จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แกรมมี่)
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
(GMM Grammy Plubic Company Limited)
ประเภท บริษัทมหาชนจำกัด (SET:Grammy)
ก่อตั้ง 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 (34 ปี)
ผู้ก่อตั้ง เรวัติ พุทธินันทน์
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
ที่อยู่ เลขที่ 50 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บุคลากรหลัก

ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม-ประธานบริษัท
บุษบา ดาวเรือง-รองประธานบริษัท

กริช ทอมมัส-ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจเพลง
สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา-ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจสื่อ
ถกลเกียรติ วีรวรรณ-ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจทีวีดิจิทัล
สถาพร พานิชรักษาพงศ์-กรรมการบริหาร
กานต์สุดา แสนสุทธิ์ -ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน
จิตรลดา เฮงยศมาก -กรรมการบริหาร
จิราภรณ์ รุ่งศรีทอง-ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุน
ผลิตภัณฑ์ รายการโทรทัศน์ ละครโทรทัศน์ สื่อบันเทิง ดนตรี เพลง คอนเสิร์ต โชว์บิซ งานการแสดง อีเวนท์ ละครเวที สตูดิโอ สื่อสิ่งพิมพ์ และ สถานีโทรทัศน์
รายได้ 9,708.09 ล้านบาท (รายได้รวมปี พ.ศ. 2558) [1]
เว็บไซต์ www.gmmgrammy.com
www.gmember.com

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ของกิจการบันเทิง ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจดนตรี, สื่อ, ภาพยนตร์, ดิจิตอล, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม, สถานีวิทยุ, สื่อสิ่งพิมพ์, และ อีเวนต์เมเนจเม้นท์ แบบครบวงจร ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย[2] ก่อตั้งโดย ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม และเรวัต พุทธินันทน์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 และเป็นค่ายเพลงที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย[3] และอันดับ 3 ของเอเชีย จากการจัดอันดับของนิตยสารชื่อดังของอังกฤษ[4] นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทที่มีคนอยากเข้าทำงานมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของประเทศไทยอีกด้วย[5]

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทำธุรกิจทางด้านดนตรี สื่อ ภาพยนตร์ ดิจิตอล สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม สถานีวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และ อีเวนต์เมเนจเม้นท์ เป็นต้น โดยระยะแรกดำเนินธุรกิจหลักสร้างสรรค์ผลงาน เพลงไทยสากล โดยออกอัลบั้มชุดแรก นิยายรักจากก้อนเมฆ โดย แพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์ และผลิตรายการทีวี 3 รายการ ได้แก่ ยิ้มใส่ไข่, มันกว่าแห้ว และ เสียงติดดาว จากนั้นจึงเริ่มขยายกิจการ ไปสู่ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์และรายการวิทยุ บริษัทได้ขยายการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงอื่นๆ เช่น วิทยุ, ภาพยนตร์, การจัดคอนเสิร์ต, การศึกษา, สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ ของบริษัทในเครือ เช่นเทปและซีดีเพลงการขยายธุรกิจดังกล่าวส่งให้บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในปี พ.ศ. 2544 ข้อมูลเมื่อ เมษายน พ.ศ. 2559 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง 35,339 เพลง [6]

ปัจจุบันไพบูลย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวนรวม 392,646,499 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 47.89[7]

ประวัติ[แก้]

อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส (ตึกแกรมมี) ย่านสุขุมวิท 21 (ถนนอโศกมนตรี)

พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2529[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2526 ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นำเงินที่สะสมไว้ราว 4-5 แสนบาท มาเป็นทุนจดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด โดยร่วมกับ เรวัต พุทธินันทน์ นักดนตรีซึ่งมีชื่อเสียงในยุคนั้นและกลุ่มเพื่อนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตงานดนตรีแล้วบันทึกเพื่อจำหน่าย มีสถานะเป็นค่ายเพลง และผลิตศิลปินนักดนตรีเป็นหลัก ซึ่งผลงานลิขสิทธิ์ชิ้นแรกของแกรมมี่ คือการผลิตเพลงชุดมหาดุริยางค์ไทย ที่ประพันธ์โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) โดยในระยะแรกดำเนินธุรกิจหลักสร้างสรรค์ผลงานเพลงไทยสากล โดยมีศิลปินคนแรกคือ แพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์ โดยออกอัลบั้มชุดแรก นิยายรักจากก้อนเมฆ และต่อมาแกรมมี่ได้ผลิตรายการทีวี 3 รายการ ได้แก่ ยิ้มใส่ไข่, มันกว่าแห้ว และ เสียงติดดาว

ในปี พ.ศ. 2527 แกรมมี่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการออกอัลบั้ม เต๋อ 1 ของ เรวัต พุทธินันทน์ และพร้อมทั้ง คาราบาว อัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นอัลบั้มที่ 5 ของวงโดยมีแกรมมี่สนับสนุนอยู่ ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 5 ล้านตลับ เป็นสถิติยอดจำหน่ายอัลบั้มเพลงของศิลปินไทยที่สูงที่สุดของไทยไม่มีใครทำลายได้มาจนปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2529 มีการออกอัลบั้มแรกของ ธงไชย แมคอินไตย์ อัลบั้ม หาดทราย สายลม สองเรา[8] ออกวางตลาด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมทั้งเพิ่มการผลิต แนวเพลงร็อค ได้แก่ วงไมโคร ในอัลบั้มแรก ร็อค เล็ก เล็ก[9] ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่นกัน หลังจากจากนั้นมีผลงานต่อมาคือ หมื่นฟาเรนไฮต์[10] ซึ่งมีเพลงประจำคอนเสิร์ตมือขวาคือเพลง เอาไปเลย และ เต็มถัง[11] ซึ่งมีเพลงดังคือ ส้มหล่น

พ.ศ. 2531 - พ.ศ. 2536[แก้]

ในปี พ.ศ. 2531 จัดตั้งบริษัท เอ็มจีเอ จำกัด ( Music Generating Administration ) เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเทปเพลงและสินค้าบันเทิงต่างๆ จากนั้นจึงเริ่มขยายกิจการ ไปสู่ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์และรายการวิทยุ

ในปี พ.ศ. 2532 ได้ขยายธุรกิจวิทยุ โดยจัดตั้ง บริษัท เอไทม์ มีเดีย จำกัด ควบคุมโดย สายทิพย์ ประภาษานนท์ ออกอากาศ GreenWave และ Hot Wave เป็นสองสถานีแรก

ในปี พ.ศ. 2534 จัดตั้งบริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด โดยผลิตรายการโทรทัศน์ ควบคุมโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ และเริ่มออกอากาศละครซิทคอม เรื่อง "3 หนุ่ม 3 มุม" และในปีเดียวกัน ได้จัดสร้างบริษัท เอ็กซ์ทรอกาไนเซอร์ จำกัด เป็นธุรกิจการแสดงและคอนเสิร์ต ทำให้บริษัทเจริญเติบโตมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2536 บริษัทเริ่มต้นเข้าสู่ยุคแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์และภูมิปัญญาของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงและผลงานบันเทิง และเมื่อปี พ.ศ. 2537 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัท แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการทำธุรกิจดนตรี และสื่อควบคู่กันเรื่อยมา จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทที่ครองตลาดเพลงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย[12] โดยมีรายได้จากธุรกิจดนตรีไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ในปีเดียวกันเริ่มมีธุรกิจภาพยนตร์โดยชื่อว่า แกรมมี่ภาพยนตร์ หรือ แกรมมี่ ฟิล์ม และเมื่อปี พ.ศ. 2539 เริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ โดยการเข้าลงทุนในนิตยสารอิมเมจ

พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2547[แก้]

แล้วจากนั้นก็เริ่มขยายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเปิดบริษัทในประเทศไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2540 และในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการจัดตั้งสถาบันดนตรี โรงเรียนมีฟ้า แล้วปีถัดไปในปี พ.ศ. 2543 จัดตั้งหน่วยธุรกิจ E - Business

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2545 มีการปรับโครงสร้างธุรกิจและองค์กรครั้งใหญ่ โดยแบ่งการดำเนินธุรกิจเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (เปลี่ยนเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544) และก่อตั้งบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ควบคุมโดย สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เพื่อดำเนินธุรกิจสื่อทุกประเภท โดยนำทั้งสองบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท โดยมีการโอนขายบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจวิทยุ ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ และธุรกิจสิ่งพิมพ์ จำนวน 8 บริษัท

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 กลุ่มบริษัทมีกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจภาพยนตร์ ภายในปีเดียวกันมีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน โดย 365 ฟิล์ม ร่วมทุนสร้างกับ ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ หับ โห้ หิ้น เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดจากการฉายสูงสุดในปีนั้น ด้วยมูลค่าถึง 137.7 ล้านบาท และในปีเดียกัน ภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ ยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างมาก กำกับโดย เอกชัย เอื้อครองธรรม

จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีรายได้และกำไรสูงที่สุดนับแต่ก่อตั้ง เป็นจำนวนกว่า 6,671 ล้านบาท และเป็นผลให้มูลค่าตลาดของ กลุ่มบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีมูลค่ากว่า 11,025 ล้านบาท และในปีเดียวกันบริษัทตั้งเป้าหมายสู่การเป็น "King of content" โดยการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท ดีทอล์ก จำกัด เป็นธุรกิจโทรทัศน์, บริษัท สยามอินฟินินิท จำกัด ให้บริการเกมออนไลน์, บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด ธุรกิจภาพยนตร์ และบริษัท นินจา รีเทินส์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด รับจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ต[13]

พ.ศ. 2548 -พ.ศ. 2549[แก้]

ในช่วงปี พ.ศ. 2548 บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีเหตุการณ์สำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เดือนเมษายน ได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจอีเวนท์ โดยเข้าลงทุน 50% ในบริษัท อินเด็กซ์ อีเวนต์เอเจนซี่ จำกัด (มหาชน) ( Index Event ) ผ่านบริษัทย่อย บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ในเดือนเดียวกัน ได้รับผลโหวตให้เป็น "Best Small Cap" ของประเทศไทย และได้อันดับสองในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร FinanceAsia
  • เดือนมิถุนายน เข้าลงทุนใน บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น ช่องทางการจำหน่ายสินค้า
  • เดือนกรกฎาคม เข้าร่วมทุนในบริษัท คลีน คาราโอเกะ จำกัด เพื่อให้บริหารจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เพลง การจัดการเรียกเก็บเงิน จากตู้คาราโอเกะ โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท
  • เดือนกันยายน ลงทุนผ่านบมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เพื่อขยายเข้าสู่ธุรกิจหนังสือพิมพ์ โดยลงทุนใน มติชน ในสัดส่วน 20% และบริษัท โพสต์ พับบลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 23.6%

ในปี พ.ศ. 2549 เข้าร่วมทุนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม ฟิตเนส คลับ จำกัด เพื่อให้บริการด้านสถานออกกำลังกาย โดยบริษัทถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 40 ล้านบาท ในปีเดียวกัน เข้าร่วมทุนในบริษัท ลักษ์มิวสิก 999 จำกัด เพื่อขยายธุรกิจด้านผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเพลงโดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท

พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2555[แก้]

ในปีต่อมา พ.ศ. 2550 บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ทรี-อาร์ดี จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 จำนวน 2.63 ล้านบาท ในปีเดียวกัน บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนในหุ้นสามัญของแชนแนลวี ไทยแลนด์ มิวสิก ในสัดส่วนร้อยละ 25 จำนวน 16.65 ล้านบาท

จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 มีการปรับโครงสร้างธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่อีกครั้ง โดยเพิกถอน บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ออกจากตลาดหลักทรัพย์ และให้ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้าถือหุ้นทั้งหมด เพื่อควบรวมกิจการ โดยให้ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นบริษัทแม่ของกลุ่ม ส่งผลให้มีรายได้กำไรสุทธิในปีนั้น เป็นจำนวน 7,834 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดอีกครั้งนับแต่ก่อตั้ง

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2552 กลุ่มบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมถือหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัดส่วน 50% ผ่านบริษัทแฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด[14] โดย บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมขึ้นจำนวน 4 ช่องสัญญาณ ด้วยเงินลงทุนจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อนำเสนอในรูปแบบสถานีโทรทัศน์บันเทิง ซึ่งใช้เวลาออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง

ในปี พ.ศ. 2553 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีรายได้รวมสูงสุดกว่า 8,863 ล้านบาท ในปีเดียวกัน ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท แอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมเพื่อดำเนินการก่อสร้างสตูดิโอขนาดใหญ่ โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท และในปีเดียวกัน เข้าร่วมลงทุนในบริษัท ลักษ์ แซทเทิลไลท์ จำกัด เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ออกอากาศผ่านดาวเทียม โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท

ในปี พ.ศ. 2554 ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฮมช้อปปิ้งอันดับ 1 ของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อประกอบธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด 540 ล้านบาท

และในปี พ.ศ. 2555 เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เพื่อให้บริการแพลตฟอร์มโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด 100 ล้านบาท และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ได้ลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด เพื่อให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบเสียค่ารับชม (เพย์ ทีวี) โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด 1 ล้านบาท

พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน[แก้]

ในปี พ.ศ. 2556 ในเดือนมีนาคม จีเอ็มเอ็ม ไท หับ นำภาพยนตร์เรื่อง พี่มาก..พระโขนง ออกสู่สายตาประชาชนและทำรายได้ Box Office สูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่ 567 ล้านบาท

เดือนพฤษภาคม ในปีเดียวกัน จีเอ็มเอ็ม ไท หับเปิดตัวซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น จำนวนทั้งหมด 13 ตอน ออกฉายผ่านทางช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม จีเอ็มเอ็มวัน และผ่านช่องทางยูทูบ ซึ่งได้กลายเป็นซีรีส์ยอดนิยมระดับประเทศ สามารถทำยอดผู้ชมในยูทูบได้กว่า 80 ล้านผู้ชม

เดือนกันยายน ในปีเดียวกันทางบริษัทเพิ่มทุนเพื่อนำไปลงทุนใน Strategic Investment ด้วยอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ในราคาหุ้นละ 10 บาท จำนวน 106,052,989 หุ้น ส่งผลให้สามารถระดมเงินทุนคิดเป็นจำนวน 1 พันล้านบาท จำนวนหุ้นจดทะเบียนรวมทั้งหมด 636,317,936 หุ้น จำนวน 636,317,936 บาท และเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติและชนะการประมูล 2 ช่องได้แก่ช่องทั่วไปความคมชัดสูง (วาไรตี้เอชดี) และช่องทั่วไปความคมชัดมาตรฐาน (วาไรตี้เอสดี)

เดือนธันวาคม ในปีเดียวกันทางบริษัทได้เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ และชนะการประมูล 2 ช่องได้แก่ ช่องทั่วไปความ คมชัดสูง (วาไรตี้ เอชดี) และช่องทั่วไปความคมชัดมาตรฐาน (วาไรตี้ เอสดี)

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ช่องยูทูบของแกรมมี่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นช่องแรกในประเทศไทยและช่องแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำลายสถิติมีผู้ติดตามมากกว่า 10,000,000 คน[15]

กลุ่มบริษัทและธุรกิจในเครือ[แก้]

รายชื่อศิลปินในสังกัด[แก้]

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์

จีเอ็มเอ็ม ไท หับ (GTH)[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม ไท หับ

จีดีเอช ห้าห้าเก้า (GDH 559)[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีดีเอช ห้าห้าเก้า

ผลงานละครโทรทัศน์[แก้]

ช่องวัน[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ ช่องวัน

เอ็กแซ็กท์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ เอ็กแซ็กท์

ซีเนริโอ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ ซีเนริโอ

เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์

จีเอ็มเอ็ม 25[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม 25

จีเอ็มเอ็ม มีเดีย[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย

จีเอ็มเอ็ม บราโว[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม บราโว

เอไทม์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ เอไทม์

จีเอ็มเอ็ม ไท หับ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม ไท หับ

จีดีเอช ห้าห้าเก้า[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีดีเอช ห้าห้าเก้า

จีเอ็มเอ็ม ทีวี[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่ จีเอ็มเอ็ม ทีวี

ช่องโทรทัศน์ระบบภาคพื้นดิน ดาวเทียมและเคเบิลทีวี[แก้]

ปี พ.ศ. 2551 เปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม แฟนทีวี ที่ออกอากาศครั้งแรกผ่านกล่องดาวเทียมและเคเบิลทีวีทั่วประเทศ เป็นช่องรายการเพลงและเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่จากค่ายลูกทุ่ง เปิดเพลงลูกทุ่ง และลูกทุ่งคาราโอเกะในเครือแกรมมี่ เริ่มออกอากาศเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 ต่อมาเดือนกันยายน พ.ศ. 2555 ได้พัฒนาระบบโทรทัศน์ความคมชัดละเอียดสูง (High Definition Television) เป็นช่องแรกของเมืองไทย ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ได้มีช่วงเพลงไทยสากลสมัยใหม่จากจีเอ็มเอ็ม มิวสิค มาผนึกในช่องแฟนทีวีด้วย ในเวลา 19.00 น.-01.00 น. ทุกวัน (1 ตุลาคม 2551 - ปัจจุบัน)
ปี พ.ศ. 2554 บริษัท จีเอ็มเอ็ม บรอดแคสติง จำกัด เปิดสถานีโทรทัศน์ทีวีดาวเทียม วันสกาย-วัน ผ่านกล่องดาวเทียมวันสกาย เป็นช่องรายการวาไรตี้คุณภาพจากจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น จีเอ็มเอ็มแซตฮิตส์ และ จีเอ็มเอ็มวัน ตามลำดับ ต่อมาได้โอนย้ายกิจการเป็นของ บริษัท จีเอ็มเอ็มวัน ทีวี จำกัด เพื่อเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลทีวี ช่องวัน ที่ออกอากาศทางกล่องทีวีดิจิตอลและเสาอากาศดิจิตอล ช่อง 31 รวมถึงทางจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ช่อง 41 และตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2558 จะออกอากาศที่ช่องหมายเลข 31 เพียงช่องเดียว ทุกแพลตฟอร์ม
ปี พ.ศ. 2557 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด เปิดสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลทีวี จีเอ็มเอ็ม 25 ที่ออกอากาศทางกล่องทีวีดิจิตอลและเสาอากาศดิจิตอล ช่อง25 รวมถึงทางจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ช่อง35 และตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2558 จะออกอากาศที่ช่องหมายเลข 25 เพียงช่องเดียว ทุกแพลตฟอร์ม

รางวัลที่บริษัทได้รับ[แก้]

  • รางวัลบริษัทที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และบริหารยอดเยี่ยม อันดับ 1 ของเอเชีย จาก นิตยสารฟาร์อีสเทอร์น นิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก (ปี 2005)
  • "Asia's Best Under A Billion" หนึ่งในบริษัทชั้นนำของเอเชีย ซึ่งได้รับการจัดอันดับจาก นิตยสารฟอร์บส์ให้เป็น 1 ในบริษัทสุดยอดแห่งเอเชีย
  • รางวัลบริษัทที่มีบรรษัทภิบาลดีเด่น (Good Corporate Governance) ปี (2005-2007)
  • รางวัลองค์กรยอดนิยมของประเทศไทยประจำปี 2550

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. http://www.gmmgrammy.com/th/vtr-grammy.htm
  3. กว่าจะเป็น GMM Grammy...อันดับ1ของประเทศไทย
  4. ผลการจัดอันดับค่ายเพลงที่ดีที่สุดในเอเชีย
  5. 10 บริษัทในประเทศไทยที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด
  6. https://www.ipthailand.go.th/images/A/190459_copy.pdf
  7. ข้อมูลผู้ถือหุ้น บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน), เซ็ตเทรด.คอม
  8. ธงไชย แมคอินไตย์ อัลบั้ม หาดทราย สายลม สองเรา
  9. ไมโคร อัลบั้ม ร็อค เล็ก เล็ก
  10. ไมโคร อัลบั้ม หมื่นฟาเรนไฮต์
  11. ธนไมโคร อัลบั้ม เต็มถัง
  12. ผู้ครองตลาดเพลงอันดับ1ของไทย หน้า 4
  13. http://www.gmmgrammy.com/th/mile-stone-grammy.htm
  14. http://www.gmmchannel.com/aboutus
  15. ขอขอบคุณแฟนๆทุกคน ที่ทำให้ GMM GRAMMY OFFICIAL มีผู้ติดตาม 10 ล้าน Subscribers เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากเฟซบุ๊ก

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]