เกงจิ๋ว
| เกงจิ๋ว (จิงโจว) | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จีนตัวเต็ม | 荊州 | ||||||||||
| จีนตัวย่อ | 荆州 | ||||||||||
| |||||||||||
เกงจิ๋ว[1][a] ในภาษาจีนกลางเรียกว่า จิงโจว (จีน: 荊州; พินอิน: Jīngzhōu) เป็นหนึ่งในเก้ามณฑลของจีนโบราณที่ถูกอ้างถึงในตำราประวัติศาสตร์จีนในยุคต้น ๆ อย่าง ยฺหวี่ก้ง (禹貢), เอ๋อร์หย่า (爾雅) และ โจวหลี่ (周禮)
เกงจิ๋วกลายเป็นเขตการปกครองในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นบู๊เต้ (漢武帝 ฮั่นอู่ตี้; ครองราชย์ 141–87 ปีก่อนคริสตกาล) ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西漢 ซีฮั่น; 206 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 9) มณฑลเกงจิ๋วมีอาณาเขตที่เทียบเท่ากับมณฑลหูเป่ย์ (湖北) และมณฑลหูหนาน (湖南) ในปัจจุบัน จนถึงยุคราชวงศ์สุย (隋) หลังจากนั้นมาชื่อ "เกงจิ๋ว" หรือ "จิงโจว" จึงใช้หมายถึงนครจิงโจว
ประวัติศาสตร์
[แก้]ยุคก่อนราชวงศ์จิ๋น
[แก้]ในยุครณรัฐ (戰國 จ้านกั๋ว) รัฐฌ้อ (楚 ฉู่) ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลหูเป่ย์ (湖北) และมณฑลหูหนาน (湖南) ในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่จะถูกก่อตั้งเป็นมณฑลเกงจิ๋วในยุคหลัง รัฐจิ๋น (秦 ฉิน) ยกเลิกการใช้ชื่อ "ฌ้อ" หรือ "ฉู่" (แปลตรงตัว "คนทีเขมา") แล้วใช้ชื่อ "เกง" หรือ "จิง" (荊) ที่เป็นคำไวพจน์แทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามเรื่องการระบุชื่อ เนื่องจากชื่อตัวของเจียวเสียงอ๋อง (秦莊襄王 ฉินจฺวางเซียงหวาง; 281-247 ปีก่อนคริสตกาล) แห่งรัฐจิ๋นคือ "จื๋อฉู่" (子楚; แปลตรงตัว "บุตรชายแห่งฉู่") เพราะหฺวาหยางฟูเหริน (華陽夫人) ผู้เป็นพระมารดาบุญธรรมของเจียวเสียงอ๋องเป็นชาวรัฐฌ้อ รัฐฌ้อถูกรัฐจิ๋นพิชิตเมื่อ 223 ปีก่อนคริสตกาลในช่วงท้าย ๆ ของการทัพรวมแผ่นดินจีนของรัฐจิ๋น
ราชวงศ์ฮั่น
[แก้]
(ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เมื่อ ค.ศ. 189)
เมื่อ 106 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นบู๊เต้ (漢武帝 ฮั่นอู่ตี้; ครองราชย์ 141–87 ปีก่อนคริสตกาล) ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西漢 ซีฮั่น; 206 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 9) แผ่นดินจีนถูกแบ่งออกเป็น 13 เขตการปกครองหรือมณฑล (ไม่รวมพื้นที่นครหลวงและบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนักโดยตรง) แต่ละมณฑลปกครองโดยข้าหลวงมณฑลหรือชื่อฉื่อ (刺史) เกงจิ๋วเป็นหนึ่งใน 13 มณฑลและเป็นมณฑลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีครอบคลุมพื้นที่ของมณฑลหูเป่ย์และมณฑลหูหนานในปัจจุบัน โดยมีเมืองลำหยง (南陽 หนานหยาง) เป็นเมืองชายแดนด้านเหนือ แต่ในเวลานั้นมณฑลเกงจิ๋วยังไม่มีที่ว่าการมณฑล และเป็นเพียงเขตปกครองแต่ในนาม
ตั้งแต่ ค.ศ. 188 เป็นต้นไป ในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้; ครองราชย์ ค.ศ. 168-189) แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (東漢 ตงฮั่น; ค.ศ. 25–220 ) เกงจิ๋วกลายเป็นเขตการปกครองอย่างเป็นทางการ ตำราประวัติศาสตร์ ฮั่นชู (漢書) ระบุว่าเกงจิ๋วมีเมืองหรือกุ๋น (郡 จฺวิ้น) ภายใต้การปกครองทั้งหมด 7 เมือง ได้แก่ ลำหยง (南陽郡 หนานหยางจฺวิ้น; ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเหอหนานในปัจจุบัน), ลำกุ๋น (南郡 หนานจฺวิ้น; ทางตะวันตกของมณฑลหูเป่ย์ในปัจจุบัน), กังแฮ (江夏郡 เจียงเซี่ยจฺวิ้น; ทางตะวันออกของมณฑลหูเป่ย์ในปัจจุบัน), เตียงสา (長沙郡 ฉางชาจฺวิ้น; ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนานในปัจจุบัน), ฮุยเอี๋ยง (桂陽郡 กุ้ยหยางจฺวิ้น; ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลหูหนานในปัจจุบัน), บุเหลง (武陵 อู่หลิงจฺวิ้น; ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนานในปัจจุบัน) และเลงเหลง (零陵郡 หลิงหลิงจฺวิ้น; ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลหูหนานในปัจจุบัน)
ก่อนที่เล่าเปียว (劉表 หลิว เปี่ยว) จะขึ้นเป็นเจ้ามณฑล (州牧 โจวมู่) ของมณฑลเกงจิ๋วในรัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้ (漢獻帝 ฮั่นเซี่ยนตี้; ครองราชย์ ค.ศ. 189-220) เดิมที่ว่าการมณฑลของมณฑลเกงจิ๋วอยู่ในอำเภอหั้นสือ (漢壽縣 ฮั่นโช่วเซี่ยน; ปัจจุบันคืออำเภอฮั่นโช่ว นครฉางเต๋อ มณฑลหูหนาน) แต่เนื่องจากเดนกบฏโพกผ้าเหลืองยังคงก่อการทางตอนใต้ของมณฑลเกงจิ๋ว ที่ว่าการมณฑลจึงย้ายไปอยู่อำเภอซงหยง (襄陽 เซียงหยาง; ปัจจุบันคือนครเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย์)
เล่าเปียวเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 208 เล่าจ๋อง (劉琮 หลิว ฉง) บุตรชายคนเล็กของเล่าเปียวได้สืบทอดตำแหน่งเจ้ามณฑลเกงจิ๋ว แต่เล่าจ๋องยอมจำนนและยกมณฑลเกงจิ๋วให้กับขุนศึกโจโฉ (曹操 เฉา เชา) ในปีเดียวกันนั้น หลังยุทธการที่เซ็กเพ็ก (赤壁 ชื่อปี้) ในฤดูหนาว ค.ศ. 208/209 โจโฉรักษาไว้ได้เพียงเมืองลำหยงและลำกุ๋นทางตอนเหนือของมณฑลเกงจิ๋ว ส่วนพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของมณฑลเกงจิ๋วได้ถูกแบ่งปันระหว่างขุนศึกซุนกวน (孫權 ซุน เฉฺวียน) และเล่าปี่ (劉備 หลิว เป้ย์) ต่อมาโจโฉแบ่งพื้นที่จากเมือง 2 เมืองที่ตนครอบครองอยู่คือลำหยงและลำกุ๋นมาจัดตั้งเป็นเมืองใหม่อีก 2 เมืองคือซงหยง (襄陽 เซียงหยาง) และหนานเซียง (南鄉) เมืองต่าง ๆ ในมณฑลเกงจิ๋วจึงถูกแบ่งแยกไปอยู่ภายใต้การครอบครองของขุนศึก 3 คนที่ช่วงชิงกัน ลำกุ๋น เลงเหลง และบุเหลงตกเป็นของเล่าปี่ กังแฮ ฮุยเอี๋ยง และเตียงสาตกเป็นของซุนกวน ลำหยง ซงหยง และหนานเซียงตกเป็นของโจโฉ[4] เขื่อกันว่าวลี "เกง-ซงเก้าเมือง" (荊襄九郡 จิงเซียงจิ่วจฺวิ้น) มีที่มาจากการแบ่งมณฑลเกงจิ๋วระหว่างสามขั้วอำนาจ เนื่องจากแต่ละฝ่ายครอบครอง 3 เมืองจึงรวมกันเป็น 9 เมือง
เมื่อ ค.ศ. 219 ลิบอง (呂蒙 ลฺหวี่ เหมิง) ขุนพลของซุนกวนโจมตีและยึดอาณาเขตของเล่าปี่ในเกงจิ๋วที่กวนอู (關羽 กวาน ยฺหวี่) ขุนพลของเล่าปี่กำลังให้การคุ้มครอง เหตุการณ์นี้ได้จุดชวนให้เกิดยุทธการที่อิเหลง (夷陵 อี๋หลิง) หรือยุทธการที่จูเต๋ง (猇亭 เซียวถิง) ที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อ ค.ศ. 221-222 ยุทธการนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินของเล่าปี่ต่อลกซุน (陸遜 ลู่ ซฺวิ่น) ขุนพลของซุนกวน ตั้งแต่นั้นมา รัฐจ๊กก๊ก (蜀國 ฉู่กั๋ว) ที่ก่อตั้งโดยเล่าปี่ก็ไม่สามารถอ้างสิทธิ์เหนือมณฑลเกงจิ๋วได้อีก มณฑลเกงจิ๋วถูกแบ่งระหว่างระหว่างรัฐง่อก๊ก (吳國 อู๋กั๋ว) ที่ก่อตั้งโดยซุนกวน กับรัฐวุยก๊ก (魏國 เว่ย์กั๋ว) ที่ก่อตั้งโดยโจผี (曹丕 เฉา พี) ผู้สืบทอดอำนาจของโจโฉ
ยุคสามก๊กและราชวงศ์จิ้น
[แก้]ในยุคสามก๊ก (三國 ซานกั๋ว; ค.ศ. 220-280) มณฑลเกงจิ๋วถูกแบ่งออกระหว่างรัฐวุยก๊ก (ค.ศ. 220–265) และง่อก๊ก (ค.ศ. 229–280) ที่ว่าการมณฑลของมณฑลเกงจิ๋วส่วนที่ครอบครองโดยวุยก๊กอยู่ในอำเภอซินเอี๋ย (新野 ซินเหย่) เมืองลำกุ๋น และมีเมืองหรือกุ๋น (郡 จฺวิ้น) ภายใต้การปกครองทั้งหมด 7 เมือง ได้แก่ ลำหยง (南陽 หนานหยาง), กังแฮ (江夏 เจียงเซี่ย; ส่วนที่อยู่ทางเหนือของแม่น้ำแยงซี), ซงหยง (襄陽 เซียงหยาง), หนานเซียง (南鄉), ซินเสีย (新城 ซินเฉิง), เซียงหยง (上庸 ช่างยง) และเว่ย์ซิง (魏興) อีกด้านหนึ่ง มณฑลเกงจิ๋วส่วนที่ครอบครองโดยง่อก๊กมีที่ว่าการมณฑลในอำเภอกังเหลง (江陵 เจียงหลิง) เมืองลำกุ๋น มีเมืองภายใต้การปกครองทั้งหมด 11 เมือง ได้แก่ ลำกุ๋น (南 หนาน), กังแฮ (江夏 เจียงเซี่ย; ส่วนที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี), เตียงสา (長沙 ฉางชา), เซียงตง (湘東), ฮุยเอี๋ยง (桂陽 กุ้ยหยาง), หลินเฮ่อ (臨賀), เลงเหลง (零陵 หลิงหลิง), เหิงหยาง (衡陽), บุเหลง (武陵 อู่หลิง), เจี้ยนผิง (建平) และงิเต๋า (宜都 อี๋ตู)
ในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตก (西晉 ซีจิ้น; ค.ศ. 265–316) มีการกำหนดให้ที่ว่าการมณฑลของมณฑลเกงจิ๋วตั้งอยู่ในซงหยง (襄陽 เซียงหยาง; ปัจจุบันคือนครเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย์) มีเมืองและราชรัฐภายใต้การปกครองทั้งหมด 23 แห่ง
ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้
[แก้]ในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ (南北朝 หนายเป่ย์เฉา; ค.ศ. 420-589) แผ่นดินจีนถูกแบ่งออกเป็นเขตปกครองจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ในแต่ละเขตปกครองลดลง ราชวงศ์หลิวซ่ง (劉宋; ค.ศ. 420-479) ตั้งให้ที่ว่าการมณฑลเกงจิ๋วอยู่ในซงหยง (襄陽 เซียงหยาง; ปัจจุบันคือนครเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย์) ราชวงศ์ฉีใต้ (南齊 หนานฉี; ค.ศ. 479–502) เปลี่ยนให้ไปตั้งในเมืองลำกุ๋น และกำหนดให้ซงหยง (เปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดหนิงหมาน 寧蠻府 หนิงหมานฝู่) เป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลของอีกมณฑลคือยงจิ๋ว (雍州 ยงโจว) เมื่อ ค.ศ. 497 ราชวงศ์เว่ย์เหนือ (北魏 เป่ย์เว่ย์; ค.ศ. 386–535) จั้งตั้งเขตปกครองใหม่ชื่อเกงจิ๋วในหราง (穰; ปัจจุบันคือนครเติ้งโจว มณฑลเหอหนาน) โดยมีเมืองภายใต้การปกครองทั้งหมด 8 เมือง ภายหลังอำเภอเอกถูกย้ายไปอยู่ชานเป่ย์ (山北; ปัจจุบันคืออำเภอหลู่ชาน มณฑลเหอเหนาน) ราชวงศ์เว่ย์เหนือยังจัดตั้งเขตการปกครองชื่อเกงจิ๋วตะวันออก (東荊州 ตงจิงโจว) โดยมีอำเภอเอกคือฉื่อหยาง (泚陽)
ราชวงศ์สุย
[แก้]เมื่อ ค.ศ. 583 ในยุคราชวงศ์สุย (隋; ค.ศ. 581-618) จักรพรรดิสุยเหวินตี้ (隋文帝) ทรงยกเลิกระบบเมืองที่เรียกว่ากุ๋น (郡 จฺวิ้น) และแทนที่ด้วยระบบการแบ่งเขตการปกครองด้วยจังหวัดและอำเภอ แต่จักรพรรดิสุยหยางตี้ (隋煬帝) ผู้สืบราชบัลลังก์ถัดจากจักรพรรดิสุยเหวินตี้ทรงฟื้นฟูระบบเมืองหรือกุ๋นที่ใช้ในยุคราชวงศ์จิ๋นกลับมาใช้ใหม่ ตั้งแต่นั้นมาชื่อ "เกงจิ๋ว" หรือ "จิงโจว" จึงไม่ได้มีความหมายถึงมณฑลขนาดใหญ่ที่เคยครอบคลุมพื้นที่ของมณฑลหูเป่ย์และมณฑลหูหนานอีก แต่ใช้หมายถึงนครจิงโจวในปัจจุบันที่ตั้งอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ นครจิงโจวยังเป็นที่รู้จักในชื่อหนานจฺวิ้น (南郡) หรือเมืองลำกุ๋น, เจียงหลิงจฺวิ้น (江陵郡) หรือเมืองกังเหลง, เจียงหลิงฝู่ (江陵府) หรือจังหวัดกังเหลง, และจิงโจวฝู่ (荊州府) หรือจังหวัดเกงจิ๋ว
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("แลเมืองเฉงจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองชิวจิ๋ว เมืองเกงจิ๋ว เมืองยังจิ๋ว เมืองกุนจิ๋ว เมืองอิจิ๋ว ชาวเมืองทั้งแปดเมืองนี้นับถือเขียนเอาชื่อเตียวก๊กไว้บูชาทุกบ้านเรือน") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ กันยายน 23, 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) เทียบกับ (青、幽、徐、冀、荊、揚、兗、豫八州之人,家家侍奉大賢良師張角名字。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1. - ↑ ("ขุนนางทั้งนั้นนิ่งเสียสิ้น แต่เต๊งหงวนเจ้าเมืองเต๊งจิ๋วนั้นยืนขึ้นแล้วร้องว่าแก่ตั๋งโต๊ะว่า ตัวเปนแต่ขุนนางหัวเมืองมาทำองค์อาจจะถอดเจ้าเสีย แลหวงจูเปียนนั้นเปนพระราชบุตรเอก พระเจ้าเลนเต้จึงยกราชสมบัติให้ แล้วหองจูเปียนมิได้มีความผิด ตัวคิดอ่านทั้งนี้จะเปนขบถหรือจึงว่ากล่าวดังนี้") "สามก๊ก ตอนที่ ๓". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ มกราคม 9, 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) เทียบกับ (諸官聽罷,不敢出聲。座上一人推案直出,立於筵前,大呼:「不可!不可!汝是何人,敢發大語?天子乃先帝嫡子,初無過失,何得妄議廢立?汝欲為篡逆耶?」卓視之,乃荊州刺史丁原也。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 3. - ↑ ("ครั้นอยู่มาโจซองจึงตั้งหลีซินที่ปรึกษาจะให้เปนเจ้าเมืองเซียงจิ๋ว จึงสั่งให้ไปลาสุมาอี้แล้วให้ดูอาการสุมาอี้ด้วย เห็นจะป่วยจริงหรือประการใด หลีซินรับคำแล้วก็ลาโจซองไปถึงบ้านสุมาอี้ จึงบอกแก่คนใช้ว่าเราจะขอไปหาสุมาอี้ คนใช้ก็เข้าไปบอกสุมาอี้") "สามก๊ก ตอนที่ ๗๙". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ มกราคม 9, 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) เทียบกับ (適魏主除李勝為荊州刺史,即令李勝往辭仲達,就探消息,勝逕到太傳府下,早有門吏報入。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 106. - ↑ (於是南郡、零陵、武陵以西為蜀,江夏、桂陽、長沙三郡為吳,南陽、襄陽、南鄉三郡為魏。) จิ้นชู เล่มที่ 15.
บรรณานุกรม
[แก้]- ฝาง เสฺวียนหลิงและคณะ (648). จิ้นชู.