ประเทศบอตสวานา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บอตสวานา)
Jump to navigation Jump to search
สาธารณรัฐบอตสวานา
Lefatshe la Botswana (เซตสวานา)
Republic of Botswana (อังกฤษ)
ธงชาติ
คำขวัญPula (Rain)
(ฝน)
เพลงชาติFatshe leno la rona
แผ่นดินของเรา

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
กาโบโรเน
24°40′S 25°55′E / 24.667°S 25.917°E / -24.667; 25.917
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษและภาษาเซตสวานา
การปกครอง สาธารณรัฐ
•  ประธานาธิบดี เอียน คามา
เอกราช จาก สหราชอาณาจักร 
•  ประกาศ 30 กันยายน พ.ศ. 2509 
พื้นที่
•  รวม 600,370 ตร.กม. (47)
224,606 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) 2.5
ประชากร
•  2549 (ประเมิน) 1,639,833 (147)
•  ความหนาแน่น 3.0 คน/ตร.กม. (220)
7.8 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 39.550 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 18,146 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 16.725 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 7,673 
จีนี (2552) 60.5[1] 
HDI (2559) Steady 0.698 (ปานกลาง) (108th)
สกุลเงิน ปูลา (BWP)
ขับรถด้าน ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .bw
รหัสโทรศัพท์ 267

บอตสวานา (อังกฤษและเซตสวานา: Botswana) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐบอตสวานา (อังกฤษ: Republic of Botswana; เซตสวานา: Lefatshe la Botswana) เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้ และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตดังนี้ ทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ ทิศตะวันตกติดกับประเทศนามิเบีย ทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศซิมบับเว

ภูมิศาสตร์[แก้]

แผนที่ประเทศบอตสวานา
เลชเวในโอคาวันโกเดลตา

บอตสวานามีพื้นที่ 600,370 ตารางกิโลเมตรและใหญ่เป็นอันดับที่ 45 ของโลก (มีขนาดใกล้เคียงกับประเทศมาดากัสการ์) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และพื้นดินกว่าร้อยละ 70 ถูกครอบคลุมโดยทะเลทรายกาลาฮารี บอตสวานามีโอคาวันโกเดลตาซึ่งเป็นพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ทางตะวันตก และมัคกาดิคกาดี ซึ่งเป็นทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ทางตอนเหนือ ด้านตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำลิมโปโป ซึ่งเป็นภูมิลักษณ์ของพื้นที่ส่วนใหญ่ในแอฟริกาใต้ แม่น้ำโชบีอยู่ทางเหนือของประเทศและเป็นเขตพรมแดนกั้นระหว่างบอตสวานาและนามิเบีย

ประวัติศาสตร์[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์บอตสวานา

ดินแดนนี้เป็นที่อยู่ของชาวบุชแมนมาก่อนที่ชาวบันตูจะเคลื่อนย้ายเข้ามา ในช่วงทศวรรษที่ 19 เกิดสงครามระหว่างชนพื้นเมือง โชนา ที่อาศัยอยู่ใน บัตสวานากับชนเผ่าเดเบเล่ที่อพยพมาจาก อาณานิคมในทะเลทรายกาลาฮารี ความตึงเครียดจากพวกบัวร์ในทรานสวาล พ.ศ. 2429 บอตสวานากลายเป็นดินแดนในอารักขาของอังกฤษเพื่อป้องกันการโจมตีของพวกบัวร์และเยอรมัน ได้รับเอกราช เมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2509

การเมืองการปกครอง[แก้]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ประเทศบอตสวานาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 เขต (district) ได้แก่

  1. เขตเซนทรัล
  2. เขตกาฮันซี
  3. เขตคกาลากาดี
  4. เขตคกาตเลง
  5. เขตคเวเนง
  6. เขตนอร์ทอีสต์
  7. เขตนอร์ทเวสต์
  8. เขตเซาท์อีสต์
  9. เขตเซาเทิร์น
  10. เขตโชเบ

เศรษฐกิจ[แก้]

ดูบทความหลักที่: เศรษฐกิจในบอตสวานา

โครงสร้าง[แก้]

ตั้งแต่ได้รับเอกราช บอตสวานาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราเจริญเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงที่สุดในโลก[2] และสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นจากหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกมาเป็นประเทศรายได้ระดับกลางซึ่งมีจีดีพีเฉลี่ย (PPP) 16,516 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 [3] มีการประเมินว่าบอตสวานามีรายได้มวลรวมประชาชาติโดยวัดจากความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อสูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปแอฟริกา ทำให้มีมาตรฐานการครองชีพใกล้เคียงกับเม็กซิโกและตุรกี[4]

จากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ บอตสวานามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 9 ตั้งแต่ปี 2509 ถึง 2542 บอตสวานามีเสรีภาพทางเศรษฐกิจที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศแอฟริกาอื่น ๆ[5] เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในแอฟริกา และมีเงินสำรองแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2548-2549 (ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการนำเข้าประมาณ 2 ปีครึ่ง) สภาพเศรษฐกิจที่มั่นคงของบอตสวานามีรากฐานมาจากการนำรายได้จากการทำเหมืองเพชรในประเทศมาพัฒนาประเทศผ่านนโยบายทางการเงินและนโยบายต่างประเทศที่รอบคอบ[6] อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศที่มีพื้นฐานจากอุตสาหกรรมเพชรนี้ทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจผิดเพี้ยนในหลายรูปแบบ เช่นรัฐบาลมีอำนาจมากจนทำให้ภาคเอกชนไม่พัฒนา อัตราว่างงานสูง[7]

รัฐบาลถือหุ้นร้อยละ 50 ของเดบสวานา ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในบอตสวานา.[8] อุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่สร้างรายได้ให้รัฐบาลถึงร้อยละ 40 ของรายได้ทั้งหมด[9] ในต้นพุทธทศวรรษที่ 2550 มีการค้นพบแร่ยูเรเนียมในบอตสวานา[10]และโครงการเหมืองแร่ยูเรเนียมมีกำหนดจะเริ่มในปี พ.ศ. 2553 บริษัทเหมืองแร่ข้ามชาติหลายแห่งที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำพื้นที่ในบอตสวานาโดยหวังที่จะมีโอกาสทำเหมืองเพชร ทอง ยูเรเนียม ทองแดง หรือแม้แต่น้ำมัน รัฐบาลบอตสวานาประกาศเมื่อต้นปี 2552 ว่าจะพยายามลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมเพชรให้น้อยลง เนื่องจากความกังวลจากการพยากรณ์ว่าเพชรจะหมดไปจากบอตสวานาในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า

เกษตรกรรม[แก้]

การท่องเที่ยว[แก้]

กาโบโรน เมืองหลวงของบอตสวานา

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

แม่แบบ:Free-content attribution

อ้างอิง[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Acemoglu, Daron, Simon Johnson, and James A. Robinson. "An african success story: Botswana." (2002). online
  • Cohen, Dennis L. "The Botswana Political Elite: Evidence from the 1974 General Election," Journal of Southern African Affairs, (1979) 4, 347–370.
  • Colclough, Christopher and Stephen McCarthy. The Political Economy of Botswana: A Study of Growth and Income Distribution (Oxford University Press, 1980)
  • Denbow, James & Thebe, Phenyo C. (2006). Culture and Customs of Botswana. Westport, CT: Greenwood Press. ISBN 0-313-33178-2. 
  • Edge, Wayne A. and Mogopodi H. Lekorwe eds. Botswana: Politics and Society (Pretoria: J.L. van Schaik, 1998)
  • Good, Kenneth. "Interpreting the Exceptionality of Botswana," Journal of Modern African Studies (1992) 30, 69–95.
  • Good, Kenneth. "Corruption and Mismanagement in Botswana: A Best-Case Example?" Journal of Modern African Studies, (1994) 32, 499–521.
  • Tlou, Thomas, and Alec C. Campbell. History of Botswana (Macmillan Botswana, 1984)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 24°39.5′S 25°54.5′E / 24.6583°S 25.9083°E / -24.6583; 25.9083