ถวัติ ฤทธิเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ถวัติ ฤทธิเดช
ถวัติ ฤทธิเดช.jpg
เกิดพ.ศ. 2437
เมืองสมุทรสงคราม ประเทศสยาม
เสียชีวิต5 มกราคม พ.ศ. 2493 (56 ปี)
จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย
นามปากกานายมูซอร์
อาชีพข้าราชการ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์
คู่สมรสช้อย ฤทธิเดช
บุตรสาวิตร ฤทธิเดช

ถวัติ ฤทธิเดช (พ.ศ. 2437 — 5 มกราคม พ.ศ. 2493[1]) เจ้าของนามปากกา นายมูซอร์ [2] เป็นราษฎรสามัญชนที่มีบทบาทอย่างสูงต่อสังคมการเมืองไทยในช่วง พ.ศ. 2466 — 2478 ถึงขั้นที่กล่าวได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ "การเมืองพลเมือง" ในเวลานั้น[3] หนึ่งบุคคลร่วมยุคสมัยเดียวกันกับ นรินทร์กลึง

ประวัติ[แก้]

ถวัติ ฤทธิเดช เกิด พ.ศ. 2437 กำพร้าแม่ พ่อชื่อ นายวร ฤทธิเดช เป็นกำนันและเป็นชาวสวนฐานะดีแห่ง อำเภอบางช้าง จังหวัดสมุทรสงคราม มีพี่น้อง 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 ตัวถวัติเองเป็นบุตรคนสุดท้องของครอบครัว เริ่มต้นการศึกษาที่ อำเภอ บางช้าง พออายุครบบวชจึงมาบวชเรียนอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (บางข้อมูลว่าบวชที่วัดเทพศิรินทราวาส)[1] ต่อมาได้เป็นผู้สอนพระธรรมวินัยแก่ภิกษุสามเณรทั่วไป หลังจากสึกออกมาแล้วพักอยู่ที่บ้านเจ้าคุณมหาโยธา และต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนอยู่ที่กรมอู่ทหารเรือเป็นเวลา 4 ปี ถวัติเกิดความเบื่อหน่ายต่อชีวิตราชการจึงลาออกมาเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามสักขี เมื่อปี พ.ศ. 2465

เมื่อทำหนังสือพิมพ์สยามสักขี ทนการกดขี่ไม่ได้ จึงออกมาตั้งหนังสือพิมพ์กรรมกร มีจุดมุ่งหมายเพื่อสู้ชีวิตที่ดีกว่าของชนชั้นกรรมาชีพ

หนังสือพิมพ์เพื่อกรรมกร มีนักเขียนที่เป็นปัญญาชน เขียนอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นคือ ร.ต.ต.วาศ สุนทรจามร ที่ใช้นามปากกาว่าหมอโพล้ง น่าเสียดายที่หนังสือพิมพ์มีอายุได้ 3 ปี ต้องปิดตัวเอง ต่อมาได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่อ ปากกาไทย เพื่อเป็นปากเสียงให้ชนชั้นกรรมกรเช่นกัน พร้อมทั้งตั้งสถานทวยราฎร์ขึ้น ถวัติใช้บ้านพักเป็นสำนักงาน แต่สถานทวยราษฎร์ก็เลิกกิจการในที่สุด[1]

ชีวิตครอบครัว[แก้]

ถวัติยังได้ก่อตั้ง “สมาคมอนุกูลกรรมกร” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่กรรมกรโดยทั่วไป ทำให้กรรมกรมาขอความช่วยเหลือเสมอ แต่เขาดำรงชีพด้วยการเขียนบทความขายและนำเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือกรรมกร การดำรงชีวิตดังกล่าวทำให้ฐานะของครอบครัวยากจนลงเป็นลำดับ จนกระทั่งนำสมบัติทั้งของตนและภรรยาออกขายเพื่อยังชีพ และช่วยเหลือกรรมกรที่มาขอความช่วยเหลือ เขาต้องเขียนหนังสือถึงตี 4 ตี 5 ตรากตรำไม่ได้พักผ่อน เมื่อขึ้นไปทำธุระที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดเชื้อมาลาเรีย และรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระเพียง 5 วัน ก็ถึงแก่กรรม เมื่ออายุ 56 ปี[1] ถวัต สมรสกับ นางช้อย ฤทธิเดช มีบุตรด้วยกัน นามว่า สาวิตร ฤทธิเดช

แนวคิดและการเคลื่อนไหวทางการเมือง[แก้]

หนังสือพิมพ์กรรมกร ผู้ก่อตั้งโดย ถวัติ ฤทธิเดช

ก่อนปี 2475 ปัญญาชนเสรีนิยมส่วนหนึ่งไปสร้างฐานทางการเมืองในหมู่คนงานในนาม “คณะกรรมกร” นำโดย ถวัติ ฤทธิเดช, ร.ต.ต.วาศ สุนทรจามร, ถวัลย์ ชาติอาษา, ขุนสมาหารหิตะคดี (โประ โปรคุปต์) คณะกรรมกร ได้เป็นกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “กรรมกร” ที่ออกเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2465 โดยมีเหตุจูงใจจากการที่ได้เห็นสภาพการเอารัดเอาเปรียบที่นายจ้างกระทำต่อลูกจ้าง และไม่เห็นว่าจะมีใครช่วยเหลือได้ คณะกรรมกร จึงมีความประสงค์ที่จะเป็นปากเป็นเสียงของมหาชน และพวกกรรมกรสยามเพื่อที่จะทำลายสภาพการเอารัดเอาเปรียบที่ลูกจ้างถูกกระทำอยู่ในขณะนั้น[4]

ถวัติ มีบทบาทครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงระบอบปกครอง การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 และเป็นกองกำลังเข้าร่วมกันต่อต้าน กบฏบวรเดช[5]

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2476 ถวัติเป็นตัวแทนของคนยากจนต่อสู้กับความอยยติธรรมภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการเขียนฎีกา ทั้งที่เป็นความคิดของเขาเองและที่ราษฎรผู้เดือดร้อนมาขอร้องให้เขาเขียนให้ นอกจากบทบาทนักหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าแล้ว เขายังมีบทบาทเป็นผู้นำแรงงาน และเป็นผู้นำในการนัดหยุดงานครั้งแรกของคนงานในระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของประเทศไทย ถวัติเป็นเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ฟ้องร้องพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นคือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) ว่า ดูหมิ่นประชาชน[6]

ปรากฏว่า ข่าวถวัติจะฟ้องพระปกเกล้าต่อสภาสร้างความร้อนใจให้กับบางคนอย่างมาก คนแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พระยาอุดมพงศ์เพ็ญสวัสดิ์ วันที่ 18 กันยายน เขาเขียนจดหมายถึงพระยาพหล นายกรัฐมนตรีฉบับหนึ่ง ดังนี้

"ด้วยมีหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ลงข่าวเรื่องนายถวัติ ฤทธิเดช ฟ้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อสภาผู้แทนราษฎร ข้าพเจ้าเห็นว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นในบัดนี้ น่าจะเป็นทางเพาะภัยให้แก่พระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดจนบ้านเมืองได้อย่างไม่เคยพบเห็น ระวางนี้ ได้ให้กรมอัยการตรวจอยู่แล้ว ข้าพเจ้าขอโอกาสที่จะได้นำมากราบเรียนในวันนี้เวลาบ่าย"[7]

ถวัติ ฤทธิเดช ถือเป็นอีกคนหนุ่มผู้ไม่ยอมจำนน เขาเคยถูกจับกุมหลายหนจากการเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและความไม่เป็นธรรม จึงไม่แปลกเลยที่นามของนายถวัติและนายวาศย่อมตราตรึงในความคำนึงของนายปรีดี พนมยงค์[5]

บรรณานุกรม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 สมาน สุดโต (1 พฤษภาคม 2554). "ถวัติ ฤทธิเดช วีรบุรุษกรรมกรที่ถูกลืม". โพสต์ทูเดย์. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. ถวัติ ฤทธิเดช นามปากกาภาพปกหนังสือพิมพ์กรรมกร
  3. ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, แรงงานวิจารณ์เจ้า: ประวัติศาสตร์ราษฎรผู้หาญกล้าท้าทายสมบูรณาญาสิทธิ์ไทย, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 2 (ปรับปรุงใหม่) สิงหาคม 2547.
  4. พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ สืบค้นเมื่อ 4 ตุลาคม 2557
  5. 5.0 5.1 ‘ถวัติ ฤทธิเดช’ กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ในความคำนึงของ ‘ปรีดี พนมยงค์’ สถาบันปรีดี พนมยงค์ สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2564
  6. ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, 110 ปี ถวัติ ฤทธิเดช ผู้นำกรรมกรคนแรก, ศิลปวัฒนธรรม วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 7
  7. ถวัติ ฤทธิ์เดชกับคดีพระปกเกล้า สถาบันพระปกเกล้า สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2564

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]