หองจูเปียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หฺวังจื่อเปี้ยน (มาตรฐาน)
หองจูเปียน (ฮกเกี้ยน)
皇子辯
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น
ครองราชย์15 พฤษภาคม ค.ศ. 189 – 28 กันยายน ค.ศ. 189
ก่อนหน้าฮั่นหลิงตี้ (漢靈帝)
ถัดไปหฺวังจื่อเสีย (皇子協)
ผู้สำเร็จราชการเหอ จิ้น (何進)
ต่ง จั๋ว (董卓)
หงหนงหวัง (弘農王; "เจ้าชายแห่งหงหนง")
วาระ28 กันยายน ค.ศ. 189 – 6 มีนาคม ค.ศ. 190
พระชายาถังชื่อ (唐氏)
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: หลิว (劉)
ชื่อตัว: เปี้ยน (辯)
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
หงหนงหฺวายหวัง" (弘農懷王; "เจ้าชายหฺวายแห่งหงหนง")
ราชวงศ์ราชวงศ์ฮั่น
พระบิดาฮั่นหลิงตี้
พระมารดาเหอชื่อ (何氏)
ประสูติค.ศ. 176
สวรรคต6 มีนาคม ค.ศ. 190 (อายุ 13–14)

หลิว เปี้ยน (จีนตัวย่อ: 刘辩; จีนตัวเต็ม: 劉辯; สำเนียงฮกเกี้ยนว่า "เล่าเปียน"; ค.ศ. 176 – 6 มีนาคม ค.ศ. 190) เป็นเจ้าชายในราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของประเทศจีน เป็นที่รู้จักด้วยพระนาม "หฺวังจื่อเปี้ยน" (皇子辯; ฮกเกี้ยนว่า "หองจูเปียน"; แปลว่า "ราชบุตรเปี้ยน/เปียน")

หฺวังจื่อเปี้ยนเป็นพระโอรสของฮั่นหลิงตี้ (漢靈帝; ฮกเกี้ยนว่า "ฮั่นเลนเต้") จักรพรรดิพระองค์ที่ 12 ของราชวงศ์ กับเหอหฺวังโฮ่ว (何皇后; ฮกเกี้ยนว่า "โฮฮองเฮา"; แปลว่า "ราชเทวีเหอ/โฮ") เมื่อพระบิดาสวรรคตแล้ว หฺวังจื่อเปี้ยนขึ้นครองราชย์ต่อเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 13 ของราชวงศ์ ทรงพระนาม "ฮั่นเช่าตี้" (漢少帝; แปลว่า "จักรพรรดิเช่าแห่งฮั่น") และทรงอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 189 จนถึงวันที่ 28 กันยายน ปีเดียวกัน เนื่องจากทรงถูกขุนพลต่ง จั๋ว (董卓; ฮกเกี้ยนว่า "ตั๋งโต๊ะ") ถอดจากราชสมบัติลงเป็น "หงหนงหวัง" (弘農王; แปลว่า "เจ้าชายแห่งหงหนง") แล้วต่ง จั๋ว ตั้งพระอนุชาร่วมพระบิดา คือ หฺวังจื่อเสีย (皇子協; ฮกเกี้ยนว่า "หองจูเหียบ"; แปลว่า "ราชบุตรเสีย/เหียบ") ขึ้นเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่แทน

ภูมิหลัง[แก้]

หฺวังจื่อเปี้ยนประสูติใน ค.ศ. 176 พระบิดา คือ หลิว หง (劉宏) ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นฮั่นหลิงตี้ พระมารดา คือ เหอชื่อ (何氏; ฮกเกี้ยนว่า "โฮสี"; แปลว่า "นางเหอ/โฮ") ในเวลาที่ประสูตินั้น หฺวังจื่อเปี้ยนเป็นพระโอรสพระองค์เดียวของฮั่นหลิงตี้ เพราะพระองค์อื่น ๆ สิ้นพระชนม์ไปแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งเป็นเหตุให้ฮั่นหลิงตี้รับสั่งให้นักบวชในลัทธิเต๋านาม ฉื่อ จื๋อเหมี่ยว (史子眇) นำหฺวังจื่อเปี้ยนไปเลี้ยงไว้ เพื่อป้องกันโชคร้ายเหมือนพระโอรสพระองค์ก่อน ๆ และพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้แก่หฺวังจื่อเปี้ยนว่า "ฉื่อโหว" (史侯; แปลว่า "โหว(แซ่)ฉื่อ")[1][2]

การประสูติของหฺวังจื่อเปี้ยน ทำให้พระมารดา คือ เหอชื่อ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดินีมเหสี ตำแหน่ง "หฺวังโฮ่ว" (皇后; ฮกเกี้ยนว่า "ฮองเฮา"; แปลว่า "ราชเทวี") เรียกว่า "เหอหฺวังโฮ่ว" (ราชเทวีเหอ) การสถาปนามีขึ้นใน ค.ศ. 180[3]

ต่อมาใน ค.ศ. 181 พระสนมพระองค์หนึ่งของฮั่นหลิงตี้ คือ หวังชื่อ (王氏; ฮกเกี้ยนว่า "อองสี"; แปลว่า "นางหวัง/ออง") ซึ่งมีฐานันดรศักดิ์ว่า "หวังเหฺม่ย์เหริน" (王美人; ฮกเกี้ยนว่า "อองบิหยิน"; แปลว่า "เหฺม่ย์เหริน/บิหยิน(แซ่)หวัง/ออง") ประสูติพระโอรสอีกพระองค์ให้แก่ฮั่นหลิงตี้ คือ หฺวังจื่อเสีย ทำให้เหอหฺวังโฮ่วริษยา และวางยาพิษหวังเหฺม่ย์เหรินจนหวังเหฺม่ย์เหรินถึงแก่ความตาย พระมารดาของฮั่นหลิงตี้ คือ ต่งไท่โฮ่ว (董太后; ฮกเกี้ยนว่า "ตังไทเฮา/ไทฮอ"; แปลว่า "มหาเทวีต่ง/ตัง") จึงทรงนำหฺวังจื่อเสียผู้เป็นหลานไปเลี้ยงดูแทน เป็นเหตุให้ฮั่นหลิงตี้พระราชทานบรรดาศักดิ์แก่หฺวังจื่อเสียว่า "ต่งโหว" (董侯; แปลว่า "โหว(แซ่)ต่ง")[4]

เมื่อผู้คนเรียกร้องให้ฮั่นหลิงตี้ทรงกำหนดรัชทายาท ฮั่นหลิงตี้ทรงลังเลระหว่างหฺวังจื่อเปี้ยนกับหฺวังจื่อเสีย เพราะหฺวังจื่อเปี้ยนทรงด้อยความสามารถ มีพระนิสัยเหลาะแหละ ไม่อาจเป็นที่เคารพนับถือของราษฎรได้ ฮั่นหลิงตี้มีพระประสงค์จะให้หฺวังจื่อเสียได้เป็นรัชทายาทมากกว่า แต่ก็ทรงพระวิตกว่า ถ้าทรงเลือกหฺวังจื่อเสีย พระมารดาของหฺวังจื่อเปี้ยน คือ เหอหฺวังโฮ่ว กับพระเชษฐาของพระนาง คือ เหอ จิ้น (何進; ฮกเกี้ยนว่า "โฮจิ๋น") ซึ่งคุมกองทัพในตำแหน่ง "ต้าเจียงจฺวิน" (大將軍; แปลว่า "แม่ทัพใหญ่") จะต้องเข้ามาก้าวก่ายเป็นแน่ สุดท้ายแล้ว ฮั่นหลิงตี้จึงทรงปล่อยให้ตำแหน่งรัชทายาทว่างไว้เช่นนั้น[5]

การครองราชสมบัติ[แก้]

ใน ค.ศ. 189 ฮั่นหลิงตี้ประชวรหนัก ทรงฝากฝังหฺวังจื่อเสียไว้กับขันทีคนสนิท คือ เจี่ยน ชั่ว (蹇碩; ฮกเกี้ยนว่า "เกียนสิด") ให้เจี่ยน ชั่ว ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูด้วย ครั้นสิ้นฮั่นหลิงตี้แล้ว เจี่ยน ชั่ว พยายามล่อลวงให้เหอ จิ้น เข้ามาในพระราชวัง จะได้ฆ่าเหอ จิ้น เปิดทางสะดวกให้หฺวังจื่อเสียได้ขึ้นครองราชย์ แต่ไม่สำเร็จ เหอ จิ้น ชิงสถาปนาหฺวังจื่อเปี้ยน พระชันษา 13 ปี ขึ้นเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ได้ก่อน โดยมีเหอ จิ้น ในฐานะต้าเจียงจฺวิน (แม่ทัพใหญ่) กับยฺเหวียน เหว่ย์ (袁隗) ในฐานะไท่ฟู่ (太傅; แปลว่า "ครูใหญ่" เป็นชื่อตำแหน่งชั้นสูงในราชสำนัก) ช่วยกันสำเร็จราชการแทนพระองค์ ส่วนน้องสาวของเหอ จิ้น คือ เหอหฺวังโฮ่ว ผู้เป็นสมเด็จพระชนนี ช่วยทำนุบำรุงประคองราชการแผ่นดิน[6][7]

เหอ จิ้น เอง เมื่อทราบว่า เจี่ยน ชั่ว ประสงค์จะเอาชีวิตตนแล้ว ในฤดูร้อน ค.ศ. 189 เหอ จิ้น ก็จับเจี่ยน ชั่ว ประหาร[8] หลายเดือนให้หลัง ยฺเหวียน เช่า (袁紹; ฮกเกี้ยนว่า "อ้วนเสี้ยว") เสนอให้เหอ จิ้น ปราบปรามกลุ่มขันทีในราชสำนัก เพื่อรวบอำนาจ แต่เหอหฺวังโฮ่วทรงคัดค้าน เหอ จิ้น จึงเลื่อนแผนการออกไปก่อน แล้วเรียกขุนพลในภูมิภาคให้นำทัพเข้าพระนครลั่วหยาง (洛阳; ฮกเกี้ยนว่า "ลกเอี๋ยง") มาปราบปรามขันทีแทน ด้วยหวังว่า กลุ่มอำนาจจากภูมิภาคจะทำให้เหอหฺวังโฮ่วจะทรงเลิกคัดค้านได้ แต่เหอหฺวังโฮ่วก็ยังทรงอยู่ฝ่ายขันที[9] ส่วนกลุ่มขันที เมื่อทราบถึงเจตนาของเหอ จิ้น แล้ว ก็ปลอมพระเสาวนีย์เหอหฺวังโฮ่วเรียกเหอ จิ้น เข้ามาในพระราชฐาน และซุ่มทำร้ายเหอ จิ้น จนเหอ จิ้น ถึงแก่ความตาย[10]

เมื่อเหอ จิ้น ถูกลอบฆ่าเช่นนั้น ผู้ใต้บัญชาของเหอ จิ้น คือ ยฺเหวียน เช่า, ยฺเหวียน ชู่ (袁術; ฮกเกี้ยนว่า "อ้วนสุด"), อู๋ ควง (吳匡), จาง จาง (張璋), และคนอื่น ๆ นำสรรพกำลังบุกเข้าพระราชวังไปประหารขันทีทั้งสิ้น แต่ก็ได้ประหารบุคคลอื่น ๆ ที่คล้ายขันทีไปด้วย เช่น บุรุษที่ไม่ไว้เครา ทำให้หลาย ๆ คนต้องเปลื้องกางเกงต่อหน้าทหารที่กำลังโกรธเกรี้ยว เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ถูกตอนอวัยวะเพศ มิได้เป็นขันที ในเวลาชุลมุนนั้นเอง ขันทีจับเหอหฺวังโฮ่ว หฺวังจื่อเปี้ยน และหฺวังจื่อเสีย เป็นองค์ประกัน และพยายามหลบหนีออกจากพระราชวัง ขุนพลหลู จี๋ (盧植; ฮกเกี้ยนว่า "โลติด") สกัดขันทีตฺวั้น กุย (段珪) และช่วยเหอหฺวังโฮ่วไว้ได้ ส่วนหฺวังจื่อเปี้ยนและหฺวังจื่อเสียถูกพาออกนอกพระราชวัง[11] นอกจากนี้ เหอ เหมียว (何苗) น้องชายของเหอจิ้น ที่เห็นใจขันที ถูกขุนพลอู๋ ควง กับต่ง หมิน (董旻) ฆ่าทิ้งเสีย และในคราวนั้น มีผู้ล้มตายกว่า 2,000 คน[12]

ขุนพลหลู จี๋ กับหมิ่น ก้ง (閔貢) ติดตามไปพบหฺวังจื่อเปี้ยนและหฺวังจื่อเสียริมลำน้ำ จึงอารักขากลับพระราชวัง[13] ขบวนเสด็จมาพบกองทัพภูมิภาคเหลียงโจว (涼州) ของต่ง จั๋ว ที่กำลังเดินทางเข้าพระนครตามคำสั่งของเหอ จิ้น หฺวังจื่อเปี้ยนตกพระทัยจนมิอาจตรัสเป็นภาษาได้ แต่หฺวังจื่อเสียตรัสอธิบายสถานการณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว และทรงมีขวัญกำลังใจดี สมจะเป็นผู้นำได้ ทำให้ต่ง จั๋ว ประทับใจ และเริ่มคิดจะถอดหฺวังจื่อเปี้ยนออกจากราชบัลลังก์ แล้วยกหฺวังจื่อเสียขึ้นแทน

การพ้นจากราชสมบัติ[แก้]

เมื่อต่ง จั๋ว นำพาขบวนเสด็จกลับพระนครแล้ว ต่ง จั๋ว อาศัยโอกาสที่ราชสำนักวุ่นวาย เข้ายึดอำนาจการปกครอง ถอดหฺวังจื่อเปี้ยนออกจากราชสมบัติ ยกหฺวังจื่อเสียขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน ทรงพระนาม "ฮั่นเซี่ยนตี้" (漢獻帝; แปลว่า "จักรพรรดิเซี่ยนแห่งฮั่น") ส่วนหฺวังจื่อเปี้ยนนั้น ให้เป็น "หงหนงหวัง" (เจ้าชายแห่งหงหนง) ต่อมาในปีนั้นเอง ต่ง จั๋ว ส่งคนไปวางยาพิษฆ่าเหอหฺวังโฮ่วตายอยู่ในวังหย่งอัน (永安宮)[14][15]

ต้นปี ค.ศ. 190 ขุนพลรวมกำลังกันมาปราบปรามต่ง จั๋ว เพื่อปลดปล่อยราชสำนักจากเงื้อมมือต่ง จั๋ว ต่ง จั๋ว เริ่มวิตกว่า ขุนพลเหล่านั้นจะยกหฺวังจื่อเปี้ยนกลับสู่ราชบัลลังก์ ซึ่งเป็นการสั่นคลอนความชอบธรรมของตนในฐานะผู้สถาปนาจักรพรรดิพระองค์ใหม่ เมื่อการรวมกำลังเริ่มแล้วหนึ่งเดือน ต่ง จั๋ว ส่งคนสนิท คือ หลี่ หรู (李儒; ฮกเกี้ยนว่า "ลิยู") ไปบีบให้หฺวังจื่อเปี้ยนเสวยยาพิษปลงพระชนม์พระองค์เอง พระศพฝังไว้ ณ สุสานซึ่งทำไว้สำหรับขันทีจ้าว จง (趙忠; ฮกเกี้ยนว่า "เตียวต๋ง") และภายหลังมีการเฉลิมพระนามเป็น "หงหนงหฺวายหวัง" (弘農懷王; แปลว่า "เจ้าชายหฺวายแห่งหงหนง")

รัชศก[แก้]

  • "เจาหนิง" (昭寧) กินเวลาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 189 จนถึงวันที่ 28 กันยายน ปีเดียวกัน

พงศาวลี[แก้]

  • พระบิดา: หลิว หง (劉宏; ค.ศ. 156–189) ขึ้นครองราชย์เป็นฮั่นหลิงตี้ (漢靈帝; ฮกเกี้ยนว่า "ฮั่นเลนเต้")
  • พระมารดา: เหอชื่อ (何氏; ฮกเกี้ยนว่า "โฮสี"; แปลว่า "นางเหอ/โฮ"; สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 189) พระมเหสีตำแหน่ง "หฺวังโฮ่ว" (皇后; ฮกเกี้ยนว่า "ฮองเฮา"; แปลว่า "ราชเทวี") เรียกว่า "เหอหฺวังโฮ่ว" (ราชเทวีเหอ)
  • พระชายา: ถังชื่อ (唐氏; แปลว่า "นางถัง") ดำรงตำแหน่ง "หวังเฟย์" (王妃; แปลว่า "วรชายา")

อ้างอิง[แก้]

  1. (長七尺一寸。生皇子辯,養於史道人家,號曰史侯。) Houhanshu vol. 10 (Part 2).
  2. (道人謂道術之人也。獻帝春秋曰:「靈帝數失子,不敢正名,養道人史子眇家,號曰史侯。」) Annotation in Houhanshu vol. 10 (Part 2).
  3. (光和三年,立為皇后。) Houhanshu vol. 10 (Part 2).
  4. (四年,生皇子恊,后遂酖殺美人。 ... 董太后自養協,號曰董侯。) Houhanshu vol. 10 (Part 2).
  5. (初,何皇后生皇子辯,王貴人生皇子協。羣臣請立太子,帝以辯輕佻無威儀,不可為人主,然皇后有寵,且進又居重權,故乆不決。) Houhanshu vol. 69.
  6. (六年,帝疾篤,屬協於蹇碩。碩旣受遺詔,且素輕忌於進兄弟,及帝崩,碩時在內,欲先誅進而立協。及進從外入,碩司馬潘隱與進早舊,迎而目之。進驚,馳從儳道歸營,引兵入屯百郡邸,因稱疾不入。碩謀不行,皇子辯乃即位,何太后臨朝,進與太傅袁隗輔政,錄尚書事。) Houhanshu vol. 69.
  7. (中平六年,帝崩,皇子辯即位,尊后為皇太后。太后臨朝。) Houhanshu vol. 10 (Part 2).
  8. (進素知中官天下所疾,兼忿蹇碩圖己,及秉朝政,陰規誅之。 ... 進乃使黃門令收碩,誅之,因領其屯兵。) Houhanshu vol. 69.
  9. (袁紹復說進曰:「前竇武欲誅內寵而反為所害者, ... 我柰何楚楚與士人對共事乎?」進難違太后意,且欲誅其放縱者。紹以為中官親近至尊,出入號令,今不悉廢,後必為患。 ... 紹等又為畫策,多召四方猛將及諸豪傑,使並引兵向京城,以脅太后。進然之。 ... 進謀積日,頗泄,中官懼而思變。 ... 子婦言於舞陽君,入白太后,乃詔諸常侍皆復入直。) Houhanshu vol. 69.
  10. (八月,進入長樂白太后,請盡誅諸常侍以下,選三署郎入守宦官廬。諸宦官相謂曰:「大將軍稱疾不臨喪,不送葬,今欻入省,此意何為?竇氏事竟復起邪?」又張讓等使人潛聽,具聞其語,乃率常侍段珪、畢嵐等數十人,持兵竊自側闥入,伏省中。及進出,因詐以太后詔召進。入坐省闥,讓等詰進曰:「天下憒憒,亦非獨我曹罪也。先帝甞與太后不快,幾至成敗,我曹涕泣救解,各出家財千萬為禮,和恱上意,但欲託卿門戶耳。今乃欲滅我曹種族,不亦太甚乎?卿言省內穢濁,公卿以下忠清者為誰?」於是尚方監渠穆拔劔斬進於嘉德殿前。讓、珪等為詔,以故太尉樊陵為司隷校尉,少府許相為河南尹。尚書得詔板,疑之,曰:「請大將軍出共議。」中黃門以進頭擲與尚書,曰:「何進謀反,已伏誅矣。」) Houhanshu vol. 69.
  11. (進部曲將吳匡、張璋,素所親幸,在外聞進被害,欲將兵入宮,宮閤閉。袁術與匡共斫攻之,中黃門持兵守閤。會日暮,術因燒南宮九龍門及東西宮,欲以脅出讓等。讓等入白太后,言大將軍兵反,燒宮,攻尚書闥,因將太后、天子及陳留王,又劫省內官屬,從複道走北宮。尚書盧植執戈於閣道䆫下,仰數段珪。段珪等懼,乃釋太后。太后投閣得免。) Houhanshu vol. 69.
  12. (匡遂引兵與董卓弟奉車都尉旻攻殺苗,弃其屍於苑中。紹遂閉北宮門,勒兵捕宦者,無少長皆殺之。或有無須而誤死者,至自發露然後得免。死者二千餘人。) Houhanshu vol. 69.
  13. (張讓、段珪等困迫,遂將帝與陳留王數十人步出穀門,奔小平津。公卿並出平樂觀,無得從者,唯尚書盧植夜馳河上,王允遣河南中部掾閔貢隨植後。貢至,手劔斬數人,餘皆投河而死。明日,公卿百官乃奉迎天子還宮,以貢為郎中,封都亭侯。) Houhanshu vol. 69.
  14. (董卓遂廢帝,又迫殺太后,殺舞陽君,何氏遂亡,而漢室亦自此敗亂。) Houhanshu vol. 69.
  15. (并州牧董卓被徵,將兵入洛陽,陵虐朝庭,遂廢少帝為弘農王而立協,是為獻帝。 ... 董卓又議太后踧迫永樂宮,至令憂死,逆婦姑之禮,乃遷於永安宮,因進酖,弒而崩。) Houhanshu vol. 10 (Part 2).

บรรณานุกรม[แก้]