ประเทศศรีลังกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ศรีลังกา)
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตย
ศรีลังกา
ශ්‍රී ලංකා ප්‍රජාතාන්ත්‍රික සමාජවාදී ජනරජය (สิงหล)
இலங்கை சனநாயக சோஷலிசக் குடியரசு (ทมิฬ)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญไม่มี
เพลงชาติศรีลังกามาตา
(มารดาแห่งศรีลังกา)
เมืองหลวง ศรีชัยวรเทนปุระ-โกตเต (ด้านการบริหาร)
โคลัมโบ (เชิงพาณิชย์)
6°54′N 79°54′E / 6.900°N 79.900°E / 6.900; 79.900
เมืองใหญ่สุด โคลัมโบ
ภาษาราชการ ภาษาสิงหลและภาษาทมิฬ
การปกครอง สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตย
 -  ประธานาธิบดี ไมตรีพาลา สิริเสนา
 -  นายกรัฐมนตรี Ranil Wickremesinghe
เอกราช จาก สหราชอาณาจักร 
 -  ประกาศ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 
พื้นที่
 -  รวม 65,610 ตร.กม. (122)
25,332 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 4.4%
ประชากร
 -  2553 (สำมะโน) 20,277,597 
 -  ความหนาแน่น 323 คน/ตร.กม. (40)
836.6 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2557 (ประมาณ)
 -  รวม 142.719 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (64)
 -  ต่อหัว 7,046 ดอลลาร์สหรัฐ (99)
HDI (2556) 0.750 (สูง) (73)
สกุลเงิน รูปี (LKR)
เขตเวลา (UTC+5:30)
ระบบจราจร ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .lk
รหัสโทรศัพท์ 94

ศรีลังกา (สิงหล: ශ්රී ලංකා; ทมิฬ: இலங்கை) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (สิงหล: ශ්රී ලංකා ප්රජාතාන්ත්රික සමාජවාදී ජනරජය; ทมิฬ: இலங்கை சனநாயக சோசலிசக் குடியரசு) เป็นประเทศเกาะในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอนุทวีปอินเดีย ชื่อในอดีตได้แก่ ลงกา[ต้องการอ้างอิง] ลังกาทวีป สิงหลทวีป และ ซีลอน ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในสมัยอาณานิคมจนถึง พ.ศ. 2517 มีพรมแดนทางทะเลติดต่อกับอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมัลดีฟส์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

เนื้อหา

ภูมิศาสตร์[แก้]

เมืองกัณฏีล้อมรอบด้วยป่าไม้และแหล่งน้ำ

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกคลื่น มีภูเขาสูง มีที่ราบเป็นบริเวณแคบ มีพรมแดนทางทะเลทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับประเทศอินเดีย

ภูมิอากาศ[แก้]

อากาศช่วงพื้นที่ราบลุ่ม ภูมิอากาศของโคลัมโบจะอยู่ประมาณที่ 27 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ราบสูงอากาศจะเย็น อุณหภูมิสามารถลงถึง 16 องศาเซลเซียส จากภูเขาที่มีความสูง 2,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล แดดออกตลอดทั้งวัน ช่วงลมมรสุมอากาศของศรีลังกา ลมมรสุมทางตะวันออกเฉียงใต้จะพาฝนมาด้วยตั้งแต่เดือน พ.ค. ถึง ก.ค. และพัดต่อไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทางตอนใต้และทางภาคกลาง แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกจะได้รับอิทธิพลลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเดือน ธ.ค. ถึง ม.ค.

ด้านธรรมชาติ[แก้]

    อีกด้านหนึ่งที่ศรีลังกามีจุดแข็งนั่นก็คือด้านธรรมชาติ ความสวยงามของธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ด้วยความที่เป็นประเทศเกาะและมีประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเจริญเติบโตที่นั่น จึงเป็นเสน่ห์ที่พิเศษกว่าเกาะอื่นโดยทั่วไป ศรีลังกาเป็นเกาะขนาดเล็ก เดินทางจากฝั่งเกาะด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ไปที่ไหนก็จะเห็นแต่ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า ภูเขาและวัด นักท่องเที่ยวไทยหลายคนกล่าวว่าเมื่อมาศรีลังกาแล้วผิดคาดและไม่นึกว่าจะมี ธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ บางท่านบอกว่าเสน่ห์ของศรีลังกาอยู่ที่ธรรมชาติแบบดิบ ซึ่งหาที่ไหนไม่ค่อยได้  นอกจากนั้นหากชอบช้าง ศรีลังกามีป่าสงวนที่มีช้างป่ามากมายอีกทั้งช้างยังเป็นสัตว์ที่นำไปใช้ใน พิธีทางศาสนาคือการแห่งพระบรมสารีริกธาตุที่เรียกว่าพิธีเปราเฮรา จะใช้ช้างนับร้อยร่วมขบวนแห่ ซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้

ประวัติศาสตร์[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์ศรีลังกา

ยุคก่อนประวัติศาสตร์[แก้]

ชาวสิงหลและชาวทมิฬเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในศรีลังกาประมาณ 500 ปี และ 300 ปีก่อนคริสตกาลตามลำดับ โดยต่างก็อพยพมาจากอินเดีย อาณาจักรสิงหลได้ก่อตั้งขึ้นในบริเวณที่ราบทางภาคเหนือของศรีลังกา โดยมีเมืองอนุราธปุระเป็นเมืองหลวงแห่งแรกยาวนานถึงประมาณ 1,200 ปี ต่อมาในศตวรรษที่ 13 จึงได้เสื่อมลง พร้อมกับการเกิดขึ้นของอาณาจักรทมิฬ โดยมีเมือง'โปลอนนารุวะเป็นเมืองหลวงยาวนานประมาณ 200 ปี ชาวทมิฬจึงได้อพยพไปตั้งอาณาจักรจัฟฟ์นาทางคาบสมุทรจัฟฟ์นา ตอนเหนือของประเทศส่วนชาวสิงหลได้ถอยร่นลงไปตั้งรกรากอยู่ทางใต้ ก่อตั้งเป็นอาณาจักรแคนดี ซึ่งมี เมืองแคนดีเป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ก็มีอาณาจักรโกฎเฏและอาณาจักรรุหุนะ โดยอาณาจักรแคนดีเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจมากที่สุดประมาณศตวรรษที่ 15

ยุคโบราณ[แก้]

โคลัมบัสได้ค้นพบประเทศศรีลังกาเมื่อตอนที่ต้องการเดินทางหาอินเดียว จึงตั้งชื่อเมืองตามเขาว่า "โคลัมโบ"

ยุคสัมริด[แก้]

อาณานิคม[แก้]

ดูบทความหลักที่: บริติชซีลอน

อิทธิพลของตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในศรีลังกา เริ่มจากโปรตุเกส ดัตช์ และอังกฤษ ตามลำดับ โดยมาทำการค้าตามเมืองท่าด้านตะวันตกของประเทศ และในปี พ.ศ. 2048 (ค.ศ. 1505) โปรตุเกสได้เข้ายึดครองพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลและปกครองประเทศก่อนที่ชาวดัตช์จะเข้าครอบครองดินแดนศรีลังกาในปี พ.ศ. 2201 (ค.ศ. 1658) และต่อมาอังกฤษสามารถครอบครองศรีลังกาเป็นเมืองขึ้นในปี พ.ศ. 2358 (ค.ศ. 1815) ภายใต้อนุสัญญา Kandyan รวมเวลาที่ศรีลังกาตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติเกือบ 500 ปี และอังกฤษได้ใช้ศรีลังกาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948)

การเมืองการปกครอง[แก้]

=== การได้รับเอกราช ===

วันได้รับเอกราชจากอังกฤษ : 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948)

=== ประมุข ===

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและรัฐบาล และเป็นผู้ บัญชาการทหารสูงสุด

ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี พ.ศ. 2553(ค.ศ.2010) สามารถดำรงตำแหน่งได้ ไม่จำกัดสมัย (เดิมกำหนดไว้ เพียง 2 สมัย)

ประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการยุบสภา รวมทั้งแต่งตั้งถอดถอนประธานศาลฎีกา และผู้ พิพากษาศาลอุทธรณ์

ประธานาธิบดี ปัจจุบัน คือ นาย Mahinda Rajapaksa ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่

17 พฤศจิกายน 2548 (ค..ศ. 2005)

== รูปแบบการปกครอง ==

ปกครองแบบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (Republic)

บริหาร[แก้]

ประธานาธิบดีเป็นผู้ แต่งตั้งและเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรีที่มาจากผู้แทนในรัฐสภา ที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ทำหน้าที่บริหารงานด้านกิจการ ภายในประเทศ

นิติบัญญัติ[แก้]

รัฐสภาเป็นระบบสภาเดียวโดยสมาชิกทั้งหมด 225 คน ได้รับเลือกจากประชาชนทุก ๆ 6 ปี ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ประธานาธิบดีมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อยู่ในตำแหน่ง 6 ปี มีฐานะเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และมีอำนาจถอดถอนนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรี

=== การปกครองท้องถิ่น === แบ่งออกเป็น 24 เขตการปกครอง แต่ละเขตปกครองโดยผู้ว่าราชการ (Governor) ที่มาจากการแต่งตั้ง และแต่ละเขตมีสภาการพัฒนา (Development Council) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เขตการปกครอง

แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 จังหวัด 25 อำเภอ ได้แก่
จังหวัด เมืองศูนย์กลาง
1. Central Province Kandy
2. Eastern Province Trincomalee
3. North CentralProvince Anuradhapura
4. Northern Province Jaffna
5. North Western Province Kurunegala
6. Western Province Colombo
7. Southern Province Galle
8. Sabaragamuwa Province Ratnapura
9. Uva Province Badulla
แต่ละจังหวัดจะมี Provincial Council ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ทำหน้าที่

บริหารจัดการในด้านต่างๆ ยกเว้นด้านที่ดินและตำรวจ

==== พรรคการเมือง ====

ปัจจุบันมีพรรคการเมืองใหญ่น้อยประมาณ 30 พรรค มีพรรคการเมืองสำคัญ ๆ ได้แก่ - พรรค Sri Lanka Freedom Party (SLFP) - พรรค United National Party (UNP) - พรรค Tamil United Liberation Front (TULF) - พรรค Ceylon Workers’ Congress (CWC) - พรรค Sri Lanka Mahajana Party (SLMP) - พรรค Janatha Vimukti Peramuna (JVP) หรือ People’s Liberation - พรรค Sri Lanka Muslim Congress (SLMC)

==== การเมืองภายในของศรีลังกาปัจจุบัน ====

ศรีลังกาเป็นประเทศที่ประกอบด้วยประชากรหลายเชื้อชาติ ศาสนา แต่การเมืองภายในมีพรรคการเมืองที่สำคัญเพียง 2 พรรคของชนชาติสิงหล คือ SLFP (Sri Lanka Freedom Party) และพรรค UNP (United National Party) ที่แข่งขันช่วงชิงอำนาจทางการเมือง พรรคการเมืองอื่น ๆ ซึ่งเป็นพรรคของชนเชื้อสายทมิฬและชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ เป็นพรรคย่อยและมีความสำคัญน้อย นับแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491 (ค.ศ. 1948) จนถึงปัจจุบันพรรค SLFP และพรรค UNP ผลัดกันเป็นรัฐบาลมาโดยตลอด โดยทั้งสองพรรคดังกล่าวนิยมระบอบประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ต่างกันที่นโยบายเศรษฐกิจของพรรค SLFP มีลักษณะเป็นสังคมนิยม ในขณะที่พรรค UNP มีนโยบายเศรษฐกิจเสรี

=== ตุลาการ ===

ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วยศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลสูง และศาลระดับรองลงไป ใช้ระบบกฎหมาย แบบผสมผสาน โดยกฎหมายอาญาใช้แบบอังกฤษ ส่วนกฎหมายแพ่งใช้แบบโรมันและดัทช์ ส่วนคดีที่เกี่ยวกับ การสมรส การหย่า และมรดก ใช้ กฎหมายจารีต ทั้งกฎหมายของ Kandyan กฎหมาย Thesavalamai และกฎหมาย Sharia (กฎหมายของฝ่ ายพุทธ ฮินดู และอิสลาม) ประธานาธิบดีเป็ นผู้ แต่งตั ้งผู้ พิพากษา ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง ส่วนหัวหน้าผู้ พิพากษาและ ผู้ พิพากษาศาลฎีกาจะเป็ นผู้ แต่งตั ้งถอดถอน ผู้ พิพากษาในศาลระดับรองลงไป

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

จังหวัดในศรีลังกา

ศรีลังกาประกอบด้วย 8 จังหวัด (provinces) ดังนี้ (ชื่อเมืองหลวงอยู่ในวงเล็บ)

นโยบายประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักร[แก้]

ความสัมพันธ์ศรีลังกา – สหราชอาณาจักร
Map indicating location of ศรีลังกา and สหราชอาณาจักร

ศรีลังกา

สหราชอาณาจักร

ความสัมพันธ์ด้านต่างๆกับประเทศไทย[แก้]

ความสัมพันธ์ศรีลังกา – ไทย
Map indicating location of ศรีลังกา and ไทย

ศรีลังกา

ไทย

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพศรีลังกา

กองทัพบก[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพบกศรีลังกา

กองทัพอากาศ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพอากาศศรีลังกา

กองทัพเรือ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพเรือศรีลังกา

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

โครงสร้าง[แก้]

ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 4 อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 9 อัตราการว่างงาน ร้อยละ 9

การท่องเที่ยว[แก้]

ดูบทความหลักที่: การท่องเที่ยวในศรีลังกา

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

คมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

คมนาคม[แก้]

โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

การศึกษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในศรีลังกา

สาธารณสุข[แก้]

ด้านสุขภาพบำบัด[แก้]

    ศรีลังกามีประเพณีและวัฒนธรรมในเรื่องของการดูแลสุขภาพที่เรียกว่าอายุรเวท ที่เก่าแก่และมีคุณค่าไม่แพ้ในอินเดีย จึงไม่น่าแปลกที่มีรีสอร์ทที่ทั้งที่พักผ่อนและรักษาสุขภาพพร้อมกันด้วยและ เป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวตะวันตก เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่น่าสำรวจ รีสอร์ทเหล่านี้มีขนาดเล็กคล้ายโฮมสเตย์ในบ้านเราแต่จะจัดการดูแลเรื่อง สุขภาพของผู้ที่มาพักไม่ว่าจะเป็นอาหาร การนวดและกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสมุนไพร ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ศรีลังกามี

สวัสดิการสังคม[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

19,742,439 คน (2546) อัตราการเพิ่มของประชากรร้อยละ 0.83 (2546) ประชาการเป็นชาว สิงหล ร้อยละ 74 ทมิฬ ร้อยละ 8 แขกมัวร์ (อินเดียและตะวันออกกลาง) ร้อยละ 7 และ ผลิตกาแฟ คือ พวกเชื้อชาติเบอร์เกอร์, เวดด้า, มาเลย์, จีน และกัฟฟีร์ (แอฟริกัน) มีอัตราการรู้หนังสือโดยรวม ร้อยละ 92.3 (ปี2547) เพศชาย ร้อยละ 94.8 และเพศหญิง ร้อยละ 90[1]

ภาษา[แก้]

สำหรับบทความหลักในหมวดหมู่นี้ ดู ภาษาราชการของศรีลังกา

ศาสนาและวัฒนธรรม[แก้]

== ศาสนาในศรีลังกา ==

ด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

    เหตุผลที่ชัดเจนหนึ่งในการมาเที่ยวศรีลังกาคือด้านพุทธศาสนาเพราะศรีลังกามี สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งที่พิเศษไม่มีที่ไหนในโลกคือพระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์ของพระพุทธเจ้า)ซึ่งกล่าวกันว่ามีเพียง 2 แห่งในโลกมนุษย์คือที่ศรีลังกาและที่จีนอีกแห่งหนึ่ง หากเพื่อการไปสักการะพระเขี้ยวแก้วแล้ว ก็เห็นว่าสมควรจะมา เพราะหลังพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้วสิ่งที่เหลือคือพระธรรมกับพระสงฆ์ และวัตถุต่างๆ ที่เราทราบกันว่าคือพระบรมสารีริกธาตุบ้าง รอยพระบาทบ้าง สถานที่พระพุทธเจ้าเคยบำเพ็ญเพียรหรือที่เกี่ยวข้องในฐานะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งบ้าง รวมทั้งต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ซึ่งชาวพุทธยังคงถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ดังนั้นในบรรดาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ ที่เป็นวัตถุและเป็นอนุสรณ์ของพระพุทธเจ้าที่สำคัญก็คือพระเขี้ยวแก้วซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้า ศรีลังกาจึงมีคุณค่าสำหรับชาวพุทธฉะนี้
    นอกจากนั้นศรีลังกายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นคือต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นกิ่งที่มาจากต้นพระสรีมหาโพธิ์ต้นแรกที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพ ยรและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฯ เป็นกิ่งที่พระนางสังฆมิตตา ธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชนำมาศรีลังกาในรัชสมัยนั้น ดังนั้นจึงถือเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่แท้แน่นอนและมีอายุยืนนานที่สุดในโลก
    ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาในอินเดียนั้นนับเป็นต้นที่สืบต่อมาเป็นช่วง ที่  4 จากจุดที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าประทับบำเพ็ญเพียร  นั่นก็หมายความว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิมนั้นถูกทำลายไปถึง 3 ครั้ง 3 ครา ต้นที่อยู่ที่พุทธคยาในปัจจุบันเซอร์คันนิ่งแฮมได้นำหน่อที่พบในบริเวณที่ เชื่อว่าเป็นจุดบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้และปลูกเอาไว้ซึ่งก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ 4 แล้วในจุดเดิม ดังนั้นถ้าว่าถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดก็คือต้นที่พระนางสังฆมิ ตตาได้นำไปปลูกที่เมืองอนุราธปุระซึ่งก็เป็นต้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มาก เพียงแค่ไปศรีลังกาเพื่อการนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

พุทธศาสนาร้อยละ 70 ฮินดูร้อยละ 7 คริสเตียนร้อยละ 6 อิสลาม ร้อยละ 7 และอื่น ๆ ร้อยละ 10 [1]

ศาสนาในศรีลังกา
ศาสนา ร้อยละ
ศาสนาพุทธ
  
70.19%
ศาสนาฮินดู
  
12.61%
ศาสนาอิสลาม
  
9.71%
ศาสนาคริสต์
  
7.45%
Source: Census of Population and Housing, 2011[2]
ศรีลังกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีอิทธิพลทางศาสนาพุทธมาก


ในอดีตลังกา และ สยามมีความสัมพันธไมตรีด้านพระพุทธศาสนาอันเกิดนิกาย สยามวงศ์ในดินแดนลังกา แต่ก่อนหน้านั้นลังกาก็ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนสยามอันเกิดนิกาย ลังกาวงศ์ ปัจจุบันชาวศรีลังกานับถือพุทธศาสนา 80% ฮินดู 7% คริสต์ 6% อิสลาม 7%


=== เมืองแห่งสยามวงศ์ ===

    สำหรับชาวพุทธไทยยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าภูมิใจนั่นก็คือความสัมพันธ์ทาง พุทธศาสนาระหว่างสยามกับศรีลังกาในอดีตนั้นลึกซึ้งมาก นั่นคือการพึ่งพากันและกันของทั้งสองประเทศในด้านพุทธศาสนาและเป็นต้นกำเนิด ของพระสงฆ์สายสยามวงศ์ในศรีลังกา การได้ไปศรีลังกาจึงเสมือนไปย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยา กับแคนดี้ซึ่งยังคงเด่นชัดมาจนถึงทุกวันนี้

=== เมืองมรดกโลก ===

    นอกจากสองประเด็นที่ว่าแล้ว ศรีลังกายังมีเมืองที่เป็นมรดกโลกหลายแห่ง โดยเฉพาะสามเหลี่ยมวัฒนธรรม ดัมบูลา อนุราธปุระและโปโลนนารุวะ ซึ่งเป็นโบราณสถานคล้ายอยุธยาและสุโขทัยในบ้านเรา  ใครที่ชอบประวัติศาสตร์และโบราณคดี ก็ไม่ควรพลาดการไปเยือนศรีลังกาเพื่อการนี้

วรรณกรรม[แก้]

ดูบทความหลักที่: วรรณกรรมของศรีลังกา

ดนตรี และ นาฏศิลป์[แก้]

อาหาร[แก้]

ดูบทความหลักที่: อาหารศรีลังกา

สื่อสารมวลชน[แก้]

ดูบทความหลักที่: สื่อสารมวลชนในศรีลังกา

วันหยุด[แก้]

กีฬา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

รัฐบาล
ข้อมูลทั่วไป
ประวัติศาสตร์
แผนที่