โลโซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โลโซ
รีรัน.jpg
จากซ้ายไปขวา: รัฐ, เสก, ใหญ่
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด ไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
แนวเพลง ร็อก, ออลเทอร์นาทิฟร็อก, กรันจ์ (ช่วงแรก)
ช่วงปี พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2546
ค่ายเพลง มอร์ มิวสิก
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
สมาชิก เสกสรรค์ ศุขพิมาย
กิตติศักดิ์ โคตรคำ
อภิรัฐ สุขจิตร์
อดีตสมาชิก ณัฐพล สุนทรานู

โลโซ (อังกฤษ: Loso) เป็นวงดนตรีร็อกสัญชาติไทย สังกัดค่ายมอร์ มิวสิก ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นวงดนตรีแนวร็อกเนื้อหาฟังเข้าใจง่ายซึ่งในช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นศิลปินที่ขายฝีมือไม่ได้ขายหน้าตาที่สามารถแจ้งเกิดได้ โดยทุกอัลบั้มของโลโซนั้นประสบความสำเร็จทุกชุดได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนฟัง สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังส่วนใหญ่ เนื้อหาของเพลงเข้าใจง่าย เป็นวงดนตรีที่ได้ประสบความสำเร็จมากที่สุดวงหนึ่งของประเทศไทย นำโดย เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ซึ่งเป็นทั้งนักร้องนำ มือกีตาร์และคนเขียนเนื้อเพลงของวงทั้งหมด

สมาชิก[แก้]

ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น ช่วงปี ตำแหน่งในวง วันเกิด
เสกสรรค์ ศุขพิมาย เสก พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2545 นักร้องนำ, กีตาร์, แต่งเนื้อร้อง - ทำนอง 7 สิงหาคม พ.ศ. 2517 (42 ปี)
กิตติศักดิ์ โครตคำ ใหญ่ พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2545 กลองชุด, ร้องประสาน, ร้องนำเพลง เราและนาย, เธอชอบนาย, โชคดี 22 มกราคม พ.ศ. 2516 (44 ปี)
อภิรัฐ สุขจิตร์ รัฐ พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2541, พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2545 เบส, ร้องประสาน, ร้องนำเพลง เธอชอบนาย, โชคดี 20 กันยายน พ.ศ. 2510 (49 ปี)

อดีตสมาชิก[แก้]

  • ณัฐพล สุนทรานู (กลาง) – เบส, ร้องประสาน (พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2544)

ประวัติ[แก้]

ก่อตั้งวง[แก้]

จุดเริ่มต้นของวงโลโซเริ่มเกิดขึ้นจาก เสกสรรค์ ศุขพิมาย (เสก) โดยเสกได้เข้าสู่เส้นทางดนตรีอาชีพโดยการตระเวนเล่นดนตรีอาชีพตามผับในหลายจังหวัด และได้ไปเรียนงานช่างไฟฟ้าที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา จากนั้นก็ได้เจอกับเพื่อนนักดนตรีอาชีพเดียวกันอย่าง อภิรัฐ สุขจิตร์ (รัฐ) และ กิตติศักดิ์ โคตรคำ (ใหญ่) ซึ่งมีความรักในสิ่งเดียวกันนั่นก็คือดนตรีและมีหัวคิดทางดนตรีที่ก้าวหน้าเหมือนกัน โดยเสกชอบแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกแบบวงเนอร์วานา ซึ่งมีสมาชิกวงเพียงแค่ 3 คน จึงได้ตกลงคุยกันและร่วมกันก่อตั้งวง ในนามโลโซ โดยชื่อของวงดัดแปลงมาจากคำว่า ไฮโซ ซึ่งมาจากคำที่มีความหมายถึงคนชั้นสูง โดยชื่อโลโซนี้เป็นคำที่สะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของวงรวมถึงเป็นการถ่อมตน

ในปลายปี พ.ศ. 2537 ภายหลังจากการตั้งวงโลโซ จึงได้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร เพื่อตระเวนเล่นดนตรีตามผับต่างๆ แต่ได้มีเหตุผลบางอย่างทำให้วงโลโซทั้งสามคนคือ เสก รัฐ และใหญ่ ต้องแยกย้ายกันไปก่อน โดยเสกและใหญ่ได้ไปเล่นดนตรีตามผับในกรุงเทพ(ต่อมาใหญ่ได้ไปเป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้กับ ปิยะวัฒน์ เปี่ยมเบี้ย) ส่วนรัฐได้ไปเล่นดนตรีประจำที่ต่างจังหวัด แต่ก็แยกย้ายกันได้ไม่นานก็กลับมารวมตัวกันทำเพลงพร้อมกับบันทึกเสียงอัลบั้มเพลงเวอร์ชัน Demo และนำไปเสนอกับบริษัทค่ายเพลงต่างๆ แต่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นศิลปิน เพราะรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายของทั้งสามคน เนื่องจากศิลปินนักร้องที่โด่งดังในยุคนั้น จะต้องมีหน้าตาที่ดีหรือเป็นนักแสดงมาก่อน แต่โลโซไม่ได้ท้อถอย ยังเดินหน้าเล่นดนตรีต่อไป

ประสบความสำเร็จ[แก้]

วันหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ต้องการจะทำวงดนตรีจึงได้ชักชวนวงโลโซมาเป็นวงแบ็คอัพ และได้ออกอัลบั้มเพลงชุด เด็กหลังห้อง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2539 ภายหลังจากนั้นแท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ได้แนะนำเสกให้นำอัลบั้มเพลง Demo ไปเสนอกับค่ายมอร์ มิวสิก ของอัสนี โชติกุล ในเครือของแกรมมี่ ซึ่งอัลบั้มเพลง Demo ดังกล่าวผ่านประกอบกับช่วงดนตรีที่เปลี่ยนไปสู่ยุคของดนตรีร็อคที่เน้นความสามารถมากกว่าหน้าตา ทำให้โลโซได้แสดงความสามารถและออกอัลบั้มชุดแรกของวงโลโซ ใช้ชื่อชุดว่า Lo Society ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2539 ซึ่งอัลบั้มนี้มีแนวเพลงที่มีความเป็นร็อคแอนด์โรล ฟังง่าย ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังเพลงส่วนใหญ่ แต่ในช่วงอัลบั้มวางขายช่วงแรกๆ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก จึงได้มีการเพิ่มเพลงใหม่เข้าไปในอัลบั้มรวมไปถึงเพลง ไม่ต้องห่วงฉัน พร้อมกับเปลี่ยนปกอัลบั้มใหม่ ทำให้อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จมาก ทั้งด้านยอดขายและเพลงในอัลบั้ม ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงและเป็นขวัญใจขาร็อคทั่วประเทศ มีเพลงดังฮอตฮิตติดกระแสอย่าง ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป), ไม่ต้องห่วงฉัน, เราและนาย, ไม่ตายหรอกเธอ, คุณเธอ ทำให้ชื่อของเสกสรรค์ ศุขพิมาย และวงโลโซเป็นที่จดจำของแฟนเพลงชาวไทยจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 วงโลโซก็ได้มีผลงานอัลบั้มพิเศษในชื่อ LOSO Special ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ จักรยานสีแดง ที่ได้ซูเปอร์สตาร์สุดฮอตในยุคนั้นอย่าง มอส ปฏิภาณ และ ทาทา ยัง เป็นคู่พระนางในเรื่อง มีเพลงอย่าง จักรยานสีแดง ซึ่งเป็นเพลงสุดฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียว ในอัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งๆที่อัลบั้มนี้มีเพลงเพียง 5 เพลงเท่านั้น

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2541 วงโลโซก็ได้ออกอัลบั้มเพลงชุดที่ 2 ในชื่อ Loso Entertainment อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวง ด้วยยอดขายอัลบั้มเกินล้านชุด ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของโลโซมากขึ้น ซึ่งอัลบั้มนี้มีเพลงที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากและเป็นเพลงสัญลักษณ์ของวงโลโซ ก็คือเพลง ซมซาน, อะไรยอม เป็นต้น

ยุคหลัง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2542 รัฐได้ออกจากวงโลโซไปเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว ทำให้วงโลโซต้องหยุดการทัวร์คอนเสิร์ตและพักวงไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนจะมาทำอัลบั้มชุดที่ 3 ของวงต่อ ชื่อชุดว่า Rock & Roll โดยที่มีนักดนตรีในห้องบันทึกเสียงเพียงแค่ 2 คนคือ เสกและใหญ่ เพลงในอัลบั้มได้ดึงเอาความเป็นอเมริกันร็อกเข้ามาเพิ่มสีสันทางอารมณ์ดนตรีเข้าไป แต่ยังคงความเป็นร็อกไทยแบบโลโซเหมือนเดิม เพลงที่เป็นที่รู้จักในอัลบั้มนี้คือเพลงใจสั่งมา, สาหัส เป็นต้น และอัลบั้มนี้ได้ชักชวน ณัฐพล สุนทรานู (กลาง) เพื่อนนักดนตรีด้วยกันและอดีตมือเบสสมาชิกวงเฌอ เข้ามาร่วมงานกับวงโลโซในฐานะนักดนตรีแบ็คอัพชั่วคราว และร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับวงแทนรัฐไปก่อน

ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 วงโลโซได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 ชื่อว่า Losoland ซึ่งความหมายในอัลบั้มนี้สื่อถึงการยกระดับของวงโลโซจาก Lo Society ซึ่งหมายถึง สังคมชั้นต่ำ ซึ่งสังคมชั้นต่ำนี้ได้ยกระดับตัวเองเป็นเมืองชั้นต่ำที่ยิ่งใหญ่ขี้น มีเพลงที่สร้างชื่อเสียงในอัลบั้มนี้ ก็คือเพลง มอไซต์รับจ้าง, คนบ้า, รอยยิ้มนักสู้ เป็นต้น อัลบั้มชุดนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จทางด้านยอดขาย เนื่องจากพิษภัยของเทปผีซีดีเถื่อนที่ระบาดไปทั่วประเทศ ซึ่งศิลปินในยุคนั้นต้องประสบปัญหานี้รวมไปถึงวงโลโซด้วย แต่โลโซก็ยังมีชื่อเสียงต่อเนื่องไปและไม่ท้อถอยแต่อย่างใด ยังเดินหน้าต่อไป โลโซได้ออกอัลบั้มต่อไปอีก 6 เดือนต่อมาชื่อชุดว่า ปกแดง เมื่อเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน มีเพลงดังอย่างเช่นเพลง พันธ์ทิพย์, 5 นาที, ฝนตกที่หน้าต่าง, เคยรักฉันบ้างไหม และอัลบั้มชุดนี้กลางได้ออกจากวงโลโซไป และได้รัฐกลับมาเล่นให้กับวงโลโซอีกครั้ง หลังหายหน้าจากวงไปเกือบ 3 ปี และอีก4 เดือนต่อมาโลโซได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ของวงชื่อว่า โลโซเพื่อเพื่อน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ณ เวลโลโดรม สนามกีฬาหัวหมาก ซึ่งเป็นการแสดงคอนเสิร์ตครั้งเดียว และรอบแรกเดียวของวงโลโซ มีแฟนเพลงโลโซและขาร็อคมากมายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

แยกย้ายและปัจจุบัน[แก้]

หลังจากคอนเสิร์ตใหญ่ผ่านพ้นไป โลโซได้ทัวร์คอนเสิร์ตต่อจนถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2545 โลโซก็ได้หยุดทัวร์คอนเสิร์ต และในปี พ.ศ. 2546 เสกได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้ยุบวงโลโซแล้ว เนื่องจากถึงจุดอิ่มตัวของวงและขอพักวงการเพื่อไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ พร้อมกับฝากผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา ชื่อชุดว่า 7 สิงหา หลังจากเสกเรียนจบก็กลับเข้าสู่วงการดนตรีต่อ ในฐานะศิลปินเดี่ยวจนถึงปัจจุบัน

่ในส่วนสมาชิกคนอื่นๆ

  • อภิรัฐ สุขจิตร์ (รัฐ) ได้ไปร่วมเป็นสมาชิกของวงฟาเรนไฮธ์ แต่ก็ออกจากวงไปในช่วงอัลบั้ม "เอ็กตร้า ฟาเรนไฮธ์" ต่อมาได้กลับมาเล่นร่วมกับเสกอีกครั้ง โดยเป็นแบ็คอัพให้ในอัลบั้ม "แบล็กแอนด์ไวต์" และหลังจากนั้นรัฐได้ยุติการเล่นดนตรีเนื่องจากต้องไปรักษาตัวจากโรคไตและทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ยังเล่นดนตรีให้กับเสกในบางโอกาส
  • กิตติศักดิ์ โคตรคำ (ใหญ่) ไปร่วมเป็นสมาชิกของวงฟาเรนไฮธ์เช่นเดียวกับรัฐ และรับงานแบ็คอัพมือกลองให้กับ อัสนี-วสันต์ ในปี พ.ศ. 2556 ใหญ่ได้ก่อตั้งวงใหม่ขึ้นในชื่อ "เดอะจิ๊กโก๋" ร่วมกับอาคม นุชนิล (เอก) อดีตมือเบสวงฟาเรนไฮธ์และวงแท๊กซี่ โดยเอกเป็นคนร้องนำกับเบส และใหญ่เป็นมือกลอง โดยหลังจากที่ใหญ่ออกจากวงโลโซไปก็ไม่เคยหันร่วมงานกับเสกอีกเลย เนื่องจากเหตุผลส่วนตัว
  • ณัฐพล สุนทรานู (กลาง) หลังจากออกจากวงตั้งแต่อัลบั้มโลโซแลนด์ไป 4 ปีกลางได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของวง "พลพรรครักเอย" โดยมี "ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง" เป็นนักร้องนำ โดยทำหน้าที่เล่นเบส และก็หายหน้าจากวงการไป

ผลงานเพลง[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม[แก้]

LO SOciety
อัลบั้มชุดแรกของโลโซ วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2539 ในปีต่อมาได้มีอัลบั้มพิเศษโดยเปลี่ยนปกใหม่และเพิ่มเพลงอีก 3 เพลงคือ ไม่ต้องห่วงฉัน (แบบโดด), ไม่ตายหรอกเธอ และ ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป) (Acoustic)
  1. คุณเธอ
  2. I Wanna Love You
  3. อยากบอกว่าเสียใจ
  4. ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป)
  5. อยากลอง
  6. ไม่ต้องห่วงฉัน
  7. คุณหรือใคร?
  8. ดาว
  9. ขับถ่ายของเสีย
  10. งานช่างไฟฟ้า
  11. เราและนาย
LOSO Special
อัลบั้มพิเศษ ของโลโซ วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2540 เป็นอัลบั้มรูปแบบมินิอัลบั้ม (EP) ในอัลบั้มนี้มีเพลงประกอบภาพยนตร์ จักรยานสีแดง เข้ามาไว้ ตามด้วยเพลงใหม่อีก 4 เพลง
  1. จักรยานสีแดง
  2. โลกใบใหม่
  3. แทบขาดใจ
  4. เคยบอกว่ารักกัน
  5. เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
Entertainment
อัลบั้มลำดับที่ 2 ของโลโซ วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2541
  1. อยากเห็นหน้าคุณ
  2. คนไม่ดี
  3. อะไรก็ยอม
  4. ซมซาน
  5. เงิน
  6. เลิกแล้วต่อกัน
  7. ด้วยตัวเราเอง
  8. สบายอยู่แล้ว
  9. รักเมืองไทย
  10. แม่
  11. หนีเมือง หนีเธอ
Rock & Roll
อัลบั้มลำดับที่ 3 ของโลโซ วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2542 อัลบั้มนี้ กลาง เข้ามาร่วมวงชั่วคราว เล่นตำแหน่งมือเบสแทนรัฐที่รักษาตัว อัลบั้มนี้โลโซดึงเอาความเป็นอเมริกันร็อกเข้ามาเพิ่มสีสันทางอารมณ์ดนตรีเข้าไปแต่ยังคงความเป็นร็อกไทยแบบโลโซไว้เช่นเดิม พวกเขามีงานมากขึ้นการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศทำโลโซได้ใกล้ชิดกับแฟนเพลงมากขึ้น [1]
  1. ร็อกแอนด์โรล (Rock & Roll)
  2. ไปเลย
  3. ใจสั่งมา
  4. สาหัส
  5. ครึ่งทาง
  6. ท้าวสุรนารี
  7. ดีไหมเอ่ย?
  8. เพื่อนใจ
  9. เจ็บใจ
  10. คืนจันทร์
  11. เส้นทางชีวิต
  12. ประเสริฐ
Losoland
อัลบั้มลำดับที่ 4 ของโลโซ วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2544 ความหมายในอัลบั้มนี้สื่อถึงการยกระดับของวงโลโซจาก โลโซไซตี้ หมายถึง สังคมชั้นต่ำ ซึ่งสังคมชั้นต่ำนี้ได้ยกระดับตัวเองเป็นเมืองชั้นต่ำที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงเนื้อหาเพลงที่เกี่ยวข้องกับสังคมคนรวยและคนจน อัลบั้มนี้มียอดขายน้อยที่สุดเพียง 7 แสนชุด เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากเทปผีซีดีเถื่อนที่ระบาดหนักทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
  1. เข้ามาเลย
  2. ไม่ว่าง
  3. หมาเห่าเครื่องบิน
  4. ให้รู้ว่ายังรักกัน
  5. คนบ้า
  6. มอ'ไซต์รับจ้าง
  7. อิสระเสรี
  8. Baby I Love U
  9. หมูในอวย
  10. รอยยิ้มนักสู้
  11. อย่าเห็นแก่ตัว
ปกแดง
อัลบั้มลำดับที่ 5 วางจำหน่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2544 อัลบั้มนี้ รัฐได้กลับมาเล่นเบสอีกครั้ง ภาพปกอัลบั้มต้องการสื่อถึงความผิดปกติทางวงการดนตรีเนื่องจากมีเหตุการณ์การทำเทปผีซีดีเถื่อนเกลื่อนเต็มทั่วประเทศ วงโลโซประกาศต่อต้านสิ่งดังกล่าว [2] และอัลบั้มนี้ได้เพิ่มความแปลกใหม่ให้งานตัวเองด้วยการนำเอาเครื่องสี เครื่องเป่าเปียโนมาใช้ในเพลงกับการใช้เอฟเฟคกีตาร์ที่มากขึ้น รวมถึงวิธีการร้องที่ใส่ลูกเล่นมากขึ้นและวิธีการมิกซ์ที่แตกต่างไปจากงานชุดก่อนๆ
  1. พันธ์ทิพย์
  2. 5 นาที
  3. เคยรักฉันบ้างไหม
  4. ฝนตกที่หน้าต่าง
  5. ไม่คิดนอกใจ
  6. เธอชอบนาย
  7. อยากเปลี่ยนใจเธอ
  8. ทุกลมหายใจ
  9. ลาจากเธอ
  10. โชคดี

อัลบั้มรวม[แก้]

Super Star Project "LOSO" Vol. 1-3
Best of LOSO
LOSO Best of Collection

คอนเสิร์ตใหญ่[แก้]

  • โลโซเพื่อเพื่อน (Loso For Friend) (พ.ศ. 2544)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]