การเปลี่ยนแปลง

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
* '''ตะพาบแก้มแดง''' (อังกฤษ: Malayan solf-shell turtle; ชื่อวิทยาศาสตร์: Dogania subplana) เป็นตะพาบชนิดหนึ่งที่พบได้ในประเทศไทย ที่จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดชุมพร จัดเป็นตะพาบขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับสองที่พบในประเทศไทย (เล็กที่สุด คือ ตะพาบหับพม่า (Lissemys scutata)) กระดองสีเทาเข้มมีจุดสีดำทั่วไป หัวสีเทานวลมีรอยเส้นสีดำตลอดตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงส่วนท้ายกระดอง มีสีแดงที่แก้มและข้างคอ เมื่อยังเล็กมีจุดสีดำคล้ายดวงตากระจายไปทั่วกระดองเห็นชัดเจน ตะพาบที่พบที่จังหวัดตากและกาญจนบุรีมีสีเข้มกว่าและไม่มีสีแดงที่แก้ม มีจมูกยาว หางสั้น และมีขาเล็ก
* '''กริวดาว''' เป็นตะพาบที่หายากมากที่สุด มีความแตกต่างจากตะพาบหัวกบ คือ มีจุดสีเหลืองอ่อนเป็นวงกระจายอยู่บริเวณขอบกระดอง โดยที่ไม่แปรเปลี่ยนไปตามวัย เหมือนตะพาบหัวกบ ซึ่งถึงแม้จะเป็นตะพาบขนาดใหญ่แล้ว แต่ลายจุดนี้ยังคงเห็นได้ชัดเจน ซึ่งกิตติพงษ์ได้ระบุไว้ว่า ตะพาบแบบนี้ไม่ได้พบเห็นมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 หรือ พ.ศ. 2534 แล้ว และแต่เดิมก็พบเห็นได้ยากมาก ซึ่งถ้าใช้หลักการอนุกรมวิธานตามแบบปัจจุบัน เชื่อว่า กริวดาวต้องถูกจัดเป็นชนิดใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากมีความแตกต่างจากตะพาบหัวกบอย่างพอสมควร แต่เสียดายที่ไม่ได้มีการศึกษามากกว่านี้ เนื่องจากไม่มีตัวอย่างต้นแบบให้ศึกษา โดยตัวสุดท้ายที่ค้นพบและมีภาพถ่ายที่สมบูรณ์ มีขนาดยาวราว 30 เซนติเมตร น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จับได้จากแม่น้ำแควใหญ่ ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529
 
== สัญลักษณ์ประจำจังหวัด ==
* '''[[คำขวัญประจำจังหวัด]]:''' แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก (มีแนวคิดเปลี่ยนคำขวัญจังหวัดเป็น เมืองขุนแผน แคว้นโบราณ ด่านพระเจดีย์ มณีนิลเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แลเขื่อนสำคัญสี่แห่ง แหล่งแร่ น้ำตก มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร)
* '''[[ตราประจำจังหวัดของไทย|ตราประจำจังหวัด]]:''' รูป[[ด่านพระเจดีย์สามองค์]]
* '''[[ต้นไม้ประจำจังหวัด]]:''' [[ขานาง]] ({{lang|la|''Homalium tomentosum''}})
* '''ดอกไม้ประจำจังหวัด:''' [[ดอกกาญจนิกา]] ({{lang|la|''Nyctathes arbotristis''}})
 
<gallery>
ไฟล์:Seal Kanchanaburi.png |ตราประจำจังหวัดกาญจนบุรี
ไฟล์:Flag of Kanchanaburi Province.jpg |ธงประจำจังหวัด
ไฟล์:Santisukia pagetii.png|[[ดอกกาญจนิกา]] ดอกไม้ประจำจังหวัด
ไฟล์:ขานางกาญจนบุรี.jpg|[[ขานาง]] ต้นไม้ประจำจังหวัด
</galleryoren>
 
== การเมืองการปกครอง ==
=== หน่วยการปกครอง ===
==== การปกครองส่วนภูมิภาค ====
[[ไฟล์:Amphoe Kanchanaburi.svg|thumb|220px|แผนที่อำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี]]
จังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 13 [[อำเภอ]] 95 [[ตำบล]] 959 [[หมู่บ้าน]] 206 [[ชุมชน]] โดยทั้ง 13 อำเภอ มีดังนี้
{{Div col}}
# [[อำเภอเมืองกาญจนบุรี]]
# [[อำเภอไทรโยค]]
# [[อำเภอบ่อพลอย]]
# [[อำเภอศรีสวัสดิ์]]
# [[อำเภอท่ามะกา]]
# [[อำเภอท่าม่วง]]
# [[อำเภอทองผาภูมิ]]
# [[อำเภอสังขละบุรี]]
# [[อำเภอพนมทวน]]
# [[อำเภอเลาขวัญ]]
# [[อำเภอด่านมะขามเตี้ย]]
# [[อำเภอหนองปรือ]]
# [[อำเภอห้วยกระเจา]]
{{Div col end}}
 
==== การปกครองส่วนท้องถิ่น ====
พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีประกอบด้วย[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]]ทั้งหมด 122 แห่ง แบ่งตามประเภทและอำนาจบริหารจัดการภายในท้องที่ได้เป็น [[องค์การบริหารส่วนจังหวัด]] 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี, [[เทศบาลเมือง]] 2 แห่ง ได้แก่ [[เทศบาลเมืองกาญจนบุรี]] และ[[เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น]], [[เทศบาลตำบล]] 47 แห่ง, และ[[องค์การบริหารส่วนตำบล]] 72 แห่ง<ref>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. กระทรวงมหาดไทย. "สรุปข้อมูล อปท ทั่วประเทศ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [http://www.dla.go.th/work/abt/index.jsp http://www.dla.go.th/work/abt/index.jsp] 2556. สืบค้น 20 กันยายน 2556.</ref> รายชื่อเทศบาลทั้งหมดแบ่งตามอำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี มีดังนี้
{{col-begin}}
{{col-break}}
'''อำเภอเมืองกาญจนบุรี'''
* '''[[เทศบาลเมืองกาญจนบุรี]]'''
* เทศบาลตำบลแก่งเสี้ยน
* เทศบาลตำบลลาดหญ้า
* เทศบาลตำบลหนองบัว
* เทศบาลตำบลปากแพรก
* เทศบาลตำบลท่ามะขาม
 
'''อำเภอไทรโยค'''
* เทศบาลตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย
* เทศบาลตำบลวังโพธิ์
* เทศบาลตำบลไทรโยค
 
'''อำเภอบ่อพลอย'''
* เทศบาลตำบลบ่อพลอย
* เทศบาลตำบลหนองรี
{{col-break}}
'''อำเภอศรีสวัสดิ์'''
* เทศบาลตำบลเอราวัณ
* เทศบาลตำบลเขาโจด
 
'''อำเภอท่ามะกา'''
* '''[[เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น]]'''
* เทศบาลตำบลลูกแก
* เทศบาลตำบลท่ามะกา
* เทศบาลตำบลท่าไม้
* เทศบาลตำบลพระแท่น
* เทศบาลตำบลหวายเหนียว
* เทศบาลตำบลดอนขมิ้น
* เทศบาลตำบลหนองลาน
* เทศบาลตำบลพระแท่นลำพระยา
{{col-break}}
'''อำเภอท่าม่วง'''
* '''เทศบาลเมืองกาญจนบุรี'''
* เทศบาลตำบลท่าม่วง
* เทศบาลตำบลสำรอง
* เทศบาลตำบลหนองขาว
* เทศบาลตำบลหนองตากยา
* เทศบาลตำบลวังขนาย
* เทศบาลตำบลวังศาลา
* เทศบาลตำบลท่าล้อ
* เทศบาลตำบลม่วงชุม
* เทศบาลตำบลหนองหญ้าดอกขาว
 
'''อำเภอทองผาภูมิ'''
* เทศบาลตำบลทองผาภูมิ
* เทศบาลตำบลสหกรณ์นิคม
* เทศบาลตำบลท่าขนุน
* เทศบาลตำบลลิ่นถิ่น
 
'''อำเภอสังขละบุรี'''
* เทศบาลตำบลวังกะ
{{col-break}}
'''อำเภอพนมทวน'''
* เทศบาลตำบลพนมทวน
* เทศบาลตำบลตลาดเขต
* [[เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย]]
* เทศบาลตำบลรางหวาย
* เทศบาลตำบลดอนเจดีย์
 
'''อำเภอเลาขวัญ'''
* เทศบาลตำบลเลาขวัญ
* เทศบาลตำบลหนองฝ้าย
 
'''อำเภอด่านมะขามเตี้ย'''
* เทศบาลตำบลด่านมะขามเตี้ย
 
'''อำเภอหนองปรือ'''
* เทศบาลตำบลหนองปรือ
* เทศบาลตำบลหนองปลาไหล
* เทศบาลตำบลสมเด็จเจริญ
 
'''อำเภอห้วยกระเจา'''
* เทศบาลตำบลห้วยกระเจา
* เทศบาลตำบลสระลงเรือ
{{col-end}}
 
== รายนามเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัด ==
{{col-begin}}
{{col-break}}
{| class="toccolours"
|+'''รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัด'''
! width="50" style="background: Khaki;text-align: center;"| ลำดับ
! width="250" style="background: Khaki;text-align: center;"| ชื่อ
! width="200" style="background: Khaki;text-align: center;"| ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
|-
| 1 || พระยาประสิทธิสงคราม || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 2 || พระยาประสิทธิสงคราม รามภักดีศรีวิเศษ (พระยาตาแดง) || 2368 - 2375
|-
| 3 || พระยาประสิทธิสงคราม || 2375 - ?
|-
| 4 || พระยาประสิทธิสงคราม (น้อย) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 5 || พระยาประสิทธิสงคราม || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 6 || พระยาประสิทธิสงคราม (ชัง) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 7 || พระยาประสิทธิสงคราม (ขำ) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 8 || พระยาประสิทธิสงคราม (สว่าง) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 9 || พระยาประสิทธิสงคราม (โป) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 10 || พระยาประสิทธิสงคราม (ขำ) || ''ไม่ทราบข้อมูล''
|-
| 11 || พระยาประสิทธิสงคราม (แช่ม) || ? - 2442
|-
| 12 || พระยาประสิทธิสงคราม (นุช มหานีรานนท์) || 2442 -2458
|-
| 13 || พระยาสุรินทรฤๅชัย (จันทร์ ตุงคสวัสดิ์) || 10  มิ.ย. 2458 – 1 พ.ย. 2465
|-
| 14 || พระยาสุรินทรภักดีศรีไผทสมันต์ || 1 ก.พ. 2466 – 2  พ.ค. 2466
|-
| 15 ||  หลวงอร่ามคีรีรักษ์ (ศุข หังศภูติ) || 3 พ.ค. 2466 – 28 ก.ย. 2466
|-
| 16 || หลวงบำรุงบุรีราช (พงษ์ บุรุษชาติ) || 16 ก.ย. 2467 – 1 ก.พ. 2471
|-
| 17 || พระยาวิเศษฤๅชัย (ม.ล.เจริญ อิศรางกูร ณ อยุธยา) || 15 มี.ค. 2471 – 28 ต.ค. 2475
|-
| 18 || พระวุฒิภาคภักดี (หอมจันทร์ สรวงสมบูรณ์) || 29 ต.ค. 2475 - 20 พ.ค. 2476
|-
| 19 || พระประธานธุรารักษ์ (กลึง เสมรดิษฐ์) || 24 พ.ค. 2476 - 18 ต.ค. 2476
|-
| 20 || พระบำรุงบุรีราช (วิง สิทธิเทศานนท์) || 1 เม.ย. 2477 – 4 มี.ค. 2478
|-
| 21 || หลวงนครคุณูปถัมภ์ (หยวก ไพโรจน์) || 1 เม.ย. 2479 – 5  มิ.ย. 2481
|-
| 22 || หลวงอัศวินศิริวิลาศ (อิน ศิริวิลาศ) || 6 มิ.ย. 2481 - 1 พ.ค. 2484
|-
| 23 || หลวงทรงสารการ (เล็ก กนิษฐสุต) || 1 พ.ค. 2484 - 1 ก.ย. 2485
|-
| 24 || ร้อยเอกสุรจิต อินทรกำแหง  || 5 ก.ย. 2485 - 7 มี.ค. 2488
|-
| 25 || พันตำรวจตรีขุนพิชัยมนตรี (ชื่น มนตริวัต) || 8 มี.ค. 2488 - 2 ต.ค. 2488
|-
| 26 || นายทำนุก รัตนดิลก ณ ภูเก็ต || 6 ต.ค. 2488 - 18  มี.ค. 2489
|-
| 27 || ขุนสนิทประชากร (ปลาด สนิทประชากร) || 18 มี.ค. 2489 - 12 ต.ค. 2489
|-
| 28 || นายจรัส ธารีสาร || 17 ต.ค. 2489 - 6 ก.ย. 2490
|-
| 29 || นายสง่า ศุขรัตน์ || 6 ก.ย. 2490 – 5 มี.ค. 2492
|-
| 30 || พันตรีขุนทะยานราญรอน (วัชร วัชรบูล) || 9 เม.ย. 2492 - 1 มี.ค. 2494
|-
| 31 || ขุนอักษรสารสิทธิ์ || 1 มี.ค. 2494 - 1 เม.ย. 2496
|-
| 32 || ขุนสนิทประชากร || 1 มิ.ย. 2496 – 1 ต.ค. 2497
|}
{{col-break}}
{| class="toccolours"
|+'''รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัด (ต่อ) '''
! width="50" style="background: Khaki;text-align: center;"| ลำดับ
! width="250" style="background: Khaki;text-align: center;"| ชื่อ
! width="200" style="background: Khaki;text-align: center;"| ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
|-
| 33 || นายแสวง ชัยอาญา || 1 ต.ค. 2497 - 2 มี.ค. 2500
|-
| 34 || นายเครือ สุวรรณสิงห์ || 2 มี.ค. 2500 - 23 พ.ค. 2500
|-
| 35 || นายลิขิต สัตยายุทย์ || 1 ก.ค. 2500 – 25 ม.ค. 2509
|-
| 36 || นายพัฒน์ พินทุโยธิน || 25 มี.ค. 2509 - 30 ก.ย. 2513
|-
| 37 || นายวงษ์ ช่อวิเชียร || 1 ต.ค. 2513 – 30 ก.ย. 2514
|-
| 38 || นายเวทย์  นิจถาวร || 1 ต.ค. 2514 - 30 ก.ย. 2517
|-
| 39 || นายประเทือง สินธิพงษ์ || 1 ต.ค. 2517 - 28  พ.ค. 2520
|-
| 40 || นายจำลอง พลเดช || 4 มิ.ย. 2520 - 23 มี.ค. 2521
|-
| 41 || นายเจริญศุข ศิลาพันธุ์ || 27 มี.ค. 2521 - 1 ต.ค. 2523
|-
| 42 || นายชาญ กาญจนาคพันธุ์ || 1 ต.ค. 2523 - 1 มิ.ย. 2524
|-
| 43 || หม่อมหลวงภัคศุก กำภู ณ อยุธยา || 1 มิ.ย. 2524 - 30 ก.ย. 2528
|-
| 44 || นายประกอบ แพทยกุล || 1 ต.ค. 2528 - 30 ก.ย. 2530
|-
| 45 || นายปรีดา มุตตาหารัช || 1 ต.ค. 2530 - 30  ก.ย. 2532
|-
| 46 || นายคงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์ || 1 ต.ค. 2532 - 30 ก.ย. 2534
|-
| 47 || ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ || 1 ต.ค. 2534 - 30 ก.ย. 2535
|-
| 48 || นายณัฎฐ์ ศรีวิหค || 1 ต.ค. 2535 - 30 ก.ย. 2537
|-
| 49 || นายสุชาญ พงษ์เหนือ || 1 ต.ค. 2537 - 30 เม.ย. 2540
|-
| 50 || นายขวัญชัย วศวงศ์ || 1 พ.ค. 2540 – 11 ม.ค. 2541
|-
| 51 || นายดิเรก อุทัยผล || 12 ม.ค. 2541 - 30 ก.ย. 2541
|-
| 52 || นายศักดิ์ เตชาชาญ || 1 ต.ค. 2541 - 30  ก.ย. 2542
|-
| 53 || นายจเด็จ อินสว่าง || 1 ต.ค. 2542 - 29  ก.พ. 2543
|-
| 54 || นายกำพล วรพิทยุต || 1 ม.ค. 2543 - 14 เม.ย. 2545
|-
| 55 || นายประสาท พงษ์ศิวาภัย || 1 พ.ค. 2545 – 27 ต.ค. 2545
|-
| 56 || นายรุ่งฤทธิ์ มกรพงศ์ || 28 ต.ค. 2545 - 9 ก.ค. 2547
|-
| 57 || นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ || 1 ต.ค. 2547 - 12 พ.ย. 2549
|-
| 58 || นายอำนาจ ผการัตน์ || 13 พ.ย. 2549 - 19 ต.ค. 2551
|-
| 59 || นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี || 20 ต.ค. 2551 - 30 ก.ย. 2553
|-
| 60 || นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ || 1 ต.ค. 2553 - 24 พ.ย. 2554
|-
| 61 || นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ || 29 ธ.ค. 2554 - 30 ก.ย. 2557
|-
| 62 || นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ || 1 ต.ค. 2557 - 30 ก.ย. 2558
|-
| 63 || นายศักดิ์ สมบุญโต || 1 ต.ค. 2558 - 4 เม.ย. 2560
|-
| 64 || นายจิระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ || 1 ต.ค. 2560 - ปัจจุบัน
|}
{{col-end}}
 
== ประชากร ==
{{Historical populations
| title = ประชากรจังหวัดกาญจนบุรีแบ่งตามปี
| type = none
| 2536 | 724,675
| 2537 | 736,996
| 2538 | 744,933
| 2539 | 756,528
| 2540 | 766,352
| 2541 | 775,198
| 2542 | 778,456
| 2543 | 786,001
| 2544 | 792,294
| 2545 | 801,836
| 2546 | 797,372
| 2547 | 810,339
| 2548 | 826,169
| 2549 | 834,447
| 2550 | 835,282
| 2551 | 840,905
| 2552 | 839423
| 2553 | 839,776
| 2554 | 838,914
| 2555 | 838,269
| 2556 | 842,882
| 2557 | 848,198
| 2558 | 882,146
| 2559 | 885,112
| 2560 | 887,979
| footnote = อ้างอิง: [[กรมการปกครอง]] [[กระทรวงมหาดไทย (ประเทศไทย)|กระทรวงมหาดไทย]]<ref>สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จำนวนประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statTDD/ 2561. สืบค้น 6 กุมภาพันธ์ 2561.</ref>
}}
 
ตามข้อมูลจำนวนประชากรของสำนักทะเบียนกลาง [[กรมการปกครอง]] ณ วันที่ 31 ธันวาคม [[พ.ศ. 2560]] จังหวัดกาญจนบุรีมีประชากร 887,979 คน คิดเป็นอันดับที่ 25 ของประเทศ โดยแบ่งเป็นประชากรเพศชาย 446,262 คน และประชากรเพศหญิง 441,717 คน<ref name="stat">สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2560 จังหวัดกาญจนบุรี." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statTDD/views/showDistrictData.php?rcode=71&statType=1&year=60 สืบค้น 28 พฤษภาคม 2561.</ref> มีความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ย 43.53 คนต่อตารางกิโลเมตร คิดเป็นอันดับที่ 74 ของประเทศ อำเภอที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด คือ [[อำเภอท่ามะกา]] ซึ่งมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 400.14 คนต่อตารางกิโลเมตร ส่วนอำเภอที่ประชากรเบาบางที่สุด คือ [[อำเภอศรีสวัสดิ์]] ซึ่งมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 8.09 คนต่อตารางกิโลเมตร
 
== ชาติพันธุ์ ==
ในจังหวัดกาญจนบุรีมีประชากรหลายชาติพันธุ์ ได้แก่
{{div col|colwidth=15em}}
* [[กะเหรี่ยง]]
* [[มอญ]]
* [[ญวน]]
* [[ไทดำ]]
* [[ไทยเชื้อสายจีน]] ([[แคะ]] [[แต้จิ๋ว]])
* [[เขมร]]
* [[พม่า]]
* [[อุก๋อง]]
* [[โรฮีนจา]]
* [[ไทใหญ่]]
* [[ชาวไทพวน]]
* [[ลาวตี้]]
* [[ซอุโอจ]]
* [[ญี่ปุ่น]]
* [[ขมุ]]
* [[ลาวครั่ง]]
* [[ละว้า]]
* [[ปาทาน]]
 
{{div col end}}
 
== ภาษา ==
มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของภาษาไทยถิ่นกาญจนบุรี ทำให้เกิดภาษาต่าง ๆ ที่ใช้พูดกันในจังหวัดกาญจนบุรีมีทั้งสิ้น 11 ภาษา โดยแบ่งออกเป็น 4 ตระกูลภาษา ได้แก่
# ภาษาตระกูลไต ได้แก่ ภาษาไทยภาษาลาวโซ่งภาษาลาวพวนและภาษาลาวครั่ง
# ภาษาตระกูลมอญ-เขมร ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาเขมร ภาษาขมุ
# ภาษาตระกูลกระเหรี่ยง ได้แก่ ภาษาละว้า (อุก่อง)
# ภาษาตระกูลทิเบต-พม่า ได้แก่ ภาษากระเหรี่ยง (ยาง) ภาษากระเหรี่ยงโปว์ ภาษาโพล่ว
 
ภาษาต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นมีภูมิลำเนากระจายอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี ดังนี้
* ภาษาไทย อยู่ทั่วไปในจังหวัดโดยเฉพาะในเขตเทศบาลและ อำเภอเมือง
* ภาษาลาวโซ่ง อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ อำเภอพนมทวน และ อำเภอบ่อพลอย
* ภาษาลาวครั่ง อำเภอด่านมะขามเตี้ย
* ภาษาลาวพวน อำเภอเลาขวัญ และ อำเภอพนมทวน
* ภาษามอญ อำเภอสังขละบุรี อำเภอเลาขวัญ และ อำเภอทองผาภูมิ
* ภาษาเขมร อำเภอไทรโยค อำเภอเลาขวัญ และ อำเภอศรีสวัสดิ์
* ภาษาขมุ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละ และ อำเภอไทรโยค
* ภาษาละว้า อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ และ อำเภอศรีสวัสดิ์
* ภาษากระเหรี่ยง (ยาง) ภาษากระเหรี่ยงโปว์ และภาษาโผล่ว อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอสังขละบุรี
 
นอกจากนี้ในจังหวัดกาญจนบุรียังมีกลุ่มคนที่พูดภาษาอื่น ๆ แต่โดยมากจะเป็นกลุ่มคนที่มีขนาดเล็กหรือเป็นกลุ่มคนที่พึ่งจะอพยพย้ายถิ่นที่อยู่มาจากที่อื่น และในแต่ละอำเภอภาษาที่ใช้พูดต่าง ๆ อาจจะมีจำนวนมากขึ้น ถึงแม้ว่าภาษาในจังหวัดกาญจนบุรีจะมีหลากหลายภาษา แต่ในปัจจุบันผู้คนส่วนมากพูดภาษากลาง ซึ่งมีสำเนียง “เหน่อ” ทั้งนี้ผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ ยังคงรักษาวัฒนธรรมทางภาษาดั้งเดิมไว้ เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้สืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามต่อไป
 
อีกประการหนึ่งพบว่า ระบบวรรณยุกต์ของภาษาไทยถิ่นกาญจนบุรีที่พูดกันที่อำเภอพนมทวน อำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย และ อำเภอห้วยกระเจา มีระบบวรรณยุกต์5 หน่วยเสียงเช่นเดียวกับภาษาไทยมาตรฐาน แต่ลักษณะการแยกเสียงรวมเสียงในกล่องวรรณยุกต์แตกต่างจากทั้งภาษาไทยมาตรฐานและภาษาไทยถิ่นกลางสำเนียงอื่น ๆ และพบว่าภาษาไทยถิ่นกาญจนบุรีที่พูดใน 4 อำเภอดังกล่าวมีสัทลักษณะของหน่วยเสียงวรรณยุกต์แตกต่างจากกัน ทำให้สามารถแยกภาษาถิ่นย่อยของภาษาไทยถิ่นกาญจนบุรีได้ นอกจากนี้พบว่าหน่วยเสียงวรรณยุกต์ทุกหน่วยเสียงมีการแปรของสัทลักษณะทั้งในแง่ของการขึ้น-ตก และระดับเสียงเมื่อปรากฏในบริบทต่าง ๆ โดยสัทลักษณะของหน่วยเสียงวรรณยุกต์ในคำชุดเทียบเสียงมีระดับเสียงและลักษณะการขึ้น-ตกของเสียงชัดเจนมากที่สุด และความชัดเจนจะลดน้อยลงเมื่อปรากฏในคำพูดต่อเนื่อง โดยที่หน่วยเสียงวรรณยุกต์ที่ปรากฏในพยางค์ที่ลงเสียงหนักจะมีสัทลักษณะแตกต่างกันมากกว่าในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนัก และในแต่ละตำบลของแต่ละอำเภอก็ยังมีสำเนียงที่แตกต่างกันออกไปในหมู่บ้านของแต่ละตำบลก็ยังแตกต่างกันออกไปอีก เช่น ที่อำเภอท่าม่วงซึ่งมีความหลากหลายของสำเนียงเหน่ออย่างเห็นได้ชัด
 
== วัฒนธรรม ==
=== ความเชื่อ ===
[[ไฟล์:Kanchanaburi Lak Mueang.jpg|220px|thumb|right|ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี]]
กาญจนบุรีเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ฝั่งชายแดนทางภาคตะวันตกของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานทุกยุคสมัยต่อกันมาโดยไม่ขาดสาย ในการนับถือศาสนาของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีจะมีทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู และรวมถึงศาสนาพราหมณ์ โดยศาสนาที่ประชาชนส่วนใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรีนับถือเป็นชาวพุทธ ศาสนาสถานต่าง ๆ มีวัดพุทธ 427 แห่ง สำนักสงฆ์ 170 แห่ง ที่พักสงฆ์ 104 แห่ง มัสยิด 3 แห่ง และโบสถ์คริสต์ 11 แห่ง ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจเริ่มต้นจากรูปแบบความเชื่อที่ถือกันว่าเก่าแก่ที่สุดนั่นคือการนับถือภูตผีปีศาจเหตุนี้จึงก่อให้มีหลากหลายศาสนาเกิดขึ้น เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าส่วนที่สำคัญในทุกวัฒนธรรมคือศาสนาเพราะศาสนามีผลต่อความรู้สึกนึกคิดประเพณีและเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์ได้สร้างสรรค์วัฒนธรรมอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก เพื่อเป็นแนวทางในการสืบทอดประพฤติปฏิบัติ ชาวบ้านในจังหวัดกาญจนบุรียังได้มีความเชื่อและความนับถือตั้งแต่บรรพบุรุษในเรื่องของผีสาง เทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา เห็นได้ว่าการนับถือศาสนาและความเชื่อของคนกาญจนบุรีมีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ นอกจากจะกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปแล้ว ยังกราบไหว้บูชาศาลพระภูมิและผีสางเทวดา และยังมีความเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น นอกจากนี้ ยังมีลักษณะที่ผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับศาสนาพุทธและพราหมณ์ได้อย่างแนบสนิท ซึ่งจะยกตัวอย่างความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่ยาวนานที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี
 
# '''หม้อยาย''' เป็นความเชื่อของชาวบ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง ที่ทุกบ้านจะมีหม้อดินแขวนไว้ ภายในหม้อบรรจุไวด้วยขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปคน เชื่อว่า ยายจะช่วยปกปักษ์รักษาให้ทุกคนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข
# '''ศาลพ่อแม่''' เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านในเรื่องพิธีกรรมความเชื่อมากกว่า 200 ปี ให้คุ้มครองและให้งานนั้น ๆ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และครอบครัวมีความอยู่ดีมีสุข
# '''ศาลเจ้าพ่อโรงหนัง''' เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อที่ชาวบ้านให้การนับถือและเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านหนองขาวในการประกอบพิธีกรรม
# '''ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน''' เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวอำเภอศรีสวัสดิ์เคารพนับถือ โดยจะมีการจัดทำบุญขึ้นทุกปี ที่ชาวบ้านเรียกว่าทำบุญกลางบ้าน
 
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น แม่พญางิ้วดำ ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี ความเชื่อห้ามผู้หญิงเดินเข้าไปในพระธาตุโบอ่อง ทั้งนี้ความเชื่อของชาวจังหวัดกาญจนบุรีเป็นวัฒนธรรมที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ ชื่นชมธรรมชาติมากกว่าจะเอาชนะธรรมชาติ มีความละเอียดลออ ประณีตพิถีพิถันตามแบบฉบับชีวิตชาวบ้านที่ไม่มีความรีบร้อน และยังเป็นวัฒนธรรมที่มีความอิสรเสรี แสดงออกถึงความสนุกสนาน ร่าเริง เน้นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
 
=== วิถีชีวิต ===
* การแต่งกาย ชาวจังหวัดกาญจนบุรีโดยทั่วไปยกเว้นคนไทยเชื้อสายต่าง ๆ เช่น พม่า มอญ กะเหรี่ยง จะมี การแต่งกายคล้ายคลึงกับชาวจังหวัดอื่นในภาคกลาง คือเมื่ออยู่กับบ้านจะแต่งกายสบาย ๆ ไม่พิถีพิถัน แต่เมื่อเวลา ไปงานเลี้ยง งานบุญ งานพิธี ก็จะแต่งกายพิถีพิถันสวยงามตามสมัยนิยม
* การกินอยู่ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นป่าเขา มีแม่น้ำลำธารมาก ทำให้มีพืชผัก ของป่าหลายชนิดที่ชาวบ้านรู้จักและนำมาปรุงเป็นอาหารพื้นบ้านรับประทานกันตลอดมา ผักบางชนิดคนจังหวัดอื่นไม่รู้จัก เช่น ผักหวานป่า ผักกูด ผักหนาม ดอกอีนูน ดอกดิน ลูกตาลเสี้ยน เห็ดรวก เห็ดไผ่
* อาหารพื้นบ้านมีอยู่หลายชนิดที่เป็นอาหารขึ้นชื่อที่ชาวต่างจังหวัดที่มาท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีนิยมสั่งรับประทาน เช่น ยำเห็ดโคน ต้มยำปลายี่สก ปลารากกล้วยทอด แกงป่าปลาคัง และแกงป่าไก่ไทย นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีนิยมทำรับประทานมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือแกงป่าที่ปรุงจากวัตถุดิบที่หาได้จากป่า ปลาแม่น้ำ ข้าวต้มมัดไต้ ข้าวหลาม ขนมจีน วุ้นเส้น
* กิริยามารยาทชาวกาญจนบุรีจะเป็นแบบบ้าน ๆ เรียบง่ายถือคำสัตย์หากเป็นนักเลงก็เป็นนักเลงที่มีสัจจะอยู่กันแบบสันติไม่ชอบวิวาทกับใครแต่หากมีใครล่วงเกินก็ไม่ยอมใครเช่นกัน
* วิถีการดำเนินชีวิตแบบไทยเดิม ครอบครัวที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องยังอยู่รวมกัน มีความเคารพตามลำดับอาวุโส
* รำเหย่ย เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวกาญจนบุรีมาแต่บรรพกาลราว ๆ 500 ปีเศษมาแล้ว จะเล่นกันในเทศกาลตรุษสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น วิธีการเล่นคือ ฝ่ายชายฝ่ายหญิงยืนล้อมวงกัน มีการร้องนำ ร้องแก้ และลูกคู่ ร้องรับพร้อมปรบมือเป็นจังหวะ
 
=== งานเทศกาลประเพณี ===
* '''งานวันอาบน้ำแร่แช่น้ำตก''' จัดขึ้นบริเวณพุน้ำร้อนหินดาด หมู่ 5 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ภายในงานมีกิจกรรมออกร้านผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นิทรรศการการท่องเที่ยวของอำเภอทองผาภูมิ นักท่องเที่ยวยังจะได้อาบน้ำแร่ที่พุน้ำร้อนหินดาดและเที่ยวชมความงามของน้ำตกผาดาด
 
* '''งานเทศกาลชาวเรือชาวแพ''' จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่บริเวณถนนสองแคว ริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ภายในงานมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงมหกรรมลูกทุ่ง นิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และการแข่งขันกีฬาทางน้ำประเภทต่าง ๆ อาทิ เรือยาว เรือเร็ว เจ็ตสกี เป็นต้น
 
* '''งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว''' จัดขึ้นทุกปีบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ กิจกรรมบันเทิงและการแสดงแสงและเสียง
 
* '''งานสงกรานต์วัฒนธรรมหมู่บ้านหนองขาว''' บ้านหนองขาวคือหมู่บ้านที่มีการรักษาขนบธรรรมเนียมประเพณีเอาไว้ตลอดหลายชั่วอายุคน และมรดกเหล่านีถูกนำเสนอมาแสดงออกผ่านเทศการประจำปีของหมู่บ้านที่จัดในช่วงวันสงกรานต์ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่ชาวบ้านจะร่วมทำบุญตักบาตร จากนั้นในช่วงสายจะมีการประกวดธิดาเกวียนของแต่ละหมู่บ้าน การละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ ที่สร้างความสามัคคีขงอชาวบ้านภายในหมู่บ้าน การจำลองวิธีชิวีตของชาวบ้าน เช่น การทำขนมจีนสูตรพื้นบ้าน การทำตาลโตนต การทอผ้าซิ่น การแข่งขักิฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้าน
 
* '''งานเทศการเห็ดโคน และอัญมณี อำเภอบ่อพลอย''' จัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ภาย ในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของเห็ดโคน ที่ยังไม่สามารถเพราะพันธ์ได้ การสาธิตแปรรูปอาหารจากเห็ดโคน สามารถเลือกชิมได้และยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการทำเหมืองพลอย การเจียระไนพลอย รวมถึงการออกร้านจำหน่ายอัญมณีจากหลายร้านด้วย
 
* '''งานสงกรานต์มอญ''' จัดขึ้ในช่วงวันที่ 13 -15 เมษยนของทุกปี ที่บริเวณวัดวังก์วิเวการาม ช่วงเช้าชาวบ้านมากหน้าหลายตาจะพากันมาทำบุญตักบาตร์อย่างเนื่องแน่น มีการก่อเจดีย์ทรายขนาดใหญ่ การรดน้ำพระสงฆ์มอญ และวันนี้ชาวมอญจะมีการแต่งตัวด้วยเสือผ้าแบบมอญที่สวยงาม มีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน อย่างการละเล่นสะบ้าที่หาดูได้ยาก และมีอาหารพื้นบ้านแบบมอญให้ชิมด้วย
 
* '''ประเพณีฟาดข้าวชาวกะเหรี่ยง''' อยู่ที่ ต.ไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานานแต่โบราณ นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น หรื่อความสามารถของผู้เฒ่าผู้แก่ที่จะให้ลูหลานมีความสมานสามัคคีกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังมาช่วยเหลือซื่งกันและกัน
 
* '''งานแผ่นดินสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว "วันสร้างเมืองกาญจนบุรี"''' จัดขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อชาวจังหวัดกาญจนบุรีให้ประชาชนเกิดความสำนึกในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสร้างเสริมอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์เมืองกาญจนบุรี และเพื่อให้ภาครัฐ เอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ และกิจกรรมออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ท้องถิ่น พร้อมทั้งชมการแสดงต่าง ๆ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวเมืองกาญจนบุรีนานัปการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯย้านเมืองกาญจนบุรีจากที่ตั้งเดิมมาที่ปัจจุบันและให้สร้างกำแพงเมืองกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2374 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ทรงสร้างหลักเมือง วัดถาวรวราราม หรือวัดญวณ และได้ทรงบูรณะวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง หรือวัดเหนือ นับว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์มีพระคุณยิ่งต่อชาวจังหวัดกาญจนบุรีและต่อประเทศไทย
 
* '''งานสมโภชศาลหลักเมืองกาญจนบุรี''' มีการจัดงานประจำปีศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยมีพิธีทางสงฆ์และพิธีทางพราหมณ์ ในพิธีบวงสรวงนี้ มีทั้งพิธีทางสงฆ์และพิธีทางพรามณ์จะเป็นการอัญเชิญเทพยาดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สถิตปกปักรักษาเมืองกาญจนบุรี มารับการบวงสรวง ซึ่งพิธีบวงสรวงดังกล่าวได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี ภายในงานจะมีสินค้าจำหน่ายให้กับผู้ที่มาเที่ยวชมภายในมากมาย นอกจากนี้กลางคืน ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน ที่มีชื่อเสียงและการแสดงมหรสพสมโภชอย่างยิ่งใหญ่
ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของประตูเมืองกาญจนบุรี ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยจตุรมุข ตัวอาคารภายในเปิดโล่ง ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองเป็นเสาไม้หัวเม็ด สูง 1 เมตร ลงรักปิดทอง สร้างขึ้นในสมัยพระยาประสิทธิสงคราม หรือท่านรามภักดี ศรีวิเศษ ชาวกาญจนบุรีเรียกท่านว่า “เจ้าเมืองตาแดง” เป็นเจ้าเมืองคนที่สองในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทำนุบำรุงเมืองหลายอย่าง เช่น สร้างกำแพงเมือง ขุดคูเมือง ป้องปราการ ประตูเมืองและศาลหลักเมือง อีกทั้งยังได้สร้างศิลาจารึกประวัติการสร้างเมืองกาญจนบุรี ซึ่งยังคงมีอยู่ ณ ศาลหลักเมืองในปัจจุบัน ใช้อักษรภาษาไทยบันทึกเรื่องราวการสร้างเมืองกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2374 ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี เป็นสถานที่เคารพสักการะบูชาของชาวเมืองกาญจนบุรีตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเทศบาลเมืองกาญจนบุรีได้จัดงานสมโภชศาลหลักเมืองขึ้นในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีเป็นเวลา 11 วัน 11 คืน
 
* '''ประเพณีสงกรานต์แห่ปราสาทผึ้ง''' เป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน การทำบุญตักบาตร การสรงน้ำพระพุทธรูป การละเล่นพื้นบ้าน ชมการแสดงมหรสพ และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ประเพณีการ แห่ปราสาทผึ้งของชาวหนองปรือเกิดขึ้นจากรากฐานความเชื่อของบรรพบุรุษของชาวหนองปรือที่มีเชื้อสายมาจากชาวเวียงจันทน์ซึ่งมีความเชื่อว่าการได้ถวายน้ำผึ้งเป็นพุทธบูชาจะได้อานิสงส์ยิ่ง ตามที่กล่าวไว้ในพุทธประวัติ จึงทำให้เกิดประเพณีการตีผึ้งขึ้นในเดือนเมษายน ชาวบ้านที่เป็นชายจะหยุดกิจการงานทั้งปวง เพื่อออกหาผึ้งและนำน้ำผึ้งมาถวายพระสงฆ์ ส่วนรังผึ้งชาวบ้านจะนำมารวมกันแล้วเคี่ยวทำเป็นเทียนจุดให้ แสงสว่างแก่พระสงฆ์เพื่อพระสงฆ์จะได้ใช้จุดให้แสงสว่างเวลาศึกษาพระธรรมในตอนกลางคืนหรือจุดบูชาพระ อีกส่วนหนึ่งจะนำมาทำเป็นปราสาท แกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม และแห่ไปถวายพระสงฆ์ที่วัดกิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การแห่ปราสาทผึ้งด้วยริ้วขบวนรถที่มีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ริ้วขบวนของชุมชนต่าง ๆ การทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระที่วัดของชุมชน การแสดงการละเล่นพื้นบ้านที่หา ชมได้ยากเป็นการละเล่นประจำถิ่น การชมมหรสพดนตรี และการออกร้านจำหน่ายสินค้า เลือกหาเลือกซื้อได้อย่างมากมาย
 
* '''งานบุญเดือน 10 ลอยเรือสะเดาะเคราะห์''' เป็นงานบุญประจำปีของชาวไทยเชื้อสายมอญ หรือแม้แต่ชาวมอญที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่าโดยยึดถือปฏิบัติมาเป็นเวลาช้านาน
 
สำหรับประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ชาวไทยรามัญอำเภอสังขละบุรี ถือเป็นงานประเพณีที่เป็นการสืบสานวัฒนธรรมเก่าแก่มายาวนาน และเป็นประเพณีตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายมอญ ที่ถือเป็นจุดรวมแห่งความมีศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ ที่วัดวังก์วิเวการาม กำหนดจัด 3 วัน ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูชาเทวดาที่อยู่ในน้ำ ในป่า และบนบก อีกทั้งเพื่อสืบสานประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชน ตลอดทั้งเป็นการเผยแพร่ประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ให้แก่ชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้
 
* '''ประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์ และออกร้านตลาดนิพพาน''' ที่วัดวังก์วิเวการาม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และถือปฏิบัติกันในทุกวันเพ็ญเดือน ๖ นี้ด้วย นั่นคือ “ประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์” ซึ่งแต่เดิมเป็นพิธีที่พุทธศาสนิกชนในพม่าปฏิบัติกันในวันวิสาขบูชา แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น จะพบได้ที่ชุมชนชาวมอญสังขละบุรี ที่วัดวังก์วิเวการาม แห่งนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
 
สำหรับความเป็นมาของประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์ เกิดขึ้นในสมัยใดของเมืองมอญนั้นไม่ทราบแน่ชัด ส่วนในชุมชนคนมอญวัดวังก์วิเวการาม เมื่อครั้งยังตั้งชุมชนอยู่ที่อำเภอสังขละบุรีเก่า ก่อนจะถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ (บริเวณที่เป็น “เมืองบาดาล” ในปัจจุบัน) ยังไม่มีประเพณีนี้เกิดขึ้น เพราะไม่มีต้นโพธิ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เมื่อครั้งที่หลวงพ่ออุตตมะเดินทางไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อนำมาประดิษฐานไว้บนยอดเจดีย์พุทธคยา หลวงพ่ออุตตมะได้อัญเชิญต้นหน่อพระศรีมหาโพธิ์ ที่ได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศศรีลังกา มาพร้อมกันด้วย
เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2530 สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จมาทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์นี้ไว้ ที่บริเวณลานเจดีย์พุทธคยา ของวัดวังก์วิเวการาม ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่ออุตตมะจึงได้รื้อฟื้นให้มีประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์ขึ้น เหมือนที่เมืองมอญบ้านเกิดของท่าน ในทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี โดยในช่วงเย็นถึงค่ำ ชาวมอญจะพร้อมใจกันนำน้ำอบ น้ำหอม น้ำสะอาดลอยด้วยดอกไม้ มาร่วมกันรดน้ำต้นพระศรีมหาโพธิ์ผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ จนได้กลายมาเป็น “ประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์” ของชุมชนมอญสังขละบุรี
 
* '''ประเพณียกธงสงกรานต์''' ประเพณีสำคัญของชาวเบญพาด ตำบลพังตรุ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่ชาวบ้านสืบต่อกันมามากกว่า 100 ปี ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่ 13 บ้านเบญพาด เล่าว่า เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวบ้านจะร่วมกันทำธงตลอด 5 วัน คือตั้งแต่วันที่ 13 จนถึงพิธีแห่วันที่ 17 เม.ย. ของทุกปีเริ่มจากชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน จะเข้าไปหาต้นไผ่ลำต้นยาวตรงและมีกิ่งก้านแตกแขนง นำมาใช้เป็น “ธง” และจะช่วยกันเย็บผ้าผืนใหญ่ที่มีความยาวพอดีกับความสูงของต้นไผ่ ประดับด้วยลูกปัดสวยงาม ทำเป็น “ผ้าธง” อันเป็นสองส่วนประกอบหลักของธงสงกรานต์ ส่วนของกิ่งก้านบริเวณปลายต้นไผ่ชาวบ้านจะช่วยกันประดิษฐ์ของตกแต่ง เช่น ใยแมงมุม ดอกไม้ ปลาตะเพียนสาน นกสาน ตะกร้อ หรือแล้วแต่ธีมของหมู่บ้านนั้นที่ตกลงกัน ในอดีตของตกแต่งธงจะใช้พวกเศษผ้าสี ใบลาน ใบตาล ปุยฝ้าย หรือของประดิษฐ์จากธรรมชาติ
 
* '''ประเพณีตักบาตรดอกไม้''' ในจังหวัดกาญจนบุรีมีที่วัดดอนคราม ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพียงที่เดียวประชาชนตำบลเขาน้อย จะร่วมตักบาตรดอกไม้ เนื่องในวันอาสาฬบูชา และเทศกาลเข้าพรรษาโดยเป็นประเพณีที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน จะมีประชาชนนำดอกไม้นานชนิดมาร่วมตักบาตรให้กับพระภิกษุสงฆ์ตามความเชื่อในสมัยพุทธกาล ก่อนที่จะนำไปถวายแด่องค์พระพุทธและถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในวัดดอนครามแห่งนี้ ถือเป็นประเพณีที่บุญกุศลอันยิ่งใหญ่และสวยงามจากพันธุ์ดอกไม้นานาชนิดโดยเฉพาะดอกบัว ดอกกระเจียว ดอกดาวเรืองจะที่เป็นที่นิยมนำมาใส่บาตรกัน
 
* '''ประเพณีร่อยพรรษา''' เป็นประเพณีที่ช่วยส่งเสริมทำนุบำรุงศาสนาให้คงอยู่โดยการสนับสนุนกำลังปัจจัยสิ่งของต่าง ๆ นำเข้าวัด โดยใช้เพลงร่อยพรรษาซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นการตั้งใจร้อง เพราะมีความศรัทธาในการทำบุญทางพระพุทธศาสนาเป็นหลัก
 
เพลงร่อยพรรษามักร้องก่อนวันออกพรรษา วันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 11 เป็นต้นไป จนถึงวันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ผู้ร้องเพลงร่อยพรรษาส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ จะร้องประมาณ 7 - 10 คน จะหาบกระบุงหรือตะกร้าออกเดินไปตามบ้านต่าง ๆ เมื่อเจ้าของบ้านได้ยินก็จะนำเงินหรือสิ่งของ ได้แก่ ข้าวสาร ขนม หรือผลไม้ ออกมาให้ หัวหน้าคนร่อยพรรษาก็จะนำไปถวายพระ เวลาออกไปร้องร่อยพรรษามักเป็นเวลากลางคืน เนื่องจากกลางวันคนมักจะออกไปทำนาทำไร่กันหมด
 
== โครงสร้างพื้นฐาน ==
=== การศึกษา ===
; อุดมศึกษา
* [[มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี]]
* [[มหาวิทยาลัยมหิดล]] [[มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี|วิทยาเขตกาญจนบุรี]]
* [[มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น]]
* มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติกาญจนบุรี
 
; โรงเรียน
* [[รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี]]
 
=== สาธารณสุข ===
{{div col}}
; โรงพยาบาลรัฐบาล
* โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี [[อำเภอเมืองกาญจนบุรี]] (ประจำจังหวัด)
* [[โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 (เจริญ สุวฑฺฒโน) จังหวัดกาญจนบุรี]] [[อำเภอท่าม่วง]]
* โรงพยาบาลมะการักษ์ [[อำเภอท่ามะกา]]
* โรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์ พนมทวน [[อำเภอพนมทวน]]
* โรงพยาบาลสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต [[อำเภอไทรโยค]]
* โรงพยาบาลไทรโยค [[อำเภอไทรโยค]]ตอนล่าง
* โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย [[อำเภอด่านมะขามเตี้ย]]
* โรงพยาบาลทองผาภูมิ [[อำเภอทองผาภูมิ]]
* โรงพยาบาลสังขละบุรี [[อำเภอสังขละบุรี]]
* โรงพยาบาลศุกร์ศิริศรีสวัสดิ์ [[อำเภอศรีสวัสดิ์]]
* โรงพยาบาลบ่อพลอย [[อำเภอบ่อพลอย]]
* โรงพยาบาลสถานพระบารมีหนองปรือ [[อำเภอหนองปรือ]]
* โรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา [[อำเภอห้วยกระเจา]]
* โรงพยาบาลเลาขวัญ [[อำเภอเลาขวัญ]]
* โรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ มณฑลทหารบกที่ 17
{{div col end}}
 
; โรงพยาบาลเอกชน
* โรงพยาบาลกาญจนบุรีเมโมเรียล
* โรงพยาบาลธนกาญจน์
* โรงพยาบาลแสงชูโต
 
== ที่สุดในประเทศไทย ==
* ปราสาทขอมโบราณซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกที่สุด คือ [[ปราสาทเมืองสิงห์]] [[อำเภอไทรโยค]] จังหวัดกาญจนบุรี
* [[ทางหลวงพิเศษ]]ซึ่งเป็นสายแรกที่เชื่อมต่อไปยังประเทศพม่า นิยมเรียกว่า มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่–บ้านโป่ง–กาญจนบุรี หรือ มอเตอร์เวย์สายตะวันตก [[ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81]] ผ่าน[[อำเภอบ้านโป่ง]] [[จังหวัดราชบุรี]], [[อำเภอท่ามะกา]] [[อำเภอท่าม่วง]] [[อำเภอเมืองกาญจนบุรี]] จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเส้นทางในการเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกทวาย
* เขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดของไทย คือ [[เขื่อนศรีนครินทร์]] (เจ้าเณร) [[อำเภอศรีสวัสดิ์]] จังหวัดกาญจนบุรี มีความจุ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร
* กาญจนบุรีมีการปลูก[[อ้อย]]กันมากที่สุดในประเทศไทย
* ค้างคาวที่มีขนาดเล็กที่สุดคือ[[ค้างคาวคุณกิตติ]]ซึ่งพบได้ที่เดียวเท่านั้นคือที่จังหวัดกาญจนบุรี
 
== สถานที่สำคัญ ==
เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ในสมัย[[สงครามโลกครั้งที่ 2]] มีอนุสรณสถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ
 
; อุทยาน
[[ไฟล์:Prasat Muang Sing Historical Park, Thakilen, Thailand (368971761).jpg|220px|thumb|[[อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์]]]]
{{div col}}
* [[อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์]]
* [[อุทยานแห่งชาติเขาแหลม]]
* [[อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์]]
* [[อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์]]
* [[อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ]]
* [[อุทยานแห่งชาติไทรโยค]]
* [[อุทยานแห่งชาติลำคลองงู]]
* [[อุทยานแห่งชาติเอราวัณ]]
{{div col end}}
 
; น้ำตก
{{div col}}
* [[น้ำตกเอราวัณ]]
* [[น้ำตกไทรโยคใหญ่]]
* [[น้ำตกไทรโยคน้อย]]
* [[น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น]]
* [[น้ำตกผาตาด]]
* [[น้ำตกผาสวรรค์]]
* [[น้ำตกทุ่งนางครวญ]]
* [[น้ำตกตะเคียนทอง]]
* [[น้ำตกไดช่องถ่อง]]
* [[น้ำตกเกริงกระเวีย]]
* [[น้ำตกคลีตี้]]
{{div col end}}
 
; น้ำพุร้อน
* น้ำพุร้อนหินดาด
 
; เขื่อน
* [[เขื่อนศรีนครินทร์]]
* [[เขื่อนวชิราลงกรณ์]]
* [[เขื่อนท่าทุ่งนา]]
* [[เขื่อนแม่กลอง]]
 
<gallery>
ไฟล์:เขื่อนศรีนครินทร์กาญจนบุรี.jpg| เขื่อนศรีนครินทร์
ไฟล์:เขื่อนวชิราลงกรณ.jpg| เขื่อนวชิราลงกรณ์
ไฟล์:เขื่อนท่าทุ่งนากาญจนบุรี.jpg| เขื่อนท่าทุ่งนา
</gallery>
 
; วัด
{{div col}}
* วัดสิริกาญจนาราม (ยุต) (วัดเขาพุรางบน) ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี
* วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) (หลวง)
* [[วัดสระลงเรือ]] (เรือสุพรรณหงส์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
* วัดทิพย์สุคนธาราม (พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์)
* วัดสุนันทวนาราม
* [[วัดวังก์วิเวการาม]] (วัดหลวงพ่ออุตตมะ)
* วัดวังขนายทายิการาม (มีบ่อน้ำแร่)
* [[วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน]] (วัดเลี้ยงเสือ)
* วัดถ้ำเสือ-วัดถ้ำเขาน้อย
* วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ
* วัดถ้ำพรหมโลกเขาใหญ่ (พระอาจารย์วินัยธรวันชัย ปัญญาสาโร หลวงพ่อล้าน)
* วัดพ่อขุนเณร (เขื่อนศรีนครินทร์)
* [[วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร|วัดพระแท่นดงรัง]] (หลวง)
* วัดถาวรวราราม (วัดญวณ)
* วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) (หลวง)
* วัดบ้านถ้ำ (มังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ)
{{div col end}}
 
; อื่น ๆ
[[ไฟล์:Bridge of the River Kwai.JPG|220px|thumb|สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2552)]]
{{div col}}
* ท่าเรือปากแซง
* [[สะพานข้ามแม่น้ำแคว]]
* [[ทางรถไฟสายมรณะ]]
* [[สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก]]
* [[สุสานทหารสัมพันธมิตรเขาปูน]]
* [[สะพานอุตตมานุสรณ์]]
* พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
* พิพิธภัณฑ์สงครามโลก]
* [[ช่องเขาขาด]] อำเภอไทรโยค
* [[สวนหินสมเด็จพระศรีนครินทร์]]
* [[ด่านเจดีย์สามองค์]]
* [[เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร]]
{{div col end}}
 
; สนามกีฬา
{{div col}}
* [[สนามกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี]] (สนามกลีบบัว)
* สนามกีฬา36 พรรษา สยามบรมราชกุมารี
* สนามกีฬาสมเด็จพระญาณสังวร
* สนามกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
* สนามกีฬาท่าม่วง
* สนามกีฬาสังขละบุรี
{{div col end}}
 
== บุคคลสำคัญ ==

รายการเลือกการนำทาง