ธีรเดช มีเพียร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธีรเดช มีเพียร
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ประธานวุฒิสภา
ดำรงตำแหน่ง
22 เมษายน พ.ศ. 2554 – 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
(1 ปี 94 วัน)
ก่อนหน้า ประสพสุข บุญเดช
ถัดไป นิคม ไวยรัชพานิช
ปลัดกระทรวงกลาโหม
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 – 30 กันยายน พ.ศ. 2543
ก่อนหน้า พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
ถัดไป พลเอก ธวัช เกษร์อังกูร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 21 มีนาคม พ.ศ. 2482 (78 ปี) [1]
คู่สมรส คุณหญิงกรกช มีเพียร
ศาสนา พุทธ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา (ชุด 2554) และ อดีตประธานวุฒิสภา คนที่ 18 ของไทย อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศไทย และอดีดปลัดกระทรวงกลาโหม รองประธานสถาบันพระปกเกล้า

ประวัติ[แก้]

พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2482จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ประกาศนียบัตรนักบินทหาร และประกาศนียบัตรเสนาธิการทหารบก จากประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 34 และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

การทำงาน[แก้]

ราชการทหาร[แก้]

พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ ในปี พ.ศ. 2520 เป็นวุฒิสภาชิก ในปี พ.ศ. 2522 เป็นเจ้ากรมการข่าวทหาร ปี พ.ศ. 2536 เป็นผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ในปี พ.ศ. 2539 และเป็นผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก ในปี พ.ศ. 2540 จนกระทั่งได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ในปี พ.ศ. 2541[2] จนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2542

ผู้ตรวจการแผ่นดิน[แก้]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา[3] และเปลี่ยนเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนแรก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550[4] จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งเมื่ออายุครบ 70 ปี ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

วุฒิสมาชิก[แก้]

ในปี พ.ศ. 2554 พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา[5] และได้รับคัดเลือกเป็นประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554 ด้วยเสียงสนับสนุน 94 เสียง[6] ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 สื่อมวลชนรประจำรัฐสภาได้มีการตั้งฉายาให้กับนักการเมือง ซึ่งพลเอกธีรเดช ได้รับฉายาในครั้งนี้ว่า "นายพลถนัดชิ่ง"[7] จากบทบาทการเลี่ยงตอบคำถามของนักข่าว จนถูกมองว่าเป็นการชิ่งหนี

มกราคม พ.ศ. 2557 ศาลอาญาตัดสินให้พล.อ.ธีรเดช มีเพียร พ้นจากข้อกล่าวหา แต่จากสถานะการณ์ร้อนแรงทางการเมืองทำให้ไม่ได้รับการเสนอข่าวจากสำนักข่าวใดๆในประเทศไทย

การพ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภา[แก้]

พล.อ.ธีรเดช พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 หลังศาลอาญามีคำสั่งให้ตัดสินจำคุก 2 ปี เนื่องจากเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศไทย ได้ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง แต่ทว่าสถานะความเป็นสมาชิกวุฒิสภายังคงดำรงอยู่[8] ปี พ.ศ. 2556 ศาลอาญาตัดสินยกคำร้องหลังจากพิจารณาการอุทรณ์

ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ [9]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประธานวุฒิสภา
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
  4. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
  5. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา
  6. พล.อ.ธีรเดช มีเพียรได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่
  7. สื่อตั้งฉายาสภาผู้แทนฯ เป็น"กระดองปูแดง"/"ปู"เป็นดาวดับ
  8. เลขาฯ วุฒิสภาแจง “พล.อ.ธีรเดช” พ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภา จากช่อง 9
  9. พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (คลิกอ่าน 200 รายชื่อ)
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
  11. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ชั้นสายสะพาย สมาชิกวุฒิสภา เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗)
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม 116 ตอนที่ 8ข วันที่ 4 พฤษภาคม 2542
ก่อนหน้า ธีรเดช มีเพียร ถัดไป
ประสพสุข บุญเดช 2leftarrow.png Seal of the National Assembly of Thailand.png
ประธานวุฒิสภา
(22 เมษายน พ.ศ. 2554 - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555)
2rightarrow.png นิคม ไวยรัชพานิช