พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
Pongprom - tribute to rewat 1998-9-5.jpg
คอนเสิร์ต จากเพื่อน พี่และน้อง แด่เรวัต พุทธินันทน์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2541
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ชื่อเล่น ปุ้ม
แนวเพลง โปรเกรสซีฟร็อก, เวิลด์มิวสิค
อาชีพ นักดนตรี, นักร้อง, นักแต่งเพลง
เครื่องดนตรี คีย์บอร์ด
ช่วงปี พ.ศ. 2528 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Warner Music
แกรมมี่
Butterfly Records
ส่วนเกี่ยวข้อง ตาวัน
ท็อด ทองดี
คาราบาว
อัสนี-วสันต์
ศุ บุญเลี้ยง
เว็บไซต์ http://www.siameseproject.com/

พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (ชื่อเล่น: ปุ้ม) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ปุ้ม ตาวัน เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรี อดีตสมาชิกวงแมคอินทอชและตาวัน ในตำแหน่งมือคีย์บอร์ด และร้องนำ

ประวัติ[แก้]

ปุ้มเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2505 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยเข้าเรียนรุ่นเดียวกับ ศุ บุญเลี้ยง สมาชิกวงดนตรีเฉลียง

ผลงานดนตรี[แก้]

เริ่มอาชีพนักแต่งเพลง และนักดนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยการแต่งดนตรีประกอบละครเวที หัวเราะกับน้ำตา (กำกับการแสดงโดย ภาสุรี ภาวิไล) เข้าทำงานเป็นนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักดนตรีบันทึกเสียง กับบริษัท บัตเตอร์ฟลาย มีผลงานเพลงเบื้องหลังศิลปินต่าง ๆ รวมทั้งแต่งเพลงโฆษณา เพลงประกอบละคร สารคดี และดนตรีประกอบภาพยนตร์ และได้เคยเล่นคอนเสิร์ตร่วมกับวงแมคอินทอชในระยะหนึ่ง ก่อนที่วงแมคอินทอชจะแยกตัวไป

ในปี พ.ศ. 2535 ปุ้มได้เข้าทำงานที่ ดี-เดย์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่มีความชอบในการแต่งเพลงมากกว่าทำงานด้านบริหาร จึงย้ายมาทำงานกับเต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ ที่บริษัทแกรมมี่ ในตำแหน่งนักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ สังกัด RPG มีผลงานเบื้องหลังศิลปินชื่อดังจำนวนมาก จนกระทั่งเต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2539 จึงลาออกมาเปิดสถาบันผลิตบุคลากรสายอาชีพบันเทิง ชื่อ Gen-X Academy

ปุ้มยังได้ร่วมงานกับอดีตนักดนตรีวงแมคอินทอช อีก 3 คน คือกิติพันธ์ ปุณกะบุตร, มรุธา รัตนสัมพันธ์ และ วงศกร รัศมิทัต ร่วมด้วย ชัยวัฒน์ จุฬาพันธุ์ ในชื่อวง "วงตาวัน" มีผลงานในแนวโพรเกรสซีฟร็อก จำนวน 5 ชุด คือ

  1. หุ่นกระบอก (พ.ศ. 2528 สังกัด Grammy)
  2. ม๊อบ (พ.ศ. 2535 สังกัด SFX)
  3. 12 ราศี (พ.ศ. 2536 สังกัด ดี-เดย์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์)
  4. Autography (พ.ศ. 2537 สังกัด วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์)
  5. The PROmISE (พ.ศ. 2539 สังกัด วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์)

หลังจากยุบวงตาวันในปี พ.ศ. 2539 ปุ้มได้ออกผลงานเดี่ยวในแนว World Music ผสมผสานกับเครื่องดนตรีไทย โดยถ่ายทอดปรัชญาของทิเบต ได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนของเซอร์เกียม ตรุงปะ (Chögyam Trungpa Rinpoche) ชื่ออัลบั้ม Shambala มาจากชื่ออาณาจักรโบราณของทิเบต โดยใช้ชื่อศิลปินว่า พรหม (Prohm)

ในปี พ.ศ. 2549 ปุ้มได้ผลิตผลงานชื่อ H.M.BLUES โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันของไทยมาตีความใหม่ในรูปแบบดนตรีร่วมสมัย เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับดนตรี และเรียบเรียงเสียงประสานเนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาขับร้องใหม่ในครั้งนี้ จัดเป็น 2 อัลบั้ม คือ

  1. เพลงพระราชนิพนธ์ H.M. BLUES ชุด อนุรักษ์
  2. เพลงพระราชนิพนธ์ H.M. BLUES ชุด ร้อง บรรเลง เพลงของพ่อ

โดยพงษ์พรหม ยังได้เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง เพลงเทิดพระเกียรติ King Of Kings ซึ่งรวมอยู่ใน เพลงพระราชนิพนธ์ H.M. BLUES ชุด ร้อง บรรเลง เพลงของพ่อ

ปัจจุบัน ปุ้มยังคงทำงานบริหารให้บริษัท Butterfly Records และทำงานค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับดนตรี World Music และดนตรีในอุษาคเนย์ โดยข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมในเว็บไซต์ Siamese Project เป็นอาจารย์พิเศษวิชาการแต่งเพลงให้กับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสอนวิชาการแต่งเพลง การใช้คอมพิวเตอร์ในงานดนตรี และการออกแบบเสียง ที่ GenX Academy

รางวัลทางดนตรี[แก้]

เฟซบุ๊ก[แก้]

อ้างอิง[แก้]