ค่ายฝึกเขาชนไก่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับภาพยนตร์ ดูที่ เขาชนไก่ (ภาพยนตร์)
เขาชนไก่ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

ค่ายฝึกเขาชนไก่ เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร สังกัดหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กองทัพบกไทย ตั้งอยู่ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี–เขื่อนศรีนครินทร์) อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 150 กิโลเมตร ในเวลาที่ไม่มีการฝึกจะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปมีกิจกรรมเช่น การโดดหอสูง การยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์[1] โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปีจะเป็นค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ค่ายฝึกเขาชนไก่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2543

ชื่อ "เขาชนไก่" เชื่อว่าเป็นบ้านเดิมของขุนไกร พ่อของขุนแผน เป็นสถานที่ที่นางทองประศรี แม่ของขุนแผนพาขุนแผนหรือพลายแก้ว เมื่อครั้งยังเด็กมาหลบราชภัย เข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่ "ดอนเขาชนไก่" บนยอดเขาชนไก่มีลานกว้าง มีหลักหินแสดงบริเวณอยู่ เชื่อกันว่า เป็นลานชนไก่ของขุนแผน[2] โดยขุนแผนหลังเข้ารับราชการและได้รับตำแหน่งเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าเมืองกาญจนบุรี หรือ พระสุรินททร์ฤๅชัย ชาวบ้านจึงได้สร้างศาล"เจ้าพ่อเขาชนไก"่ ขึ้นมาสักการะ[3]

ในปี พ.ศ. 2549 มีภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักศึกษาวิชาทหาร และการฝึกที่เขาชนไก่ ชื่อเรื่อง เขาชนไก่[4] ในปี พ.ศ. 2558 มี ภาพยนตร์ตลกและผี ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักศึกษาวิชาทหารที่เจอกับผีครูฝึกสุดโหด ชื่อเรื่อง รด. เขาชนผีที่เขาชนไก่[5]

ประวัติ[แก้]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ระหว่างสงครามเก้าทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างไทยกับพม่า พม่าได้ยกกองกำลังมาทั้งหมด 9 ทัพ ซึ่งหนึ่งในทัพนั้นเดินทางเข้ามาทางทุ่งลาดหญ้า เขาชนไก่นั้นถูกใช้เป็นที่ตั้งและดูการเคลื่อนไหวของพม่า ซึ่งในเวลาว่างนั้นทหารไทยก็เอาไก่มาชนกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ เขาชนไก่ บริเวณยอดเขาประดิษฐานศาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ในการรบที่ลาดหญ้าครั้งนั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาถ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงให้ ออกญามหาโยธาคุมทหารมอญ 3,000 คนเป็นกองหน้าไปตั้งสกัดข้าศึกที่ด่านกรามช้าง ส่วนทัพใหญ่ตั้งค่ายมั่นที่ทุ่งลาดหญ้าตรงช่องสะเดาใกล้กับเขาชนไก่ และยังทรงให้ตั้งค่ายอีกค่ายหนึ่งที่ปากแพรก (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณตัวเมืองกาญจนบุรี)[6] จึงถือได้ว่าบริเวณเขาชนไก่เป็นยุทธศาสตร์การรบที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย

การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร[แก้]

ภาพการฝึกของ นศท. ปี 3 ปีการศึกษา 2561 กล่าวคือฝึกในต้นปี 2562

ค่ายฝึกเขาชนไก่เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 2 และ 3 ที่สังกัดโรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร, ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 110 และหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 16, 17 และเป็นสถานที่ฝึกภาคสนามสำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 และ 5 จากทุกศูนย์ทั่วประเทศ โดยศูนย์ฝึกส่วนภูมิภาคจะดำเนินการเดินทางไป-กลับจากเชาชนไก่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 จนถึงปัจจุบัน

การฝึกปกครองในภาพรวม[แก้]

ในการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร จะแบ่งนักศึกษาออกเป็นผลัด โดยแต่ละผลัดจะมีนักศึกษาเข้ารับการฝึกประมาณ 400 ถึง 700 นายจากสถานศึกษาต่างๆ เป็น 1 กองพันฝึกปกครอง

กองพันฝึกปกครองในปัจจุบัน[แก้]

กองพันแต่ละกองจะมีที่ตั้งประจำไว้กระจายอยู่ในบริเวณศูนย์ฝึกรอบเขาชนไก่ โดยหมายเลขกองพันปกครองจะเวียนซ้ำเรื่อยๆ เพื่อรองรับนักศึกษาผลัดใหม่ที่เข้ามาใช้พื่นที่ โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขของกองพันแต่อย่างใด

  • ปี 2 ชาย มี 2 กองพัน - 21 และ 22
  • ปี 3 ชาย มี 4 กองพัน - 31, 32, 33 และ 34.
  • ปี 4 และ 5 ชาย มีชั้นปีละ 1 กองพัน คือ 41 และ 51 ตามลำดับ.
  • ปี 2 หญิง ใช้พื้นที่และเลขของกองพันฯ 21
  • นักศึกษาวิชาทหารหญิงชั้นปีที่ 3 ขึ้นไปทุกชั้นปีและผลัด มี 1 กองพัน คือ 61.

กองพันฝึกปกครองในอดีต[แก้]

ในอดีตเคยมีกองพัน 42 ของนักศึกษาชายปี 4 แต่เนื่องจากจำนวนนักศึกษาที่ลดลงจึงไม่ได้ใช้อีก

การฝึกปกครองระดับกองพันฝึกปกครองลงมา[แก้]

ครูทหาร[แก้]

แต่ละกองพันฝึกปกครองจะมีนายทหารเป็นผู้บังคับกองพันฝึกปกครอง นายทหารฝ่ายอำนวยการ นายทหารเวร สิบเวรประจำวัน และครูปกครองกองพัน โดยอาจรวมกับบุคลากรทหารผู้ทำการฝึก

นอกจากนี้ แต่ละกองร้อยจะมีครูเป็นผู้บังคับกองร้อยและครูประจำกองร้อยเพื่ออำนวยการฝึกเมื่อแยกฝึกจากที่ตั้งกองพัน เช่น "ภารกิจปัญหา 48 ชั่วโมง" ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ 5 ชาย

นักเรียนบังคับบัญชา[แก้]

เช่นเดียวกับภาคปกติ จะมีการขออาสาสมัครนักเรียนออกมาทำน้าที่บังคับบัญชาระดับหัวหน้าหมวดขึ้นไปเพื่อแต่งตั้งให้อำนวยการฝึกและสั่งการกันเองระหว่างนักเรียน โดยการประดับยศจะใช้ผ้าปลอกแขนสีปักคำบอกระดับยศ "หน.(ระดับ) นศท." และตราศูนย์การกำลังสำรอง. ส่วนกองพันฝึกปกครองที่ 41 จะใส่อินทรธนูที่บ่า 2 ข้างแทน.

ในส่วนของระดับหัวหน้าหมู่ จะให้คนที่อยู่หน้าสุดของแต่ละหมู่เป็นหัวหน้าหมู่โดยอัตโนมัติและไม่มีการประดับยศ.

อนึ่ง รายละเอียดต่างๆ หรือรูปแบบของปลอกแขนอาจแตกต่างกันไปตามกองพันปกครอง เช่น กองพันฝึกปกครองที่ 61 จะมีแค่คำว่า "หน.(ระดับ)"

ระดับ จำนวนคนต่อผลัด สีปลอกแขน สีอินทรธนู
หัวหน้าหมวด 8 ถึง 12 (แปรผันตามจำนวนกองร้อยและหมวด) แดง
หัวหน้ากองร้อย 2 ถึง 3 (แปรผันตามจำนวนกองร้อย) ฟ้า
หัวหน้ากองพัน 1 น้ำเงิน ฟ้า-แดง (ใส่สีฟ้าไว้ด้านบน)

อ้างอิง[แก้]