วัคซีนโควิด-19

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อัตราประชากรที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้วในประเทศต่าง 
แผนที่แสดงการอนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิดในประเทศต่าง 
  อนุญาตให้ใช้ทั่วไป กำลังให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก
  อนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน (EUA) กำลังให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก
  อนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน (EUA) มีแผนจะให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก

วัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวัคซีนที่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 โดยก่อนที่จะเกิดการระบาดทั่วของโควิด-19 ได้มีความพยายามในการพัฒนาวัคซีนสำหรับโรคไวรัสโคโรนาชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ เช่น กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส หรือ SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส หรือ MERS) มาอย่างต่อเนื่อง ความพยายามเหล่านี้ได้สะสมความรู้พอสมควรเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของไวรัสโคโรนา ซึ่งได้ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนโควิดต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2020 ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว[1] เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2020 ซึ่งมีการเผยแพร่ลำดับยีนผ่านจีเซด (GISAID) และ ณ วันที่ 19 มีนาคม อุตสาหกรรมยาทั่วโลกก็ได้ประกาศคำมั่นสัญญาที่จะทำการเพื่อจัดการโรค[2] วัคซีนโควิด-19 ได้เครดิตโดยทั่วไปว่าช่วยลดการติดต่อ ความรุนแรง และอัตราการตายเนื่องกับโรค[3]

ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนหลายชนิดสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการโดยมีประสิทธิศักย์สูงถึงร้อยละ 95 ณ เดือนกรกฎาคม 2021 มีวัคซีน 20 ชนิดที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในประเทศอย่างน้อย 1 ประเทศรวมทั้งวัคซีนอาร์เอ็นเอ 2 ชนิด (ไฟเซอร์และโมเดอร์นา), วัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 9 ชนิด (BBIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม, วัคซีนของ Chinese Academy of Medical Sciences, ซิโนแว็ก, โคแว็กซินของภารัตไบโอเทค, CoviVac ของ Chumakov Centre, COVIran Barakat ของ Shifa Pharmed Industrial Group, Minhai-Kangtai (KCONVAC)[A], QazVac ของ Research Institute for Biological Safety Problems และ WIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม) วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นเวกเตอร์ 5 ชนิด (สปุตนิกไลท์และสปุตนิกวีของสถาบันวิจัยกามาเลีย, แอสตร้าเซนเนก้า, Ad5-nCoV ของแคนซิโนไบโอลอจิกส์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน) และวัคซีนหน่วยย่อยโปรตีนของไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 ชนิด (Abdala ของ Center for Genetic Engineering and Biotechnology, EpiVacCorona ของสถาบันเวกตอร์, Soberana 02 ของ Finlay Institute และ ZF2001 ของ Anhui Zhifei Longcom)[4][5] มีวัคซีนแคนดิเดตซึ่งได้เข้าสู่การวิจัยเพื่อใช้รักษาแล้ว 330 ชนิด ในจำนวนนี้ 30 ชนิดกำลังทดลองในระยะที่ 1, 30 ชนิดในระยะที่ 1-2, 25 ชนิดในระยะที่ 3 และ 8 ชนิดในระยะที่ 4[4]

ประเทศต่าง ๆ มีแผนแจกจำหน่ายวัคซีนโดยจัดลำดับการให้ตามกลุ่มที่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่เสี่ยงติดแล้วแพร่โรค เช่น บุคลากรทางแพทย์[6] มีประเทศที่กำลังพิจารณาฉีดวัคซีนเพียงโดสเดียวในเบื้องต้นเพื่อขยายฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้มากที่สุดจนกว่าจะมีวัคซีนพอ[7][8][9][10]

จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2021 องค์กรสาธารณสุขรวม ๆ กันทั่วโลกรายงานว่า ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึง 5,000 ล้านโดสแล้ว[11] ผู้ผลิตวัคซีนได้ระบุจำนวนโดสวัคซีนที่จะสามารถผลิตในปี 2021 ไว้ดังนี้ ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า 3,000 ล้านโดส, ไฟเซอร์-ไบออนเทค 1,300 ล้านโดส, ผู้ผลิตสปุตนิกวี ซิโนฟาร์ม ซิโนแว็ก และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันรายละ 1,000 ล้านโดส โมเดอร์นาตั้งเป้าผลิต 600 ล้านโดส และแคนซิโนไบโอลอจิกส์ 500 ล้านโดส[12][13] แต่จนถึงเดือนธันวาคม 2020 ประเทศต่าง ๆ ก็ได้สั่งวัคซีนล่วงหน้าเกิน 10,000 ล้านโดสแล้ว[14] โดยครึ่งหนึ่งเป็นประเทศรายได้สูงแม้จะมีประชากรเพียงร้อยละ 14 ของโลก[15] เพราะความต้องการวัคซีนสูงเยี่ยงนี้ในช่วงปี 2020–21[15] ประชาชนของประเทศกำลังพัฒนาที่จัดว่ามีรายได้น้อยอาจไม่ได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตเหล่านี้จนถึงปี 2023 หรือ 2024 จึงทำให้โปรแกรมโคแว็กซ์จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ส่งวัคซีนได้ทั่วถึงกันทั่วโลก[14][15]

การกระจายวัคซีนโควิด-19 แบ่งตามประเทศและดินแดน
(ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564)
[a][16]
ประเทศและดินแดน รับวัคซีนแล้ว[b] % ประชากร[c]
  โลก[d] 3,107,136,859 39.5%
 จีน 1,072,500,000 74.3%
 อินเดีย 493,077,195 35.4%
 สหภาพยุโรป 287,711,740 64.3%
 สหรัฐ[e] 204,742,648 60.9%
 บราซิล 134,521,410 62.9%
 ญี่ปุ่น 71,390,309 56.6%
 อินโดนีเซีย 62,624,397 22.7%
 เม็กซิโก 57,547,462 44.2%
 เยอรมนี 54,168,164 64.6%
 ฝรั่งเศส 48,266,656 71.4%
 สหราชอาณาจักร 48,024,928 70.4%
 ตุรกี 47,929,111 56.4%
 รัสเซีย 43,659,462 29.9%
 อิตาลี[f] 42,476,674 70.4%
 ปากีสถาน 41,477,587 18.4%
 สเปน 36,346,563 77.8%
 เกาหลีใต้ 29,031,142 56.6%
 แคนาดา 27,896,091 73.3%
 อาร์เจนตินา 27,797,557 61.0%
 ไทย 23,401,465 33.5%
 โคลอมเบีย 23,201,104 45.3%
 ซาอุดีอาระเบีย 22,145,052 62.7%
 มาเลเซีย 19,624,424 59.9%
 โปแลนด์ 19,257,631 51.0%
 ฟิลิปปินส์ 18,697,647 16.8%
 โมร็อกโก 18,379,071 49.2%
 อิหร่าน 18,261,245 21.5%
 บังกลาเทศ 18,131,561 10.9%
 เวียดนาม 17,186,153 17.5%
 ชิลี 14,381,007 74.8%
 ศรีลังกา 12,325,287 57.3%
 ออสเตรเลีย 12,041,624 46.7%
 เนเธอร์แลนด์ 11,965,985 69.7%
 กัมพูชา 10,693,964 63.1%
 เปรู 10,046,728 30.1%
 ไต้หวัน 10,028,069 42.0%
 เอกวาดอร์ 9,987,247 55.8%
 อุซเบกิสถาน 9,490,884 28.0%
 แอฟริกาใต้ 9,253,007 15.4%
 โปรตุเกส 8,595,464 84.5%
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 8,485,738 84.9%
 เบลเยียม 8,412,227 72.3%
 สวีเดน 6,853,407 67.5%
 คาซัคสถาน 6,611,018 34.8%
 กรีซ 6,033,085 58.2%
 เวเนซุเอลา 6,006,270 20.9%
 อิสราเอล 5,974,914 68.0%
 เช็กเกีย 5,938,129 55.4%
 สาธารณรัฐโดมินิกัน 5,792,064 52.9%
 ฮังการี 5,754,566 59.7%
 อียิปต์ 5,616,607 5.4%
 ออสเตรีย 5,495,287 60.8%
 คิวบา 5,449,480 48.1%
 ยูเครน 5,359,415 12.3%
    เนปาล 5,317,483 17.9%
 โรมาเนีย 5,230,297 27.3%
   สวิตเซอร์แลนด์ 4,948,826 56.8%
 สิงคโปร์ 4,593,269 77.9%
 พม่า 4,456,857 8.1%
 เดนมาร์ก 4,402,313 75.7%
 ตูนิเซีย 4,179,830 35.0%
 ฮ่องกง 4,119,673 54.5%
 อาเซอร์ไบจาน 4,043,744 39.5%
 ฟินแลนด์ 4,015,528 72.4%
 โบลิเวีย 3,890,613 32.9%
 นอร์เวย์ 3,849,831 70.4%
 ไอร์แลนด์ 3,678,537 73.8%
 เอลซัลวาดอร์ 3,501,844 53.7%
 จอร์แดน 3,450,724 33.6%
 แอลจีเรีย 3,421,279 7.7%
 อิรัก[g] 3,368,843 --
 กัวเตมาลา 3,273,717 17.9%
 คอสตาริกา 3,029,514 59.0%
 เซอร์เบีย 2,917,843 42.9%
 ฮอนดูรัส 2,768,916 27.5%
 ไนจีเรีย 2,756,203 1.3%
 ปานามา 2,725,107 62.2%
 คูเวต 2,668,082 61.6%
 อุรุกวัย 2,662,290 76.4%
 ซิมบับเว 2,552,273 16.9%
 โอมาน 2,504,214 47.9%
 เอธิโอเปีย 2,435,730 2.1%
 สโลวาเกีย 2,393,402 43.8%
 กาตาร์ 2,318,916 79.1%
 ปารากวัย 2,266,494 31.4%
 มองโกเลีย 2,238,037 67.2%
 นิวซีแลนด์ 2,230,467 45.9%
 ลาว 2,109,937 28.6%
 เคนยา 1,949,340 3.5%
 ทาจิกิสถาน 1,891,850 19.4%
 โครเอเชีย 1,719,744 42.1%
 ลิทัวเนีย 1,654,388 61.5%
 โมซัมบิก 1,643,520 5.1%
 เบลารุส 1,561,907 16.5%
 เลบานอน 1,353,031 20.0%
 โกตดิวัวร์ 1,310,778 4.8%
 รวันดา 1,242,465 9.4%
 เซเนกัล 1,147,553 6.7%
 บาห์เรน 1,145,386 65.5%
 แองโกลา 1,110,558 3.3%
 บัลแกเรีย 1,089,066 15.8%
 สโลวีเนีย 989,393 47.6%
 ลิเบีย 951,010 13.7%
 ยูกันดา 901,900 1.9%
 ปาเลสไตน์ 886,191 17.0%
 กานา 865,422 2.8%
 ลัตเวีย 856,017 45.9%
 แอลเบเนีย 818,955 28.5%
 มอริเชียส 791,795 62.2%
 จอร์เจีย 780,948 19.6%
 อัฟกานิสถาน 770,542 1.9%
 กินี 729,160 5.4%
 เอสโตเนีย 725,986 54.8%
 นอร์ทมาซิโดเนีย 722,579 34.7%
 คีร์กีซสถาน 680,926 10.3%
 มาลาวี 669,184 3.4%
 ซูดาน 643,569 1.4%
 ไซปรัส 573,924 64.6%
 มอลโดวา 573,001 14.2%
 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 567,198 17.4%
 ภูฏาน 561,411 72.0%
 ฟีจี 543,254 60.2%
 คอซอวอ 538,766 27.9%
 ตรินิแดดและโตเบโก 506,676 36.1%
 นิการากัว 443,053 6.6%
 มอลตา 413,205 80.3%
 ลักเซมเบิร์ก 406,102 64.0%
 ไนเจอร์ 404,246 1.6%
 มัลดีฟส์ 383,089 70.5%
 ติมอร์-เลสเต 375,372 27.9%
 จาเมกา 372,876 12.5%
 โตโก 356,897 4.2%
 แคเมอรูน 348,238 1.3%
 มาเก๊า 326,165 49.5%
 กายอานา 311,539 39.4%
 แซมเบีย 310,173 1.6%
 เยเมน 298,161 1.0%
 ไอซ์แลนด์ 279,121 81.3%
 บอตสวานา 252,722 10.5%
 ซีเรีย 230,510 1.3%
 กาบูเวร์ดี 229,578 40.9%
 มอริเตเนีย 228,536 4.8%
 บรูไน 219,145 49.6%
 แทนซาเนีย 218,621 0.4%
 มาลี 210,013 1.0%
 มอนเตเนโกร 209,792 33.4%
 นามิเบีย 204,142 7.9%
 ซูรินาม 201,756 34.1%
 อิเควทอเรียลกินี 197,657 13.6%
 โซมาเลีย 194,876 1.2%
 สาธารณรัฐคองโก 184,812 3.3%
 แกมเบีย 178,481 7.2%
 อาร์มีเนีย 176,552 6.0%
 คอโมโรส 175,038 19.7%
 นอร์เทิร์นไซปรัส 160,361 42.0%
 เบลีซ 152,484 37.7%
 เฟรนช์พอลินีเชีย 119,413 42.3%
 บาร์เบโดส 107,838 37.5%
 ไลบีเรีย 104,545 2.0%
 เกิร์นซีย์[g] 99,443 --
 เอสวาตีนี 96,175 8.3%
 กือราเซา 95,944 58.2%
 ปาปัวนิวกินี 91,962 1.0%
 ซามัว 87,436 43.7%
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 82,562 0.1%
 อารูบา 78,503 73.2%
 สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 77,771 1.6%
 กาบอง 77,761 3.4%
 นิวแคลิโดเนีย 77,705 27.0%
 บูร์กินาฟาโซ 77,659 0.4%
 เจอร์ซีย์ 75,860 75.0%
 เซเชลส์ 73,777 75.0%
 บาฮามาส 73,726 18.6%
 เลโซโท 71,597 3.3%
 ไอล์ออฟแมน 65,116 76.2%
 เบนิน 54,367 0.4%
 เซาท์ซูดาน 52,226 0.5%
 หมู่เกาะเคย์แมน 51,175 77.0%
 อันดอร์รา 51,044 66.0%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะโซโลมอน 48,883 6.9%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เบอร์มิวดา 42,826 69.0%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว แอนติกาและบาร์บูดา 40,309 40.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว กรีนแลนด์ 39,878 70.1%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ยิบรอลตาร์ 39,629 117.6%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ชาด 37,024 0.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เซนต์ลูเชีย 36,750 19.9%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะแฟโร 36,665 74.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว จิบูตี 35,396 3.5%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เติร์กเมนิสถาน 32,240 0.5%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เซาตูเมและปรินซีปี 32,114 14.4%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว วานูอาตู 29,321 9.3%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ตองงา 28,841 27.0%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว กินี-บิสเซา 28,097 1.4%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เฮติ 26,208 0.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะเติกส์และเคคอส 25,621 65.3%
ซินต์มาร์เติน 25,161 58.0%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว โมนาโก 24,454 62.3%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เซนต์คิตส์และเนวิส 24,208 45.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เกรเนดา 23,965 21.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ซานมารีโน 23,955 70.4%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ลิกเตนสไตน์ 22,922 59.9%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ดอมินีกา 21,942 30.4%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 17,095 56.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ 16,417 14.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว คิริบาส 13,970 11.7%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะคุก 10,931 62.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว แองกวิลลา 9,493 62.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว นาอูรู 7,533 69.5%
แคริบเบียนเนเธอร์แลนด์ 5,726 21.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว วาลิสและฟูตูนา 4,899 44.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ตูวาลู 4,772 40.5%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เซนต์เฮเลนา 4,361 71.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ 2,632 75.6%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว มอนต์เซอร์รัต 1,460 29.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว นีวเว 1,184 73.2%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว โทเคอเลา 968 70.8%
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว หมู่เกาะพิตแคร์น 47 100.0%

อ้างอิง

หมายเหตุ

  1. ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ระบุ ความถี่ในการรายงานแต่ละประเทศแตกต่างกันไป
  2. จำนวนรายบุคคลที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งโดส (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น)
  3. รวมถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวบางส่วน อาจรวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับแรงงานที่ไม่ใช่พลเมืองซึ่งสามารถทำให้จำนวนรวมทั้งหมดเกิน 100% ของประชากรในท้องถิ่น
  4. บางประเทศยังไม่รายงานจำนวนการฉีดโดสแรก การนับปริมาณโดสทั้งหมดสำหรับประเทศเหล่านี้ไม่รวมอยู่ในผลรวมของโลก
  5. รวมข้อมูลของรัฐสมทบอิสระ ในผลรวมของสหรัฐ
  6. ข้อมูลรวมจำนวนของนครรัฐวาติกัน
  7. 7.0 7.1 ข้อมูลของประเทศนี้แสดงถึง จำนวนโดสทั้งหมด ไม่ใช่การฉีดโดสแรกเท่านั้น
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

สาระสำคัญและประวัติ[แก้]

ซาร์สและเมอร์ส[แก้]

มีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนาในสัตว์หลายอย่าง รวมทั้งโรคหลอดลมอักเสบเหตุติดเชื้อไวรัส (infectious bronchitis virus) ในนก โรคไวรัสโคโรนาในสุนัข (canine coronavirus) และโรคไวรัสโคโรนาในแมว (feline coronavirus)[17] โครงการก่อน ๆ ที่พัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัสในสกุล Coronaviridae ที่มนุษย์ติดเชื้อ มุ่งใช้สำหรับกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส หรือ SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส หรือ MERS) โดยทั้งสองได้ทดสอบในสัตว์ทดลองแล้ว[18][19]

ตามวรรณกรรมงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระหว่างปี 2005–2006 แม้รัฐบาลและองค์กรสาธารณสุขต่าง ๆ ทั่วโลกจะได้ให้ความสำคัญกับการหาและพัฒนาวัคซีนบวกยาใหม่ [20][21][22] แต่จนถึงปี 2020 ก็ยังไม่มีวัคซีนรักษาหรือป้องกันโรคซาร์สที่แสดงว่าปลอดภัยและมีประสิทธิผลในมนุษย์[23][24]

โรคเมอร์สก็ยังไม่มีวัคซีนด้วย[25] เมื่อโรคเมอร์สกำลังระบาด เชื่อกันว่า งานวิจัยเกี่ยวกับโรคซาร์สที่ได้ทำแล้วอาจเป็นโครงแบบที่มีประโยชน์เพื่อพัฒนาวัคซีนและพัฒนาวิธีการรักษาโรค[23][26] จนถึงเดือนมีนาคม 2020 มีวัคซีนโรคเมอร์สชนิดหนึ่ง (อาศัยดีเอ็นเอ) ที่ได้ผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 กับมนุษย์แล้ว[27] และมีวัคซีนอีก 3 อย่างที่กำลังอยู่ในกระบวนการโดยทั้งหมดเป็นวัคซีนมีไวรัสเป็นเวกเตอร์, 2 อย่างมีอะดีโนไวรัส (ChAdOx1 nCoV-19, BVRS-GamVac) เป็นเวกเตอร์ และอีกอย่างมี modified vaccinia Ankara (MVA) เป็นเวกเตอร์[28]

การพัฒนาวัคซีนโควิดในปี 2020[แก้]

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อไม่เคยพัฒนาได้แบบใช้เวลาไม่กี่ปี และก็ไม่มีวัคซีนอะไร ๆ เลยที่ป้องกันการติดไวรัสโคโรนาในมนุษย์[29] หลังจากได้พบโรคปอดบวมเหตุไวรัสโคโรนาแบบใหม่เมื่อเดือนธันวาคม 2019[30] ก็ได้ตีพิมพ์ลำดับยีนของโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2020 ซึ่งจุดชนวนการตอบสนองฉุกเฉินในระดับนานาชาติเพื่อเตรียมรับโรคระบาดและเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค[31][32][33]

ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2020 องค์การอนามัยโลกคาดว่า จะมีวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่เป็นเหตุของโรคอย่างเร็วก็ใช้เวลา 18 เดือน[34] อัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโควิดทั่วโลกเมื่อต้นปี 2020 ได้กระตุ้นให้ก่อพันธมิตรระดับนานาชาติและกระตุ้นให้รัฐระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาวัคซีนหลายชนิดในระยะเวลาสั้น [35] จึงมีวัคซีนแคนดิเดต 4 อย่างที่เริ่มการทดลองในมนุษย์ในเดือนมีนาคม (ดูตารางการทดลองทางคลินิกที่เริ่มในปี 2020 ต่อไป)[31][36]

องค์การอนามัยโลกประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 250,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาวัคซีนสามอย่างหรือมากกว่าที่มีเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายต่าง ๆ กันเพื่อระงับการระบาดของโควิดทั่วโลก[35] จนถึงเดือนเมษายน 2020 ก็มี "บริษัทและสถาบันเกือบ 80 แห่งใน 19 ประเทศ" ที่กำลังดำเนินการอันเสมือนกับสถานการณ์ตื่นทองนี้แล้ว[37] ในเดือนเมษายนเช่นกัน เซพี (CEPI) ได้ประเมินว่าอาจมีวัคซีนแคนดิเดตต้านโรคโควิดถึง 6 อย่าง ที่พันธมิตรนานาชาติควรเลือกพัฒนาให้ผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2–3 และ 3 อย่างควรช่วยลดระเบียบราชการที่จุกจิกเกินไปให้ผ่านการตรวจสอบของรัฐและการตรวจสอบคุณภาพได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62,851 ล้านบาท)[38][36][29] ส่วนงานวิเคราะห์อีกงานหนึ่งประเมินว่า จะต้องพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตในเบื้องต้นพร้อม ๆ กัน 10 อย่างก่อนจะเลือกเพียงไม่กี่อย่างเพื่อพัฒนาจนถึงให้อนุมัติได้[29]

ในเดือนกรกฎาคม 2020 ศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติสหราชอาณาจักร บวกกับหน่วยงานความมั่นคงการสื่อสารต่าง ๆ ของแคนาดา สำนักงานความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานแห่งความมั่นคงไซเบอร์สหรัฐ (Cybersecurity Infrastructure Security Agency) และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ได้ร่วมกันกล่าวหาว่านักเลงคอมพิวเตอร์ที่ประเทศรัสเซียสนับสนุนได้พยายามขโมยงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาและวัคซีนโควิดจากสถาบันวิชาการและสถาบันยาในประเทศต่าง ๆ แต่รัสเซียก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้[39]

การพัฒนาทั่วโลก[แก้]

ในช่วงปี 2020 ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของการพัฒนาวัคซีนโควิดจากต้นปีก็คือ การเพิ่มการร่วมมือกันระหว่างบริษัทยาข้ามชาติกับรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ, รูปแบบบริษัทและจำนวนบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศต่าง ๆ ที่ได้เล็งความสนใจไปที่วัคซีนโควิด[38] ตามเซพี เมื่อจำแนกตามภูมิภาค องค์กรที่พัฒนาวัคซีนโควิดร้อยละ 40 อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือเทียบกับร้อยละ 30 ในเอเชียและออสเตรเลีย ร้อยละ 26 ในยุโรป โดยมีโครงการจำนวนน้อยในอเมริกาใต้และแอฟริกา[38][31]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

Access to COVID-19 Tools (ACT) Accelerator และโคแว็กซ์[แก้]

องค์กรนานาชาติรวมทั้งองค์การอนามัยโลก, เซพี (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI), กาวี, มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ และรัฐบาลต่าง ๆ ได้ก่อตั้งโครงการ "Access to COVID-19 Tools (ACT) Accelerator" เพื่อหาเงินทุน เร่งการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการเข้าถึงอย่างยุติธรรมทั่วโลกสำหรับชุดตรวจโควิด วิธีการรักษา และการได้ใบอนุญาตเพื่อผลิตวัคซีน โดยมีโปรแกรมพัฒนาโดยเฉพาะที่เรียกว่า โคแว็กซ์ (COVAX Pillar)[40][41] โคแว็กซ์มุ่งอำนวยให้ได้ใบอนุญาตเพื่อผลิตวัคซีนโควิดหลายอย่าง มุ่งให้มีราคาที่ยุติธรรม มุ่งให้ได้วัคซีนถึง 2,000 ล้านโดสไม่เกินปลายปี 2021 เพื่อป้องกันบุคลากรทางแพทย์ผู้เป็นหน่วยหน้าและคนที่เสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำจนถึงปานกลาง[42][43] (รวมทั้งประเทศไทย)

จนถึงเดือนธันวาคม 2020 โครงการ ACT Accelerator รวม ๆ แล้วได้เงินทุนมา 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 75,000 ล้านบาท) มีวัคซีนแคนดิเดต 9 อย่างที่ได้เงินทุนจากโคแว็กซ์และเซพี จึงจัดเป็นกลุ่มที่มีวัคซีนโควิดมากที่สุด โดยมีประเทศ 189 ประเทศ ตกลงว่าจะร่วมแผนการผลิตจัดส่งวัคซีนในที่สุด[44][45] ในต้นปี 2020 องค์การอนามัยโลกได้ออกสื่อสัญญาณต่อเนื่องซึ่งได้สัญญาว่าจะได้เงิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองแสนแปดหมื่นล้านบาท) จากประเทศ 40 ประเทศเพื่อสนับสนุนการเร่งพัฒนาวัคซีน[46]

ในเดือนกรกฎาคม องค์การประกาศว่าประเทศ 165 ประเทศซึ่งมีประชากรทั้งหมดร้อยละ 60 ของทั้งโลกได้ตกลงกับแผนการของโคแว็กซ์เพื่อให้แจกจำหน่ายวัคซีนที่ได้อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ซึ่งรับประกันว่าประเทศที่เข้าร่วมแต่ละประเทศจะได้ส่วนแบ่งวัคซีนเพื่อให้แก่ประชากรที่เสี่ยงสุดร้อยละ 20 ของประเทศไม่เกินปลายปี 2021[47]

ส่วนองค์กรการร่วมมืองานวิจัยโลกเพื่อความเตรียมพร้อมต่อโรคติดต่อ (Global Research Collaboration for Infectious Disease Preparedness) กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิกเพื่อจัดลำดับความจำเป็นในการได้ทุนของงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อประสานงานระหว่างองค์กรนานาชาติผู้ให้ทุนกับองค์กรที่ทำงานวิจัย เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของวัคซีน และเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ทุนซ้ำซ้อน[48][49] ส่วนสหพันธ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงและการติดเชื้ออุบัติใหม่ (International Severe Acute Respiratory and Emerging Infection Consortium ตัวย่อ ISARIC) ก็กำลังจัดระเบียบและเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับโควิดเพื่อให้เกิดผลต่อนโยบายสาธารณสุขของรัฐในเรื่องการแจกจำหน่ายวัคซีนที่จะได้[50]

ในวันที่ 4 มิถุนายน มีงานประชุมสุดยอดเสมือนที่ประสานงานจากกรุงลอนดอน มีผู้แทนจากองค์กรของรัฐและเอกชนจากประเทศ 52 ประเทศ รวมทั้งประมุขแห่งรัฐ 35 ท่านจากประเทศกลุ่ม 7 และกลุ่ม 20 เพื่อระดมเงิน 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองแสนแปดหมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนให้กาวี (พันธมิตรโลกเพื่อวัคซีนและการให้ภูมิคุ้มกัน) เตรียมให้วัคซีนโควิดแก่เด็ก 300 ล้านคนในประเทศด้อยพัฒนาตลอดจนถึงปี 2025[51] ผู้บริจาครายใหญ่รวมทั้งมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ (1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณห้าหมื่นล้านบาท)[52] และสหราชอาณาจักร (330 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงต่อปีเป็นเวลา 5 ปีรวมเป็นเงินประมาณหกหมื่นหกพันล้านบาท)[51]

ในเดือนธันวาคม มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์บริจาคทรัพย์อีก 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณเจ็ดพันแปดร้อยล้านบาท) ให้แก่ ACT Accelerator เพื่อ "สนับสนุนการส่งชุดตรวจโควิด-19 การรักษา และวัคซีนใหม่ ๆ โดยเฉพาะแก่ประเทศมีรายได้ต่ำและปานกลาง" ในช่วงปี 2021 จึงรวมการบริจาคทรัพย์เกี่ยวกับโควิดของมูลนิธิเป็น 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 55,000 ล้านบาท)[53][54]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

เซพี[แก้]

เซพี (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI) เป็นองค์กรนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นในปี 2017 มุ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้พัฒนาวัคซีนนานาชาติเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่าง [43] เซพีได้จัดตั้งกองทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,600 ล้านบาท) โดยเป็นหุ้นส่วนทั่วโลกกับองค์กรของรัฐ เอกชน การกุศล กับประชาสังคมเพื่อเร่งวิจัยและทดลองวัคซีนแคนดิเดตสำหรับโควิด 9 อย่าง โดยมีเป้าหมายให้มีหลายอย่างพัฒนาจนได้อนุมัติภายในปี 2020–21[38][36][44] สหราชอาณาจักร แคนาดา เบลเยียม นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ได้บริจาคเงิน 915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองหมื่นเก้าพันล้านบาท) แก่เซพีแล้วในต้นเดือนพฤษภาคม[46][55] ส่วนมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ ซึ่งมีเป้าหมายในด้านการวิจัยและการแจกจำหน่ายวัคซีน ได้บริจาคเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณเจ็ดพันเก้าร้อยล้านบาท) ให้แก่องค์การเพื่องานวิจัยและการให้การศึกษาแก่สาธารณชนในเรื่องวัคซีนโควิด[56][57]

ตลอดการระบาดทั่วปี 2020 เซพีได้ให้เงินทุนพัฒนาวัคซีนแคนดิเดต 9 อย่างโดยตั้งใจให้มีเทคโนโลยีวัคซีนหลายหลากต่าง ๆ กันเพื่อลดความเสี่ยงการล้มเหลวซึ่งปกติจะสูงเมื่อพัฒนาวัคซีน[44][58] จนถึงเดือนธันวาคม องค์กรและโปรแกรมการวิจัยที่ได้การสนับสนุนจากเซพีรวมแอสตร้าเซนเนก้า/มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (AZD1222), Clover Biopharmaceuticals (SCB-2019), CureVac (Zorecimeran/CVnCoV), Inovio (INO-4800), สถาบันปาสเตอร์ (MV-SARS-CoV-2), โมเดอร์นา (mRNA-1273), Novavax (NVX-CoV2373), SK bioscience (GBP510), และมหาวิทยาลัยฮ่องกง[44][59][60]

รัฐบาลของประเทศ[แก้]

รัฐบาลของประเทศที่จัดงบประมาณเพื่อลงทุนในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับงานวิจัยวัคซีน งานพัฒนา และการผลิตเริ่มต้นในปี 2020 รวมทั้งรัฐบาลกลางของแคนาดา ซึ่งประกาศทุน 275 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณหกพันสี่ร้อยล้านบาท) สำหรับโครงการงานวิจัยวัคซีน 96 โครงการทั้งในบริษัทและในมหาวิทยาลัย โดยมีแผนจะสร้าง "ธนาคารวัคซีน" เพื่อฝากวัคซีนไว้หลายอย่างที่สามารถใช้ถ้าโรคระบาดอีก[61][62] ยังมีการลงทุนเพิ่มอีก 1,100 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณสองหมื่นหกพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการทดลองทางคลินิกในแคนาดาแล้วพัฒนาโซ่การผลิตและการแจกจำหน่ายสำหรับวัคซีน[49] วันที่ 4 พฤษภาคม รัฐบาลแคนาดาจัดงบประมาณ 850 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณสองหมื่นล้านบาท) ให้แก่องค์การอนามัยโลกเนื่องกับการออกสื่อสัญญาณต่อเนื่องเพื่อระดมทุน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้วัคซีนโควิด[63]

ผังของสำนักงาน Government Accountability Office ของสหรัฐ เปรียบเทียบการพัฒนาวัคซีนธรรมดากับไทม์ไลน์ที่เร่งเร็วขึ้น รวม ๆ คือ (บน) ทั่วไปใช้เวลา 10–15 ปีกว่าจะได้อนุมัติในสหรัฐ (ล่าง) เร่งเร็วใช้เวลาไม่กี่ปี คำแปลคร่าว  (จากซ้ายไปขวาบนลงล่าง) - Exploratory = การวิจัยสืบเสาะ, Preclinic = การทดลองระยะพรีคลินิก, Clinical Trials = การทดลองทางคลินิกแบ่งเป็นระยะ , FDA Review and Approval = การพิจารณาและอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ, Manufacturing = การผลิต, FDA Rolling Review and Approval = การพิจารณาและอนุมัติที่ทำอย่างต่อเนื่อง, Rapid Manufacturing = การผลิตอย่างรวดเร็ว

ในประเทศจีน รัฐบาลได้ให้เงินกู้มีดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้พัฒนาวัคซีนผ่านธนาคารกลาง และหาที่ดินให้เพื่อให้บริษัทสร้างโรงงานผลิตวัคซีน[55] จนถึงเดือนมิถุนายน 2020 วัคซีนแคนดิเดต 6 อย่างจาก 11 อย่างที่กำลังทดสอบเบื้องต้นในมนุษย์มาจากองค์กรของจีน[56] บริษัทวัคซีนและสถาบันวิจัย 3 แห่งได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเพื่อการวิจัย เพื่อการทดลองทางคลินิก และการผลิตวัคซีนซึ่งดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการได้หลักฐานประสิทธิศักย์ของวัคซีนเร็ว ๆ ยิ่งกว่าความปลอดภัย[64] วันที่ 18 พฤษภาคม จีนได้สัญญาว่าจะให้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหกหมื่นสามพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนงานขององค์การอนามัยโลกเพื่อกำจัดโควิด[65] วันที่ 22 กรกฎาคม จีนได้ประกาศว่าจะให้เงินกู้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนสามารถซื้อวัคซีนจากจีนได้[66] วันที่ 24 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีจีนหลี่ เค่อเฉียงประกาศว่า จะแจกจำหน่ายวัคซีนของจีนให้แก่ประเทศเอเชียอาคเนย์ 5 ประเทศคือกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทยและเวียดนาม ก่อนอื่นเมื่อได้วัคซีนแล้ว[67]

ในบรรดาประเทศสหภาพยุโรป เมื่อเดือนพฤษภาคม ฝรั่งเศสประกาศการลงทุน 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 154 ล้านบาท) ในสหพันธ์การวิจัยวัคซีนโควิดผ่านเซพี ที่องค์กรต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันปาสเตอร์ (ฝรั่งเศส), Themis Bioscience (ออสเตรีย) และมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก (สหรัฐ) จะมีบทบาท ซึ่งเพิ่มทุนการพัฒนาวัคซีนโควิดของ CEPI เป็น 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหมื่นห้าพันล้านบาท) [68][69] ในเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงทุน 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,769 ล้านบาท) กับ CureVac ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนีเพื่อพัฒนาวัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ[70] ส่วนรัฐบาลเยอรมันเองก็ได้ลงทุนต่างหากกับบริษัทอีก 300 ล้านยูโร (ประมาณหมื่นสี่พันล้านบาท) ในเดือนมิถุนายน[71] เบลเยียม นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์เป็นผู้บริจาครายสำคัญให้แก่ CEPI เพื่อวิจัยวัคซีนโควิดในยุโรป[55]

ในเดือนเมษายน รัฐบาลสหราชอาณาจักรก่อตั้งคณะกรรมการวัคซีนโควิดเฉพาะกิจเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนผ่านการร่วมงานระหว่างอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย กับองค์กรต่าง ๆ ของรัฐตลอดขั้นตอนการพัฒนาวัคซีน รวมทั้งกำหนดโรงพยาบาลในประเทศเพื่อทำการทดลองทางคลินิก กฎการอนุมัติ และการผลิตในที่สุด[72] โครงการริเริ่มพัฒนาวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนได้รับงบประมาณ 44 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ประมาณพันแปดร้อยล้านบาท) ในเดือนเมษายน[73][74]

สำนักงานวิจัยและพัฒนาทางชีวเวชขั้นสูงสหรัฐ (Biomedical Advanced Research and Development Authority ตัวย่อ BARDA อ่านว่า บาร์ดา) เป็นองค์กรของรัฐบาลกลางสหรัฐที่ให้ทุนกับเทคโนโลยีรักษาโรค ได้ประกาศลงทุนเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนโควิด และเตรียมตัวผลิตวัคซีนแคนดิเดตที่มีหวังที่สุดในสหรัฐ วันที่ 16 เมษายน บาร์ดาลงทุน 483 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหมื่นห้าพันล้านบาท) กับบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) และหุ้นส่วนคือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[55][75] บาร์ดายังมีงบประมาณอีก 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณแสนสามหมื่นล้านบาท) สำหรับพัฒนาวัคซีน ดังนั้น จึงอาจลงทุนพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตได้ถึง 6–8 อย่างที่จะทดลองทางคลินิกในปี 2020–2021 โดยบริษัทต่าง ๆ เช่น Sanofi Pasteur (ฝรั่งเศส) และ Regeneron (สหรัฐ)[75][76]

ในวันที่ 15 พฤษภาคม รัฐบาลกลางสหรัฐได้ประกาศให้งบประมาณกับโปรแกรมเร่งด่วนคือ Operation Warp Speed (แปลได้ว่า ปฏิบัติการความเร็วเหนือแสง) โดยมุ่งให้เริ่มทดลองวัคซีนแคนดิเดตทางคลินิกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 แล้วผลิตวัคซีนที่ได้อนุมัติ 300 ล้านโดสให้ได้ในเดือนมกราคม 2021 ผู้นำโปรแกรมนี้เป็นนายพลทหารบกสหรัฐ ในเดือนมิถุนายน ผู้นำโปรแกรมแจ้งว่า จะทำงานร่วมกับบริษัท 7 บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตสำหรับโควิด คือ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เมอร์ค ไฟเซอร์ และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่ร่วมมือกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า บวกกับบริษัทอีกสองบริษัท[77] แม้บริษัทไฟเซอร์ภายหลังจะระบุว่า "บริษัทไม่ได้ยอมรับเงินทุน (จากรัฐ)... การลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาของไฟเซอร์ทั้งหมดเป็นการเสี่ยง"[78]

การทดลองขององค์การอนามัยโลก[แก้]

ในเดือนเมษายน 2020 องค์การอนามัยโลกได้ตีพิมพ์แผนการวิจัยและพัฒนาไวรัสโคโรนาใหม่ ซึ่งเตรียมแผน "การวิจัยทางคลินิกขนาดใหญ่ ทำในระดับนานาชาติ มีศูนย์หลายศูนย์ ทำแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม" เพื่อให้สามารถ "ประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนแคนดิเดตแต่ละอย่างพร้อม ๆ กันภายใน 3–6 เดือนที่มีให้ใช้ทดลอง" แผนการนี้มี "โพรไฟล์ผลิตภัณฑ์เป้าหมาย" (Global Target Product Profile ตัวย่อ TPP) ซึ่งจำแนกคุณสมบัติของวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลไว้เป็น 2 หมวด คือ "วัคซีนเพื่อการป้องกันในระยะยาวสำหรับบุคคลที่เสี่ยงโควิดสูงกว่า เช่น บุคลากรทางการแพทย์" และวัคซีนอื่น ๆ ที่ให้ภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการระบาดใหม่[35]

องค์การยังได้จัดตั้งทีมนานาชาติ คือ ทีพีพี (TPP) ขึ้นเพื่อ

  1. ประเมินการพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตที่มีอนาคตมากสุด
  2. สร้างข้อมูล/แผนที่เกี่ยวกับวัคซีนแคนดิเดตและการทดลองทางคลินิกของวัคซีนทั่วโลก แล้วตีพิมพ์อัปเดตแผนของวัคซีนโดยอัปเดตบ่อย [79]
  3. ประเมินและตรวจคัดวัคซีนแคนดิเดตที่มีอนาคตมากสุดพร้อม ๆ กันอย่างเร็วก่อนจะทดสอบในมนุษย์
  4. ออกแบบและประสานการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม มีหลายศูนย์ และทำในระดับนานาชาติซึ่งเรียกว่าการทดลองซอลิแดริตี (Solidarity trial)[35][80] เพื่อให้สามารถประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนแคนดิเดตต่าง ๆ ที่กำลังทดลองทางคลินิกในประเทศที่มีอัตราการติดโรคโควิดสูง แล้วตีความและแชร์ผลที่ได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก[35]

ทีมนานาชาตินี้จะจัดลำดับความสำคัญว่า วัคซีนใดควรเข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 และระบุโพรโทคอล/เกณฑ์วิธีของการทดลองระยะ 3 แบบเข้ากันได้สำหรับวัคซีนทั้งหมดที่เข้าสู่ระยะก่อนได้รับอนุมัตินี้[35]

แบบทดลองที่ปรับได้สำหรับการทดลองซอลิแดริตี[แก้]

แบบทดลองทางคลินิกที่กำลังทำอยู่อาจปรับได้โดยเรียกว่าเป็น "adaptive design" (แบบปรับได้) ถ้าข้อมูลที่ได้ในการทดลองให้ความชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ เกี่ยวกับประสิทธิผลของวัคซีน ไม่ว่าจะบวกหรือลบ[81][82] ดังนั้น การทดลองร่วม (Solidarity trial) ขององค์การอนามัยโลกสำหรับวัคซีนหลายอย่างที่ทดลองทางคลินิกในปี 2020 จะใช้วิธีเช่นนี้เพื่อให้สามารถเปลี่ยนพารามิเตอร์ของการทดลองได้อย่างรวดเร็วในศูนย์ทดลองทุกแห่งเมื่อผลปรากฏ[80] วัคซีนแคนดิเดตใหม่ที่เข้าเกณฑ์ยังอาจเพิ่มเข้าในโปรแกรมการทดลองร่วม และวัคซีนแคนดิเดตที่ปรากฏโดยหลักฐานว่าปลอดภัยหรือมีประสิทธิศักย์ไม่ดีเทียบกับยาหลอกและวัคซีนอื่น ๆ ก็จะยกเลิกทดลองในโปรแกรมนี้[80]

แบบปรับได้ที่ใช้ในการทดลองวัคซีนแคนดิเดตทางคลินิกระยะที่ 2–3 อาจทำให้ระยะการทดลองสั้นลงโดยมีอาสาสมัครผู้รับวัคซีนน้อยกว่า ช่วยเร่งการตัดสินใจไม่ว่าจะหยุดการทดลองตั้งแต่ต้น ๆ หรือตัดสินใจว่ามีผล หลีกเลี่ยงทำการวิจัยซ้ำ ๆ และเพิ่มการประสานงานเพื่อเปลี่ยนแบบการทดลองที่ทำร่วมในศูนย์ประเทศต่าง [80][81]

หุ้นส่วน การแข่งขัน และการแจกจำหน่าย[แก้]

บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่มีประสบการณ์ผลิตวัคซีนเป็นจำนวนมาก ๆ รวมทั้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน แอสตร้าเซนเนก้า และแกล็กโซสมิธไคลน์ กำลังสร้างพันธมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ และมหาวิทยาลัยเพื่อเร่งการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ[56][55] เพื่อรวมสมรรถภาพทางการเงินและการผลิตเพื่อสร้างเทคโนโลยีวัคซีนโรคระบาดทั่วแบบใช้ตัวเสริม (adjuvant) แกล็กโซสมิธไคลน์จึงได้จับมือกับซาโนฟี่ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนแบบที่ไม่ค่อยทำกันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่นานาชาติเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีน[83]

เมื่อโควิด-19 กำลังระบาดไปทั่วอย่างรวดเร็วในปี 2020 องค์การนานาชาติเช่นองค์การอนามัยโลกและเซพี ผู้พัฒนาวัคซีน รัฐบาล และอุตสาหกรรมก็ได้ประเมินการแจกจำหน่ายวัคซีนที่จะได้[35] ประเทศผลิตวัคซีนแต่ละประเทศอาจถูกโน้มน้าวให้ขายวัคซีนในราคาสูงสุด หรือใช้วัคซีนในประเทศของตนก่อน[32][29][55] ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่า วัคซีนที่จะอนุมัติควรมีราคาที่พอซื้อได้และมีให้สำหรับบุคคลหน่วยหน้าในการรักษาพยาบาลและคนที่จำเป็นมากสุด[32][29][55] ในเดือนเมษายน เดอะเดลีเทลิกราฟ (ลอนดอน) รายงานว่า สหราชอาณาจักรได้ตกลงทำการร่วมกับประเทศและองค์กรนานาชาติอื่น ๆ รวมทั้งประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีเพื่อค้นหาวัคซีนและแชร์ผลที่ได้ และตกลงว่า ประชาชนอังกฤษจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเพื่อได้วัคซีนโควิดที่มหาวิทยาลัยอังกฤษซึ่งได้รับเงินภาษีของประชาชนเป็นผู้พัฒนาขึ้น[73] บริษัทหลายแห่งมีแผนผลิตวัคซีนเพื่อเริ่มต้นขายในราคาถูก แล้วเพิ่มราคาเพื่อให้ได้กำไรภายหลังถ้าต้องฉีดวัคซีนทุกปีและเมื่อประเทศต่าง ๆ ตุนวัคซีนเผื่ออนาคต[55]

องค์การอนามัยโลกและเซพีกำลังสร้างทรัพยากรทางการเงินและแนวปฏิบัติเพื่อส่งวัคซีนที่มีประสิทธิผล 3 อย่างหรือยิ่งกว่าไปทั่วโลก โดยสำนึกว่าประเทศต่าง ๆ และประชากรกลุ่มต่าง ๆ ย่อมจำเป็นต่างกัน[31][35][36][80] ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนที่มีประสิทธิผลน่าจะจัดก่อนอื่นให้แก่บุคลากรทางแพทย์และกลุ่มประชากรที่เสี่ยงป่วยหนักและเสี่ยงตายมากสุดจากการติดโรค เช่น คนชราหรือคนจนที่อยู่ในชุมชนแออัด[84][85] ทั้งองค์การอนามัยโลก เซพี และกาวีต่างก็ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ประเทศร่ำรวยไม่ควรได้วัคซีนโควิดก่อนประเทศอื่น ๆ แต่ควรพิจารณาความจำเป็นในหมู่ประชากรและความจำเป็นเพื่อลดปัญหาทางเศรษฐกิจ[31][36][84]

กำหนดเวลาต่าง ๆ ที่ต้องย่อลง[แก้]

ประเด็นต่าง ๆ ทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาของกลุ่มประชากรที่อ่อนแอ และปัญหาการผลิตวัคซีนเป็นพัน ๆ ล้านโดสล้วนอาจกดดันให้ย่อกำหนดเวลาต่าง ๆ ในการพัฒนาวัคซีนและในบางกรณี อาจรวมระยะการทดลองทางคลินิกหลายระยะเข้าด้วยกันแล้วทำพร้อม ๆ กันโดยใช้เวลาแค่เดือน ๆ ซึ่งปกติต้องทำเป็นลำดับต่อ ๆ กันเป็นปี [56] ยกตัวอย่างเช่น ผู้พัฒนาวัคซีนประเทศจีนและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจีน (Chinese Center for Disease Control and Prevention) ได้เริ่มงานพัฒนาวัคซีนในเดือนมกราคม 2020[86] แต่เพียงแค่ถึงเดือนมีนาคม ก็กำลังตรวจดูวัคซีนแคนดิเดตเป็นจำนวนมากโดยใช้กำหนดเวลาที่ย่อลง และมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีจีนเหนือของสหรัฐ และเพื่อให้ชาวจีนมั่นใจถึงคุณภาพวัคซีนที่ผลิตในจีน[56][87]

เพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนในกำหนดเวลาย่อ ๆ สำหรับโรคระบาดทั่ว ทั้งผู้พัฒนาวัคซีนและรัฐบาลได้ยอมรับความเสี่ยงเมื่อลัดวงจรพัฒนาวัคซีนปกติ[55] ผู้บริหารของอุตสาหกรรมคนหนึ่งถึงกับกล่าวว่า "วิกฤติการณ์ของโลกใหญ่จนกระทั่งเราแต่ละคนจะต้องยอมเสี่ยงที่สุดเดี๋ยวนี้เพื่อยุติโรคนี้"[55] มีเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายเรื่องรวมทั้งระดับความเป็นพิษที่ยอมรับได้ (คือความปลอดภัย) การตั้งเป้าที่กลุ่มประชากรที่อ่อนแอ ความก้าวหน้าอย่างมากของประสิทธิศักย์วัคซีนที่ต้องมี ระยะการป้องกันของวัคซีน ระบบการส่งยาพิเศษ (เช่น ให้ทางปากหรือทางจมูก แทนที่จะฉีด) ขนาดการให้ยา ความเสถียรของวัคซีนและวิธีการเก็บในคลัง การอนุมัติให้ใช้เป็นการฉุกเฉินก่อนได้รับอนุมัติทั่วไป วิธีการผลิตดีที่สุดเพื่อให้ได้วัคซีนเป็นพัน ๆ ล้านโดส และการแจกจำหน่ายวัคซีนที่ได้อนุมัติ[29][88] ถ้านับเริ่มจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 วัคซีนถึงร้อยละ 84–90 ล้มเหลวในช่วงพัฒนาการแล้วไม่ได้รับอนุมัติให้วางตลาดขาย[31][89] ถ้าเริ่มจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนร้อยละ 25.7 ล้มเหลวและไม่ได้รับอนุมัติโดยที่สุด[89] ผู้ผลิตวัคซีนอาจจะลงทุนไปแล้วเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) โดยได้ผลิตวัคซีนเป็นล้าน ๆ โดสไปแล้วที่ใช้ไม่ได้[29][56][55] ในกรณีของโควิด-19 โดยเฉพาะ ประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่อัตราร้อยละ 70 อาจพอระงับการระบาดทั่ว เพราะถ้ามีประสิทธิศักย์เพียงร้อยละ 60 การระบาดก็ยังอาจต่อไปได้ และประสิทธิศักย์ที่น้อยกว่าร้อยละ 60 จะไม่ก่อภูมิคุ้มกันหมู่พอระงับการกระจายเชื้อโดยตนเอง[29]

โรคที่ระบาดทั่วในปี 2020 ได้สร้างปัญหากับสถาบันวิจัยเพราะการเว้นระยะห่างทางสังคมและการปิดห้องปฏิบัติการ[90][91] อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยและพัฒนาวัคซีนก็ขาดแคลนขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการซื้อแข่งขันกันในระดับนานาชาติหรือการเข้ายึดของรัฐ[64] กำหนดเวลาต่าง ๆ สำหรับการทดลองทางคลินิก ซึ่งปกติเป็นกระบวนการที่ทำเป็นลำดับต่อ ๆ กันโดยใช้เวลาเป็นปี ๆ ก็กำลังย่อเป็นการทดลองตรวจความปลอดภัย ประสิทธิศักย์ และหาขนาดยาที่ทำพร้อม ๆ กันโดยใช้เวลาเป็นแค่เดือน ๆ ซึ่งอาจมีผลต่อความปลอดภัย[56][55]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

แพลตฟอร์มเทคโนโลยี[แก้]

ในเดือนกันยายน 2020 นักวิทยาศาสตร์ของเซพีรายงานว่า มีแพลตฟอร์เทคโนโลยี 9 แพลตฟอร์มที่กำลังวิจัยและพัฒนาในช่วงปี 2020 เพื่อสร้างวัคซีนต้านโควิด-19 โดยยังมีวัคซีนแคนดิเดตเป็นจำนวนมากที่ไม่ระบุแพลต์ฟอร์มเทคโนโลยี[38] แพลตฟอร์มโดยมากสำหรับวัคซีนที่อยู่ในช่วงทดลองทางคลินิกจนถึงเดือนกันยายนได้เล็งโปรตีน spike ของไวรัสและรูปแบบต่าง ๆ ของโปรตีนนี้เพื่อใช้เป็นแอนติเจนหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค[38] แพลตฟอร์มที่กำลังพัฒนาในปี 2020 รวมเทคโนโลยีกรดนิวคลีอิก (คือ เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์ (modRNA) หรือดีเอ็นเอ), เวกเตอร์ไวรัสที่ไม่ขยายพันธุ์, เพปไทด์, โปรตีนจากยีนลูกผสม, ไวรัสโควิดลดฤทธิ์ที่ยังเป็น และไวรัสโควิดเชื้อตาย[92][38][29][31]

เทคโนโลยีวัคซีนที่กำลังพัฒนาเพื่อโควิดหลายอย่างไม่เหมือนกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันอยู่แล้ว แต่จัดเป็นของใหม่ที่ทำงานเฉพาะเจาะจงกับกลไกการแพร่เชื้อของโควิด[31][92][38][31] เทคโนโลยีที่ใช้ยังอาจเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการแอนติเจน และบางอย่างอาจมีประสิทธิผลดีกว่าในกลุ่มประชากรย่อยต่าง ๆ รวมทั้งคนชรา เด็ก หญิงมีครรภ์ และคนไข้ที่ภูมิต้านทานอ่อนแอ[38][31]

วัคซีนแคนดิเดตที่อาจสร้างโปรตีนของไวรัส SARS-CoV-2 แล้วทำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนองรวมทั้ง (1) เอ็มอาร์เอ็นเอที่เข้ารหัสยีนของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้เซลล์สร้างโปรตีนของไวรัส (2) เป็นโปรตีนที่ผิวหุ้มไวรัสโควิด-19 ที่ผลิตจากยีนลูกผสม (3) เวกเตอร์ไวรัสที่มียีนของโควิด-19 ซึ่งทำให้เซลล์สร้างโปรตีนของไวรัส
ผังแสดงการทำงานของวัคซีนอาร์เอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ชนิดหนึ่งที่ใช้ในวัคซีนโควิด-19 รวมทั้งของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคและของบริษัทโมเดอร์นา เอ็มอาร์เอ็นเอซึ่งอาจบรรจุอยู่ในอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิดจะเข้าไปในเซลล์แล้วได้การแปลรหัสเป็นโปรตีนของไวรัสโควิด-19 ซึ่งก่อการตอบสนองจากภูมิคุ้มกัน แล้วทำให้ภูมิคุ้มกันรู้จักโปรตีนของไวรัส เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ในอนาคต ก็จะตอบสนองต่อเชื้อได้อย่างเข้มแข็งและรวดเร็ว
สถิติวัคซีนโควิด‑19 สำหรับเทคโนโลยีต่าง ๆ (ก.พ. 2021)[4]
เทคโนโลยี[I] แคนดิเดต ที่กำลังทดลอง
ในมนุษย์
ที่ได้อนุมัติใน
อย่างน้อย 1 ประเทศ
ประเทศที่
อนุมัติให้ใช้
เวกเตอร์ไวรัสที่ไม่ขยายพันธุ์[II] 35 4[III] 4 55
ใช้อาร์เอ็นเอ[IV] 36 3[III] 2 42
ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย[V] 19 5[III] 3 25
หน่วยย่อยโปรตีนของไวรัสโควิด-19[VI] 80 4[III] 1 2
ใช้ดีเอ็นเอ[VII] 23 2[III] 0 0
อนุภาคคล้ายไวรัส[VIII] 19 1 0 0
เวกเตอร์ไวรัสที่ยังขยายพันธุ์[IX] 23 0 0 0
ไวรัสโควิด-19 เป็น ๆ แต่ลดฤทธิ์แล้ว[X] 4 0 0 0
  1. มีวัคซีนแคนดิเดตหลายสิบชนิดที่ไม่ระบุเทคโนโลยี[4]
  2. Non-replicating viral vector
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 มีวัคซีนแคนดิเดตหนึ่งอย่างหรือมากกว่าในการทดลองระยะที่ 2 หรือ 2-3
  4. RNA-based
  5. Inactivated virus
  6. Protein subunit
  7. DNA-based
  8. Virus-like particle
  9. Replicating viral vector
  10. Live attenuated virus

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

วัคซีน[แก้]

จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม ประเทศ 17 ประเทศ[B] และสหภาพยุโรป[110] ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคคือ tozinameran เป็นการฉุกเฉิน บาห์เรนยังอนุมัติให้วางตลาดขายฉุกเฉินสำหรับวัคซีน BBIBP-CorV ของบริษัทซิโนฟาร์ม[94] โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อมาก็ได้ทำเช่นกัน[95] ในสหราชอาณาจักรจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม คน 138,000 คนได้รับ tozinameran ในอาทิตย์แรกของโปรแกรมการฉีดวัคซีนของประเทศ[111] ในวันที่ 11 ธันวาคม 2020 องค์การอาหารและยาสหรัฐได้อนุญาตให้ใช้ tozinameran เป็นการฉุกเฉิน[112] อีกอาทิตย์ต่อมา ก็ให้อนุญาตเช่นกันกับวัคซีน mRNA-1273 ของบริษัทโมเดอร์นา จึงเป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้ใช้วัคซีน 2 อย่างเป็นการฉุกเฉิน[113][114][115]

เซพีจัดระยะการพัฒนาวัคซีนเป็นสามกลุ่ม คือ (1) ระยะการสำรวจ (exploratory) คือการวางแผนและออกแบบวัคซีนโดยไม่มีการประเมินในสิ่งมีชีวิต (2) พรีคลินิก (preclinical) คือการประเมินในสิ่งมีชีวิตและเตรียมตัวผลิตสารประกอบเพื่อจะทดสอบในมนุษย์ หรือ (3) ที่เริ่มทดสอบความปลอดภัยในมนุษย์อาสาสมัครที่สุขภาพดีระยะที่ 1 แล้ว[38] จนถึงกลางเดือนกันยายน มีวัคซีนแคนดิเดต 321 อย่างที่ได้ยืนยันแล้วว่ากำลังทดลองทางคลินิก หรือว่าเป็นโครงการสำรวจหรือพรีคลินิก[38]

การทดลองระยะที่ 1 โดยหลักทดสอบความปลอดภัยและขนาดยาเป็นเบื้องต้นโดยให้ยาแก่อาสาสมัครสุขภาพดีเป็นสิบ ๆ คน ระยะที่ 2 ซึ่งทำหลังประสบความสำเร็จในระยะที่ 1 จะตรวจปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกัน, ขนาดของยา (คือตรวจประสิทธิศักย์โดยใช้ค่าวัดของสารบ่งชี้ทางชีวภาพ คือ biomarker) และผลที่ไม่พึงประสงค์ ปกติทำกับคนเป็นร้อย ๆ คน[116][117] การทดลองระยะ 1–2 ทดสอบความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในเบื้องต้นโดยจะกำหนดขนาดที่ได้ผลให้แม่นยำด้วย[117] ส่วนการทดลองระยะที่ 3 ปกติจะมีอาสาสมัครมากกว่า มีกลุ่มควบคุม และทดสอบประสิทธิผลป้องกันโรคของวัคซีน (เป็นการทดลองแบบแทรกแซง คือ interventional) และจะเฝ้าสังเกตผลที่ไม่พึงประสงค์เมื่อใช้ขนาดยาที่ดีสุด[116][117] นิยามของความปลอดภัยของวัคซีน ประสิทธิศักย์ จุดยุติทางคลินิก (clinical endpoint) ในการทดลองระยะที่ 3 อาจต่างกันระหว่างบริษัทต่าง ๆ เช่นการนิยามระดับผลข้างเคียง การติดเชื้อ หรือการแพร่เชื้อ และว่า วัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิดแบบรุนแรงหรือแบบปานกลาง[118][119][120]

วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว[แก้]

ดูเพิ่มที่รายการขึ้นทะเบียนวัคซีน (ภาษาอังกฤษ)

องค์กรควบคุมของประเทศต่าง ๆ ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีน 11 ชนิดเป็นการฉุกเฉิน ในจำนวนนั้น 6 ชนิดได้รับอนุมัติจากองค์กรควบคุมที่องค์การอนามัยโลกจัดว่ามีระเบียบเคร่งครัด (stringent regulatory authorities) อย่างน้อย 1 แห่ง

วัคซีนที่อนุมัติเป็นการฉุกเฉินหรือให้ใช้ทั่วไป
วัคซีนแคนดิเดต
ผู้พัฒนา/ผู้ให้ทุน
ของประเทศ เทคโนโลยี จำนวนโดส
ระยะห่าง
อุณหภูมิเก็บ การทดลองก่อนวางตลาด
(จำนวนอาสาสมัคร)
การทดลองหลังวางตลาด
(จำนวนอาสาสมัคร)
แอสตร้าเซนเนก้า (Vaxzevria, Covishield)[121][a][b][125][126][127]

มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด, แอสตร้าเซนเนก้า, เซพี

สหราชอาณาจักร, สวีเดน อะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่แปลงเพื่อใช้เป็นเวกเตอร์ (ChAdOx1)[125] 2 โดส
4-12 สัปดาห์[128]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[129] ระยะ 3 (30,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอกเพื่อตรวจประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน[130]
สถานะ - ประสิทธิศักย์อยู่ที่ร้อยละ 76 หลังจากโดสแรกและร้อยละ 81 หลังจากโดสที่สองโดยฉีดห่างกัน 12 สัปดาห์หรือยิ่งกว่า[131]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2020 – ส.ค. 2021, บราซิล (5,000),[132] สหราชอาณาจักร, อินเดีย[133]
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: กพ. 2021-ธค. 2024 ในเดนมาร์ก
ไฟเซอร์ (Comirnaty)[d][96][135][136]

ไบออนเทค, ไฟเซอร์

เยอรมนี สหรัฐ อาร์เอ็นเอ (เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์[e] หุ้มด้วยอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิด) 2 โดส
3-4 สัปดาห์[137][f]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[g] (ตู้แช่แข็งพิเศษ) ระยะ 3 (43,998)[142]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
สถานะ - ผลบวกที่พบจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2020[143] แล้วตีพิมพ์ในวันที่ 10 ธ.ค. 2020 โดยรายงานประสิทธิศักย์ทั่วไปถึงร้อยละ 95[144][145]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – พ.ย. 2020,[146][147] เยอรมนี สหรัฐ
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: กพ. 2021 – ธค. 2024 เดนมาร์ก
จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[148][149]

Janssen Pharmaceutica (หน่วยงานของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน), BIDMC

สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad26)[150] 1 โดส[151] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[151] ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
สถานะ - ผลบวกจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศในวันที่ 29 ม.ค. 2021 วัคซีนมีประสิทธิศักย์ป้องกันการติดโรคแบบมีอาการอ่อนจนถึงปานกลางร้อยละ 66 (ร้อยละ 64 ในแอฟริกาใต้จนถึงร้อยละ 72 ในสหรัฐ) และแบบมีอาการหนักร้อยละ 85[152][153]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – 2023, สหรัฐ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก เปรู ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ และยูเครน
BBIBP-CorV[154]

หน่วยงานของซิโนฟาร์ม คือ Beijing Institute of Biological Products

จีน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[154] 2 โดส
3-4 สัปดาห์[155]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[156] ระยะ 3 (48,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำคู่ขนาน เพื่อตรวจความปลอดภัยและประสิทธิศักย์ในการป้องกันโรค
สถานะ - ผลการทดลองที่ตรวจสอบโดยผู้รู้เสมอกันระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิศักย์ป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการที่ร้อยละ 78.1[157]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ก.ค. 2021, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน[158] อาร์เจนตินา[159] โมร็อกโก[160] เปรู[161]
โมเดอร์นา (Spikevax)[162][163]

โมเดอร์นา, NIAID, BARDA, เซพี

สหรัฐ เอ็มอาร์เอ็นเอ (เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์[e] หุ้มด้วยอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิด)[164] 2 โดส
4 สัปดาห์[165][f]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[166]
(ตู้แช่แข็งยา)
ระยะ 3 (30,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ใช้ยาหลอกเพื่อทดสอบประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
สถานะ - ผลบวกที่พบจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2020[167] แล้วตีพิมพ์วันที่ 30 ธ.ค. 2020 โดยรายงานประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 94.1[168]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ต.ค. 2022, สหรัฐ
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: Feb 2021 – Dec 2024, Denmark
สปุตนิกวี (Gam-COVID-Vac)

สถาบันวิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลีย

รัสเซีย เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad5 และ Ad26)[169] 2 โดส
3 สัปดาห์[170]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[h]
(ตู้แช่แข็งยา)
ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัย[172]
สถานะ - การวิเคราะห์ผลการทดลองในระหว่างที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เดอะแลนซิตระบุประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 91.6 โดยไม่มีผลข้างเคียงเกินปกติ[173]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020 – พ.ค. 2021, รัสเซีย, เบลารุส,[174] อินเดีย,[175][176] เวเนซุเอลา,[177][178] สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[179]
โคโรนาแว็ก[180][181][182]

ซิโนแว็ก

จีน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[180] 2 โดส
2-4 สัปดาห์[183]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[184] ระยะ 3 (33,620)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์และความปลอดภัย
สถานะ - ผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในตุรกีซึ่งได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันแล้วแสดงประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 83.5[185] งานศึกษาหนึ่งในชิลีแสดงประสิทธิศักย์ป้องกันร้อยละ 65 สำหรับการติดเชื้อที่แสดงอาการ, ร้อยละ 87 สำหรับการเข้า รพ., ร้อยละ 90 สำหรับการเข้าห้องไอซียู และร้อยละ 86 สำหรับการเสียชีวิต[186][187]

ส่วนงานในบราซิลระบุว่ามีประสิทธิศักย์ป้องกันร้อยละ 50.7 สำหรับการติดเชื้อที่แสดงอาการทั้งหมด, ร้อยละ 83.7 สำหรับการติดเชื้อที่มีอาการเบา และเต็มร้อยสำหรับการมีอาการหนัก[188]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ต.ค. 2021, บราซิล (15,000);[189] ส.ค. 2020 - ม.ค. 2021, อินโดนีเซีย (1,620); ต.ค. – พ.ย. 2020, จีน (1,040);[190] พ.ย. 2020 – ม.ค. 2022[191], ชิลี (3,000);[192] เม.ย. 2021 – มิ.ย. 2022, ฟิลิปปินส์ (ระยะ 2-3: 352);[193] ก.ย. 2020 – ก.พ. 2021, ตุรกี (13,000)[194]

ระยะ 4 (37,867)[195][196]
การรักษา
ช่วงเวลาและแหล่ง: บราซิล ก.พ. 2021 – ก.พ. 2022, เมืองเซอร์ฮานา รัฐเซาเปาลู (27,711); มี.ค. 2021 – มี.ค. 2022, เมืองมาเนาส์ รัฐอามาโซนัส (10,156)
โคแว็กซิน (BBV152)

ภารตะไบโอเทค, สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย

อินเดีย ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[197] 2 โดส
4 สัปดาห์[198]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[198] ระยะ 3 (25,800)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก[199]
สถานะ - บริษัทรายงานว่า ผลระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่าวัคซีนมีประสิทธิศักย์ร้อยละ 78[200]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020-มี.ค. 2021, อินเดีย
ระยะ 4 (1,000)[201]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม [c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2021 – ธ.ค. 2021, อินเดีย
สปุตนิกไลท์

สถาบันวิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลีย[202]

รัสเซีย เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad26)[203] 1 โดส[203] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[204] ระยะ 3 (7,000)[205]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[203]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. – ธ.ค. 2021, รัสเซีย (6,000)
Convidicea

แคนซิโนไบโอลอจิกส์, Beijing Institute of Biotechnology of the Academy of Military Medical Sciences[206]

จีน เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสม (Ad5) [i][207] 1 โดส[208] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[208] ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำหลายศูนย์ทั่วโลก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
สถานะ - ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 การวิเคราะห์ผลการทั่วโลกในระหว่างพบประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 65.7 ต่อโรคโควิด-19 ที่มีอาการ และร้อยละ 90.98 สำหรับโรคอาการรุนแรง[208]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. – ธ.ค. 2020, จีน; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2021, ปากีสถาน; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2020, รัสเซีย,[206] จีน, อาร์เจนตินา, ชิลี;[209] เม็กซิโก;[210] ปากีสถาน;[211] ซาอุดีอาระเบีย[212][213]
WIBP-CorV

หน่วยงานของซิโนฟารม์ คือ Wuhan Institute of Biological Products

จีน วัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cells) 2 โดส
3 สัปดาห์[214][215][216]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 3 (51,600)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[217]
สถานะ - ผลงานการทดลองที่ได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันแล้วแสดงประสิทธิศักย์ป้องกันการติดเชื้อที่แสดงอาการที่ร้อยละ 72.8[157]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – มี.ค. 2021, บาห์เรน, อียิปต์, จอร์แดน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[214]; ก.ย. 2020 – ก.ย. 2021, เปรู[215]; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2020, โมร็อกโก[218]
EpiVacCorona[219][220]

สถาบันเวกตอร์

รัสเซีย หน่วยย่อยเพปไทด์ของไวรัสโควิด-19[j][219] 2 โดส
3 สัปดาห์[219]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[221] ระยะ 3 (40,150 (ตามแผน), 3,000 (เริ่ม))[222]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เพื่อประเมินประสิทธิศักย์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020 – ธ.ค. 2021, รัสเซีย (3,000)[223][224][225][226]
ZF2001 (ZIFIVAX)[4]

Anhui Zhifei Longcom Biopharmaceutical Co. Ltd.

จีน หน่วยย่อยโปรตีนแบบลูกผสมของไวรัสโควิด-19[k] 3 โดส
30 วัน[227][228]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[229] ระยะ 3 (29,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[227]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020 – เม.ย. 2022, จีน, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ปากีสถาน, อุซเบกิสถาน[230][231]
Abdala

BioCubaFarma, Center for Genetic Engineering and Biotechnology

คิวบา ส่วนประกอบของไวรัสโควิด-19[l] 3 โดส
2 สัปดาห์[232]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[233] ระยะ 3 (48,290)[234]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำในหลายศูนย์ อำพรางทั้งสองฝ่าย [232]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-ก.ค. 2021, คิวบา
CoviVac[235]

The Chumakov Centre ที่วิทยาศาสตรบัณฑิตยสถานรัสเซีย

รัสเซีย ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cells)[236] 2 โดส
2 สัปดาห์[237]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[237] ระยะ 3 (32,000)[238]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เพื่อตรวจประสิทธิศักย์และความปลอดภัย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021 – ?, รัสเซีย (3,000)[239]
QazCovid-in (QazVac)[240]
Research Institute for Biological Safety Problems
คาซัคสถาน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 2 โดส
3 สัปดาห์[241]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[242] ระยะ 3 (3,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพราง[243]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021 – ก.ค. 2021, คาซัคสถาน[243]
Minhai COVID-19 vaccine (KCONVAC)

Minhai Biotechnology Co., Shenzhen Kangtai Biological Products Co. Ltd.

จีน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell) 2 โดส
4 สัปดาห์[244]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 3 (28,000)[244]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-พ.ย. 2021, จีน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์
COVIran Barakat (COVIRAN)[245]

Barakat Pharmaceutical Group, Shifa Pharmed Industrial Group

อิหร่าน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 2 โดส
4 สัปดาห์[246]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 3 (30,500)
ระยะ 2-3a (20,000) - การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำแบบคู่ขนาน[246]
ระยะ 3b (10,500)[247]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-มิ.ย. 2021, อิหร่าน
Covidful (Chinese Academy of Medical Sciences COVID-19 vaccine)[248][249]

Chinese Academy of Medical Sciences, Institute of Medical Biology

จีน ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 2 โดส
2 สัปดาห์[249]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 3 (34,020)
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์เดียว อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.-ก.ย. 2021, บราซิล, มาเลเซีย
Soberana 02 (FINLAY-FR-2)

BioCubaFarma, Instituto Finlay de Vacunas

คิวบา ส่วนประกอบของไวรัสโควิด-19[l] (คอนจูเกต) 2 โดส
4 สัปดาห์[250]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[233] ระยะ 3 (44,010)[251][250]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำในศูนย์หลายศูนย์ ทำแบบคู่ขนาน อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-พ.ค. 2021, คิวบา, อิหร่าน, เวเนซุเอลา[252]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

การทดลองทางคลินิกในมนุษย์[แก้]

วัคซีนแคนดิเดตสำหรับโควิด-19 ที่กำลังทดลองในระยะ 1-3[4][253][79]
วัคซีนแคนดิเดต
ผู้พัฒนา/ผู้ให้ทุน
เทคโนโลยี ระยะทดลองในปัจจุบัน (จำนวน)
รูปแบบการทดลอง
ระยะทดลองที่เสร็จแล้ว[m] (จำนวน)
การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน/ผลไม่พึงประสงค์
รอการอนุมัติ
NVX-CoV2373[254]

โนวาแวกซ์, เซพี

อนุภาคโปรตีน spike ลูกผสมของไวรัสโควิด-19 บวกกับตัวเสริม ระยะ 3 (15,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก[255]
แหล่ง: สหราชอาณาจักร อินเดีย (15,000)[256] สหรัฐ เม็กซิโก (30,000)[257]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020 – ม.ค. 2021, สหราชอาณาจักร (15,000); ธ.ค. 2020 – มี.ค. 2021, สหรัฐ เม็กซิโก (30,000)[258]
ระยะ 1-2 (131)

การตอบสนองของสารภูมิต้านทานแบบกำจัดฤทธิ์และ IgG เมื่อใช้ตัวเสริมและหลังจากฉีดยาเพิ่ม ผลไม่พึงประสงค์ - อาการเกิดในระยะสั้นและเบา คือเจ็บที่จุดฉีด ปวดหัว ล้า และปวดกล้ามเนื้อ[259]

Zorecimeran (CVnCoV)[262]

CureVac, เซพี

วัคซีนอาร์เอ็นเอแบบไม่ดัดแปลง[263] ระยะ 3 (36,500)[264]
ระยะ 2b/3 ทดสอบประสิทธิศักย์และความปลอดภัย ทำในศูนย์หลายศูนย์
แหล่ง: อาร์เจนตินา เบลเยียม โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน ฝรั่งเศส เยอรมนี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ปานามา เปรู สเปน
ช่วงเวลา: พ.ย. 2020-?
ระยะ 1-2 (944)[262][265]
ระยะ 1 (284): การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์บางส่วน โดยเพิ่มขนาดยา (dose-escalation) เพื่อทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและผลที่ไม่พึงประสงค์

ระยะ 2a (660): การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์บางส่วน ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ เพื่อยืนยันขนาดยา
แหล่ง: เบลเยียม (P1), เยอรมนี (P1), ปานามา (2a), เปรู (2a)
ช่วงเวลา: มิ.ย 2020-ต.ค. 2021

อนุมัติ

ZyCoV-D[267]

Cadila Healthcare

พลาสมิดของดีเอ็นเอที่แสดงออกโปรตีน S ของไวรัสโควิด-19 ระยะ 3 (26,000)[268]
แหล่ง: อินเดีย[269]
ช่วงเวลา: ม.ค. 2021-?
ระยะ 1-2 (1,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก[270][271]
แหล่ง: อินเดีย
ช่วงเวลา: ก.ค. 2020-ม.ค. 2021


CoVLP[272]

Medicago, แกล็กโซสมิธไคลน์

อนุภาคคล้ายไวรัสที่ได้จากพืช ใช้ดีเอ็นเอลูกผสม[n] และใช้ตัวเสริม AS03 จากแกล็กโซสมิธไคลน์ ระยะ 2-3 (30,612)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก และ event-driven[274]
แหล่ง: แคนาดา
ช่วงเวลา: พ.ย. 2020-เม.ย. 2022
ระยะ 1 (180)
เกิดสารภูมิต้านทานแบบกำจัดฤทธิ์ในวันที่ 42 หลังการฉีดยาครั้งที่ 1 (วันที่ 21 หลังฉีดยาครั้งที่ 2) ในระดับเป็น 10 เท่าของผู้รอดชีวิตจากการติดโรคโควิด[275][276]
IIBR-100(Brilife)[277]

สถาบันวิจัยชีวภาพอิสราเอล

วัคซีนมีเวกเตอร์ไวรัสเป็น vesicular stomatitis virus (ลูกผสม) ระยะ 2 (1,000)[278]
แหล่ง: อิสราเอล
ช่วงเวลา: ธ.ค. 2020-ฤดูใบไม้ผลิ 2021
ระยะ 1 (80)[277]
อาสาสมัคร (อายุ 18-55 ปี) จัดโดยสุ่มให้ได้รับวัคซีนหนึ่งครั้งในขนาดน้อย กลาง หรือมาก หรือได้น้ำเกลือ หรือได้รับวัคซีนสองโดสในขนาดน้อย หรือน้ำเกลือ ห่างกัน 28 วัน
แหล่ง: อิสราเอล
ช่วงเวลา: ต.ค.-พ.ย. 2020
FINLAY-FR-2 (SOBERANA 02)

Instituto Finlay de Vacunas

Conjugate vaccine ระยะ 2 (910)[279]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เป็นงานศึกษาแบบขนาน
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.-มี.ค. 2021, คิวบา
ระยะ 1 (40)[280]
เป็นการทดลองแบบไม่สุ่มและไม่มีกลุ่มควบคุม ไม่อำพราง เป็นการทดลองแบบปรับได้ (adaptive) และทำตามลำดับ (sequential)
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020 – ม.ค. 2021, คิวบา
INO-4800[o][281][282]

Inovio Pharmaceuticals, เซพี, สถาบันสุขภาพแห่งชาติเกาหลี, International Vaccine Institute

ว้คซีนดีเอ็นเอ (พลาสมิดของดีเอ็นเอส่งด้วยวิธี electroporation[p]) ระยะ 1-2 (40)
แหล่ง: สหรัฐ เกาหลีใต้
ช่วงเวลา: เม.ย. – พ.ย. 2020


AG0301-COVID19[285]

AnGes Inc.[286], Japan Agency for Medical Research and Development

วัคซีนดีเอ็นเอ (พลาสมิดของดีเอ็นเอ[q]) ระยะ 1-2 (30)
การทดลองไม่สุ่ม ทำที่ศูนย์เดียว ให้ยาสองครั้ง
แหล่ง: โอซากะ
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-ก.ค. 2021
พรีคลินิก
Lunar-COV19/ARCT-021[287][288]

Arcturus Therapeutics, Duke-NUS Medical School

วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ ระยะ 1-2 (92)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย
แหล่ง: สิงคโปร์
ช่วงเวลา: ส.ค. 2020-?
พรีคลินิก
VLA2001[289][290]

Valneva

ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย ระยะ 1-2 (150)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
แหล่ง: สหราชอาณาจักร
ช่วงเวลา: ธ.ค. 2020-ก.พ. 2021
พรีคลินิก
COVID-19/aAPC[291]

Shenzhen Genoimmune Medical Institute[292]

วัคซีนมีเล็นทิไวรัสเป็นเวกเตอร์[r] (with minigene modifying aAPCs) ระยะ 1 (100)
แหล่ง: เมืองเชินเจิ้น
ช่วงเวลา: มี.ค. 2020-2023
พรีคลินิก
LV-SMENP-DC[293]

Shenzhen Genoimmune Medical Institute[292]

วัคซีนมีเล็นทิไวรัสเป็นเวกเตอร์[r] (with minigene modifying DCs) ระยะ 1 (100)
แหล่ง: เมืองเชินเจิ้น
ช่วงเวลา: มี.ค. 2020-2023
พรีคลินิก
LNP-nCoVsaRNA[294]

หน่วย Medical Research Council Clinical Trials Unit ที่อิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน

วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ ระยะ 1 (105)
การทดลองระยะที่ 1 แบบสุ่มโดยทดลองเพิ่มขนาดยา (15) แล้วขยายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย (อย่างน้อย 200)
แหล่ง: สหราชอาณาจักร
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-ก.ค. 2021
พรีคลินิก
GRAd-COV2[295][296]

ReiThera, Lazzaro Spallanzani National Institute for Infectious Diseases

วัคซีนอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่ดัดแปลง (GRAd) เพื่อเป็นเวกเตอร์ ระยะ 1 (90)[297]
อาสาสมัคร (มี 2 กลุ่มแบ่งตามวัยคือ 18-55 ปีและ 65-85 ปี) จัดโดยสุ่มให้ได้รับวัคซีนซึ่งให้เพิ่มขึ้น ๆ หนึ่งในสามอย่าง หรือให้ยาหลอก แล้วตรวจติดตามเป็นเวลา 24 สัปดาห์ อาสาสมัครร้อยละ 92.5 ที่ได้วัคซีนเกิดสารภูมิต้านทาน
แหล่ง: กรุงโรม
ช่วงเวลา: ส.ค.-ธ.ค. 2020
พรีคลินิก
GX-19[298][299]

Genexine consortium[300], International Vaccine Institute

วัคซีนดีเอ็นเอ ระยะ 1 (40)
แหล่ง: กรุงโซล
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-มิ.ย. 2022
พรีคลินิก
SCB-2019[301][302]

Clover Biopharmaceuticals[303], แกล็กโซสมิธไคลน์, เซพี

หน่วยย่อยโปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 (spike protein trimeric subunit with GSK adjuvant) ระยะ 1 (150)
แหล่ง: เมืองเพิร์ท
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-มี.ค. 2021
พรีคลินิก
COVAX-19[304]

Vaxine Pty Ltd[305]

วัคซีนหน่วยโปรตีนย่อย (โปรตีนจากยีนลูกผสม[s]) ระยะ 1 (40)
แหล่ง: เมืองแอดิเลด
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-ก.ค. 2021
พรีคลินิก
ไม่ได้ตั้งชื่อ[306]

PLA Academy of Military Science, Walvax Biotech[307]

วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ ระยะ 1 (168)
แหล่ง: จีน
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-ธ.ค. 2021
พรีคลินิก
HGC019[308]

Gennova Biopharmaceuticals, HDT Biotech Corporation[309]

วัคซีนอาร์เอ็นเอ ระยะ 1 (120)[310]
แหล่ง: อินเดีย
ช่วงเวลา: ม.ค. 2021-
พรีคลินิก
Bangavax[311][312]

Globe Biotech Ltd of Bangladesh

วัคซีนอาร์เอ็นเอ ระยะ 1 (100)[311][313]
Randomized, Parallel Group Trial
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021 – ก.พ. 2022,[314] บังกลาเทศ
พรีคลินิก
ไม่ได้ตั้งชื่อ[315]

Biological E. Limited, Baylor College of Medicine[316]

ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย ระยะ 1-2 (360)[317]
การทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มขนาน
แหล่ง: อินเดีย
ช่วงเวลา: พ.ย. 2020-ก.พ. 2021
พรีคลินิก
Nano Covax[318]

Nanogen Pharmaceutical Biotechnology JSC

วัคซีนโปรตีน spike ลูกผสม[t][319] ระยะ 1 (60)[318]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020 – ม.ค. 2021, เวียดนาม
พรีคลินิก
สถานะ - ทดสอบกับหนู แฮมสเตอร์ และลิง กระทรวงสาธารสุขเวียดนามอนุมัติให้ใช้ในการทดลองในมนุษย์[319]
PTX-COVID19-B[320]

Providence Therapeutics

วัคซีนอาร์เอ็นเอ ระยะ 1 (60)[320]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค. 2021 – พ.ค. 2021, แคนาดา
พรีคลินิก
COVAC-2[321]
Vaccine and Infectious Disease Organization (University of Saskatchewan)
วัคซีนหน่วยย่อยโปรตีน ระยะ 1 (108)[321]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021 – ม.ค. 2022, แฮลิแฟกซ์
พรีคลินิก
SARS-CoV-2 Sclamp/V451[322][323]

มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์, Syneos Health, เซพี, Seqirus (ส่วนของ CSL Limited)

โปรตีน spike ทำให้เสถียรด้วย molecular clamp บวกกับตัวเสริม MF59 ยกเลิกแล้ว (120)
การทดลองแบบสุ่มและใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ตรวจหาขนาดยา
สถานะ - ได้ผลบวกลวงเมื่อตรวจไวรัสเอชไอวีในอาสาสมัคร
แหล่ง: บริสเบน
ช่วงเวลา: ก.ค.-ต.ค. 2020
V590[324] และ V591/MV-SARS-CoV-2[325]

เมอร์ค (Themis BIOscience), สถาบันปาสเตอร์, University of Pittsburgh's Center for Vaccine Research (CVR), เซพี

ยกเลิกแล้ว
สถานะ - การทดลองระยะที่ 1 พบการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในระดับอ่อนกว่าที่พบในการติดเชื้อจริง ๆ และที่พบในวัคซีนโควิด-19 อื่น [326]
  1. สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India) จะเป็นผู้ผลิตวัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ให้แก่อินเดีย[122] ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางอื่น [123]
  2. ชื่อใช้ที่มหาวิทยาลัยคือ ChAdOx1 nCoV-19 สถาบัน Oswaldo Cruz Foundation จะเป็นผู้ผลิตในบราซิล[124]
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Interventional, non-randomised
  4. ใช้ชื่อว่า BNT162b2 เมื่อยังไม่ได้อนุมัติ
  5. 5.0 5.1 Nucleoside-modified messenger RNA, ตัวย่อ modRNA
  6. 6.0 6.1 นี่เป็นระยะห่างที่แนะนำ แต่โดสที่สองของไฟเซอร์และโมเดอร์นาสามารถฉีดได้ช้าสุด 6 สัปดาห์หลังโดสแรกถ้าขาดแคลนวัคซีน[138][139]
  7. ของไฟเซอร์สามารถเก็บเป็นระยะยาวในอุณหภูมิระหว่าง เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว จนถึง 2 สัปดาห์ก่อนจะใช้ และระหว่าง เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ได้จนถถึง 5 วันก่อนจะใช้[140][141]
  8. นี่เป็นอุณหภูมิที่ใช้เก็บ Gam-COVID-Vac สูตรแช่แข็ง แต่สูตรทำแห้งเยือกแข็ง คือ Gam-COVID-Vac-Lyo สามารถเก็บไว้ระหว่างอุณหภูมิ 2-8 องศาสเซลเซียส[171]
  9. Recombinant adenovirus type 5 vector
  10. Subunit peptide
  11. Recombinant subunit vaccine
  12. 12.0 12.1 Subunit vaccine
  13. ระยะล่าสุดที่ได้ตีพิมพ์ผล
  14. อนุภาคคล้ายไวรัส (virus-like particles) ที่ก่อในพืชประจำถิ่นออสเตรเลีย Nicotiana benthamiana ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกันกับยาสูบ[273]
  15. ระยะ 1-2 ในเกาหลีใต้ทำพร้อมกับระยะ 1 ในสหรัฐ
  16. electroporation หรือ electropermeabilization หรือ electrotransfer เป็นเทคนิคทางจุลชีววิทยาที่ประกบสนามไฟฟ้ากับเซลล์เพื่อเพิ่มสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงทำให้สารเคมี ยา หรือดีเอ็นเอเข้าไปในเซลล์ได้[283][284]
  17. DNA plasmid
  18. 18.0 18.1 Lentiviral vector vaccine
  19. Recombinant protein
  20. recombinant spike protein

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

การฉีดวัคซีนบูสต์ชนิดเดียวกัน[แก้]

ในเดือนกรกฎาคม 2021 องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ได้ร่วมกันแถลงการณ์ว่า การฉีดวัคซีนบูสต์ยังไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนตามสูตรแล้ว[327] โดยระบุด้วยว่า องค์กรต่าง ๆ ของรัฐรวมทั้ง FDA, CDC, และสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐมุ่งมั่นใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดเพื่อพิจารณาว่า เมื่อไรจึงต้องฉีดวัคซีนบูสต์[327] ต่อมาในเดือนสิงหาคม FDA และ CDC จึงได้อนุมัติให้ฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเป็นตัวบูสต์สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง[328][329] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

การฉีดวัคซีนบูสต์ต่างชนิด[แก้]

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า การฉีดวัคซีนสองโดสต่างชนิดกัน (prime-boost vaccination) จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันเทียบกับการฉีดวัคซีนสองโดสเหมือนกัน โดยมีงานศึกษาที่กำลังตรวจสอบผลเช่นนี้อยู่[330] แม้จะยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิศักย์และความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนไขว้เช่นนี้ แคนาดาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต่างก็แนะนำให้ฉีดวัคซีนโดสที่สองต่างชนิดกันสำหรับบุคคลที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นโดสที่หนึ่ง[331]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 กลุ่มวิจัยวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้เริ่มการทดลองซึ่งตรวจสอบการได้วัคซีนโควิด-19 สองโดสโดยต่างชนิด[332] ณ เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ก็ได้ดำเนินไปถึงการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 แล้วโดยมีงานสองงาน คือ Com-COV และ Com-COV2[333]

งานทดลอง Com-COV เปรียบการฉีดวัคซีนไขว้คือ วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ากับของไฟเซอร์-ไบออนเทค เทียบกับการฉีดวัคซีนสองชนิดสองเข็มประเภทเดียวกัน โดยมีระยะห่าง 28 วัน (4 สัปดาห์) หรือ 84 วัน (12 สัปดาห์) ระหว่างโดส[334][335] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ส่วนงานทดลอง Com-COV2 ฉีดวัคซีนโดสแรกซึ่งไม่เป็นของแอสตร้าเซนเนก้าก็เป็นของไฟเซอร์ ส่วนโดสที่สองเป็นของโมเดอร์นา หรือของโนวาแวกซ์ หรือเป็นวัคซีนชนิดเดียวกันกับโดสแรก โดยฉีดห่างกัน 56 วัน (8 สัปดาห์) หรือ 84 วัน (12 สัปดาห์)[336]

งานศึกษาอีกงานหนึ่งในสหราชอาณาจักรกำลังตรวจการฉีดบูสต์ซึ่งเลือกวัคซีนโดยสุ่ม วัคซีนอาจเป็นของแอสตร้าเซนเนก้า, ของไฟเซอร์, ของโมเดอร์นา, ของโนวาแวกซ์, VLA2001, CureVac, หรือของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[337]

การฉีดวัคซีนไขว้ที่กำลังทดลองทางคลินิก
โดสแรก โดสสอง ตารางการฉีด ระยะการทดลอง (จำนวนอาสาสมัคร), ช่วงเวลา และเขตที่ทำ
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 2 (820)[334]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-ส.ค. 2021, สหราชอาณาจักร
สปุตนิกไลท์ เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 2 (121)[338]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-ส.ค. 2021, อาร์เจนตินา
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว วันที่ 0 และ 56-84 ระยะ 2 (1,050)[336]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ก.ย. 2022, สหราชอาณาจักร
Convidecia ZF2001 เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 4 (120)[339]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ธ.ค. 2021, จีน
แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ วันที่ 0 และ 28 ระยะ 2 (676)[340]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-เม.ย. 2022, สเปน
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 2 (1,200)[341]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021-มี.ค. 2023, แคนาดา
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว วันที่ 0 และ 42 ระยะ 2 (400)[342]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021-ม.ค. 2022, ฝรั่งเศส
แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ระยะ 2 (3,000)[343]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค.-ธ.ค. 2021, ออสเตรีย
จอห์นสัน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว วันที่ 0 และ 84 ระยะ 2 (432)[344]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2021-ก.ย. 2022, เนเธอร์แลนด์

งานวิจัยพรีคลินิก[แก้]

ในเดือนเมษายน องค์การอนามัยโลกแถลงการณ์โดยเป็นตัวแทนของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลกว่าจะร่วมมือกันเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด[345] โดยชักชวนองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรที่กำลังพัฒนาวัคซีนแคนดิเดต องค์กรควบคุมและตั้งนโยบายของรัฐ ผู้ให้เงินทุน องค์กรสาธารณสุข และรัฐบาล ให้ร่วมมือกันเพื่อให้สามารถผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิผลได้โดยมีปริมาณเพียงพอในการแจกจำหน่ายให้แก่เขตต่าง ๆ ทั้งหมดของโลกโดยเฉพาะเขตที่ยากจน[31]

เมื่อวิเคราะห์ประวัติของอุตสาหกรรมพัฒนาวัคซีนก็พบว่า การพัฒนาจะล้มเหลวในอัตราร้อยละ 84–90[31][89] อนึ่ง เพราะโควิดเป็นไวรัสใหม่ มีลักษณะต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด และต้องใช้กลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาวัคซีน ทุก ๆ ขั้นตอนจึงเสี่ยงไม่สำเร็จสูงมาก[31]

เพื่อประเมินประสิทธิผลที่วัคซีนหนึ่ง ๆ อาจมี ก็จะต้องพัฒนาแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์และสัตว์จำลองซึ่งเฉพาะเจาะจงต่อโควิดที่ไม่เคยมีมาก่อน และสิ่งจำลองเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทดสอบยืนยันกับลักษณะต่าง ๆ ของไวรัสที่ยังไม่ปรากฏ เป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันทำโดยกำลังจัดตั้งในปี 2020[31] ในบรรดาวัคซีนแคนดิเดตที่ยืนยันแล้วว่ากำลังพัฒนา บริษัทเอกชนเป็นผู้พัฒนาในอัตราร้อยละ 70 ที่เหลือนักวิชาการ รัฐบาล และองค์กรสาธารณสุขเป็นผู้พัฒนา[38]

ผู้พัฒนาวัคซีนโดยมากเป็นบริษัทเล็ก ๆ หรือทีมนักวิจัยในมหาวิทยาลัยผู้มีประสบการณ์น้อยในการออกแบบวัคซีนให้ประสบความสำเร็จ มีทุนจำกัดเพื่อทำงานทดลองทางคลินิกที่ซับซ้อนและเพื่อผลิตวัคซีนถ้าไม่ได้บริษัทเภสัชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเป็นหุ้นส่วน[38][31] ผู้กำลังพัฒนาวัคซีนรวมองค์กรในสหรัฐและแคนาดาซึ่งทั้งสองรวมกันมีงานวิจัยวัคซีนที่กำลังดำเนินการเป็นอัตราร้อยละ 46 ทั้งหมดของโลก เทียบกับเอเชียที่ร้อยละ 36 รวมทั้งประเทศจีน และกับยุโรปที่ร้อยละ 18[31]

การทดลองระยะ 1 ที่วางแผนในปี 2020[แก้]

วัคซีนแคนดิเดตที่กำลังออกแบบหรือพัฒนาในระยะพรีคลินิกสำหรับโควิดอาจไม่ได้รับอนุมัติให้ศึกษาในมนุษย์ช่วงปี 2020 เพราะเป็นพิษ ไม่มีประสิทธิผลชักนำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนอง หรือล้มเหลวในด้านต่าง ๆ ในสัตว์ทดลอง หรืออาจไม่มีทุนพอ[346][347] สำหรับโรคติดเชื้อ โอกาสประสบความสำเร็จของวัคซีนแคนดิเดตในการฝ่าอุปสรรคระยะพรีคลินิกแล้วเข้าสู่การทดลองในมนุษย์ระยะที่ 1 อยู่ในอัตราร้อยละ 41–57[346]

ค่าใช้จ่ายของการทดลองเบื้องต้นในมนุษย์ค่อนข้างสูงสำหรับผู้พัฒนาวัคซีน ประเมินอยู่ที่ 14–25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 440–786 ล้านบาท) สำหรับโปรแกรมการทดลองระยะที่ 1 ทั่วไป แต่ก็อาจถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) ได้เหมือนกัน[346][348] เมื่อเปรียบเทียบกับโรคไวรัสอีโบลาที่ระบาดทั่วระหว่างปี 2013–2016 ซึ่งมีวัคซีนแคนดิเดต 37 ชนิดที่พัฒนาอย่างเร่งด่วน มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เป็นวัคซีน โดยมีค่าใช้จ่ายเพื่อยืนยันประสิทธิผลในการทดลองระยะที่ 2–3 ประมาณพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (35,292 ล้านบาท)[346]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

วัคซีนที่ไม่เฉพาะเจาะจงโรคโควิด[แก้]

วัคซีนบางชนิดมีผลที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non-specific effects) คืออาจมีประโยชน์เกินนอกเหนือจากโรคที่ป้องกัน[349]

แม้อ้างว่า (มี.ค., มิ.ย. และ ก.ค.) อัตราการตายเหตุโควิดจะต่ำกว่าในประเทศที่ฉีดวัคซีนบีซีจีเพื่อป้องกันวัณโรคเป็นปกติ[350][351][352][353] แต่องค์การอนามัยโลกก็กล่าวในเดือนเมษายนว่า ไม่มีหลักฐานว่าวัคซีนนี้มีผลต้านโควิด[354] ในเดือนมีนาคม 2020 ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มการทดลองวัคซีนบีซีจีแบบสุ่มเพื่อลดการติดโรคโควิดโดยรับแพทย์พยาบาล 1,000 คน[355] ออสเตรเลียก็ทดลองแบบสุ่มเช่นกันโดยรับแพทย์พยาบาล 4,170 คน[356][357]

การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยยาหลอกเพื่อตรวจว่าวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (ป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน) สามารถป้องกันแพทย์พยาบาลจากโรคโควิดจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2020 ที่กรุงไคโรโดยรับอาสาสมัคร 200 คน[358]

วัคซีนบีซีจี[แก้]

นักวิจัยได้ศึกษาวัคซีนบีซีจีอันอาจมีผลที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non-specific effects) เป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากสังเกตการณ์ว่าอัตราตายและความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าในประเทศกำลังพัฒนา (ที่มักใช้วัคซีนนี้) แต่องค์การอนามัยโลกก็เตือนว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจมีผลต่อข้อสังเกตเช่นนี้เช่น อัตราการตรวจโรคโควิดและภาระโรค (disease burden)[359] ในการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม วัคซีนนี้พบว่ามีผลไม่เฉพาะเจาะจงเป็นการป้องกันการติดเชื้อทางลมหายใจอื่น [360]

ปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานพอสนับสนุนข้อสรุปว่า วัคซีนบีซีจีมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด[361] ในเดือนตุลาคม มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ (อังกฤษ) ประกาศการทดลองนานาชาติขนาดใหญ่เพื่อศึกษาว่า การให้วัคซีนบีซีจีสามารถลดอันตรายของโควิดต่อบุคลากรทางแพทย์หรือไม่[362][363] ซึ่งเนเธอร์แลนด์ก็ประกาศเช่นเดียวกันในเดือนพฤษภาคมก่อนหน้านั้น[360]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

การใช้ตัวเสริม (adjuvant)[แก้]

จนถึงเดือนกันยายน 2020 วัคซีนแคนดิเดต 11 อย่างที่อยู่ในระยะการทดลองทางคลินิกใช้ตัวเสริมเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน[38] ตัวเสริม หรือ immunological adjuvant เป็นสารที่เลือกใช้กับวัคซีนเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจน เช่นต่อไวรัสโควิดหรือไข้หวัดใหญ่[364] ตรง ๆ ก็คือ ตัวเสริมอาจใช้กับวัคซีนโควิดเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิศักย์ในการลดหรือป้องกันการติดเชื้อโควิดในบุคคลที่ได้วัคซีน[364][365] ตัวเสริมอาจมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในเทคโนโลยีที่ใช้ไวรัสโควิดเชื้อตาย (inactivated) ในวัคซีนโปรตีนที่ได้จากยีนลูกผสม (recombinant protein) หรือในวัคซีนที่ใช้เวกเตอร์ (vector)[365] เกลืออะลูมิเนียม (aluminum salt, alum) เป็นตัวเสริมแรกที่ใช้ในวัคซีนซึ่งได้อนุมัติ โดยเลือกใส่ในวัคซีนที่ใช้ตัวเสริมเกินร้อยละ 80[365] และได้ใช้มาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1920 เป็นสารที่เริ่มกลไกทางโมเลกุลและเซลล์อย่างหลายหลากเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน รวมทั้งการปล่อยไซโตไคน์ที่เสริมการอักเสบ[364][365]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

ประสิทธิศักย์[แก้]

เส้นโค้งการติดไวรัสโควิด-19 ที่แสดงอาการแบบสะสม (cumulative incidence curve) หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค (โทซิแนเมแรน) โดสแรก เทียบกับที่ฉีดยาหลอก ในการทดลองทางคลินิกแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย คือทั้งผู้ฉีดยาและผู้ตรวจสอบไม่รู้ว่าผู้ฉีดยาได้วัคซีนหรือยาหลอก (เส้นแดง) ยาหลอก (เส้นน้ำเงิน) โทซิแนเมแรน[366]

ประสิทธิศักย์ของวัคซีน (efficacy) หมายถึงสมรรถภาพของวัคซีนในการลดความเสี่ยงการติดโรคของผู้ได้รับวัคซีนในการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม โดยเทียบกับผู้ไม่ได้รับ[147] ประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 0 หมายถึงวัคซีนไม่มีผลเลย (คือมีผลเท่ากับยาหลอก) และที่ร้อยละ 50 ก็หมายถึงการมีกรณีการติดโรคครึ่งหนึ่งเทียบกับผู้ไม่ได้วัคซีน

ประสิทธิศักย์อาจลดลงถ้าผู้ฉีดจับแขนหรือบีบแขนของผู้รับวัคซีนอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ฉีดวัคซีนเข้าใต้ผิวหนังแทนที่จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ[367][368] แนวทางการปฏิบัติปัจจุบันของศูนย์ป้องกันโรคสหรัฐก็คือไม่ควรฉีดวัคซีนซ้ำหลังจากที่ได้ฉีดพลาดเข้าใต้ผิวหนัง[369]

เป็นการยากที่จะเทียบประสิทธิศักย์ของวัคซีนต่างชนิดกัน เพราะข้อมูลประสิทธิศักย์ของวัคซีนแต่ละชนิดได้จากการทำการทดลองกับกลุ่มประชากรที่ต่างกัน ในภูมิภาคที่ต่างกัน และกับไวรัสสายพันธุ์ต่าง  กัน[370] สำหรับโควิด-19 ประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 67 อาจพอชลอให้โรคระบาดช้าลง แต่วัคซีนที่มีในปัจจุบันก็ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันแบบกำจัดเชื้อ (sterilizing immunity)[371] ซึ่งจำเป็นในการป้องกันไม่ให้โรคติดต่อ ประสิทธิศักย์ของวัคซีนจริง ๆ สะท้อนเพียงการป้องกันโรค และอาจเป็นตัวบ่งชี้การติดต่อเชื้อที่ไม่ดีเพราะผู้ไม่มีอาการก็ยังสามารถแพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้มาก[372]

องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และสำนักงานการแพทย์ยุโรป (EMA) มีเกณฑ์ประสิทธิศักย์ขั้นต่ำของวัคซีนโควิด-19 ที่ร้อยละ 50 สำหรับการขึ้นทะเบียนให้ใช้[373][374][375] ทั่วไปแล้ว การฉีดวัคซีนให้ประชากรร้อยละ 75 เป็นเป้าหมายที่เชื่อว่าปฏิบัติได้จริง ดังนั้น วัคซีนจึงต้องมีประสิทธิภาพอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อไม่ให้โรคระบาด (ขึ้นอยู่กับค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน คือ ) และร้อยละ 80 เพื่อกำจัดโรคโดยไม่ต้องควบใช้นโยบายอื่น ๆ เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม[376]

ประสิทธิศักย์ที่ไม่น้อยของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอบางอย่างหลังจากฉีดเพียงแค่โดสเดียวเป็นตัวบ่งว่า[377] การฉีดวัคซีนแต่ละโดสสัมพันธ์อย่างไม่เชิงเส้นกับประสิทธิศักย์ ซึ่งจริง ๆ ก็ได้เห็นแล้วตั้งแต่การทดลองระยะที่ 1-2[378] และแสดงนัยว่า การให้วัคซีนในขนาดที่เฉพาะบุคคล ๆ (เช่น ให้เต็มสูตรสำหรับคนชรา ให้น้อยลดสำหรับเยาวชน[379] และให้เพิ่มสำหรับผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง[380]) อาจช่วยเร่งการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเมื่อวัคซีนมีจำกัด และช่วยย่นระยะเหตุการณ์ระบาด ดังที่จริง ๆ แบบจำลองการระบาดได้แสดงให้เห็นแล้ว[381]

พิสัยต่าง ๆ ในตารางต่อไปนี้มีช่วงความเชื่อมั่น (CI) ที่ร้อยละ 95 ยกเว้นจะระบุเป็นพิเศษ โดยค่าเป็นจริงสำหรับคนทุกช่วงอายุตามแหล่งอ้างอิง โดยนิยามแล้ว ความแม่นยำของค่าประเมินที่ไม่มีช่วงความเชื่อมั่นจะยังไม่ชัดเจน ค่าประสิทธิศักย์ในการป้องกันโรคที่มีอาการรุนแรงเป็นเรื่องสำคัญสุด เพราะการเข้า รพ. และความตายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ต้องป้องกันก่อนอื่น[382] วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้มีค่าประสิทธิศักย์ดังต่อไปนี้

วัคซีน ประสิทธิศักย์ตามความรุนแรงของโรค ที่ทำการทดลอง แหล่งอ้างอิง
น้อยหรือปานกลาง[α] รุนแรงแต่ไม่ถึงเข้า รพ. และไม่ถึงตาย[β] รุนแรงจนถึงเข้า รพ. หรือถึงตาย[γ]
ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[δ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (97.5 % CI, เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] หลายประเทศ [131]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ζ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] สหรัฐ [383]
ไฟเซอร์-ไบออนเทค เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[η] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว to เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[θ][η] หลายประเทศ [384]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[η] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน สหรัฐ [385]
จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ι][κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[κ][ε][λ] หลายประเทศ [153]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ι][κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว to เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[θ][κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][κ][λ] สหรัฐ
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ι][κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][κ][λ] บราซิล
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ι][κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[κ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][κ][λ] แอฟริกาใต้
โมเดอร์นา เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[μ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ν] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ν] สหรัฐ [387]
ซิโนฟาร์ม (BBIBP-CorV) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] หลายประเทศ [157]
สปุตนิกวี เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] รัสเซีย [173]
ซิโนแวค เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ξ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ξ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ξ] บราซิล [388][389][390]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[θ] ตุรกี [390]
โคแว็กซิน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ξ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[ξ] อินเดีย [391][392]
สปุตนิกไลท์ เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน รัสเซีย [393]
Convidecia เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ξ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ξ] ไม่มีรายงาน หลายประเทศ [208]
ซิโนฟาร์ม (WIBP-CorV) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] หลายประเทศ [394]
Abdala เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน คิวบา [395]
Soberana 02 เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน คิวบา [396]
โนวาแวกซ์ เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] สหราชอาณาจักร [397][398][399]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[θ] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε][ο] แอฟริกาใต้
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน สหรัฐ
ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน เม็กซิโก
CureVac เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน หลายประเทศ [400]
ZyCoV-D เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ε] ไม่มีรายงาน ไม่มีรายงาน อินเดีย [401]
  1. อาการน้อยรวมทั้งเป็นไข้ ไอแห้ง ล้า ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ เจ็บคอ ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส คัดจมูก น้ำมูกไหล ตาแดง เป็นผื่น หนาวสะท้าน เวียนศีรษะ อาการปานกลางคือ ปอดอักเสบอย่างเบา 
  2. อาการรุนแรงแต่ไม่ถึงต้องเข้า รพ. และไม่เสียชีวิตสำหรับคนหนึ่ง ๆ หมายถึงอาการทางการหายใจที่รุนแรงตามที่วัดเมื่อพักหรือเมื่อกำลังตรวจ (ซึ่งนอกเหนือจากการมีปอดบวม ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก หายใจลำบาก ภาวะพร่องออกซิเจน การเจ็บหน้าอกอย่างคงยืน เบื่ออาหาร สับสน เป็นไข้สูงกว่า 38 องศาสเซลเซียส) เป็นอาการที่ยังไม่คงยืนหรือรุนแรงพอให้เข้า รพ. หรือทำให้ถึงชีวิต โดยเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ หายใจ ≥ 30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥ 125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด (SpO2) ≤ 93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ partial pressure of oxygen/fraction of inspired oxygen (PaO2/FiO2) < 300 mmHg
  3. อาการรุนแรงจนต้องเข้า รพ. หรือถึงตายหมายถึงอาการที่ต้องรักษาที่ รพ. หรือทำให้ถึงตาย รวมทั้ง หายใจลำบาก ภาวะพร่องออกซิเจน การเจ็บหน้าอกอย่างคงยืน เบื่ออาหาร สับสน เป็นไข้สูงกว่า 38 องศาสเซลเซียส) การหายใจล้มเหลว ไตวาย การทำงานผิดปกติของอวัยวะหลายระบบ ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และช็อก
  4. เมื่อฉีด 2 โดสโดยห่างกันอย่างน้อย 12 สัปดาห์ แต่เมื่อฉีดห่างกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์ ประสิทธิศักย์จะอยู่ที่ ≈เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)
  5. 5.00 5.01 5.02 5.03 5.04 5.05 5.06 5.07 5.08 5.09 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 5.16 5.17 5.18 5.19 5.20 5.21 5.22 5.23 5.24 5.25 ไม่ได้ระบุช่วงความเชื่อมั่น (CI) จึงไม่สามารถรู้ความแม่นยำของค่านี้ได้จริง 
  6. เมื่อฉีด 2 โดสโดยห่างกัน 4 สัปดาห์ เป็นค่าประสิทธิศักย์เพื่อ "ป้องกันโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการ"
  7. 7.0 7.1 7.2 ในการทดลองวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค สำหรับกลุ่มฉีดวัคซีน ผู้มีอาการโควิด-19 จะนับว่าติดโรคก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการยิ่งกว่า 7 วันหลังฉีดวัคซีนโดสที่ 2 และยืนยันด้วยการตรวจ RT-PCR เป็นผลบวก กรณีที่มีอาการน้อยหรือปานกลางต้องมีอาการดังต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่งและตรวจพบเชื้อภายใน 4 วันก่อนหรือหลังช่วงที่มีอาการ อาการรวมทั้ง เป็นไข้ เริ่มไอหรือไอเพิ่ม เริ่มหายใจติดขัดหรือติดขัดเพิ่ม หนาวสะท้าน เริ่มปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเพิ่ม เริ่มไม่ได้กลิ่นหรือไม่รู้รสหรือเป็นเพิ่ม เจ็บคอ ท้องร่วง หรืออาเจียน เค้สอาการรุนแรงยังต้องมีอาการเพิ่มดังต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
    • อาการเมื่อพักที่แสดงว่าเป็นโรคทั้งร่างกายอย่างรุนแรง (หายใจ ≥30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจน (SpO2) ≤93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ PaO2/FiO2 < 300 mmHg),
    • การหายใจล้มเหลว (นิยามว่าต้องใช้ออกซิเจนแบบไฮโฟลว์ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ คือ non-invasive ventilation, mechanical ventilation หรือ ECMO)
    • มีหลักฐานว่าช็อก คือ SBP < 90 mm Hg, DBP < 60 mm Hg หรือต้องใช้สารกระตุ้นการหดตัวกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vasopressors)
    • การทำงานผิดปกติอย่างฉับพลันและสำคัญของไต ตับ และระบบประสาท,
    • เข้าห้องไอซียู
    • เสียชีวิต[384][385]
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 ค่านี้ไม่แม่นยำพอเพื่อจะยืนยันว่ามีประสิทธิศักย์สูงจริง ๆ เพราะค่าจำกัดล่างของช่วงความเชื่อมั่น (CI) แบบ 95% นั้นต่ำกว่า 30%
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 กรณีมีอาการปานกลาง
  10. 10.00 10.01 10.02 10.03 10.04 10.05 10.06 10.07 10.08 10.09 10.10 10.11 เป็นค่าประสิทธิศักย์ที่รายงาน ณ วันที่ 28 หลังฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแบบโดสเดียว โดยค่าจะต่ำกว่าถ้ารายงาน ณ วันที่ 14 หลังฉีดวัคซีน[153]
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 หลังจากฉีดวัคซีน 28 วัน ไม่มีใครเข้า รพ. หรือเสียชีวิตในบรรดาคน 19,630 คนที่ได้วัคซีนในการทดลอง เทียบกับกลุ่มที่ได้ยาหลอก 19,691 ซึ่งมีคนเข้า รพ. 16 คน (อัตราอุบัติการณ์ที่ 5.2 ต่อ 1,000 คน-ปี)[153] และมีคนเสียชีวิตเนื่องกับโควิด 7 ราย[386]
  12. ในการทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา สำหรับกลุ่มฉีดวัคซีน ผู้มีอาการโควิด-19 จะนับว่าติดโรคก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการยิ่งกว่า 14 วันหลังฉีดวัคซีนโดสที่ 2 และยืนยันด้วยการตรวจ RT-PCR เป็นผลบวก และต้องมีอาการแบบทั้งร่างกายอย่างน้อย 2 อย่าง (เป็นไข้ยิ่งกว่า 38 องศาสเซลเซียส, หนาวสะท้าน, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ, เจ็บคอ, ปัญหาการได้กลิ่นหรือลิ้มรสที่เกิดใหม่) หรือมีอาการทางการหายใจอย่างหนึ่ง (ไอ หายใจติดขัด หรือปอดบวมไม่ว่าจะโดยอาการหรือโดยการถ่ายเอกซเรย์)[387]
  13. 13.0 13.1 ในการทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา อาการที่จัดว่าหนักนิยามว่า ต้องผ่านเกณฑ์อาการเบา/ปานกลางบวกกับกลุ่มอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
    • อาการที่ระบุว่าป่วยหนักทั้งระบบ เช่น หายใจ ≥30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด (SpO2) ≤93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ PaO2/FIO2  < 300 mm Hg,
    • ความล้มเหลวทางการหายใจ หรือ ARDS (นิยามว่าต้องให้ออกซิเจนแบบไฮโฟลว์ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือ ECMO) มีหลักฐานว่าช็อก (SBP < 90 mmHg, DBP < 60 mmHg หรือต้องใช้สารกระตุ้นการหดตัวกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vasopressors)
    • การทำงานผิดปกติอย่างสำคัญของไต ตับ หรือระบบประสาท
    • การเข้าห้องไอซียู
    • การเสียชีวิต
    ในการทดลอง ผู้รับวัคซีนไม่มีใครเกิดอาการหนัก เทียบกับกลุ่มยาหลอกซึ่งมีคน 30 คนเข้า รพ. (อัตราอุบัติการณ์ที่ 9.1 ต่อ 1,000 คน-ปี)[387]
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 14.4 14.5 14.6 ข้อมูลของการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ยังไม่ได้ตีพิมพ์และยังไม่ได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกัน
  15. 15.0 15.1 15.2 15.3 15.4 15.5 ไม่พบเค้สในการทดลอง

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

ประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล (effectiveness)[แก้]

งานศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในสถานการณ์จริงจะวัดว่า วัคซีนสามารถป้องกันเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการติดเชื้อ อาการแสดง การเข้า รพ. และการตายได้แค่ไหน โดยติดตามตรวจสอบกับกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ในเหตุการณ์จริงที่ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวังทุกอย่าง[402]

  • ในอิสราเอลช่วง 20 ธันวาคม 2020 - 28 มกราคม 2021 ในบรรดาคน 715,425 คนที่ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาหรือของไฟเซอร์-ไบออนเทค พบว่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 หลังจากได้โดสที่สอง มีเพียง 317 คน (ร้อยละ 0.04) ที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 โดยมีอาการเบาจนถึงปานกลาง และมีเพียง 16 คน (ร้อยละ 0.002) ที่ต้องเข้า รพ.[403]
  • ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ วัคซีนของโมเดอร์นาและของไฟเซอร์-ไบออนเทคมีผลป้องกันดีมากในสถานการณ์จริง คือ เมื่อได้วัคซีนครบ ประสิทธิภาพป้องกันโรคทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (≥14 วันหลังจากโดสที่สอง) อยู่ที่ร้อยละ 90 ส่วนเมื่อได้วัคซีนเพียงโดสเดียว ประสิทธิภาพป้องกันโรค (≥14 วันหลังจากโดสแรกแต่ก่อนได้โดสที่สอง) อยู่ที่ร้อยละ 80[404]
  • ในสหราชอาณาจักร มีบุคลากรทางแพทย์ 15,121 คนใน รพ. 104 แห่งผู้ตรวจไม่พบแอนติบอดีสำหรับโควิด-19 ก่อนงานศึกษานี้ ที่ได้ติดตามตรวจด้วย RT-PCR อาทิตย์ละสองครั้งระหว่าง 7 ธันวาคม 2020 - 5 กุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่สายพันธุ์อัลฟากำลังระบาด งานศึกษาเปรียบเทียบผู้ที่ได้วัคซีนกับผู้ที่ไม่ได้วัคซีน โดยร้อยละ 90.7 ได้วัคซีนและที่เหลือร้อยละ 9.3 ไม่ได้ แล้วพบว่า วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคลดการติดเชื้อทั้งหมด (รวมทั้งแบบไม่แสดงอาการ) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) 3 สัปดาห์หลังจากโดสแรกและ เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) 1 สัปดาห์หลังจากโดสที่สอง[405]เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว
  • ในอิสราเอล งานศึกษากับกลุ่มประชากรทั่วไปจาก 17 มกราคม - 6 มีนาคม 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่อัลฟาเป็นสายพันธุ์หลัก พบว่า วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคลดการติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการร้อยละ 94 และลดการติดเชื้อแบบแสดงอาการร้อยละ 97[406]
  • งานศึกษากับคนไข้ของมาโยคลินิกก่อนผ่าตัดในสหรัฐแสดงว่า วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการได้ร้อยละ 80[407]
  • งานศึกษาหนึ่งในสหราชอาณาจักรพบว่า วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าโดสหนึ่งมีผลป้องกันโรค เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) สำหรับผู้มีอายุ 70 ปีและยิ่งกว่า[408]
วัคซีน ประสิทธิภาพตามความรุนแรงของโรค ภูมิภาค อ้างอิง
ไม่แสดงอาการ แสดงอาการ การเข้า รพ. การตาย
ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว)[i] ไม่มีรายงาน อังกฤษ [410]
ไฟเซอร์-ไบออนเทค เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) อิสราเอล [411]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] อิสราเอล [412][406]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) อุรุกวัย [413]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) ไม่มีรายงาน สหราชอาณาจักร [414]
เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iii] สหรัฐ [404]
โมเดอร์นา เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iii] สหรัฐ [404]
ซิโนฟาร์ม (BBIBP-CorV) ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] อาร์เจนตินา [415]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เปรู [416]
สปุตนิกวี ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] ไม่มีรายงาน รัสเซีย [417][418]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iii] สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ [419]
ซิโนแวค ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) ชิลี [420]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว (เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้วเวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว) อุรุกวัย [413]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] อินโดนีเซีย [421][422]
ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii] บราซิล [423][424]
สปุตนิกไลท์ ไม่มีรายงาน เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iv] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iv] เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว[ii][iv] อาร์เจนตินา [425][426]
  1. ข้อมูลเก็บเมื่ออัลฟากลายเป็นสายพันธุ์หลักแล้ว[409]
  2. 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 2.16 2.17 ไม่ได้ระบุช่วงความเชื่อมั่น (CI) จึงไม่สามารถรู้ความแม่นยำของค่านี้ได้จริง 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 ไม่พบเค้สในงานศึกษา
  4. 4.0 4.1 4.2 อาสาสมัครอายุระหว่าง 60-79 ปี

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

อัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมวิกฤติ[แก้]

แม้เป้าหมายแรกสุดในเหตุการณ์โรคระบาดทั่วก็คือป้องกันคนไม่ไให้ติดโรค แต่เป้าหมายระยะยาวปกติก็คือเพื่อกำจัดโรคในที่สุด แต่จะทำอย่างนี้ได้ สัดส่วนประชากรที่มีภูมิคุ้มกันจะต้องยิ่งกว่าอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมวิกฤติ คือ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน คือ และประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดต่อโรค คือ ดังนี้คือ[427]

สำหรับเชื้อโควิด-19 ถ้าสมมุติว่า R0 ≈ 2.87[428] อัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมวิกฤติก็จะต้องยิ่งกว่าร้อยละ 72.4 สำหรับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพป้องกันการติดต่อโรคได้ร้อยละ 90 เมื่อใช้สมการเดียวกัน ประสิทธิภาพป้องกันการติดต่อโรคที่จำเป็นของวัคซีนสามารถคำนวณได้โดยสมการ

ถ้าสมมุติเช่นกันว่า R0 ≈ 2.87 และสมมุติว่า จริง ๆ คงจะฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ประมาณร้อยละ 75 วัคซีนก็จะต้องมีประสิทธิภาพป้องกันการติดต่อโรคได้ยิ่งกว่าร้อยละ 86.9[376] แต่ถ้าสมมุติอัตราการฉีดวัคซีนที่จริง ๆ ทำไม่ได้ว่าเต็มร้อย วัคซีนก็จะต้องมีประสิทธิภาพป้องกันการติดต่อโรคได้ยิ่งกว่าร้อยละ 65.2 และที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่านี้ก็จะไม่สามารถกำจัดโรคได้

จนถึงเดือนมิถุนายน 2021 งานศึกษาหลังวางตลาด (post-marketing) หลายงานได้ประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ แม้การป้องกันการติดเชื้อจะมีผลชะลอการติดต่อโรค (โดยเฉพาะแบบไม่แสดงอาการ) แต่ก็ยังต้องตรวจสอบผลระงับการติดต่อโรคที่ได้แน่นอนต่อไป[429]

ไวรัสโควิด-19 บางสายพันธุ์ติดต่อได้ง่ายกว่า คือมีค่าระดับการติดเชื้อยังผล (effective reproduction number) ที่สูงกว่า ซึ่งระบุว่ามีค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐานที่สูงกว่า ดังนั้น การควบคุมโรคจึงต้องอาศัยอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมที่สูงกว่า หรือวัคซีนต้องมีประสิทธิภาพป้องกันการติดต่อได้สูงกว่า หรืออาจจะต้องได้ปัจจัยทั้งสองอย่าง

ในเดือนกรกฎาคม 2021 ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านระบุว่า การได้ภูมิคุ้มกันหมู่ในปัจจุบันอาจเป็นไปไม่ได้เพราะว่าสายพันธุ์เดลตายังสามารถติดต่อได้แม้ในบุคคลที่ฉีดวัคซีนแล้ว[430] ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐมีข้อมูลที่ระบุว่า คนที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถแพร่เชื้อสายพันธุ์เดลตา ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่เกิดกับสายพันธุ์โควิด-19 อื่น [431]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

สายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19[แก้]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว

วิดีโอภาษาอังกฤษขององค์การอนามัยโลก ซึ่งอธิบายว่าสายพันธุ์ของโรคเกิดขึ้นได้อย่างไรในเขตที่ประชาชนไม่ได้ฉีดวัคซีน

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไวรัสโควิด-19 กับมนุษย์ตอนแรกเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเพราะการฉีดวัคซีน[432] โอกาสการเกิดสายพันธุ์โควิดที่ดื้อต่อแอนติบอดีที่วัคซีนรุ่นปัจจุบันกระตุ้นให้เกิด อาจทำให้ต้องปรับปรุงวัคซีน[433] การทดลองต่าง ๆ ได้ระบุว่า วัคซีนที่พัฒนาเพื่อต่อต้านสายพันธุ์ดั้งเดิมมีประสิทธิศักย์ต่อต้านการติดเชื้อแบบแสดงอาการที่ลดลงสำหรับสายพันธุ์บางสายพันธุ์[434]

อัลฟา (B.1.1.7)[แก้]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว ในเดือนธันวาคม สายพันธุ์ใหม่ของไวรัสโควิด-19 คือสายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7) ได้พบเป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักร[435]

องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีหลักฐานจำกัดที่แสดงว่าวัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโนวาแวกซ์ยังคงประสิทธิผล/ประสิทธิภาพต่อต้านสายพันธุ์อัลฟาอยู่ ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล ในเรื่องการคงระดับแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ซึ่งป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการและสำคัญในการยุติเหตุการณ์ระบาดทั่ว วัคซีนที่ใช้มากที่สุดรวมทั้งสปุตนิกวี วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค ของโมเดอร์นา ของซิโนแวค ของซิโนฟาร์ม และโคแว็กซิน ก็ปรากฏว่าคงระดับแอนติบอดีสำหรับสายอัลฟาด้วย สำหรับวัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ระดับแอนติบอดีลดลงเล็กน้อยจนถึงปานกลาง ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล[436]

ผลเบื้องต้นแสดงว่า วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคและโมเดอร์นาสามารถป้องกันสายพันธุ์นี้[437][438]

งานศึกษาหนึ่งระบุว่า วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิศักย์ระหว่างร้อยละ 42-89 ต่อต้านสายพันธุ์นี้ เทียบกับร้อยละ 71-91 สำหรับสายพันธุ์อื่น[439]

ผลเบื้องต้นจากการทดลองทางคลินิกระบุว่า วัคซีนโนวาแวกซ์มีประสิทธิภาพประมาณร้อยละ 96 สำหรับการติดเชื้อที่แสดงอาการสำหรับสายพันธุ์ดั้งเดิม และประมาณร้อยละ 86 สำหรับสายพันธุ์อัลฟา[440]

เบตา (B.1.351)[แก้]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว องค์การอนามัยโลกระบุว่า มีหลักฐานจำกัดจากงานศึกษาเบื้องต้นหลายงานที่แสดงว่าวัคซีนต่าง ๆ มีประสิทธิศักย์/ประสิทธิภาพต่อต้านสายพันธุ์เบตาลดลงในระดับต่าง ๆ รวมทั้งวัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า (อาจจะมาก) โนวาแวกซ์ (ปานกลาง) วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคและจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (น้อย) โดยยังไม่มีข้อมูลสำหรับวัคซีนอื่น ๆ ในเรื่องการคงระดับแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ซึ่งป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการและสำคัญในการยุติเหตุการณ์ระบาดทั่ว วัคซีนที่ใช้มากที่สุดรวมทั้งวัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า สปุตนิกวี จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ไฟเซอร์-ไบออนเทค โมเดอร์นา และโนวาแวกซ์ล้วนมีแอนติบอดีลดลงในระดับน้อยจนถึงมาก ยกเว้นซิโนแวคและซิโนฟาร์มที่มีแอนติบอดีลดลงน้อย โดยวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล[436]

โมเดอร์นาได้เริ่มทำการทดลองวัคซีนรุ่นใหม่เพื่อจัดการสายพันธุ์เบตา (B.1.351) แล้ว[441] ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 บริษัทไฟเซอร์ประกาศว่า สำหรับสายพันธุ์นี้ อานุภาพทำลายฤทธิ์ไวรัสของแอนติบอดีที่เนื่องกับวัคซีนลดลงถึง 2/3 โดยระบุด้วยว่ายังไม่สามารถกำหนดประสิทธิศักย์ของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการ[442] งานศึกษาหลายงานต่อมาได้ตรวจน้ำเหลืองของคนไข้ที่ได้ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาและของไฟเซอร์-ไบออนเทคแล้วยืนยันว่า อานุภาพทำลายฤทธิ์ไวรัสของแอนติบอดีที่เนื่องกับวัคซีนลดลงจริง [438][443] แต่ในวันที่ 1 เมษายน 2021 รายงานจากการทดลองวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคในแอฟริกาใต้กลับรายงานว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพเต็มร้อยจนถึงตอนนั้น (คือ อาสาสมัครที่ฉีดวัคซีนไม่มีใครติดโรคเลย) เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่อาสาสมัคร 6 คนติดเชื้อชนิดเบตา[444]

ในเดือนมกราคม 2021 บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันซึ่งกำลังทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในแอฟริกาใต้ รายงานว่าประสิทธิศักย์การป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการปานกลางจนถึงหนักอยู่ที่ร้อยละ 72 ในสหรัฐและร้อยละ 57 ในแอฟริกาใต้[445]

ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์อังกฤษ Financial Times ได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นจากงานศึกษาในแอฟริกาใต้ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่แสดงว่า วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิศักย์ลดลงสำหรับสายพันธุ์นี้[446] โดยพบว่า ในบรรดาผู้ได้รับวัคซีน 2,000 คน วัคซีนสามารถป้องกันโรคได้เพียงเล็กน้อยยกเว้นแต่คนที่มีอาการหนักสุด[447] ต่อมาในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2021 กระทรวงสาธารณสุขแอฟริกาใต้จึงระงับแผนการฉีดวัคซีนนี้ 1 ล้านโดสให้แก่ประชาชน[447][448]

ในเดือนมีนาคม 2021 มีรายงานว่า "ประสิทธิศักย์เบื้องต้นที่พบ" ของโนวาแว็กซ์ (NVX-CoV2373) สำหรับการติดเชื้อชนิดเบตาที่มีอาการอ่อน ปานกลาง และรุนแรง[449] สำหรับอาสาสมัครที่ตรวจไม่พบเอชไอวีอยู่ที่ร้อยละ 51

แกมมา (P.1)[แก้]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีหลักฐานจำกัดที่แสดงว่าวัคซีนของซิโนแวคและของซิโนฟาร์ม ยังคงประสิทธิผล/ประสิทธิภาพต่อต้านสายพันธุ์แกมมาอยู่ ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล ในเรื่องการคงระดับแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ซึ่งป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการและสำคัญในการยุติเหตุการณ์ระบาดทั่ว วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าและของซิโนแวคไม่ลดหรือแทบไม่ลดประสิทธิภาพต่อต้านสายพันธุ์แกมมาเลย วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคและของโมเดอร์นาลดลงบางเล็กน้อยจนถึงปานกลาง ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล[436] ดังนั้น สายพันธุ์แกมมา (P.1, 20J/501Y.V3) ซึ่งเริ่มต้นพบที่บราซิล ดูเหมือนจะหลบภูมิคุ้มกันเนื่องกับวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคได้บ้าง[443]

เดลตา (B.1.617.2)[แก้]

เวลาที่จัดสรรให้ดำเนินงานสคริปต์ครบกำหนดแล้ว สายพันธุ์เดลตา หรือ B.1.617.2 หรือ G/452R.V3 หรือ 21A[450] หรือ 21A/S:478K[451] ได้พบครั้งแรกในอินเดียเมื่อเดือนตุลาคม 2020 แต่หลังจากนั้นก็ได้กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ แล้ว เป็นสายพันธุ์ลูกหลานของ B.1.617 เช่นเดียวกับสายพันธุ์แคปปาที่กำลังตรวจสอบ[452][453][454][455][456] ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2021 นักวิทยาศาสตร์อังกฤษได้ประกาศสายพันธุ์นี้ (ซึ่งมีจุดเด่นคือ ไม่มีการกลายพันธุ์ E484Q) ว่าเป็นสายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วงโดยกำหนดรหัสเป็น VOC-21APR-02 หลังจากที่พบหลักฐานว่ามันกระจายไปได้เร็วกว่าไวรัสดั้งเดิมและอาจกระจายได้เร็วเท่าสายพันธุ์อัลฟา[457][458][459] มันมีการกลายพันธุ์ L452R, T478K และ P681R[460] แต่ก็ไม่เหมือนกับสายพันธุ์แคปปาเพราะไม่มีการกลายพันธุ์ E484Q

องค์การอนามัยโลกระบุว่า มีหลักฐานจำกัดจากงานศึกษาเบื้องต้นต่าง ๆ ที่แสดงว่าวัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าและของไฟเซอร์-ไบออนเทคยังคงประสิทธิผล/ประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์นี้ ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูล ในเรื่องการคงระดับ