สุนารี ราชสีมา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุนารี ราชสีมา
สุนารี20.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง ทิม สอนนา
ชื่อเล่น สุ
เกิด 16 มีนาคม พ.ศ. 2511 (50 ปี)
แหล่งกำเนิด อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา
แนวเพลง ลูกทุ่ง, ลูกกรุง, เพื่อชีวิต, ป็อป, ป็อปร็อก
อาชีพ นักร้อง, นักแสดง
ช่วงปี พ.ศ. 2526 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง ชัวร์ออดิโอ (อดีต)
ส่วนเกี่ยวข้อง

ประจวบ จำปาทอง
สุขสันต์ หรรษา
ชลธี ธารทอง
จิตรกร บัวเนียม

The Mask Singer หน้ากากนักร้อง (หน้ากากแม่มด)

สุนารี ราชสีมา (16 มีนาคม พ.ศ. 2511 - ปัจจุบัน) เป็นนักร้องและราชินีเพลงเพลงลูกทุ่งไทย สุนารีมีความโดดเด่นในเรื่อง Range เสียงคือมีช่วงเสียงที่กว้าง (สามารถร้องโน้ตต่ำและโน้ตสูงได้ดี) และเสียงหนาเป็นเอกลักษณ์มักหาคนเลียนแบบได้ยาก[ต้องการอ้างอิง] นอกจากนี้แล้วสุนารีสามารถร้องเพลงโดยสื่ออารมณ์ผ่านเสียงร้องออกมาได้เป็นอย่างดี มีไวเบรโต้หรือลูกคอที่หาตัวจับยาก ด้วยเหตุนี้เพลงของสุนารีจึงเป็นเพลงที่ร้องยากเป็นอย่างมากทั้งการถ่ายทอดอารมณ์ เสียงต่ำ และเสียงสูง เช่นเพลง "จำเสี่ยงเลี้ยงพ่อ" เป็นเพลงที่ได้การโหวตจากนักร้องประกวดว่าเป็นเพลงที่ร้องยากมากที่สุด รวมถึงเพลง "กลับไปถามเมียดูก่อน" ที่มีท่อนที่เสียงต่ำสุดและสูงสุด ยากต่อการร้องเพลงมากๆ แต่ สุนารีก็ถ่ายทอดออกมาอย่างดีมาก เพลงนี้มีชื่อเสียงถึงขีดสุด เนื่องจากยุคนั้นเป็นยุคที่คาเฟ่กำลังเฟื่องฟู นักร้องคาเฟ่นิยมนำมาร้อง ทำให้เพลงนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างสูง โดยสุนารีมีผลงานสร้างชื่อจากเพลง "กราบเท้าย่าโม", "สุดท้ายที่กรุงเทพ" และอีกมากมาย[ต้องการอ้างอิง]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

สุนารี มีชื่อจริงว่า ทิม สอนนา (ชื่อเล่น: สุ[1]) เป็นชาวอำเภอโนนไทย (ปัจจุบันได้ถูกแบ่งออกเป็น อำเภอพระทองคำ) จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านทำนบพัฒนา เป็นบุตรของนายเทียม และ นางยม สอนนา เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2511 เริ่มเข้าสู่การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเมื่ออายุ 13 ปี เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ขณะมีอาชีพคนงานโรงงานเย็บผ้า จนได้เข้าประกวดร้องเพลงในรายการ "ชุมทางคนเด่น" โดยใช้ชื่อ "สุนารี ราชสีมา" ซึ่งเป็นชื่อของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ได้รับตำแหน่งสูงสุดเป็นรองชนะเลิศประจำปีฝ่ายหญิง พ่ายแพ้ให้กับ น้ำอ้อย พุ่มสุข แต่ สุขสันต์ หรรษา นักจัดรายการวิทยุ มีความชื่นชอบในน้ำเสียงของสุนารี แม้ว่าจะมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่สวยดีนัก จึงชักชวนให้เข้ามาเป็นนักร้องอัดแผ่นเสียงในที่สุด

สุนารีบันทึกเสียงเพลงชุดแรกคือ "ลาโคราช" (แก้กับเพลง น้ำตาหล่นที่โคราช ของ แสนสุข แดนดำเนิน) และชุดที่สอง "กลับโคราช" โดยใช้ชื่อ "ทับทิม นิยมทอง" แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเป็นเพลงเร็ว เมื่อมาอยู่ในสังกัดชัวร์ออดิโอ โดยกลับมาใช้ชื่อ สุนารี ราชสีมา จากการแนะนำของ ชลธี ธารทอง จึงเริ่มบันทึกเสียงเพลงชุด "มือถือไมค์ไฟส่องหน้า" จนกระทั่งเพลง "กลับไปถามเมียดูก่อน" ซึ่งเป็นเพลงจังหวะช้า กลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับเพลง "กราบเท้าย่าโม" และ "สุดท้ายที่กรุงเทพ" ทำให้สุนารีครองตำแหน่ง ราชินีลูกทุ่งนับแต่นั้นมา และเป็นนักร้องต้นแบบให้กับผู้สมัครเข้าประกวดร้องเพลงลูกทุ่งรุ่นหลัง[2][3] โดยที่สุนารียังคงมีผลงานเพลงออกมาสม่ำเสมอ และสามารถร้องได้หลากหลายแนว นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงละคร และภาพยนตร์อีกด้วย

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

คบหากับ แฟนหนุ่มชาวชาวเนเธอร์แลนด์ ชื่อ วาวเตอร์ วัย 27 ปี มาเป็นเวลา 2ปี มีอายุห่างกันถึง 20 ปี ปัจจุบันจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2559 ย้อนเส้นทางความรักของ สุนารี และ วาวเตอร์ พบรักกันที่ร้านอาหารย่านสุขุมวิทจากนั้นได้มีการติดต่อกันเรื่อยมา จนวันนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ปัจจุบันสุนารี ได้สมรสกับ แฟนหนุ่ม วาวเตอร์ เดราฟ แฟนหนุ่มชาวเนเธอร์แลนด์วัย 27 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559 [4]

เส้นทางศิลปิน[แก้]

สุนารี เริ่มเข้าสู่การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งตามงานต่างๆ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว และในการประกวดร้องเพลงในรายการ ชุมทางคนเด่น ของนายห้างประจวบ จำปาทอง เธอก็เริ่มใช้ชื่อว่าสุนารี ราชสีมา โดยชื่อสุนารี นั้นเป็นชื่อของเพื่อนคนหนึ่ง และสุนารีรู้สึกชอบชื่อนี้อย่างมาก จึงนำชื่อมาใช้ในการประกวด การประกวดรายการนี้ รอบแรกๆเริ่มกันตั้งแต่ที่ต่างจังหวัด และผู้ชนะในรอบจังหวัด จะถูกเชิญตัวมาประกวดในส่วนกลาง ซึ่งสุนารี ก็ชนะในรอบต่างจังหวัด เธอเล่าว่าต้องขโมยข้าวเปลือกแม่ไปขาย เพื่อหาค่ารถไปประกวด และไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว ต้องใช้น้ำก็อกรองท้องในวันที่ประกวด

และในการเข้ามาประกวดในส่วนกลาง สุนารี ราชสีมา ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ อดเป็นนักร้องอัดแผ่นตามที่ฝันไว้ แต่หลังจากที่ผิดหวังกลับมา สุขสันต์ หรรษา หรือ จ่าประจวบ เสริมสุข นักจัดรายการวิทยุที่ติดใจน้ำเสียงของเธอจากการประกวดรายการชุมทางคนเด่น ได้มาพบที่บ้านพี่สาว เพื่อนำตัวไปเป็นนักร้องอัดแผ่นเสียง โดยตอนนั้น จ่าจวบทำวงดนตรีชาตรี ศรีชล และแสนสุข แดนดำเนิน อยู่ด้วย

ที่นี่ สุนารี ที่ใช้ชื่อว่า ทับทิม นิยมทอง ได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกชื่อ " ลาโคราช " แก้กับเพลง " น้ำตาหล่นที่โคราช " จากนั้นก็มีผลงานชุดที่ 2 ตามมาอีกชื่อ " กลับโคราช " แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งสองชุด ทำให้เธอรู้สึกท้อถอยอย่างมาก แต่ก็ได้กำลังใจจากหลายคน จากนั้นเธอก็มาอยู่ในสังกัดของชัวร์ออดิโอ โดยกลับมาใช้ชื่อ สุนารี ราชสีมา เหมือนตอนประกวด และก็มีผลงานตามมาอีกหลายชุด แต่ก็ไม่ดัง เพราะบริษัทมุ่งโปรโมท แต่เพลงเร็วๆ เพลงสำหรับเต้นสไตล์พุ่มพวง ทำให้เสียงตอบรับไม่ดีนัก แต่พอมาถึง ชุดทางสายใหม่ เสียงตอบรับในเพลง " กลับไปถามเมียดูก่อน " ซึ่งเป็นเพลงช้าๆกลับดีมาก บริษัทจึงเริ่มหันมาโปรโมทเพลงช้า และทำให้เพลงช้าที่ร้องไว้ในยุคก่อนๆ กลับมาดังด้วย อย่างเช่นเพลง กราบเท้าย่าโม นั้นก็บันทึกเสียงไปในชุดก่อน ก็กลับมาดังที่หลัง และนับตั้งแต่นั้นมา สุนารี ราชสีมา ก็เป็นชื่อที่คนไทยคุ้นหูและเมื่อถึงเวลานั้น สุนารี ราชสีมา ก็โด่งดังระเบิดระเบ้อทั่วฟ้าเมืองไทยไปเสียแล้ว และปัจจุบัน ก็ขึ้นมาเป็นราชินีลูกทุ่งคนที่ 3 ของเมืองไทยอีกคนต่อจาก ผ่องศรี วรนุช และพุ่มพวง ดวงจันทร์ ถ้าเราจะจัดตำแหน่งราชินีลูกทุ่งขึ้นอีกสักตำแหน่ง สุนารี ราชสีมา เข้าสู่วงการในยุคคาบเกี่ยวของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ของลูกทุ่ง และการที่ธุรกิจลูกทุ่งก้าวเข้าสู่วงการโทรทัศน์ เรื่องนี้จึงมีผลเสียต่อเธอเป็นอย่างมาก เพราะการที่สุนารีมีเสียงแบบทันสมัย ไม่ใช่เสียงแบบนักร้องรุ่นเก่าพิมพ์นิยมอย่างผ่องศรี วรนุช ทำให้เธอพ่ายแพ้ในการประกวดร้องเพลงครั้งสำคัญในชีวิ ต และไม่ได้รับการผลักดันเข้าสู่วงการตามที่คาดหวังไว้ และการที่เธอไม่สวย รูปร่างไม่ดี ก็ทำให้นายทุนเกือบไม่กล้าลงทุนในยุคที่นักร้องลูกทุ่งต้องออกสื่อโทรทัศน์จึงจะเร่งยอดขายเทปได้

ครูชลธี ธารทอง ผู้ผลักดัน สุนารี ราชสีมา จนโด่งดังถึงทุกวันนี้ บอกไว้ในหนังสือ " ชลธี ธารทอง - เทวดาเพลง " ว่า สุนารี สาวจากโคราชผู้มากด้วยพรสวรรค์ แต่อาภัพวาสนาถ้าไม่ดิ้นรนอย่างแสนสาหัส ไต่เต้ามาจากการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ ในที่สุดเธอก็ชนะการประกวดที่เวทีตลาดแสงเนตร ที่รามอินทรา กม.8 โดยในยุคนั้น เวทีนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญของการผ่านไปประกวดระดับประเทศ หลังจากชนะที่ตลาดสายเนตร เธอก็ก้าวสู่ระดับประเทศ คือการประกวดที่รายการ" ชุมทางเสียงทอง " ของนายห้างประจวบ จำปาทอง ที่ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สุดท้ายแล้วในรอบชิงชนะเลิศ ทิม สอนนา นักร้องตัวใหญ่ ขาใหญ่ ที่ไม่มีอะไรดึงดูดใจกรรมการนอกจากเสียงใสมีพลัง ก็พ่ายแพ้ให้กับ น้ำอ้อย พุ่มสุข ไปแบบเฉียดฉิว ชลธี เล่าเบื้องหลังในเรื่องนี้เอาไว้ว่า ในคณะกรรมการที่มีอยู่ 15 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มยังเติร์ก มีครูชลธี เป็นแกนนำ และกลุ่มโอลเติร์ก ที่มีครู มงคล อมาตยกุล เป็นแกนนำ กลุ่มแรกมี 7 เสียง กลุ่มหลังมี 8 เสียง กลุ่มแรกตัดสินใจยกมือให้ ทิม สอนนา ที่ร้องเพลงของพุ่มพวง โดยให้เหตุผลว่า เสียงมีอนาคต ส่วนกลุ่มหลัง ตัดสินใจชูมือให้น้ำอ้อย ที่ร้องเพลงของผ่องศรี ที่กลุ่มครูชลธีบอกว่ามีเสียงเพราะ แต่แคบ

หลังจากที่โต้แย้งกันอยู่นาน ก็ตกลงกันไม่ได้ เลยขอให้นักร้องทั้งสองร้องสดๆอีกคนละเพลง ครูชลธียืนยันว่า ทิม สอนนา ร้องได้ดีกว่าน้ำอ้อย พุ่มสุขมาก แต่กลุ่มครูมงคล ก็ยังคงชูมือให้น้ำอ้อยเหมือนเดิม ทำให้เธอชนะไปในที่สุด และด้วยความไม่พอใจ ครูชลธี ถึงกับ ประกาศกลางเวทีว่า จะผลักดันผู้แพ้ให้เป็นนักร้องดังให้จงได้ในเวลาไม่เ กิน 2 ปี

ครูชลธี ทำได้ตามที่ประกาศ แต่ก็ยอมรับว่า ลำบากอยู่ไม่น้อย สุนารีมีผลงานชุดแรกชื่อ " ลาโคราช " แต่ก็แป้ก เพราะมีแค่คนพอรู้จัก สุนารีเองก็เคยท้อแท้อยู่หลายครั้งเมื่อต้องเจอกับชี วิตจริงของคนลูกทุ่งตกยาก ที่ต้องกินข้าวกับน้ำปลาอยู่บ่อยครั้ง ต้องถ่ายหนักถ่ายเบาแบบไม่มีน้ำล้าง เพราะโดนตัดน้ำตัดไฟยามที่ไม่มีงานเข้ามา

2 ปี พอดีหลังจากการพ่ายแพ้ ทางชัวร์ออดิโอ ได้หันมาทำเพลงลูกทุ่ง หลังจากผิดหวังกับเพลงสตริง ครูชลธีเลยหาทางดันสุนารี แต่หลังจากเห็นหน้าตา นายห้างก็บอกว่าจะไหวหรือ ขายังกับต้นกล้วย ตัวก็ใหญ่เหลือเกิน แต่หลังจากให้ความมั่นใจกันอย่างเต็มที่ ทางบริษัทก็ทำเพลงให้เธอชุดหนึ่ง สุนารีก็เริ่มไปได้สวยในถนนลูกทุ่งและทุกวันนี้ไม่มี ใครที่ไม่รู้จัก สุนารี ราชสีมา

เกียรติยศ[แก้]

สุนารี ราชสีมา ได้รับรางวัลพระราชทานในงาน "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย' ทั้ง 2 ครั้ง จากเพลง "กราบเท้าย่าโม" แต่งโดย เลิศ ศรีโชค เมื่อปี พ.ศ. 2532 และเพลง "สุดท้ายที่กรุงเทพ" แต่งโดย จิตรกร บัวเนียม ในปี พ.ศ. 2534 และยังได้รับโอกาสสูงสุดในชีวิต จากการขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "ส้มตำ" ในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ปี พ.ศ. 2534 ต่อมาได้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกหลายเพลง เพื่อบันทึกเสียงในชุด "มณีพลอยร้อยแสง"[5]

ผลงานเพลง[แก้]

สังกัดก่อน ชัวร์ออดิโอ[แก้]

สังกัด ชัวร์ ออดิโอ[แก้]

สังกัด กรุงไทย ออดิโอ[แก้]

สังกัด ไรท์มิวสิค (ไทยแลนด์) จำกัด[แก้]

สังกัด ลาวเด้อเรคคอร์ด จำกัด[แก้]

สังกัด เทโร ลูกทุ่ง[แก้]

สังกัด โฟร์เอส สตูดิโอ จำกัด[แก้]

สังกัด เมโทรแผ่นเสียง-เทป (1991) จำกัด[แก้]

สังกัด โรส มีเดีย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด[แก้]

สังกัด ท๊อปไฟว์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด[แก้]

สังกัด กรีนไลฟ์ เน็ตเวิร์ค จำกัด[แก้]

สังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)[แก้]

บทเพลงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ "วศิษฏศิลปิน"[แก้]