้ว่าราชการ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2556)
ISO 3166-2 TH-42
ต้นไม้ประจำจังหวัด สนสามใบ
ดอกไม้ประจำจังหวัด พุด (อินถะหวา)[2]
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 11,424.612 ตร.กม.[3]
(อันดับที่ 14)
ประชากร 634,513 คน[4] (พ.ศ. 2557)
(อันดับที่ 40)
ความหนาแน่น 55.54 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 71)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดเลย ถนนมลิวรรณ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย 42000
โทรศัพท์ (+66) 0 4281 2142
โทรสาร (+66) 0 4281 1746
เว็บไซต์ จังหวัดเลย
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครพนม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดเลยเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดเลย เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 520 กิโลเมตร มีสภาพภูมิประเทศที่งดงาม อากาศหนาวเย็น เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย

อาณาเขต[แก้]

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: สนสามใบ (Pinus kesiya)
  • คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม
  • ลักษณะรูปร่างของจังหวัดเลย: ลักษณะรูปร่างของจังหวัดเลยมีรูปร่างคล้ายกับ "ศีรษะของลูกไดโนเสาร์พันธุ์ไทรเซอราทอปส์ที่ไม่มีเขา"

ประวัติศาสตร์[แก้]

มีหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาว่า ก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ก่อตั้งอาณาจักรโยนกเชียงแสน โดยพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง (เชื่อถือกันว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์สิงหนวัติ) ได้มีผู้คนอพยพจากอาณาจักรโยนกเชียงแสนที่ล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองขึ้นไปทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันถึงบริเวณที่ราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณชายเนินนาด่านขวา ซึ่งมีซากวัดเก่าอยู่ในแปลงนาของเอกชน ระหว่างหมู่บ้านหัวแหลมกับหมู่บ้านนาเบี้ย อำเภอด่านซ้าย) ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวได้แบ่งไพร่พลข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซ้าย สร้างบ้านด่านซ้าย (สันนิษฐานว่าอยู่ในบริเวณหมู่บ้านเก่า อำเภอด่านซ้ายในปัจจุบัน) ต่อมาจึงได้อพยพเลื่อนขึ้นไปตามลำน้ำไปสร้างบ้านหนองคู และได้นำนามหมู่บ้านด่านซ้าย มาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่ เป็น "เมืองด่านซ้าย" อพยพไปอยู่ที่เมืองบางยางในที่สุด โดยมีพ่อขุนผาเมืองอพยพผู้คนติดตามไปตั้งเมืองราด (เชื่อว่าเป็นเมืองศรีเทพ อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพและอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์) และตั้งเมืองด่านซ้าย เป็นเมืองหน้าด่านทางตะวันออกของเมืองบางยาง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีชาวโยนกอีกกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาตั้งบ้านเรือนระหว่างชายแดนตอนใต้ของอาณาเขต ล้านนา ต่อแดนล้านช้างอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาตั้งเมืองเซไลขึ้น (สันนิษฐานว่าอยู่ในท้องที่หมู่บ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง) จากหลักฐานในสมุดข่อยที่มีการค้นพบ เมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนที่ 5 เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ฝนฟ้าไม่ตก จึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแม่น้ำเซไลถึงบริเวณที่ราบระหว่างปากลำห้วยไหลตกแม่เซไล จึงได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นขนานนามว่า "บ้านแห่" (บ้านแฮ่) ส่วนลำห้วยให้ชื่อว่า "ห้วยหมาน"

ในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่า หมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลย มีผู้คนเพิ่มมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมือง เพื่อประโยชน์ในการปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นเมืองเรียกชื่อตามนามของแม่น้ำเลยว่า เมืองเลย ต่อมา พ.ศ. 2440 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่ ร.ศ.116 แบ่งการปกครองเมืองเลยออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่(เดิมตำบลอาฮีเป็นอำเภอ แต่ถูกลดบทบาทลงเป็นตำบลเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเหื่องมีผลมาจากการเสียดินแดนให้ลาวโดยประเทศฝรั่งเศส) อำเภอนากอก (ปัจจุบันอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) อำเภอที่ตั้งเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ต่อมา พ.ศ. 2442-2449 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็น บริเวณลำน้ำเลย พ.ศ. 2449-2450 เปลี่ยนชื่อบริเวณลำน้ำเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง และใน พ.ศ. 2450 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง ให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็น "อำเภอเมืองเลย"

ภูมิศาสตร์[แก้]

สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจาย โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขง ในบริเวณตอนบนของจังหวัด

ที่ตั้งและภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดเลย ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 11,424.612 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,140,382 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 6.77 ของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เทอร์โมมิเตอร์ยักษ์ที่หน้าอำเภอภูเรือ

จังหวัดเลยตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงโคราช หรือที่เรียกกันว่า แอ่งสกลนคร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาในแนวทางทิศเหนือใต้ และจะมีพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาที่ไม่ใหญ่มากนัก สลับกันอยู่ในแนวเทือกเขา

ลักษณะทางภูมิอากาศ[แก้]

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศาเซลเซียส (2 มกราคม พ.ศ. 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน พ.ศ. 2517) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 26.1 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 12 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส (พ.ศ. 2542) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 42.5 องศาเซียลเซียส (พ.ศ. 2541)

ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดเลย (พ.ศ. 2504-2533)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 29
(84)
32
(90)
34
(93)
35
(95)
33
(91)
32
(90)
32
(90)
31
(88)
31
(88)
30
(86)
29
(84)
28
(82)
31.3
(88.4)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 13
(55)
16
(61)
19
(66)
21
(70)
23
(73)
23
(73)
23
(73)
23
(73)
22
(72)
21
(70)
18
(64)
14
(57)
19.7
(67.4)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 6
(0.24)
17
(0.67)
37
(1.46)
95
(3.74)
213
(8.39)
164
(6.46)
159
(6.26)
177
(6.97)
226
(8.9)
117
(4.61)
17
(0.67)
3
(0.12)
1,231
(48.46)
[ต้องการอ้างอิง]

ลักษณะทางสังคม[แก้]

จังหวัดเลยมีโครงสร้างทางสังคมแบบประเพณีนำ คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ต่างจากคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั่วๆ ไปซึ่งเป็นคนไทยเผ่าพวน แต่เป็นคนไทยเผ่าลื้อจากลานช้างและหลวงพระบาง เช่นเดียวกัน

กลุ่มเชื้อชาติประชากร[แก้]

ชาวไทเลย[แก้]

ไทเลย เป็นชื่อเรียกคนเมืองเลย ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า คนเมืองเลยคือกลุ่มชนที่อพยพจากชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเซไล (บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุง ปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านแห่ (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) ได้ตั้งบ้านเรือนเรียกว่าเมืองเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองเลยก็รวมตัวกันเป็นเมืองใหญ่ โดยการรวมตัวของ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ ซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร อำเภอด่านซ้าย ซึ่งขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก เมืองเชียงคาน ซึ่งขึ้นกับเมืองพิชัย อำเภอต่าง ๆ เหล่านี้จึงโอนขึ้นกับเมืองเลยทั้งหมดตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา

ชาวไทเลยจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากดั้งเดิม มีสำเนียงพูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ “ฮีตสิบสอง–คองสิบสี่” คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี

บ้านชาวไทเลยเป็นเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงมีระเบียงหรือชานยื่นออกมาหน้าเรือน มีเรือนครัวซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างแยกต่างหากโดยมีชานต่อเชื่อมติดกัน สำหรับหลังคาของเรือนนอนมุงด้วยหญ้าคาหรือไม้แป้นเก็ด ฝาเรือน พื้นเรือนนิยมทำด้วยไม้แผ่นเรียกว่า ไม้แป้น ส่วนเสาจะใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นต้นๆ หรืออิฐก่อเป็นเสาใหญ่ มีบันไดไม้พาดไว้สำหรับขึ้นลง ส่วนเรือนครัวมุงด้วยหญ้าคา ฝาและพื้น จะนิยมทำด้วยฟากไม้ไผ่สับแผ่ออกเป็นแผ่น และเสาจะทำด้วยไม้เนื้อแข็งเช่นกัน

จังหวัดเลย มีคนพื้นเมืองที่มีเชื้อชาติไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า ไทเลย เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ก็มีคนเชื้อชาติจีน ชาวเขา ไทดำ ไทพวน

ชาวไทดำ[แก้]

ชาวไทดำ อพยพมาจากแคว้นพวน ในประเทศลาวปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านั้นอยู่ที่แคว้นสิบสองจุไท ซึ่งเป็นบ้านเกิดเดิมของชาวไทดำ ในอดีตแคว้นสิบสองจุไทเป็นเขตอาณาจักรสยาม ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2417 เมื่อพวกฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญในแคว้นพวน จึงได้เริ่มอพยพลงมาตามเส้นทางเรื่อยๆ จนได้มาพักที่บ้านน้ำก้อใหญ่ ตำบลน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมามีชาวไทยดำกลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขง ไปยังบ้านน้ำกุ่ม แขวงเวียงจันทน์ แต่ในขณะนั้นเขตเวียงจันทน์มีปัญหาการเจรจากับฝรั่งเศส ไทดำจึงข้ามแม่น้ำโขงกลับมาตั้งหมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิม และถาวรจนถึงปัจจุบัน ที่หมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน เมื่อปี พ.ศ. 2438 มี 15 ครัวเรือน ปัจจุบันชาวไทดำ มีจำนวน 825 ครัวเรือน มีอาชีพส่วนใหญ่ทางการเกษตรกรรม

ชาวไทพวน[แก้]

ชาวไทพวน ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านบุฮมและบ้านกลาง อำเภอเชียงคาน จากถิ่นฐานเดิมที่เมืองเตาไห หลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อครั้งพวกจีนฮ่อ กลา เวียง รุกรานเมืองเตาไห

ชาวไทใต้[แก้]

ชาวไทใต้ อพยพมาจากภาคอีสานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเลย ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร เมื่อ พ.ศ. 2506 จะพบชาวไทใต้จำนวนมากที่อำเภอเอราวัณ และอำเภอนาด้วง ภาษาพูด แตกต่างจากภาษาไทเลย เพราะได้สืบทอดมาจากถิ่นเดิมของตน เช่น ภาษาไทยอีสาน ภาษาถิ่นอุบล ภาษาไทยโคราช

ภาษาของคนจังหวัดเลย[แก้]

มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้าง ต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ชาวหลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถิ่นอื่นเข้ามาด้วย โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษาอำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูดเสียงห้วนกว่าชาวเลยถิ่นอื่น

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

แผนที่อำเภอในจังหวัดเลย

การปกครองแบ่งออกเป็น 14 อำเภอ 89 ตำบล 840 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองเลย
  2. อำเภอนาด้วง
  3. อำเภอเชียงคาน
  4. อำเภอปากชม
  5. อำเภอด่านซ้าย
  6. อำเภอนาแห้ว
  7. อำเภอภูเรือ
  8. อำเภอท่าลี่
  9. อำเภอวังสะพุง
  10. อำเภอภูกระดึง
  11. อำเภอภูหลวง
  12. อำเภอผาขาว
  13. อำเภอเอราวัณ
  14. อำเภอหนองหิน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

2 เทศบาลเมือง และ 27 เทศบาลตำบล

ประชากรในจังหวัด[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ
(ปีล่าสุด)
อำเภอ สิงหาคม พ.ศ. 2558[5] พ.ศ. 2557[6] พ.ศ. 2556[7] พ.ศ. 2555[8] พ.ศ. 2554[9] พ.ศ. 2553[10] พ.ศ. 2552[11] พ.ศ. 2551[12]
1 เมืองเลย 123,506 123,282 122,916 121,562 120,512 119,968 119,139 118,743
2 วังสะพุง 111,478 111,480 111,143 111,191 110,618 110,398 109,944 109,424
3 เชียงคาน 60,267 60,251 60,283 60,192 59,890 59,923 59,702 59,493
4 ด่านซ้าย 51,427 51,322 51,086 50,933 50,743 51,147 51,237 51,061
5 ผาขาว 41,776 41,742 41,530 41,460 41,124 41,040 40,899 40,600
6 ปากชม 41,001 40,851 40,647 40,308 39,823 39,542 39,103 38,889
7 เอราวัณ 34,745 34,712 34,539 34,555 34,312 34,278 34,087 34,080
8 ภูกระดึง 34,400 34,337 34,199 34,185 34,019 34,032 33,775 33,722
9 ท่าลี่ 27,758 27,760 27,730 27,710 27,549 27,460 27,296 27,346
10 นาด้วง 26,161 26,160 26,087 26,057 25,832 25,744 25,686 25,723
11 หนองหิน 24,821 24,797 24,625 24,482 24,274 24,210 23,965 23,796
12 ภูหลวง 24,606 24,524 24,357 24,218 23,943 23,745 23,569 23,379
13 ภูเรือ 21,957 21,844 21,665 21,572 21,343 21,281 21,182 21,051
14 นาแห้ว 11,477 11,451 11,398 11,362 11,298 11,298 11,196 11,116
รวม 635,380 634,513 632,205 629,787 624,920 624,066 620,780 618,423

การขนส่ง[แก้]

จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 520 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดเลยได้ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง

  • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพมหานคร สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ
    1. ใช้ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงอำเภอหล่มสัก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอหล่มเก่า อำเภอภูเรือ เข้าสู่จังหวัดเลย
    2. ใช้ถนนพหลโยธิน จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ถนนมิตรภาพ จนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย
  • การเดินทางโดยทางเครื่องบิน โดยลงที่ท่าอากาศยานเลย มีสายการบิน นกแอร์ และไทยแอร์เอเชีย (เริ่มบิน 9 ก.พ. 2558) จาก ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานเลย และ ท่าอากาศยานเลย - ท่าอากาศยานดอนเมืองให้บริการทุกวัน
  • การเดินทางโดยรถโดยสาร รถโดยสารจากกรุงเทพมหานคร สายกรุงเทพฯ-เมืองเลย (สาย 29 และ 938) มีผู้ประกอบการหลายราย เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด(สาย 29) แอร์เมืองเลย (สาย29),ขอนแก่นทัวร์ (สาย 938),ชุมแพทัวร์(สาย 29),ภูกระดึงทัวร์,ศิขรินทร์ทัวร์ และสาย 14 กรุงเทพ - ภูเรือ ของ บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด และมีรถโดยสารระหว่างภาค สาย 808 นครราชสีมา-เชียงคาน และสาย 824 เลย-พัทยา-ระยอง ของบริษัทนครชัยขนส่ง สาย 636 เชียงใหม่-อุดรธานี ของบริษัทจักรพงษ์ทัวร์และอ.ศึกษาทัวร์ สาย 661 เชียงราย-นครพนม ของบริษัทสมบัติทัวร์ และจักรพงษ์ทัวร์ และมีสายอุดรธานี-พิษณุโลก ของนครไทยแอร์
  • การเดินทางโดยรถไฟ จังหวัดเลยไม่มีเส้นทางรถไฟ ต้องเดินทางมาลงที่อุดรธานีแล้วต่อรถโดยสารมาจังหวัดเลย

รายชื่อถนนในจังหวัดเลย[แก้]

รายชื่อถนนในจังหวัดเลย
ชื่อถนน รายละเอียดของเส้นทาง สถานที่บนถนน
ทล.21
ทล.210
ทล.211
ทล.2195
ถนนคีรีรัฐ เริ่มต้นที่บริเวณหัวสะพานข้ามแม่น้ำหมาน (คอสะพานบ้านแฮ่) ถนนสถลเชียงคาน และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณสามแยก กม.0 ถนนเลย-เชียงคาน ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย สมาคมพุทธเมตตาเทวาสงเคราะห์ (กู้ภัยเทวา)
ถนนเจริญรัฐ เริ่มต้นที่บริเวณสามแยกศรีสะอาด (หน้าโรงเรียนชุมชนเทศบาล 1) ถนนพิพัฒน์มงคล ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณสามแยกนาอาน ถนนมลิวัลย์ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย
  • วัดโพธิ์ชัย
  • วัดศรีบุญเรือง
  • วัดโพนงาม
  • วัดโพนชัย
  • สำนักงานเทศบาลเมืองเลย
  • โรงเรียนชุมชนเทศบาล 2
  • สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเลย
  • วิทยาลัยเทคนิคเลย
  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย
  • สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย
ถนนนกแก้ว เริ่มต้นที่บริเวณหน้าวัดวิเวกธรรมคุณ (วัดนาฮุง)ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่วงเวียนน้ำพุตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
  • สำนักงานอัยการจังหวัดเลย
  • ศาลจังหวัดเลย
ถนนพาณิชย์พัฒนา เริ่มต้นที่บริเวณแยกทามอับ ถนนราษฎรอุทิศ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณถนนร่วมพัฒนา ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย สมาคมพ่อค้าจังหวัดเลย
ถนนพิพัฒน์มงคล เริ่มต้นที่บริเวณร้านอาหารครัวต้นไผ่ ถนนมลิวัลย์ อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณสามแยกศรีสะอาด (หน้าโรงเรียนชุมชนเทศบาล 1 ) ถนนวิสุทธิเทพ
  • วัดศรีภูมิ
  • ศูนย์ประสานงานประชาสังคมจังหวัดเลย
  • สถานีวิทยุเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย
  • ตำรวจภูรจังหวัดเลย
  • สภ.เมืองเลย
  • โรงเรียนชุมชนเทศบาล 1
  • กศน.เลย
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษเลย เขต 1
  • โรงจำนำเลย
ถนนฟากเลย เริ่มต้นที่บริเวณสะพานกฤษ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกฟากเลย ถนนเลย-นาด้วง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย วัดศรีสว่าง
ถนนมะขามหวาน เริ่มต้นที่บริเวณแยกกกม่วงชี ถนนวิสุทธิเทพ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกสามอนงค์ ถนนเลย-เชียงคาน ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย หมู่บ้านพุทธรักษา
ถนนร่วมจิต เริ่มต้นที่บริเวณแยกโรงจำนำ ถนนพิพัฒน์มงคล ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกชุมสาย ถนนชุมสาย ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
ถนนร่วมใจ เริ่มต้นที่บริเวณแยกหน้าโรงเรียนเมืองเลย ถนนมลิวัลย์ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกสะพานกฤษ (ตลาดเช้า) ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
ถนนร่วมพัฒนา เริ่มต้นที่บริเวณแยกหน้าโรงเรียนอนุบาลเลย ถนนร่วมใจ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกปตท.ใน ถนนนกแก้ว ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
ถนนราษฎรอุทิศ เริ่มต้นที่บริเวณแยกเจเจ ถนนนกแก้ว ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกวัดศรีภูมิ ถนนพิพัฒน์มงคล ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
ถนนเลย-เชียงคาน เริ่มต้นที่บริเวณสามแยก กม.0 (บรรจบถนนมลิวัลย์และถนนเลย-ด่านซ้าย) และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณสามแยกเชียงคาน อำเภอเชียงคาน
ถนนเลย-ด่านซ้าย เริ่มต้นที่บริเวณสามแยก กม.0 (บรรจบถนนมลิวัลย์และถนนเลย-เชียงคาน) และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณอำเภอด่านซ้าย
ถนนเลย-นาด้วง เริ่มต้นที่บริเวณแยกตึกเขียว ถนนวิสุทธิเทพ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่อำเภอนาด้วง
ถนนสถลเชียงคาน เริ่มต้นที่บริเวณวงเวียนน้ำพุ และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณสามแยกทองคำ ถนนเลย-เชียงคาน กศน.เลย
ถนนเอื้ออารีย์ เริ่มต้นที่บริเวณแยกศรีสวัสดิ์ ถนนร่วมจิต ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย และสิ้นสุดบรรจบที่บริเวณแยกพระเครื่อง ถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย
ถนนมลิวรรณ
ถนนสีคิ้ว-เชียงคาน

ระยะทางจากตัวจังหวัด[แก้]

อุทยานแห่งชาติ[แก้]

จังหวัดเลยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้มากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลภูเขา มีอุทยานแห่งชาติที่สำคัญดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ภาพเมืองเชียงคาน

ประเพณีและเทศกาลรื่นเริง[แก้]

ประเพณีผีตาโขน
  • งานฤดูหนาววังสะพุง
  • งานประเพณีผีตาโขน (อำเภอด่านซ้าย)
  • งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก(อำเภอด่านซ้าย)
  • งานดอกฝ้ายบาน มะขามหวานเมืองเลย
  • งานแสดงไม้ดอกเมืองหนาว (อำเภอภูเรือ)
  • งานออกพรรษาเชียงคาน
  • งานแห่ผีขนน้ำ
  • งานบุญบั้งไฟล้าน (อำเภอเอราวัณ)
  • งานประเพณีสงกรานต์ไทยลาว (อำเภอท่าลี่)
  • งานแห่ต้นดอกไม้บุญเดือนหกบ้านอาฮี

สถานที่พัก[แก้]

  • ภูผาน้ำ รีสอร์ท
  • เลยพาเลซ
  • โรงแรมศิริมาธานี
  • โรงแรมเลยวิลเลจ
  • The Royal Chiangkhan Boutique Hotel
  • Chiangkhan River Mountain Resort
  • รังเย็นรีสอร์ท
  • รัชณี รีสอร์ท
  • เชียงคาน ฮิลล์ รีสอร์ท
  • ภูกระแต รีสอร์ท
  • ภูนาคำ รีสอร์ท
  • วรัญญารีสอร์ท
  • ภูผาน้ำ รีสอร์ท
  • เลยพาเลซ

สถาบันการศึกษา[แก้]

บุคคลมีชื่อเสียงของจังหวัด[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. สำนักงานจังหวัดเลย. "ข้อมูลทั่วไป" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.loei.go.th/loei_data.html [ม.ป.ป.]. สืบค้น 21 เมษายน 2553.
  2. ประวัติจังหวัดเลย.
  3. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. สำนักงานจังหวัดเลย. "ข้อมูลจังหวัดเลย: สภาพทั่วไป สิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.loei.go.th/data/POP40.DOC [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  4. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  5. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  6. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเนกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง , ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
  8. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  9. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
  10. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/stat/y_stat53.html 2553. สืบค้น 30 มกราคม 2554.
  11. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552."203.113.86.149/stat/y_stat.htmlสืบค้น 30 มีนาคม 2553
  12. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.
  13. โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 17°29′N 101°44′E / 17.49°N 101.73°E / 17.49; 101.73