ยุทธการที่ผาแดง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พิกัดภูมิศาสตร์: 29°52′11″N 113°37′13″E / 29.86972°N 113.62028°E / 29.86972; 113.62028

ยุทธการที่ผาแดง
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามในยุคสิ้นราชวงศ์ฮั่น
Chibi.jpg
หน้าผาเซ็กเพ็ก หรือ ชื่อปี้ สถานที่เกิดเหตุจริงในปัจจุบันที่มีอักษรจารึกไว้ ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหูเป่ย
วันที่ ฤดูหนาว ค.ศ. 208
สถานที่ ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ประเทศจีน ตำแหน่งที่แน่นอนยังเป็นที่ถกเถียง ถูกกล่าวถึงในชื่อเซ็กเพ็ก (ผาแดง) ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง
ผลลัพธ์ ซุนกวนและเล่าปี่ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด
คู่ขัดแย้ง
กองทัพของซุนกวน
  • กองเรือรบ
  • ทหารนาวิกโยธิน
  • กองทัพทางบก

กองทัพของเล่าปี่

  • กองทัพจากเมืองกังแฮ
  • กองทัพจากเมืองกังเหลง
  • กองเรือรบ
  • กองทัพเรือลาดตระเวน
กองทัพโจโฉ
  • กองทัพเมืองฮูโต๋
  • กองเรือรบ
  • ทหารเกงจิ๋วที่ยอมจำนน
  • ทหารอ้วนเสี้ยวที่ยอมจำนน
  • ทหารเรือฝึกใหม่
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
จิวยี่
เทียเภา
เล่าปี่
ขงเบ้ง
เล่ากี๋
โจโฉ
กำลัง
50,000คน (ฝ่ายเล่าปี่ 10,000 คน กับฝ่ายซุนกวน 40,000 คน) 800,000คน
กำลังพลสูญเสีย
รอดชีวิตกันเกือบหมด เสียชีวิตเกือบทั้งหมด
ยุทธการที่ผาแดง
จีนตัวเต็ม 赤壁之戰
จีนตัวย่อ 赤壁之战
แผนที่บริเวณศึก

ยุทธการที่ผาแดง หรือ ศึกผาแดง (อังกฤษ: Battle of Red Cliffs; จีนตัวย่อ: 赤壁之战; จีนตัวเต็ม: 赤壁之戰; พินอิน: Chì bì zhī zhàn) หรือ ศึกเซ็กเพ็ก หรือ ศึกเชียะเปียะ หรือ ศึกชื่อปี้ (Battle of Chìbì) เป็นสงครามที่มีความสำคัญที่สุดสงครามหนึ่งในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นในรัชสมัยของพระเจ้าฮั่นเหี้ยนเต้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสามก๊กในประเทศจีนในเวลาต่อมา ศึกผาแดงนี้เกิดขึ้นใน ค.ศ. 208 โดยฝั่งหนึ่งเป็นกองทัพพันธมิตรของเล่าปี่และซุนกวนทางตอนใต้ และอีกฝั่งคือทัพของโจโฉทางตอนเหนือ ซุนกวนและเล่าปี่นั้นได้ชัยชนะเหนือโจโฉ ทำให้ความพยายามในการยึดดินแดนทางใต้ของโจโฉต้องล้มเหลวลง โดยจุดแตกหักเกิดขึ้น ณ ตำบลที่เรียกว่า "เซ็กเพ็ก" (ผาแดง) ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ศึกผาแดงนี้นับว่าเป็นศึกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสามก๊กและประวัติศาสตร์จีนก็ว่าได้ โดยมีการบันทึกไว้ในวรรณกรรมสามก๊กถึง 8 บท จากทั้งหมด 120 บท และมีกวีชาวจีนมากมายในชั้นหลังที่ได้จารึกไว้ถึงเหตุการณ์นี้ เช่น หลี่ไป๋[1] ในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เรียกตอนนี้ว่า "โจโฉแตกทัพเรือ"[2]

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของศึกผาแดงยังคงเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่สถานที่รบยังกำหนดชี้ชัดลงไปไม่ได้ แต่เชื่อกันว่าจุดที่โจโฉถูกเผาทัพเรือนั้น เป็นหน้าผาติดแม่น้ำแยงซีเกียง อยู่ห่างจากเมืองชื่อปี้ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 36 กิโลเมตร ในปัจุบัน โดยสถานที่เกิดเหตุนั้น มีจารึกตัวอักษรสีแดงที่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จารึก แต่เป็นจารึกสมัยราชวงศ์ถัง และเหตุที่ได้ชื่อว่า "ชื่อปี้" (赤壁; ออกเสียง "เซ็กเพ็ก" ตามสำเนียงแต้จิ๋ว) ที่แปลได้ว่า "หน้าผาแดง" ก็คือเปลวไฟที่เผาผลาญกองทัพเรือของโจโฉ[1]

เบื้องหลัง[แก้]

ในวรรณคดี เล่าปี่ต้องทิ้งเมืองซินเอี๋ยและอ้วนเสียอพยพราษฎรจำนวนมาก เพื่อหนีการตามล่าจากโจโฉไปอยู่ที่เมืองแฮเค้าของเล่ากี๋ จากนั้นจึงส่งขงเบ้งไปเป็นทูตเจรจาขอให้ซุนกวนร่วมกันต้านโจโฉ ขณะที่โจโฉสามารถยึดเกงจิ๋วที่เดิมเป็นของเล่าเปียวได้สำเร็จ เพราะชัวมอคิดทรยศยอมยกเมืองให้โจโฉ ซึ่งภายหลังโจโฉก็สั่งสังหารเล่าจ๋องและชัวฮูหยินเสีย และประหารชัวมอและเตียวอุ๋น ตามแผนของจิวยี่ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายง่อก๊ก

ฝ่ายขงเบ้งเมื่อไปถึงกังตั๋ง ต้องเผชิญกับที่ปรึกษาของซุนกวนหลายคนรุมถล่มด้วยวาจา แต่สามารถโต้กลับไปได้ทุกคน ในที่สุดซุนกวนและจิวยี่ก็ตัดสินใจรบกับโจโฉเพราะถูกขงเบ้งยั่วจนเกิดโทสะ ทั้ง 2 ทัพตั้งทัพคอยประจัญบานกัน ตลอดเวลาที่ขงเบ้งอยู่ที่นี่ จิวยี่พยายามหาทุกวิถีทางที่จะหาเรื่องสังหารขงเบ้งให้ได้ แต่ขงเบ้งก็สามารถเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง เช่น สั่งเกณฑ์ขงเบ้งให้ทำลูกธนูแสนดอกให้เสร็จภายใน 10 วัน แต่ขงเบ้งขอเวลาแค่ 3 วัน โดยการใช้เรือเบาบรรทุกหุ่นฟางแล่นไปหาฝ่ายโจโฉในยามดึกหลังเที่ยงคืนขณะที่หมอกลงจัด ทหารฝ่ายโจโฉจึงระดมยิงธนูเข้าใส่ แต่ก็ติดกับหุ่นฟาง ลูกธนูแสนดอกจึงได้โดยไม่ต้องออกแรงอะไร และอีกครั้งเมื่อจิวยี่ต้องการลมอาคเนย์เพื่อเผาทัพเรือโจโฉ ที่ถูกผูกเป็นแพเดียวกันด้วยอุบายของบังทอง แต่เนื่องจากเป็นฤดูหนาวไม่มีลมอาคเนย์ จิวยี่เครียดกับเรื่องนี้จนกระอักเลือดล้มป่วยลง ขงเบ้งจึงทำพิธีเรียกลมขึ้น (ขงเบ้งแสร้งทำเพื่อหนีลงเรือของจูล่งที่มารับ) ในที่สุดเมื่อถึงวันที่ต้องแตกหัก ตรงกับวันแรม 5 ค่ำ เดือนอ้าย (ตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ตามปฏิทินจีน) ลมอาคเนย์ก็มา ในที่สุดก็สามารถเผากองทัพของโจโฉให้ราบคาบได้ โจโฉต้องหลบหนีไปอย่างทุลักทุเลเกือบเอาชีวิตไม่รอด และขงเบ้งก็ได้ให้กวนอูดักพบโจโฉเป็นด่านสุดท้าย เพื่อที่จะให้กวนอูไว้ชีวิตโจโฉ เพื่อล้างบุญคุณที่เคยมีต่อกันในอดีตด้วย

หลังจากเสร็จสิ้นศึกนี้ ทัพซุนเล่านั้นได้ยึดดินแดนเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด โดยทัพจิวยี่สามารถเอาชนะโจหยินยึดเมืองกังเหลงได้ ส่วนเล่าปี่นั้นได้ยึดครองดินแดนเกงจิ๋วใต้ทั้งหมด

การบันทึกในพงศาวดาร[แก้]

อุยกายเป็นผู้เสนอจิวยี่ให้ใช้แผนสวามิภักดิ์ รวมถึงการใช้เรือไฟ กลอุบายใช้ไฟของอุยกายทำให้ทัพโจโฉพ่ายแพ้ย่อยยับ หลังจากนั้นจิวยี่และเล่าปี่ก็ไล่ตามโจมตีทัพโจโฉที่แตกพ่ายไป และฝ่ายเล่าปี่ก็แยกทัพไปยึดหัวเมืองเกงจิ๋วใต้ ส่วนจิวยี่นั้นทำสงครามกับโจหยินอยู่อีกเกือบปีก็สามารถยึดเกงจิ๋วเหนือได้เกือบทั้งหมด ในศึกครั้งนี้ อุยกายได้รับการสรรเสริญชื่นชมอย่างมาก[2]

แต่โจโฉเองไม่ยอมรับผลแพ้ในการศึกครั้งนี้ เขียนจดหมายถึงซุนกวนอ้างว่าตนเองไม่ได้แพ้จิวยี่ แต่เพราะโรคระบาดจึงทำให้ต้องยกทัพกลับ และผู้ที่ออกอุบายเอาธนูจากโจโฉไม่ใช่ขงเบ้ง แต่เป็นซุนกวน เหตุการณ์นี้เกิดภายหลังศึกนี้ถึง 5 ปี (ยุทธการหับป๋า) เมื่อซุนกวนลงเรือไปสอดแนมค่ายโจโฉที่แห้ฝือ แต่ถูกทหารยามจับได้จึงเกิดการปะทะ ในครั้งนั้นทหารโจโฉยิงธนูใส่เรือซุนกวนจนเอียงไปข้างนึง ซุนกวนจึงสั่งให้หันข้างเรือไปรับธนูเพื่อถ่วงให้กลับมาตรงเหมือนเดิม จากนั้นจึงแล่นกลับ[3]

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Spirit of Asia : เดินบนแผ่นดินสามก๊ก (10 ม.ค. 59)". ไทยพีบีเอส. 2016-01-10. สืบค้นเมื่อ 2017-06-15.
  2. 2.0 2.1 หน้า 3, "อุยกาย ผู้ชนะศึกผาแดง". "ชักธงรบ" โดย กิเลน ประลองเชิง. ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21727: วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 แรม 9 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา
  3. หน้า 12 ต่างประเทศ, ขงเบ้ง' เก่งการรบและกลศึก ? โดย ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม. "เข้าใจโลก". กรุงเทพธุรกิจปีที่ 27 ฉบับที่ 9489: วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]