โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์
Santiwitlogo.png
สุสิกโข ลภเตปัญญํ
(ผู้ศึกษาดี ย่อมมีปัญญา)
ที่ตั้ง
เลขที่ 25 หมู่ที่ 12 บ้านสันติสุข
ตำบลท่าช้างคล้อง อำเภอผาขาว จังหวัดเลย, 42240 ประเทศไทย ไทย
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Santi Wittayasan School
อักษรย่อ ส.ว.ส / SWS
ประเภท โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง
ศาสนา พุทธนิกายเถรวาท
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 19
สถาปนา 9 มีนาคม พ.ศ. 2522

(40 ปี 281 วัน)

ผู้ก่อตั้ง กรมสามัญศึกษา
เขตการศึกษา เลย-หนองบัวลำภู
รหัส 1042520485
ผู้อำนวยการ นายจักรพงศ์ แถลงกัณฑ์
จำนวนนักเรียน 1,013 คน
(ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2562)[1]
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ

สี ████ เทา-แดง
เพลง มาร์ชโรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์
เว็บไซต์

โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ (อักษรย่อ : ส.ว.ส.; อังกฤษ: Santi Wittayasan School) หรือเรียกอย่างย่อว่า สันติวิทย์ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางในจังหวัดเลย เปิดการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแบบสหศึกษา เป็นโรงเรียนประจำอำเภอผาขาว จังหวัดเลย อยู่ในสหวิทยาเขตวังภูผาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 19 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ[2]

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2522 ณ บริเวณที่ดินสาธารณประโยชน์บ้านพวยเด้ง ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 216 ไร่ 40 ตารางวา โดยการจัดตั้งโรงเรียนเริ่มตั้งแต่ปี 2519 แต่พึ่งได้รับการจัดตั้งในปี 2522 โดยในปี พ.ศ. 2519 ชาวบ้านตำบลโนนปอแดง ตำบลท่าช้างคล้อง และตำบลโนนป่าซาง มีแนวคิดในการขอจัดโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลให้ลูกหลานได้เรียนใกล้บ้าน แต่ยังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับที่จัดตั้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 สภาตำบลท่าช้างคล้องได้มีมติมอบที่ดินสาธารณประโยชน์บ้านพวยเด้ง ซึ่งเดิมเป็นที่เลี้ยงสัตว์ในโรงเรียน ประมาณ 150 ไร่ และชาวบ้านช่วยกันบริจาคทรัพย์ แรงงานปรับสถานที่และก่อสร้างอาคารชั่วคราว 1 หลัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หลังคามุงหลังกะสี ขนาด 2 ห้องเรียนหลังจากนั้นสภาตำบลท่าช้างคล้อง และตำบลโนนป่าซาง ได้ดำเนินการก่อตั้งเป็นโรงเรียนประจำตำบลท่าช้างคล้อง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2522 กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติให้โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ ทำการเปิดสอนระดับชั้นมัธยาศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2522 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ตั้งโรงเรียนรัฐบาลประกาศ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2522 และในปีนี้ นายประสิทธิ์ พจนธารี รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้ขอรับบริจาคที่ดินเพิ่ม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 216 ไร่ 40 ตารางวา[3][4]

เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศตั้งกิ่งอำเภอผาขาวขึ้น โดยแยกการปกครองออกจากอำเภอภูกระดึง โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จึงตั้งขึ้นอยู่กับกิ่งอำเภอผาขาว ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 และเปลี่ยนสภาพเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ ต่อมากระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศตั้งเป็นอำเภอผาขาวขึ้น ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 ตามที่ตั้งโรงเรียนปัจจุบัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2537 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6

ในปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษา ยุบกรมสามัญศึกษาและตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จึงสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าร่วมโครงการโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551–ปัจจุบัน และในปี พ.ศ. 2552 โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ผ่านการประเมินและรับรองเป็นโรงเรียนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน ( โรงเรียนดีใกล้บ้าน ) รุ่นที่ 2 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552 และในปีการศึกษา 2560 โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ก็ได้รับการคัดเลือกและประเมิณให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาแห่งที่ 2 ของจังหวัดเลย

ณ ปัจจุบัน โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ มีอาคารเรียน 3 อาคาร อาคารปฏิบัติการ 3 หลัง อาคารชั่วคราว 1 หลัง หอประชุมใหญ่ชั้นเดียว 1 หลัง มีนักเรียน 1,013 คน จัดเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง ปัจจุบันมีนายจักรพงศ์ แถลงกัณฑ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์[5]

สถานที่ภายในโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์มีอาคารเรียน 3 หลัง อาคารปฏิบัติการ 3 หลัง อาคารชั่วคราว 1 หลัง หอประชุม 1 หลัง และสถานที่ต่างๆ ดังนี้[6]

  • หอประชุมโรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์
  • หอประชุมโรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ (หลังใหม่)
  • อาคาร 1
  • อาคาร 2
  • อาคาร 3
  • อาคารหมวดคหกรรม
  • อาคารหมวดอุตสาหกรรม
  • อาคารหมวดเกษตรกรรม
  • อาคารโรงอาหาร
  • สนามฟุตบอล
  • ลานกิจกรรม

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]