เฉลียง (วงดนตรี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฉลียง
อื่น ๆ อีกมากมาย.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด กรุงเทพ ประเทศไทย
แนวเพลง ป็อป, แจ๊ส, สตริง
ช่วงปี 2524 - 2534
2537 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง อโซน่า
ครีเอเทีย อาร์ตติส
คีตา เรคคอร์ดส
เว็บไซต์ www.chaliang.com
สมาชิก วัชระ ปานเอี่ยม
เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์
ภูษิต ไล้ทอง
ฉัตรชัย ดุริยประณีต
สมชาย ศักดิกุล
ศุ บุญเลี้ยง
นิติพงษ์ ห่อนาค

เฉลียง เป็นชื่อของวงดนตรีไทย ที่มีผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2534 ทั้งหมด 6 ชุด เฉลียงเป็นวงดนตรีวงแรก ๆ ที่บุกเบิกเพลงแนวแปลกใหม่ ทั้งด้านเนื้อหาและท่วงทำนอง ให้กับวงการเพลงไทย ผู้ก่อตั้งและผู้แต่งเพลงส่วนใหญ่ของเฉลียงคือ ประภาส ชลศรานนท์

ภายหลังจากออกผลงานชุดสุดท้ายในปี พ.ศ. 2534 เฉลียงยังคงมีการรวมตัวกันเล่นคอนเสิร์ตและออกผลงานเพลงเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว

ที่มาของชื่อวงเฉลียง[แก้]

ประภาส ชลศรานนท์มีความต้องการชื่อที่สื่อถึงมนุษย์ เป็นบ้าน เป็นจิตใจ และต้องการสื่อถึง ตรงกลาง ที่อยู่ระหว่างข้างนอกและข้างใน (จิตใจ) จึงนึกถึงชื่อเฉลียงที่เป็นส่วนที่เชื่อมต่อข้างนอกกับข้างในบ้าน ประกอบกับชื่อเฉลียงมีเสียงคล้ายกับ เฉียงๆ ไม่ค่อยตรง เป็นการสะท้อนภาพ แต่ไม่ใช่สะท้อนภาพสังคมแต่เป็นการสะท้อนภาพจิตใจ [1]

สมาชิก[แก้]

แบ่งออกเป็น 3 ยุค

ประวัติ[แก้]

ยุคที่หนึ่ง[แก้]

เฉลียงเกิดจากการรวมกันของกลุ่มนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ประภาส ชลศรานนท์ และ เจี๊ยบ - วัชระ ปานเอี่ยม ทำเพลงตัวอย่าง โดยให้ ดี้ - นิติพงษ์ ห่อนาค เป็นผู้ขับร้อง และนำไปขอให้ เต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ อำนวยการผลิตให้

หลังจากเรวัตได้ฟังแล้ว พบว่าดี้ร้องเสียงเพี้ยนต่ำไม่เหมาะกับการเป็นนักร้องนำ จึงเสนอให้ เล็ก - สมชาย ศักดิกุล ที่ขณะนั้นเป็นนักดนตรีอาชีพอยู่มาเป็นนักร้องคู่กับเจี๊ยบ ในผลงานชุดแรก ในปี พ.ศ. 2525 ที่แท้จริงไม่มีชื่อชุด แต่เนื่องจากหน้าปกที่ออกแบบโดยประภาสมีรูปฝน จึงถูกเรียกว่าชุดปรากฏการณ์ฝน ตามชื่อเพลงหนึ่งในชุดนั้น แต่หลังจากผลงานชุดแรกออกมากลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับ มียอดขายไม่เกิน 4000-5000 ม้วน [2] เฉลียงจึงไม่ได้ออกผลงานอีกเป็นระยะเวลา 4 ปี

ยุคที่สอง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2529 ประภาสมีผลงานเพลงอยู่ชุดหนึ่งที่เคยมีความคิดให้เกี๊ยง - เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ รุ่นน้องที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่เคยร่วมร้องเพลงประกอบโฆษณาที่ประภาสแต่ง ออกผลงานเป็นศิลปินเดี่ยว แต่เนื่องจากอุปสรรคด้านผู้สนับสนุน จึงทำให้โครงการไม่เกิดขึ้น จนกระทั่ง ศุ บุญเลี้ยง หนึ่งในผู้ได้เป็นเจ้าของ ปรากฏการณ์ฝน และมีความประทับใจในเพลงเที่ยวละไม จึงติดต่อกับประภาสเพื่อนำผลงานเพลงของตัวเองไปให้พิจารณา จึงเกิดความคิดที่จะรวมตัวเป็นศิลปินคู่ในชื่อ ไปยาลใหญ่ แต่ประภาสยังไม่พอใจในผลงานบางเพลง จึงเสนอให้เจี๊ยบและดี้กลับมาร่วมวงอีกครั้ง และเนื่องจากในหลายบทเพลงมีเสียงของแซกโซโฟน จึงชักชวนให้ แต๋ง - ภูษิต ไล้ทอง นักดนตรีเครื่องเป่าที่เคยร่วมงานกันเมื่อครั้งยังเป็นนิสิตมาร่วมวงกลายเป็นวงเฉลียงในยุคที่สอง โดยมีผลงานชุดแรกในยุคที่สองกับค่ายครีเอเทียคือ อื่นๆ อีกมากมาย อำนวยการดนตรีโดย ทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักฟังเพลงมีการออกแสดงคอนเสิร์ตและมิวสิกวีดีโอ

ต้นปี พ.ศ. 2530 เฉลียงออกผลงานเพลงชุดที่สามกับค่ายคีตา แผ่นเสียงและเทป (ต่อมาคือคีตา เรคคอร์ดสและคีตา เอนเตอร์เทนเมนท์) ในชุด เอกเขนก มีเพลง เร่ขายฝัน ที่ถูกทำเป็นมิวสิกวีดีโอยาว 9 นาที และได้รับรางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้กำกับศิลป์กรุงเทพฯ (B.A.D. Awards) ประจำปี พ.ศ. 2530 นอกจากผลงานบทเพลงแล้ว ชื่อเสียงของเฉลียงทำให้ได้เล่นโฆษณาของน้ำอัดลมเป๊ปซี่ ที่เพลงประกอบโฆษณาที่ดัดแปลงจากเพลง รู้สึกสบายดี ได้รับรางวัลจากสมาคมผู้กำกับศิลป์กรุงเทพฯเช่นเดียวกัน [3]

ปลายปี พ.ศ. 2530 เฉลียงออกผลงานเพลงชุดที่สี่คือ เฉลียงหลังบ้าน ที่ผลงานเพลงส่วนใหญ่เป็นบทเพลงประกอบละครเรื่องต่างๆ ที่ประภาสเป็นผู้แต่ง และแสดงคอนเสิร์ต หัวบันไดไม่แห้ง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531

ยุคที่สาม[แก้]

หลังจบคอนเสิร์ต หัวบันไดไม่แห้ง ศุ ที่งานส่วนตัวเริ่มรัดตัวและดี้ที่ต้องกลับไปเป็นนักแต่งเพลงให้กับ แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนต์ (ปัจจุบัน คือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) ได้ตัดสินใจขอลาออกจากวง ประภาสจึงชักชวนให้นก - ฉัตรชัย ดุริยประณีต นักแต่งเพลงที่เคยส่งเพลงมาให้เขาพิจารณาเข้ามาเพิ่มเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งกลายเป็นเฉลียงยุคที่สาม ที่มีสมาชิก 4 คน ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 ผลงานชุดแรกในยุคที่สามคือ แบ-กบาล มิวสิกวีดีโอที่มีชื่อเสียงของชุดนี้คือ ใจเย็นน้องชาย ที่ได้รับรางวัลชมเชยประเภทมิวสิกวีดีโอดีเด่นของคณะกรรมการโทรทัศน์ทองคำ [4] เฉลียงมี คอนเสิร์ตปิดท้ายทอย ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2532

ผลงานชุดสุดท้ายของเฉลียงออกใน พ.ศ. 2534 คือ ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า ที่มีเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ มีบทเพลงที่ได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดสาขาเพลงยอดเยี่ยมคือ โลกาโคม่า และเฉลียงยังได้รับรางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมจากรางวัลสีสันอวอร์ดอีกด้วย แต่เนื่องจากภาระและหน้าที่การงานส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนทำให้การทำการตลาดและการออกแสดงคอนเสิร์ตเป็นไปได้ยาก ทำให้เฉลียงยุติบทบาทลง [5]

ผลงาน[แก้]

อัลบั้ม[แก้]

ปรากฏการณ์ฝน[แก้]

อื่น ๆ อีกมากมาย[แก้]

เอกเขนก[แก้]

เฉลียงหลังบ้าน[แก้]

แบ-กบาล[แก้]

ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า[แก้]

คอนเสิร์ต[แก้]

หลังจากออกผลงานอัลบั้มสุดท้ายคือตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า วงเฉลียงกลับมารวมตัวอีกครั้งหนึ่งใน คอนเสิร์ตแก้คิดถึง...ฉลองสิบกว่าปีเฉลียง นำรายได้เพื่อการกุศล แสดงในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2537[6] ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ดี้แต่งเพลงใหม่คือ ไม่รักแต่คิดถึง แสดงเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตนี้

ต่อมาในวันที่ 2-3 ธันวาคม พ.ศ. 2543 [7] วงเฉลียงได้มารวมตัวกันจัดคอนเสิร์ตสั่งลาอีกครั้งในชื่อ คอนเสิร์ตเรื่องราวบนแผ่นไม้ แสดงที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และได้ออกผลงานอีกชุดเป็นชุดพิเศษที่มีจำหน่ายหน้าคอนเสิร์ต คือ ชุด นอกชาน และอำลาแฟนเพลงว่าจะไม่รวมตัวเล่นคอนเสิร์ตกันอีก การแสดงรอบสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้อาจเป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ใช้เวลาหลังจากจบการแสดงยาวนานที่สุด เนื่องจากภายหลังแสดงเพลงสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว แฟนเพลงเฉลียงปรบมือต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และดี้ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ลงจากเวทีจนกว่าแฟนเพลงคนสุดท้ายที่ต้องการลายเซ็นจะเดินทางกลับ นอกจากนั้นวงยังออกมาแสดงเพลง เรื่องราวบนแผ่นไม้ เพลงประจำคอนเสิร์ตอีกครั้งหนึ่ง โดยมีประภาสซึ่งเป็นผู้แต่งร่วมร้องด้วยเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2550 สมาชิกวงเฉลียงทั้ง 6 รวมตัวจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งเพื่อจัดหารายได้ให้กับสมาคมนิสิตเก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนับสนุนด้านการศึกษาของคณะ มีชื่อว่า เหตุเกิด...ที่เฉลียง และมีนิยามว่า "ดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์" ที่ ศุ เป็นผู้ตั้ง [8] แสดงที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี สองรอบในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เวลา 13.00 น. และ 19.00 น. [9] และล่าสุด พ.ศ. 2559 วงเฉลียงได้มารวมตัวกันจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งในชื่อ ปรากฏการณ์เฉลียง แสดงที่ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ในวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2559 [10][11]

เอกลักษณ์ของคอนเสิร์ตเฉลียง[แก้]

คอนเสิร์ตเฉลียงมีรูปแบบพิเศษเฉพาะตัวคือมีการพูดคุยหลังจากจบเพลง เรื่องที่คุยมันจะเป็นเรื่องหยอกล้อกันระหว่างสมาชิกภายในวง หรือวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ในสังคมในมุมมองที่แตกต่างและขบขัน แฟนเพลงเฉลียงบางส่วนที่เข้าไปชมคอนเสิร์ตจึงให้ความสนใจส่วนพูดคุยมากพอๆ กับการฟังเพลง นอกไปจากนั้นระหว่างการแสดงบางบทเพลง เช่น นิทานหิ่งห้อย ร้องโดยศุ จะมีการเล่านิทานโดยเจี๊ยบสลับระหว่างท่อน

ในยุคก่อนหน้าคอนเสิร์ตแก้คิดถึง เฉลียงจะใช้บทเพลงอื่นๆ อีกมากมาย เป็นเพลงปิดคอนเสิร์ต โดยบางครั้ง มีการแก้เนื้อเพลงสร้างความแปลกใจให้กับผู้ชม

เฉลียงเฉพาะกิจ[แก้]

นอกจากผลงานเพลงเฉลียง 6 ชุดแล้ว เฉลียงยังคงมีผลงานอื่นๆ ที่เฉลียงรวมตัวกันแม้จะไม่ครบวง เช่น งานเพลงประกอบภาพยนตร์ งานคอนเสิร์ต และ เพลงประกอบสารคดี

ผลงานเพลง[แก้]

ขอแค่คิดถึง รวมเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ ที่เจี๊ยบเป็นผู้กำกับ มีผู้ร่วมงานคือ แต๋ง เกี๊ยง เจี๊ยบ และ ศุ ประกอบด้วยเพลง

  • ขอแค่คิดถึง
  • ลุ้น
  • วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ
  • ขอแค่คิดถึง (Acoustic Version)
  • วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ (Acoustic Version)
  • ขอแค่คิดถึง (Saxophone Version)
  • ขอแค่คิดถึง (Orchestra Version)

เพลงประกอบสารคดีดนตรีเล่าเรื่อง "น้ำคือชีวิต" ตอน น้ำเป็นแหล่งกำเนิดชีวิต เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ แต๋ง เกี๊ยง ศุ และนก

งานคอนเสิร์ต[แก้]

  • รวมมิตรให้มัน ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2543 เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ ดี้ เกี๊ยง แต๋ง และแขกรับเชิญคือ แว่น - จักราวุธ แสวงผล ศิษย์เก่าสถาปัตย์จุฬาฯ ที่ทำงานแต่งเพลงร่วมกับดี้
  • ครบเด็กสร้างบ้าน ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 13-14 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ ดี้ และ เกี๊ยง มีแขกรับเชิญคือ ต้นไม้ - ฌานดนู ไล้ทอง
  • คีตา แบ็ค ทู เดอะ ฟิวเจอร์ คอนเสิร์ต ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2550 เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ แต๋ง เกี๊ยง และนก
  • คอนเสิร์ต 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 25-26 สิงหาคม พ.ศ. 2550 เฉลียงประกอบด้วย ดี้ แต๋ง และ เกี๊ยง สองรายหลังมาเฉพาะวันที่ 25 สิงหาคม
  • เพลงแบบประภาส ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 4-6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ แต๋ง ศุ และ เกี๊ยง
  • เฉลียง 3 ฝ่าย มหรสพพูดและเพลง ตอน คนจะไทย ใครจะทน ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เฉลียงประกอบด้วย เจี๊ยบ ดี้ และ แต๋ง โดยมีเกี๊ยงขึ้นเวทีในช่วงท้าย
  • เพลงรักยุคคีตา โดย นกเฉลียง ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553 เฉลียงประกอบด้วย นก เกี๊ยง ศุ และเจี๊ยบ ทำการแสดงเพลงที่แต่งขึ้นโดยนก
  • วันซ์ อิน อะ ไลฟ์ ไทม์ คอนเสิร์ต โพรดิวซ์ บาย ภูษิต ไล้ทอง ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 20-21 มีนาคม พ.ศ. 2553
  • คอนเสิร์ตสวิงสวาย แบบ วัชระ ปานเอี่ยม ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
  • คอนเสิร์ตเพลงประภาส 2 ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ในวันที่ 9-11 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เฉลียงประกอบด้วย เกี๊ยง ศุ และเจี๊ยบ ทำการแสดงเพลงที่แต่งขึ้นโดย ประภาส

หนังสือ[แก้]

ประคำลูกโอ๊ค แปลโดย มนันยา จัดพิมพ์โดย กองทุนเฉลียงเพื่อมอบรายได้ให้มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ

ทริบิวท์เฉลียง[แก้]

เป็นอัลบั้มรวมเพลงที่รวบรวมศิลปินมาร้องเพลงของเฉลียง มีชื่อว่า คนอื่นๆอีกมากมาย ต่างบ้าน ต่างคน บนเฉลียง อำนวยการผลิตโดย โรจน์ชนา วโรภาษ ตัวอย่างศิลปินที่ขับร้อง

อ้างอิง[แก้]

  1. เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก หน้า 52
  2. เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้ หน้า 65
  3. เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้ หน้า 141-143
  4. เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้ หน้า 175
  5. เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้ หน้า 193
  6. ปฏิทินเฉลียงเดือนเมษายน จากเว็บวงเฉลียง
  7. ปฏิทินเฉลียงเดือนธันวาคม จากเว็บวงเฉลียง
  8. เฉลียงกลืนน้ำลายตัวเอง ขึ้นเวทีอีกครั้งเพื่อ 'ถาปัด' ข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
  9. หน้างานคอนเสิร์ตจากเวบวงเฉลียง
  10. การกลับมาขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบอีกครั้ง ของเฉลียง!
  11. คอนเสิร์ต โตโยต้า พรีเซนต์ ปรากฏการณ์เฉลียง ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์
  • เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก เรียบเรียงโดย สมชัยพหลกุลบุตร , ณ บ้านวรรณกรรม, ตุลาคม 2537
  • เฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้, สำนักพิมพ์ แม่ขมองอิ่ม, ธันวาคม 2543

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]