ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
สัญลักษณ์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ชื่ออังกฤษDepartment of Chemistry, Faculty of Science, Mahidol University
ที่อยู่272 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
วันก่อตั้ง5 เมษายน พ.ศ. 2503
หัวหน้าภาควิชารศ.ดร.ปราณี ภิญโญชีพ
เว็บไซต์chemistry.sc.mahidol.ac.th

ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นภาควิชาที่ผลิตผลงานและบัณฑิตออกสู่สังคมจำนวนมาก และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติในระดับต้นๆ โดยการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภาควิชาเคมีได้รับการจัดให้อยู่ในระดับ 5 (ดีเยี่ยม) [1] ในปี 2553 และระดับ 4 ในปี 2556

ประวัติ[แก้]

ภาควิชาเคมี ตั้งขึ้นพร้อมกับโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2501 เพื่อทำการสอนนักศึกษาเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต่อมาจึงได้ยกฐานะเป็นแผนกวิชาเคมี ในคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะอายุรศาสตร์เขตร้อน และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2503[1] และได้รับการพัฒนาเป็นลำดับ โดยมี ศ.ดร.สตางค์ มงคลสุข เป็นหัวหน้าภาควิชาคนแรก

ทำเนียบหัวหน้าภาควิชา[แก้]

หัวหน้าภาควิชาเคมี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศ.ดร. สตางค์ มงคลสุข พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2514
2. ศ.ดร. กำจร มนุญปิจุ พ.ศ. 2514 - พ.ศ. 2529
3. ศ.ดร. สมศักดิ์ รุจิรวัฒน์ พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2533
4. รศ.ดร. ประพิณ วิไลรัตน์ พ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2537
5. ศ.ดร. วิชัย ริ้วตระกูล พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2545
6. ศ.ดร. ยุวดี เชี่ยววัฒนา พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2548
7. ศ.ดร. มนัส พรหมโคตร พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2551
8. รศ.ดร. ปราณี ภิญโญชีพ พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555 และ 19 มกราคม พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน
9. รศ.ดร. ชุลีวัลย์ ราษฎร์วิรุฬห์กิจ พ.ศ. 2555 - 18 มกราคม พ.ศ. 2559

อาคารและสถานที่[แก้]

ภาควิชาเคมีมีอาคารที่ใช้ในการปฏิบัติงานดังนี้

1. อาคารเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บนถนนพระราม 6 เป็นอาคารหกชั้น

  • ชั้นล่าง เป็นที่ตั้งของหน่วยความร่วมมือการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยโอซาก้า สำนักงานภาควิชาเคมี และห้องปฏิบัติการสำหรับเครื่อง Nuclear Magnetic Resonance จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย
  • ชั้นสอง เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษา ห้องเป่าเครื่องแก้ว ห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาเคมีวิเคราะห์ และเคมีอนินทรีย์
  • ชั้นสาม เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาเคมีอินทรีย์ เคมีอนินทรีย์ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์
  • ชั้นสี่ เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษา และห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาเคมีอินทรีย์ ด้านสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
  • ชั้นห้า เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาเคมีอินทรีย์
  • ชั้นหก เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษา ห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาเคมีเชิงฟิสิกส์ ฟิสิกส์เชิงเคมี งานวิจัยด้านเคมีไฟฟ้า และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์

2. อาคารวิทยาศาสตร์ 3 และ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาจำนวน 4 ห้อง และห้องปฏิบัติการวิจัยของสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์

หลักสูตรการศึกษาและงานวิจัย[แก้]

ภาควิชาเคมีเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี โท และ เอก ในหลักสูตรดังตาราง

ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก

วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.)

  • หลักสูตรปกติ และ หลักสูตรพิสิฐวิธาน (Honors program)

วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) (หลักสูตรนานาชาติ)

  • สาขาเคมีอินทรีย์
  • สาขาเคมีเชิงฟิสิกส์
  • สาขาฟิสิกส์เชิงเคมี
  • สาขาเคมีวิเคราะห์
  • สาขาเคมีอนินทรีย์

หลักสูตรข้างต้นอยู่ระหว่างการควบรวมหลักสูตร

  • สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์
  • สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ ได้เริ่มเปิดทำการเรียน การสอน การวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2509 ซึ่งถือเป็นสาขาที่มีความเข้มแข็งทางวิชาการอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ด้วยคณาจารย์ที่มีชื่อเสียง อาทิ เช่น ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์, ศ. ดร. วิชัย ริ้วตระกูล, ศ. ดร. สมศักดิ์ รุจิรวัฒน์, ศ. ดร. มนัส พรหมโคตร รวมถึงคณาจารย์รุ่นใหม่หลายท่านก็ได้รับรางวัลในระดับชาติ และถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงตัดสินพระทัยเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาอินทรีย์อีกด้วย มีงานวิจัยของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยทำการสกัดและแยกสารบริสุทธิ์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากต้นไม้ป่า สมุนไพรและเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบสารชนิดใหม่ที่อาจใช้เป็นยาชนิดใหม่ๆ ในการรักษาโรคได้ ,งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฏิกิริยาเคมีใหม่ๆ เพื่อใช้ในการสังเคราะห์และปรับปรุงสารอนุพันธ์ต่างๆ และในปัจจุบัน งานวิจัยได้ขยายเปิดกว้างขึ้นในด้านเคมีชีวอินทรีย์ และวัสดุอินทรีย์
  • สาขาวิชาฟิสิกส์เชิงเคมี เปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2513 และสาขาเคมีเชิงฟิสิกส์ เปิดเมื่อปี พ.ศ. 2514 ทั้งในระดับปริญญาโทและเอก มีงานวิจัยเกี่ยวกับการจำลองแบบโมเลกุล การศึกษาจลนศาสตร์ และการศึกษาสมบัติของวัสดุชนิดใหม่ๆ ตลอดจนการศึกษาทางกายภาพของระบบชีวภาพ
  • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ ทำการศึกษา สังเคราะห์และปรับเปลี่ยนสมบัติและลักษณะทั้งเชิงเคมีและเชิงพื้นผิวของวัสดุพอลิเมอร์ ให้มีคุณสมบัติดีขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์ในการใช้งานต่อไป รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีด้านการผสมสูตรและการขึ้นรูปด้วย
  • สาขาวิชาเคมีวิเคราะห์ เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาโทเมื่อปี พ.ศ. 2535 ในสาขาเคมีวิเคราะห์และเคมีอนินทรีย์ประยุกต์ มีงานวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ธาตุที่มีปริมาณน้อย และสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการพัฒนาเทคนิควิธีการวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยอาศัยเครื่องมือการตรวจวัดที่ทันสมัย งานวิจัยบางส่วนได้ถูกพัฒนาไปเป็นนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และอุปกรณ์การตรวจวิเคราะห์ที่สามารถพกพาได้
  • สาขาวิชาเคมีอนินทรีย์ เปืดทำการเรียนการสอนระดับปริญญาเอกเมื่อปี 2548 ศึกษาการออกแบบสารเชิงซ้อนเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรม

ในปัจจุบัน ภาควิชาเคมี ประกอบด้วยคณาจารย์ประมาณ 40 ท่าน โดยมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติราว 70 เรื่องต่อปี จัดการเรียนการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาเคมีประมาณ 72 คนต่อปี และหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของภาควิชาเคมีกำลังดำเนินการควบรวมให้เป็นหลักสูตรเคมีเดียว คือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(เคมี) และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(เคมี)

เกียรติภูมิของคณาจารย์[แก้]

คณาจารย์ของภาควิชาได้รับการยอมรับในด้านวิจัยและวิชาการ จากสังคมอย่างกว้างขวาง โดยดูได้จากรางวัลต่างๆที่ได้รับ อาทิ

นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ[แก้]

นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]