อำเภอท่าลี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอท่าลี่
แผนที่จังหวัดเลย เน้นอำเภอท่าลี่
คำขวัญ: 
พระธาตุสัจจะเป็นศักดิ์ศรี เมืองคนดีมีคุณธรรม
มะค่ายักษ์สูงใหญ่ แก่งโตนน้ำใส น้ำตกห้วยไค้
สูงชัน อุดมพืชพันธุ์นานา สมญานามว่าแผ่นดินทอง
พิกัดภูมิศาสตร์: 17°37′24″N 101°25′18″E / 17.62333°N 101.42167°E / 17.62333; 101.42167
อักษรไทยอำเภอท่าลี่
อักษรโรมันAmphoe Tha Li
จังหวัดเลย
พื้นที่
 • ทั้งหมด683.0 ตร.กม. (263.7 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด28,103 คน
 • ความหนาแน่น41.15 คน/ตร.กม. (106.6 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 42140
รหัสภูมิศาสตร์4208
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอท่าลี่ ถนนทรงฆะศิริ ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย 42140
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอท่าลี่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย

ประวัติ[แก้]

อำเภอท่าลี่ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยใดสืบได้ความไม่แน่ชัดมีผู้เล่าต่อๆ กันมาว่าชาวอำเภอท่าลี่ อพยพมาจากพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์บ้างจากเมืองปากลาย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบ้างมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณริมน้ำคานเป็นแหล่งน้ำที่มีปลาอุดมสมบูรณ์ชาวบ้านมีเครื่องดักจับปลาอยู่ชนิดหนึ่งที่สานด้วยไม้ไผ่เรียกชื่อว่าลีหรือหลี่ จากนั้นก็มีราษฎรจากท้องถิ่นอื่นได้อพยพเข้ามาอยู่บ้านท่าลี่มากขึ้น ตามลำดับจึงได้ชื่อว่าบ้านลี่หรือบ้านท่าลี่และได้ตั้งเป็นอำเภอท่าลี่ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2432  มีราชบุตรเป็นผู้ปกครองอำเภอท่าลี่เป็นคนแรก

เมื่อปี พ.ศ. 2440 ได้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการปกครองตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่ ร.ศ.116 ขึ้นเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาลโดยการแบ่งการปกครองเป็น  3 อำเภอ คือ อำเภอกุดป่อง (อำเภอเมืองเลยปัจจุบัน)อำเภอท่าลี่และอำเภอนากอก (เสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2446 ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดลานช้าง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เมืองเลยขึ้นกับมลฑลอุดร

เมื่อปี พ.ศ. 2442 ได้มีการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดเลยขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเลยได้เปลี่ยนชื่อ“เมืองเลย” เป็น ”บริเวณน้ำเลย” เมื่อพ.ศ. 2449 - 2450 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “บริเวณน้ำเลย” เป็น “บริเวณน้ำเหือง” โดยแบ่งเขต การปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ อำเภออาฮี ต่อมาได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 4 มกราคม 2450 ให้ยกเลิก ”บริเวณน้ำเหือง” ให้เป็น “เมืองเลย” กำหนดให้เขตประเทศเพียงริมฝั่งน้ำเหืองเท่านั้น อำเภออาฮีซึ่งติดกับน้ำเหืองยุบเป็นเพียงตำบลอาฮีซึ่งขึ้นตรงกับอำเภอท่าลี่ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา[1]

  • วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2464 โอนพื้นที่ตำบลปากหมัน อำเภอท่าลี่ ไปขึ้นกับอำเภอด่านซ้าย[2]
  • วันที่ 15 เมษายน 2490 โอนพื้นที่หมู่ 1 บ้านเมี่ยง (ในขณะนั้น) ของตำบลท่าลี่ ไปตั้งเป็นหมู่ 8 ของตำบลหนองผือ[3]
  • วันที่ 15 ตุลาคม 2499 จัดตั้งสุขาภิบาลท่าลี่ ในท้องที่ของหมู่บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่[4]
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน 2514 โอนพื้นที่หมู่ 5 (ในขณะนั้น) ของตำบลลาดค่าง ไปตั้งเป็นหมู่ 9 ของตำบลอาฮี[5]
  • วันที่ 6 มิถุนายน 2515 โอนพื้นที่ตำบลลาดค่าง อำเภอท่าลี่ ไปขึ้นกับ กิ่งอำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย[6]
  • วันที่ 30 เมษายน 2517 ตั้งตำบลน้ำแคม แยกออกจากตำบลหนองผือ[7]
  • วันที่ 21 มกราคม 2519 โอนพื้นที่หมู่ 9 บ้านม่วงไข่ และบ้านโคนผง (ในขณะนั้น) ของตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ ไปขึ้นกับตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ[8]
  • วันที่ 30 สิงหาคม 2526 ตั้งตำบลโคกใหญ่ แยกออกจากตำบลท่าลี่[9]
  • วันที่ 15 กันยายน 2532 ตั้งตำบลน้ำทูน แยกออกจากตำบลท่าลี่[10]
  • วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลท่าลี่ เป็นเทศบาลตำบลท่าลี่[11] ด้วยผลของกฎหมาย
  • วันที่ 6 กรกฎาคม 2547 ยุบสภาตำบลน้ำทูน รวมกับองค์การบริหารส่วนตำบลอาฮี[12]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอท่าลี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอท่าลี่แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 6 ตำบล 41 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ท่าลี่ (Tha Li) 9 หมู่บ้าน
2. หนองผือ (Nong Phue) 10 หมู่บ้าน
3. อาฮี (A Hi) 6 หมู่บ้าน
4. น้ำแคม (Nam Khaem) 6 หมู่บ้าน
5. โคกใหญ่ (Khok Yai) 5 หมู่บ้าน
6. น้ำทูน (Nam Thun) 5 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอท่าลี่ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลท่าลี่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลท่าลี่
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลี่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าลี่ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลท่าลี่)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองผือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองผือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอาฮี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอาฮีและตำบลน้ำทูนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแคม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำแคมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกใหญ่ทั้งตำบล

อ้างอิง[แก้]

  1. "แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้รวมเมืองกมุทธาไส ๑ เมือง กุมภวาปี ๑ เมือง หนองหาย ๑ อำเภอ บ้านหมากแข้ง ๑ ตั้งเป็นเมืองจัตวา เรียกว่าเมืองอุดรธานีบริเวณน้ำชีให้เปลี่ยนเรียกว่าเมืองขอนแก่น บริเวณน้ำเหืองให้เปลี่ยนเรียกว่าเมืองเลย บริเวณสกลนครให้เปลี่ยน เรียกว่าเมืองสกลนคร บริเวณธาตุพนมให้เปลี่ยนเรียกว่าเมืองนครพนม ส่วนเมืองหนองคายเมืองโพนพิสัยให้คงไว้ตามเดิม" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 24 (41): 1088. January 12, 1907.
  2. "ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔ ในท้องที่มณฑลอุดร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 38 (0 ก): 551–570. February 12, 1921.
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 64 (18 ง): 664–665. April 15, 1947.
  4. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งสุขาภิบาลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 73 (83 ง): (ฉบับพิเศษ) 77-78. October 15, 1956.
  5. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 88 (132 ง): 3361–3362. November 30, 1971.
  6. "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 89 (89 ก): (ฉบับพิเศษ) 14-15. June 6, 1972.
  7. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอท่าลี่และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 91 (76 ง): 1068–1073. April 30, 1974.
  8. "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอท่าลี่ กับอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย พ.ศ. ๒๕๑๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 93 (12 ง): (ฉบับพิเศษ) 4-6. January 21, 1976.
  9. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 100 (141 ง): 3095–3099. August 30, 1983.
  10. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบล ในท้องที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 106 (154 ง): (ฉบับพิเศษ) 272-278. September 15, 1989.
  11. "พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 116 (9 ก): 1–4. February 24, 1999.
  12. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยุบรวมสภาตำบลกับองค์การบริหารส่วนตำบล" (PDF). July 1, 2004: 1–3. Cite journal requires |journal= (help)