เขาทราย แกแล็คซี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เขาทราย แกแล็คซี่
Khaosai Galaxy.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง สุระ แสนคำ
ฉายา ซ้ายทะลวงไส้
วันเกิด 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 (59 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท
ค่ายมวย แกแล็คซี่บ็อกซิ่งโปรโมชั่น
ผู้จัดการ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์
ผู้ฝึกสอน ชนะ ทรัพย์แก้ว
พงษ์ ถาวรวิวัฒน์บุตร
สถิติ
ชก 50
ชนะ 49
ชนะน็อก 43
แพ้ 1
เสมอ

เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นอดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของ สมาคมมวยโลก (WBA) เป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย มีชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ ได้รับฉายาว่า ซ้ายทะลวงไส้ นอกจากนี้แล้ว เขาทรายยังมีพี่ชายฝาแฝด ซึ่งเป็น อดีตแชมป์โลกเช่นเดียวกันคือ เขาค้อ แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท WBA โดยมีระยะเวลาที่เป็นแชมป์โลกคู่กัน ซึ่งทำให้นับเป็นแชมป์โลกคู่แฝดรายแรกของโลกอีกด้วย

หลังครองตำแหน่งเขาทรายสามารถป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน นับเป็นสถิติโลกสูงสุด ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทถึงปัจจุบัน และเป็นสถิติสูงสุดอันดับ 3 ในการป้องกันแชมป์โลกทุกรุ่นในขณะนั้น มีสถิติป้องกันตำแหน่งโดยชนะน็อค 16 ครั้ง ชนะคะแนนเพียง 3 ครั้ง และได้ประกาศแขวนนวมในฐานะ แชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 2,628 วัน หรือ 7 ปี 2 เดือน 30 วัน

ในปี พ.ศ. 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ "World Boxing Hall of Fame" จากสมาคมมวยโลก โดยได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตต้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยสถิติการชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อคถึง 43 ครั้ง คิดเป็นสถิติชนะด้วยการน็อคเอ้าท์ถึง ร้อยละ 87.75 และเคยแพ้คะแนนเพียงครั้งเดียว การชนะน็อคถึง 43 ครั้ง ยังนับเป็นสถิติโลกสูงสุด ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

วัยเด็ก[แก้]

เขาทรายเป็นบุตรของนายขัน แสนคำ และนางคำ แสนคำ เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ที่บ้านเฉลียงลับ ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ จบการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเฉลียงลับวิทยา ชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนประสิทธิวิทยา และระดับอาชีวศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากโรงเรียนเทคนิคเพชรบูรณ์

การชกมวยไทย[แก้]

เขาทรายเริ่มหัดชกมวยไทยครั้งแรกกับ ครูปราการ วรศิริ ขณะมีอายุได้ 14 ปี ด้วยน้ำหนักตัว 40 ปอนด์ ขึ้นชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2515 ใช้ชื่อว่า "ดาวเด่น เมืองศรีเทพ" โดยมี ครูมานะ พรหมประสิทธิ์ เป็นเทรนเนอร์ ตระเวนชกในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีปัญหาในการชกมวยไทยเนื่องจากเสียเปรียบความสูง ทำให้ต้องลดน้ำหนักมากเพื่อชกกับมวยรุ่นเล็กกว่า เป็นสาเหตุให้หลายครั้งหมดแรงไม่สามารถชกมวยไทยได้ดีเท่าที่ควร

ในการชกมวยไทยอาชีพครั้งสุดท้ายกับ กังสดาล ส.ประทีป ต้องคุมน้ำหนักเพื่อชกในพิกัดรุ่น 108 ปอนด์ ทั้งที่ขนาดร่างกายต้องอยู่รุ่น 118 ปอนด์ แต่เพราะตัวเตี้ยเสียเปรียบจึงต้องชกในรุ่นต่ำกว่าเพื่อให้ได้คู่ชกที่ความสูงใกล้เคียงกัน การลดน้ำหนักครั้งนั้นทำให้หมดแรงและแพ้คะแนนขาดลอย นับเป็นการชกที่เจ็บตัวที่สุดในชีวิต แม้จะมีปัญหาเรื่องความสูงและต้องลดน้ำหนักอยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสถิติการชกมวยไทยดีพอสมควรเนื่องจากพลังหมัดที่หนักหน่วง จากการชกมวยไทยรวม 54 ครั้ง สามารถชนะ 43 ครั้ง (น็อค 30 ครั้ง) แพ้ 8 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง

หลังการชกกับ กังสดาล ส.ประทีป นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ (แชแม้) โปรโมเตอร์ชื่อดังที่ชักชวนให้มาชกที่กรุงเทพฯ ในชื่อ "เขาทราย วังชมภู" (ต่อมาเปลี่ยนชื่อหลังตามชื่อค่ายว่า "แกแล็คซี่" ซึ่งเป็นชื่อกิจการภัตตาคารของนักธุรกิจชื่อดังคือ นายอมร อภิธนาคุณ ซึ่งเป็นเพื่อนของนิวัฒน์) ได้สนับสนุนให้เขาทรายเปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ นับเป็นการเริ่มต้นตำนานแชมป์โลกของ เขาทราย แกแล็กซี่

การชกมวยสากล[แก้]

ชีวิตการชก มวยไทย ของเขาทราย ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนได้รับการปรามาส จากแฟนมวยว่า "เขาควาย" จึงเบนเข็มมาชกมวยสากล โดยฝึกมวยสากลจาก "ครูเฒ่า-ชนะ ทรัพย์แก้ว" และ "เกา คิม หลิน-ทวิช จาติกวณิช" และเมื่อเป็นแชมป์โลกเปลี่ยนมาเป็น "โกฮง-พงษ์ ถาวรวิวัฒน์บุตร"

เมื่อเปลี่ยนมาชกมวยสากลเขาทรายสามารถชนะน็อค ด้วยหมัดซ้ายติดต่อกัน 5 ครั้ง ชนะคะแนนอีก 1 ครั้ง เขาทรายมีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นแบนตั้มเวท กับ ศักดา ศักดิ์สุรีย์ แชมป์ในขณะนั้น เมื่อ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ก่อนการชก ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเขาทรายน่าจะเป็นฝ่ายชนะน็อคได้ไม่ยาก เพราะศักดาน้ำหนักเกินรุ่นแบนตั้มเวทไปมาก ถึงวันชั่งน้ำหนักยังต้องอบตัวและออกวิ่งกว่าจะทำน้ำหนักตามพิกัดได้ เมื่อขึ้นเวทีชกกันจริง ๆ ปรากฏว่าเขาทรายเข้าไม่ติด ไม่สามารถใช้หมัดซ้ายชกศักดาได้จัง ๆ เพราะเสียเปรียบช่วงชกมาก ศักดาใช้ช่วงชกที่ได้เปรียบชกทำคะแนนนำไปก่อนแม้จะอ่อนแรงในยกท้าย ๆ และถูกเขาทรายต่อยจนแตกทั้งสองคิ้ว เมื่อเขาทรายชกศักดาลงไปให้กรรมการนับสิบไม่ได้ ครบสิบยก ศักดาจึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป [1]

หลังจากชกแพ้ในครั้งนั้น นิวัฒน์ผู้จัดการจัดให้เขาทรายชกกับสึงูยูกิ โทมะ นักมวยสากลชาวญี่ปุ่นเป็นการแก้หน้าในครั้งต่อมา ซึ่งเขาทรายเป็นฝ่ายชนะน็อคได้ในยกที่ 4 และในการชกครั้งต่อมาเขาทรายชนะน็อก ศักดิ์สมัย ช.ศิริรัตน์ ได้ครองแชมป์ แบนตั้มเวท เวทีมวยราชดำเนิน ที่ว่างอยู่เนื่องจากศักดาสละแชมป์ไป และนับจากชกชนะสึงูยูกิ เขาทรายไม่เคยแพ้ใครอีกเลยจนได้ชิงแชมป์โลก

หลังได้ครองแชมป์แบนตั้มเวท ราชดำเนิน เขาทรายลดรุ่นลงมาชกในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท สามารถชกชนะติดต่อกัน 17 ครั้ง โดยเป็นการชนะน็อคถึง 15 ครั้ง รวมทั้งชนะน็อค วิลลี่ เจนเซ่น รองแชมป์โลกจูเนียร์แบนตั้มเวท ได้ขึ้นชิงแชมเปี้ยนโลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทที่ว่างลง ของสมาคมมวยโลก(WBA) กับ ยูเซปีโอ เอสปีนัล นักชกชาวโดมินิกัน ที่เวทีมวยราชดำเนิน และสามารถชนะน็อคได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 และยังทำสถิติป้องกันแชมป์ได้ติดต่อกันถึง 19 ครั้ง มากที่สุดของทวีปเอเชีย โดยทำลายสถิติเดิมของ ชาง จุงกู นักมวยสากลชาวเกาหลีใต้ ที่ป้องกันได้ 15 ครั้ง และเป็นสถิติโลก ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ด้วย เทียบเท่ากับ ยูเซปิโอ เปรโดซ่า อดีตแชมป์โลก รุ่นเฟเธอร์เวท WBA ที่ทำสถิติป้องกันแชมป์เอาไว้ถึง 19 ครั้งเท่ากัน โดยเขาทรายทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน

เขาทราย แกแล็คซี่ นับว่าเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ในสมัยที่ยังชกมวยอยู่ ได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า "ซ้ายทะลวงไส้" จากหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกลำตัวที่ยอดเยี่ยม เป็นนักมวยที่ไปชกป้องกันตำแหน่งนอกประเทศหลายครั้ง รวมทั้งเคยป้องกันกับนักมวยชาวไทยด้วยกัน คือ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ และแทบทุกครั้งของการชก เขาทรายจะได้รับชัยชนะอย่างงดงาม ความนิยมในตัวเขาทรายมีถึงขนาดที่ว่า เมื่อใดที่เขาทรายชก ถนนในกรุงเทพฯจะว่าง เพราะทุกคนรีบกลับบ้านไปดูเขาทราย

เกียรติยศ[แก้]

เขาทราย เมื่อปี พ.ศ. 2555

เขาทราย เป็นนักมวยที่ได้รับการกล่าวขานมาก จนอาจเรียกว่าเป็นนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเกียรติยศมากที่สุดก็ว่าได้ เช่น ได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมหลายครั้ง ได้รับการยกย่องจากหลายวงการไม่เฉพาะวงการกีฬา ได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของ WBA ในปี พ.ศ. 2542, ในหอเกียรติยศในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กีฬาไทยของการกีฬาแห่งประเทศไทย และได้รางวัลนักกีฬาขวัญใจมหาชน จากการโหวตของแฟนกีฬาชาวไทยของบริษัทสยามสปอร์ต จำกัด ในปี พ.ศ. 2550 ทั้งที่เขาทรายแขวนนวมไปแล้วเกือบ 20 ปี[2] รวมถึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)[3]

และในปี พ.ศ. 2554 ได้ยการยกย่องให้เป็นสุดยอดนักมวยแห่งรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท หรือ 115 ปอนด์ ตลอดกาล ของ WBA[4]

อีกทั้งยังเป็นนักมวยรายแรกด้วย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ ประเพณีการมอบทองและของรางวัล ก่อนการชกบนเวที ซึ่งเริ่มมาจาก การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 9 ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยครั้งนั้นมีนายวัฒนา อัศวเหม เป็นประธานจัด ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มของการจัดชกมวยของนักการเมืองด้วย

ประวัติการชกมวยสากล[แก้]

วันที่ คู่ชก สัญชาติ สังเวียน ผลการแข่งขัน หมายเหตุ
17 ธันวาคม 2523 ศักดา ศักดิ์สุรีย์  ไทย กรุงเทพมหานคร แพ้คะแนน 10 ยก ชิงแชมป์รุ่นแบนตั้มเวท เป็นครั้งเดียวที่เขาทรายชกแพ้
25 มกราคม 2525 ศักดิ์สมัย ช.ศิริรัตน์  ไทย ชนะน็อก ยกที่ 7 ครองตำแหน่งแชมป์ประเทศไทยรุ่นแบนตั้มเวท
21 พฤศจิกายน 2527 เอวเซบีโอ เอสปีนัล  สาธารณรัฐโดมินิกัน สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 6 ครองตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทของสมาคมมวยโลก

เอสปีนัลแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

6 มีนาคม 2528 ดง ชุนลี  เกาหลีใต้ สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 7 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1

ดง ชุนลีแพ้น็อกครั้งแรก

17 กรกฎาคม 2528 ราฟาเอล โอโรโน  เวเนซุเอลา สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 5 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2
23 ธันวาคม 2528 เอ็ดการ์ มอนเซร์รัต  ปานามา สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 2 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3
1 พฤศจิกายน 2529 อิสราเอล กอนเตรรัส  เวเนซุเอลา กือราเซา

เนเธอร์แลนด์แอนทิลลีส

ชนะน็อก ยกที่ 5 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 4 และครั้งแรกในต่างประเทศ

กอนเตรรัสแพ้ครั้งแรกและได้รับบาดเจ็บซี่โครงหักต้องพักรักษาตัวนาน 1 ปี[5]

28 กุมภาพันธ์ 2530 เอลลียัส ปีกัล  อินโดนีเซีย สนามกีฬาแห่งชาติเสนายัน

จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ชนะน็อก ยกที่ 14[6] ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 5

เอลลียัส หรือเอลลี่แพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

12 ตุลาคม 2530 ช็อน บย็อง-กวัน  เกาหลีใต้ สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 3 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 6

ช็อน บย็อง-กวันแพ้น็อกครั้งแรก

26 มกราคม 2531 ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ  ไทย สนามมวยเวทีลุมพินี

กรุงเทพมหานคร

ชนะคะแนน 12 ยก ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 7 โดยเป็นครั้งแรกกับนักชกชาวไทยด้วยกัน

และครั้งแรกที่เขาทรายชกครบยกในการป้องกันตำแหน่ง

9 ตุลาคม 2531 ชเว ชังโฮ  เกาหลีใต้ โซล ประเทศเกาหลีใต้ ชนะน็อก ยกที่ 8 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 8

ชเว ซังโฮแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

15 มกราคม 2532 ชาง แทอิล  เกาหลีใต้ ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ

ชนะน็อก ยกที่ 2 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 9

ชาง แทอิลแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

8 เมษายน 2532 เค็นจิ มัตสึมูระ  ญี่ปุ่น บังกะยิม โยโกฮามะ

จังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น

ชนะคะแนน 12 ยก ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 10
29 กรกฎาคม 2532 อัลเบร์โต กัสโตร  โคลอมเบีย สนามกีฬาศรีณรงค์

จังหวัดสุรินทร์

ชนะน็อก ยกที่ 10 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 11

กัสโตรแพ้น็อกครั้งแรก

31 ตุลาคม 2532 เค็นจิ มัตสึมูระ  ญี่ปุ่น เวิลด์เมโมเรียลฮอลล์ โคเบะ

จังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น

ชนะน็อก ยกที่ 12 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 12

มัตสึมูระแพ้น็อกครั้งแรก

29 มีนาคม 2533 อาลี บลังกา  ฟิลิปปินส์ สนามมวยราชดำเนิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะน็อก ยกที่ 5 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 13

อาลี บลังกาแพ้น็อกครั้งแรก

30 มิถุนายน 2533 ชุนอิจิ นากาจิมะ  ญี่ปุ่น จังหวัดเชียงใหม่ ชนะน็อก ยกที่ 8 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 14

นากาจิมะแพ้น็อกครั้งแรก

29 กันยายน 2533 คิม ยง-คัง  เกาหลีใต้ จังหวัดสุพรรณบุรี ชนะน็อก ยกที่ 6 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 15

คิม ยง-คังแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

9 ธันวาคม 2533 เอร์เนสโต ฟอร์ด  ปานามา จังหวัดเพชรบูรณ์ ชนะน็อก ยกที่ 6 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 16

ฟอร์ดแพ้น็อกครั้งแรก

7 เมษายน 2534 ปาร์ค แจชุก  เกาหลีใต้ จังหวัดสมุทรสงคราม ชนะน็อก ยกที่ 5 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 17

ปาร์ก แจชุกแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

20 กรกฎาคม 2534 ดาบิด กรีมัน  เวเนซุเอลา ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ

ชนะน็อก ยกที่ 5 ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 18

กรีมันแพ้น็อกครั้งแรกและครั้งเดียว

22 ธันวาคม 2534 อาร์มันโด คัสโตร  เม็กซิโก สนามกีฬาเทพหัสดิน

กรุงเทพมหานคร

ชนะคะแนน 12 ยก ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 19
คู่ชกของเขาทราย แกแล็กซี่

ทั้งที่เคยเป็นแชมป์โลกมาก่อน และได้เป็นแชมป์โลกในเวลาต่อมามีทั้งหมด 8 ราย คือ

  1. ปาร์ค ชาน ยอง (Park Chang Yong) คู่ชกอุ่นเครื่อง ต่อมาได้แชมป์โลก รุ่นแบนตัมเวท (115 ปอนด์) WBA
  2. ราฟาเอล โอโรโน (Rafael Orono) อดีตแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) WBA สองสมัย
  3. อิสราเอล กอนเตรรัส (Israel Contreras) ต่อมาได้แชมป์โลก รุ่นแบนตัมเวท (118 ปอนด์) WBO และ WBA
  4. เอลลียัส ปิกัล (Ellyas Pical) อดีตแชมป์โลก รุ่น 115 ปอนด์ IBF 2 สมัย และต่อมาได้แชมป์ รุ่น 118 ปอนด์ IBF
  5. ชเว ชังโฮ (Chang Ho Choi) อดีตแชมป์โลก รุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) IBF
  6. ชาง แทอิล (Tae-Il Chang) อดีตแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) IBF
  7. คิม ยง-คัง (Kim Yong Kang) อดีตแชมป์โลก รุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) WBC และต่อมาได้แชมป์รุ่นฟลายเวท WBA
  8. ดาบิด กรีมัน (David Griman) ต่อมาได้แชมป์โลก รุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) WBA

ชีวิตหลังแขวนนวม[แก้]

เขาทราย แกแล็คซี่ ขณะออกเทปร่วมกับสามารถ พยัคฆ์อรุณ และ สมรักษ์ คำสิงห์ ในชื่ออัลบั้ม "3 หมัด สะบัดไมค์" (พ.ศ. 2549)
ไฟล์:Khaosai galaxy v.s. eusebio espinal.jpg
ชนะน็อกยก 6 ยูเซบิโอ เอสปินัล ได้ครองแชมป์โลก

หลังแขวนนวม เขาทรายออกอัลบั้มเพลงมาชุดหนึ่ง เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุน ชื่อชุด "ขอบคุณครับ" และมีพิธีมงคลสมรส กับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น "ยูมิโกะ โอตะ" ที่พบกันในการป้องกันตำแหน่งที่นั่นโดยมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีที่จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 แต่ได้หย่าขาดกันในเวลาต่อมา โดยเขาทรายให้เหตุผลว่า เพราะวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมแตกต่างกัน[7]

เขาทรายสมรสครั้งที่ 2 กับ นางสุรีรัตน์ แสนคำ (ชื่อเล่น: ฟ้า) ซึ่งเป็นชาวบุรีรัมย์[7] โดยที่ไม่มีลูกด้วยกัน ซึ่งนางสุรีรัตน์ได้รับลูกชายของน้องชายมาเลี้ยงดูเสมือนลูก[8] ต่อมาในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2556 เขาทรายได้สมรสเป็นครั้งที่ 3 กับเจ้าสาวซึ่งเป็นชาวนครศรีธรรมราช นางสาว วรรณภา ขำบุญศรี (ชื่อเล่น: หนึ่ง) [9] โดยที่ยังไม่ได้เลิกรากับภรรยาคนเก่าอย่างเป็นทางการ แต่ในที่สุดก็เลิกรากันได้ด้วยดีกับภรรยาคนเก่า [8] ซึ่งปัจจุบันเขาทรายได้อาศัยอยู่แถวย่านรัชดากับภรรยา วรรณภา ขำบุญศรี และ ลูกสาว 2 คน สุจรรย์จิรา แสนคำ (ชื่อเล่น: น้องไข่มุก) และ ลวิตรา แสนคำ (ชื่อเล่น: น้องโอลีฟ) [10] [11]

เขาทรายเคยมีกิจการร้านหมูกระทะ โต๊ะสนุกเกอร์ หลังคารถกระบะ และกิจการค้าขายทางด้านเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรที่จังหวัดสระบุรี งานอดิเรกของเขาทรายในยามว่าง คือ การปลูกผักสวนครัวเพื่อรับประทานเองในครอบครัว ไว้ในที่ดินที่บ้านพัก [12] และรับงานแสดงในวงการบันเทิงในฐานะตัวประกอบเป็นครั้งคราวด้วย โดยเริ่มจากบท "ทิดเคน" จาก ภูตแม่น้ำโขง ทางช่อง 7 ในปี พ.ศ. 2535 และตามด้วยเรื่องต่าง ๆ เช่น มนต์รักลูกทุ่ง ในปี พ.ศ. 2538, นายขนมต้ม ทางช่องเดียวกันทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2539 หรือ สุริโยไท ในปี พ.ศ. 2544 เป็นต้น

ส่วนในวงการมวย ยังทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ให้กับนักมวยในสังกัดของนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ อดีตผู้จัดการบ้างเป็นครั้งคราว เช่น เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม และ พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม

ในทางการเมือง เขาทรายเข้าเป็นสมาชิก พรรคเพื่อแผ่นดิน และลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วน ลำดับที่ 3 กลุ่มจังหวัดที่ 2 ของพรรคเพื่อแผ่นดิน ในการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ต่อมาในการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เขาทรายได้ย้ายไปอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมกับเพื่อนนักมวยอีก 3 คน คือ สมรักษ์ คำสิงห์, มนัส บุญจำนงค์ และเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง โดยในครั้งนี้เขาทรายได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด[13] แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง โดยได้รับคะแนนไปทั้งสิ้น 8,485 คะแนน[14]

ทางด้านการเรียน การศึกษา หลังแขวนนวมแล้ว เขาทรายได้เริ่มต้นศึกษาใหม่ โดยการไปสมัครเรียนในหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนทั้งหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย จนกระทั่งจบ และได้เข้าศึกษาต่อคณะศิลปศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา จนกระทั่งจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2555 [15]

ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557 เขาทรายได้ร่วมกับภรรยาคนปัจจุบัน คุณหนึ่ง เปิดโรงเรียนสอนมวยไทยขึ้นแก่บุคคลทั่วไป ที่ซอยอินทามระ 47 ด้วยทุนกว่า 1,500,0000 บาท โดยใช้ชื่อว่า "เขาทราย แกแล็คซี มวยไทยยิม" โดยเขาทรายเป็นผู้ลงมือสอนด้วยตัวเอง[16] ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559 ก็ได้เปิดอีกสาขาหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมกับสนามมวยแห่งหนึ่ง และยังผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์จัดรายการมวยไทยอีกด้วย[17]

ผลงานบันเทิง[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • 2539 ไม้ที พู่กัน แอนด์โซ้ยตี๋
  • 2541 เสือโจรพันธ์เสือ
  • 2544 สุริโยไท
  • 2546 ดึก ดำ ดึ๋ย
  • 2561 ออนซอนเดย์

ละครโทรทัศน์[แก้]

ฯลฯ

อ้างอิง[แก้]

  1. ส.ส.ส. เรื่องเก่าเล่าใหม่: แพ้ครั้งเดียวของเขาทราย “ซ้ายทะลวงไส้”. นิตยสารมวยโลก. เล่มที่ 1129 หน้า 40 – 41 เมษายน 2549
  2. ปวีณา-มนัส-พงษ์ศักดิ์เล็กคว้า"สยามกีฬาอวอร์ดส์"เขาทรายขวัญใจมหาชน
  3. "สุระ แสนคำ,เขาทราย แกแล็คซี่". พิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 12 June 2016. 
  4. ของจริง! WBA ยก(เจ้าระ)เขาทราย เป็นแชมป์โลกตลอดกาล จากผู้จัดการออนไลน์
  5. อดีต'เขาทราย'ไม่ได้แชมป์โลกมนตรีล้มละลาย จากไทยรัฐ
  6. เทปการชกป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 5 ของ เขาทราย แกแล็คซี่ กับ เอลลี่ ปิกัล
  7. 7.0 7.1 ย้อนรอยตำนานรัก(ร้าว) ยอดแชมป์โลก '... จากไทยรัฐ
  8. 8.0 8.1 เขาทรายยอมจ่าย 2 ล้านหย่าน้องฟ้า จากเดลินิวส์
  9. ‘เขาทราย แกแล็คซี่’อดีตแชมป์โลกชื่อดังเมืองไทยซุ่มเงียบยกขบวนขันหมากแต่งงานกับสาวเมืองคอนดีกรีปริญญาโทอังกฤษ
  10. [1]
  11. [2]
  12. คอลัมน์ คุยนอกสนาม โดย พิจิตร กาญจนกุล หน้า 15 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับที่ 22,088 ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553
  13. เปิดตัว"สมรักษ์-เขาทราย"ลง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา จากเนชั่น แชนแนล
  14. ผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดเพชรบูรณ์
  15. สมใจ"ซ้ายทะลวงไส้" เขาทราย แกแล็คซี่ จากสยามสปอร์ต
  16. “เขาทราย” ทุ่ม 1.5 ล้าน เปิดยิมสอนมวยไทย จากผู้จัดการออนไลน์
  17. หน้า 19 กีฬา, เขาทรายจัดศึกทะลวงไส้ที่ภูเก็ต. "ย่อยข่าวกีฬา". เดลินิวส์ฉบับที่ 24,309: วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แรม 12 ค่ำ เดือน 5 ปีวอก

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]