อำเภอนาด้วง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอนาด้วง
การถอดเสียงอักษรโรมัน
 • อักษรโรมันAmphoe Na Duang
คำขวัญ: 
ดินแดนมหัศจรรย์ค้างคาว
เมืองดอกไม้งาม ธารน้ำใส ไร่แสนสวย
แผนที่จังหวัดเลย เน้นอำเภอนาด้วง
แผนที่จังหวัดเลย เน้นอำเภอนาด้วง
พิกัด: 17°28′48″N 101°58′12″E / 17.48000°N 101.97000°E / 17.48000; 101.97000
ประเทศ ไทย
จังหวัดเลย
พื้นที่
 • ทั้งหมด590.0 ตร.กม. (227.8 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2564)
 • ทั้งหมด26,432 คน
 • ความหนาแน่น44.80 คน/ตร.กม. (116.0 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 42210
รหัสภูมิศาสตร์4202
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอนาด้วง
เลขที่ 189 หมู่ที่ 6 ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย 42210
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

นาด้วง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอนาด้วงมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

ประวัติ[แก้]

ท้องที่อำเภอนาด้วง เดิมเป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบลนากลาง อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ในปี พ.ศ. 2480 ทางราชการได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดเลย โดยโอนพื้นที่หมู่ 6 และ 12 ของตำบลนากลาง อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี มาขึ้นกับท้องที่ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอกุดป่อง จังหวัดเลย[1] ในปี พ.ศ. 2488 พื้นที่บ้านนาด้วงได้ย้ายมาขึ้นกับตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย พื้นที่ฝั่งตะวันออกของอำเภอเมืองเลย ของตำบลน้ำสวยมีบริเวณกว้างขวางและห่างไกลจากพื้นที่ราชการจึงมีการแยกหมู่ 5–6,10–12 (ในขณะนั้น) ตำบลน้ำสวย ตั้งขึ้นเป็นตำบลนาด้วง ในปี พ.ศ. 2510[2] และในปี พ.ศ. 2518 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรในตำบลนาด้วง ได้พิจารณาว่าสภาพทางภูมิศาสตร์ ลักษณะความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ แนวโน้มมีความเจริญในอนาคต จึงได้ตั้งตำบลเพิ่ม 3 ตำบลเพื่อเตรียมจัดตั้งกิ่งอำเภอ โดยแยกพื้นที่หมู่ 3,6,8 (ในขณะนั้น) ตำบลนาด้วง กับหมู่ 4 (ในขณะนั้น) ตำบลน้ำสวย ตั้งเป็นตำบลนาดอกคำ แยกพื้นที่หมู่ 1–2,7 (ในขณะนั้น) ตำบลนาด้วง ตั้งเป็นตำบลท่าสะอาด และแยกพื้นที่หมู่ 6,8 ของตำบลนาดินดำ ตั้งเป็นตำบลท่าสวรรค์[3]

ก่อนที่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้าน สภาตำบล หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ จังหวัด สภาจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเขตท้องที่ ตำบลนาด้วง ตำบลนาดอกคำ ตำบลท่าสะอาด และตำบลท่าสวรรค์ อำเภอเมืองเลย รวมตั้งเป็น กิ่งอำเภอนาด้วง[4] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 7 มกราคม ปีเดียวกัน โดยชื่อ "นาด้วง" ตั้งตามทุ่งนาที่นายพรานด้วงอพยพมาตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2424 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2534 จึงมีพระราชกฤษฎีกาฯ ยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอนาด้วง[5] จนถึงปัจจุบัน

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอนาด้วง แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 4 ตำบล 40 หมู่บ้าน ได้แก่

1. นาด้วง (Na Duang) 11 หมู่บ้าน
2. นาดอกคำ (Na Dok Kham) 17 หมู่บ้าน
3. ท่าสะอาด (Tha Sa-at) 7 หมู่บ้าน
4. ท่าสวรรค์ (Tha Sawan) 5 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอนาด้วงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลนาด้วง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนาด้วง
  • เทศบาลตำบลนาดอกคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาดอกคำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแก้วเมธี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาด้วง (นอกเขตเทศบาลตำบลนาด้วง)[6]
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าสะอาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าสวรรค์ทั้งตำบล

อ้างอิง[แก้]

  1. "พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด พุทธศักราช ๒๔๗๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 54 (0 ก): 40–54. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480
  2. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองเลย และอำเภอวังสพุง จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 84 (28 ง): 1045–1049. วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2510
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 92 (241 ง): 2969–2992. วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518
  4. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนาด้วง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 94 (10 ง): 366. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520
  5. "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอทุ่งตะโก อำเภอพะโต๊ะ อำเภอเขาค้อ อำเภอน้ำหนาว อำเภอวังจันทร์ อำเภอนาด้วง อำเภอเต่างอย อำเภอสิงหนคร อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอลำดวน พ.ศ. ๒๕๓๔" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 108 (107 ก): (ฉบับพิเศษ) 29-32. วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2534
  6. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่อองค์การบริหารส่วนตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลแก้วเมธี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 135 (ตอนพิเศษ 222 ง): 3. วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561