AZD1222

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
AZD1222
AstraZeneca COVID-19 Vaccine (cropped).jpg
รายละเอียดวัคซีน
โรคที่เป็นข้อบ่งชี้โควิด-19
ชนิดอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นเวกเตอร์
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่ออื่นOxford-AstraZeneca vaccine,

ChAdOx1 nCoV-19[1],
COVID-19 Vaccine AstraZeneca[2][3],

Covishield[4]
ข้อมูลทะเบียนยา
ช่องทางการรับยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
รหัส ATC
  • None
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
  • UK: อนุญาตให้แจกจำหน่ายอย่างมีเงื่อนไขและชั่วคราว [2][8]
  • EU: อนุญาตให้วางตลาดอย่างมีเงื่อนไข [5][6][7]
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
DrugBank
UNII
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม
ขวดวัคซีนที่สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียผลิต โดยวางตลาดมีตราสินค้าเป็น Covishield ในอินเดียและประเทศอื่น [4]

AZD1222 หรือ ChAdOx1 nCoV-19 หรือ วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตราเซเนกา หรือ Covishield เป็นวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและบริษัทแอสตราเซเนกาที่ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เป็นวัคซีนที่ใช้ ChAdOx1 ซึ่งเป็นอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมและไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้เป็นตัวนำ[9][10][11][12] การใช้ยาสูตรหนึ่งแสดงประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 90 เมื่อให้ยาครึ่งโดสแล้วตามด้วยยาเต็มโดสห่างกันอย่างน้อยเดือนหนึ่ง เป็นข้อมูลจากการทดลองแบบผสมที่ไม่มีอาสาสมัครอายุเกิน 55 ปี[13] ส่วนอีกสูตรหนึ่งแสดงประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 62 เมื่อให้ยาเต็มโดสสองครั้งห่างกันอย่างน้อยเดือนหนึ่ง[13]

สถาบันเจนเนอร์และกลุ่มวัคซีนออกซฟอร์ดที่มหาวิทยาลัยได้ทำงานร่วมกับบริษัทอิตาลี Advent Srl ผู้ผลิตวัคซีนโดสแรก ๆ ที่ใช้ทดลองทางคลินิก[14] เป็นการพัฒนาวัคซีนที่ได้รับทุนจากเซพี (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI)

ในวันที่ 17 พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติงบประมาณ 6,000 ล้านบาทเพื่อสั่งจองวัคซีนจากบริษัทจำนวน 26 ล้านโดสพอสำหรับคน 13 ล้านคน (ประมาณ 1/5 ของประเทศตามสำมะโน) โดยจะซื้อในราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 151 บาท) ต่อโดส และที่เหลือ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) จะใช้เพื่อดำเนินการและเก็บรักษา[15] โดยวัคซีนจะเริ่มส่งตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ในวันที่ 30 ธันวาคม 2020 วัคซีนก็ได้รับอนุมัติโดยสหราชอาณาจักร[16] ให้ใช้ในโปรแกรมฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศ โดยได้ให้นอกการทดลองเป็นครั้งแรกในวันที่ 4 มกราคม 2021[17] จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 วัคซีนนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉินในประเทศ 19 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย บวกกับสหภาพยุโรป (มีประเทศสมาชิก 27 ประเทศ)

เทคโนโลยี[แก้]

AZD1222 เป็นวัคซีนที่ใช้เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีซึ่งไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ โดยมีลำดับยีนสำหรับโปรตีน spike ของไวรัสโควิด-19 ที่สมบูรณ์และทำให้สั้นสุด (codon-optimized) บวกกับลำดับยีนนำคือ tissue plasminogen activator (tPA)[A] ซึ่งอยู่ภายใน[18]

นักวิจัยใช้จีโนมของไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ที่ได้ระบุลำดับที่อู่ฮั่นในการสร้างเวกเตอร์นี้ อะดีโนไวรัสของลิงแบบแปลงนี้ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ จึงไม่อาจทำให้ติดเชื้อยิ่งขึ้น แต่ทำหน้าที่เป็นเวกเตอร์เพื่อถ่ายโอนลำดับยีนโปรตีน spike ของไวรัสโควิดไปยังเซลล์มนุษย์[19]

โปรตีน spike แบบ S1 เป็นโปรตีนภายนอกที่ยังให้ไวรัสโคโรนาในกลุ่ม SARS สามารถเข้าไปในเซลล์ผ่าน enzymatic domain ของหน่วยรับที่ผิวเซลล์ คือ ACE2 (Angiotensin-converting enzyme 2) ได้[20] หลังจากฉีดวัคซีน เซลล์จะสร้างโปรตีนนี้ จึงสนับสนุนให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีไวรัสโคโรนาถ้าเกิดติดเชื้อจริง ๆ ในภายหลัง[21]

ประวัติ[แก้]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้ตกลงร่วมมือกับบริษัทอิตาลี Advent Srl[22] เพื่อผลิตวัคซีนแรก ๆ ให้ใช้ในการทดลองทางคลินิก

ในเดือนมีนาคม 2020[23][24] หลังจากที่มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ได้กระตุ้นให้มหาวิทยาลัยหาผู้ร่วมงานเป็นบริษัทขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาและนำวัคซีนสู่ตลาด มหาวิทยาลัยจึงกลับคำมั่นที่ให้ไว้ก่อนว่าจะบริจาคสิทธิวัคซีนให้แก่ผู้ผลิตยาใดก็ได้[25] ต่อจากนั้น รัฐบาลสหราชอาณาจักรก็สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดทำงานร่วมกับแอสตราเซเนกาแทนที่จะทำกับบริษัทเมอร์ค เพราะเมอร์คอยู่ในสหรัฐและเสี่ยงถูกกักตุนวัคซีนโดยประธานาธิบดีทรัมป์[26]

ในเดือนมิถุนายน 2020 สถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ (US National Institute of Allergy and Infectious Diseases, NIAID) ได้ยืนยันว่า การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 สำหรับวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและบริษัทแอสตราเซเนกาเป็นผู้พัฒนาจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2020[27]

ในเดือนกรกฎาคม 2020 บริษัทได้ร่วมกับบริษัท IQVIA ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติผู้ทำกิจการในการทดลองทางคลินิก เพื่อเร่งการทดลองในสหรัฐ[28]

ในวันที่ 31 สิงหาคม 2020 บริษัทประกาศว่า ได้เริ่มรับอาสาสมัคร 30,000 คนในการทดลองระยะที่ 3 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ให้ทุน[29]

ในวันที่ 8 กันยายน 2020 บริษัทได้หยุดการทดลองทั่วโลกเพื่อตรวจสอบผลไม่พึงประสงค์ที่เกิดกับอาสาสมัครในสหราชอาณาจักร[30][31][32] ต่อมาวันที่ 13 กันยายน จึงดำเนินการต่อในสหราชอาณาจักรหลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมของรัฐสรุปว่า ปลอดภัย[33] ผู้เชี่ยวชาญได้วิจารณ์ความปลอดภัยของวัคซีนโดยให้ข้อสังเกตว่า บริษัทไม่ยอมให้รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาทางประสาทที่รุนแรงของอาสาสมัครสองคนที่ได้วัคซีนในบริเตน[34] แม้การทดลองจะดำเนินต่อไปในสหราชอาณาจักร บราซิล แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น[35] และอินเดีย แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการต่อในสหรัฐจนถึงวันที่ 23 ตุลาคม[36] เพราะกำลังตรวจปัญหากับอาสาสมัครคนหนึ่ง[37]

ในวันที่ 15 ตุลาคม 2020 แพทย์วัย 28 ปีในกรุงรีโอเดจาเนโร บราซิล ผู้ได้รับยาหลอก ไม่ได้รับวัคซีน ได้เสียชีวิตเพราะภาวะแทรกซ้อนเนื่องกับโควิด[38][39][40] สำนักงานควบคุมสาธารณสุขบราซิล (Anvisa) จึงประกาศว่าจะดำเนินการทดลองต่อไปในบราซิล[41]

ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2020 มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและบริษัทแอสตราเซเนกาได้ประกาศผลในระหว่างการทดลองระยะที่ 3 (interim)[21] โดยวิธีที่ใช้คำนวณประสิทธิศักย์ของวัคซีนก็ถูกวิจารณ์ เพราะรวมค่าอัตราร้อยละ 62 กับร้อยละ 90 จากกลุ่มทดลองต่าง ๆ ที่ได้ยาในขนาดต่าง ๆ จนได้ผลลัพธ์เป็นอัตราร้อยละ 70[42][43][44] บริษัทจึงกล่าวว่า จะทำการทดลองในประเทศต่าง ๆ โดยใช้ขนาดยาที่ต่ำกว่าซึ่งให้ผลร้อยละ 90[45]

การตีพิมพ์ผลการวิเคราะห์ในระหว่างอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2020 จากการทดลองที่กำลังทำอยู่ 4 แห่ง ซึ่งเป็นการทดลองแบบอำพราง สุ่ม และมีกลุ่มควบคุม ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับผลของวัคซีน[46] ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโดสแรกเกิน 21 วันแล้ว ไม่มีการเข้า รพ. หรือเกิดโรคที่รุนแรง ไม่เหมือนกับกลุ่มควบคุม เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์และรุนแรงเกิดขึ้นประมาณเท่า ๆ กันระหว่างกลุ่มที่ได้วัคซีนกับกลุ่มควบคุม คือไม่จัดว่าวัคซีนทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ชนิดรุนแรงมากขึ้น มีรายงานว่าเกิด transverse myelitis (TM) กับอาสาสมัครคนหนึ่งหลังจากได้วัคซีนโดสที่สองโดยอาจเกี่ยวกับวัคซีน และคณะประสาทแพทย์อิสระก็ได้วินิจฉัยว่า น่าจะเกิดความเสียหายที่ปลอกไมอีลินของเซลล์ประสาทในไขสันหลัง (spinal cord demyelination) ช่วงสั้น ๆ ที่ไม่รู้สาเหตุ มีกรณี TM อีกสองกรณี กรณีหนึ่งในกลุ่มที่ได้วัคซีน อีกกรณีหนึ่งในกลุ่มควบคุม คณะประสาทแพทย์พิจารณาทั้งสองกรณีนี้ว่าไม่เกี่ยวกับการได้วัคซีน[46]

ในเดือนธันวาคม 2020 ประธานบริหารบริษัทแอสตราเซเนการะบุว่า เขาเชื่อว่านักวิจัยได้พบสูตรไม้เด็ดของวัคซีนที่ใช้สองโดส[47]

ในวันที่ 4 มกราคม 2021 ชายอายุ 82 ปีเป็นบุคคลแรกที่ได้รับวัคซีนนี้นอกงานวิจัยทางคลินิก[17]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 บริษัทระบุว่ากำลังปรับวัคซีนเพื่อให้ป้องกันสายพันธุ์ใหม่ ๆ ของโคโรนาไวรัสได้ด้วย[48] โดยคาดว่า จะได้วัคซีนชนิดปรับปรุงภายใน "ไม่กี่เดือน" ซึ่งสามารถใช้ฉีดเสริมภูมิคุ้มกัน[49] ตัวการสำคัญก็คือการกลายพันธุ์แบบ E484K เพราะผลที่เกิดต่อการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และผลที่อาจมีต่อประสิทธิศักย์ของวัคซีน[50] การกลายพันธุ์เช่นนี้พบในสายพันธุ์ไวรัสแอฟริกาใต้ (B.1.351) และบราซิล (B.1.1.28) โดยยังพบกรณีกลายพันธุ์จำนวนน้อยในสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์สหราชอาณาจักร/เคนต์ (B.1.1.7)[50] ในเดือนเดียวกัน การทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ของการใช้วัคซีน AZD1222 สลับกับสปุตนิก 5 ของรัสเซียก็ได้เริ่มขึ้น โดยวัคซีนทั้งสองต่างก็ใช้อะดีโนไวรัสเป็นเวกเตอร์ การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัคร 100 คนเพื่อระบุความปลอดภัยและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) โดยคาดว่าจะเสร็จในเดือนเมษายน 2021 และจะได้รายงานเต็มในเดือนกันยายน 2021[51][52] การทดลองนี้ได้ประกาศในวันที่ 11 ธันวาคม 2020 โดยระบุว่า เพื่อตรวจว่า การใช้วัคซีนแบบสลับกันจะทำให้ป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้นหรือไม่[53][54]

การอนุมัติ[แก้]

ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2020 สหราชอาณาจักรสั่งให้สำนักงานควบคุมผลิตภัณฑ์การแพทย์และดูแลสุขภาพ (Medicines and Healthcare products Regulatory Agency, MHRA) ประเมินว่า ควรใช้วัคซีนนี้เป็นการชั่วคราวหรือไม่[55] แล้วจึงอนุมัติวัคซีนในวันที่ 30 ธันวาคม 2020 เป็นวัคซีนที่สองที่ใช้ในโปรแกรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศ[56]

สำนักงานการแพทย์ยุโรป (European Medicines Agency, EMA) ได้รับคำขอการอนุมัติวางตลาดแบบมีเงื่อนไข (Conditional Marketing Authorisation, CMA) สำหรับวัคซีนนี้ในวันที่ 12 มกราคม 2021 แล้วต่อมาจึงออกข่าวว่า สำนักงานอาจออกคำแนะนำภายในวันที่ 29 มกราคมและสหภาพยุโรปก็จะตัดสินใจให้อนุมัติหรือไม่ในอีกไม่กี่วันต่อมา[3] ส่วนองค์กรควบคุมยาของฮังการีได้อนุมัติวัคซีนโดยตนเองและไม่รอการอนุมัติของสำนักงาน[57]

ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2021 สำนักงานจึงแนะนำให้อนุมัติ CMA สำหรับวัคซีนในบุคคลอายุ 18 ปีและยิ่งกว่า[6]

วันซีนนี้ได้รับอนุมัติจากประเทศอาร์เจนตินา[58] บาห์เรน[59] บังกลาเทศ[60] บราซิล[61] สาธารณรัฐโดมินิกัน[62] เอกวาดอร์[63] เอลซัลวาดอร์[64] อินเดีย[65][66] อิรัก[67] เม็กซิโก[68] พม่า[69] เนปาล[70] ปากีสถาน[71] ฟิลิปปินส์[72] เนปาล[73] ศรีลังกา[74] ไทย[75] ซาอุดีอาระเบีย[76] สหราชอาณาจักร[77][78][79] และเวียดนาม[80] เพื่อใช้เป็นการฉุกเฉินโดยองค์กรควบคุมของแต่ละประเทศ 

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2021 การรณรงค์ฉีดวัคซีนในแอฟริกาใต้ได้หยุดลงชั่วคราว เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยของรัฐ (University of Witwatersrand) ได้ตีพิมพ์ผลงานก่อนทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันว่า วัคซีนมีผลป้องกันเพียงเล็กน้อยต่อโรคที่มีอาการน้อยหรือปานกลางในคนอายุน้อย[81][82] วันต่อมา สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ผู้อำนวยการหน่วยภูมิคุ้มกันที่องค์การอนามัยโลกระบุว่า เธอรู้สึกว่า "เป็นไปได้จริง ๆ" ที่วัคซีนนี้มี "ผลสำคัญ" ต่อเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาโดยเฉพาะการป้องกันโรคที่รุนแรงและการตาย[83] ข่าวเดียวกันระบุว่า ผู้ช่วยแพทย์ผู้ปรึกษาทางการแพทย์สูงสุด (Deputy Chief Medical Officer for England) ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า งานศึกษานี้ไม่ได้เปลี่ยนความเห็นของเขาว่า วัคซีนนี้ "น่าจะ" มีผลต่อโรคอาการรุนแรงเหตุไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้[83]

การผลิตและอุปสงค์[แก้]

วัคซีนเสถียรในอุณหภูมิตู้เย็นธรรมดาและมีราคาประมาณ 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส (ประมาณ 94-125 บาท)[84] เป็นวัคซีนที่มีราคาถูกที่สุด (โดสละ 62 บาท) ซึ่งตกลงขายให้แก่สหภาพยุโรป โดยวัคซีนราคาสูงสุดคือ mRNA-1273 ของบริษัทโมเดิร์นา (โดสละ 564 บาท)[85] ตามรองประธานบริหารด้านการดำเนินงานและเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทในเดือนพฤศจิกายน บริษัทจะผลิตวัคซีนได้ 200 ล้านโดสก่อนสิ้นปี 2020 และมีกำลังการผลิต 100-200 ล้านโดสต่อเดือนหลังเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว[42]

ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายน นอกจากจะผลิตวัคซีน 100 ล้านโดสเพื่อสหราชอาณาจักรในโปรแกรมให้วัคซีนของประเทศแล้ว[86] บริษัทยังได้ตกลงกับบริษัทยาชีวภาพอเมริกันคือ Emergent BioSolutions เพื่อผลิตวัคซีนโดยเฉพาะให้แก่สหรัฐ โดยมีมูลค่า 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) นี่เป็นส่วนของโปรแกรมปฏิบัติการเหนือแสง (Operation Warp Speed) ของรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อเร่งพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ก่อนสิ้นปี 2020[87]

ในเดือนมิถุนายนเช่นกัน สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India) ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของโลก ได้สิทธิจากบริษัทให้ผลิตวัคซีน 1,000 ล้านโดสสำหรับประเทศมีรายได้น้อยจนถึงปานกลาง รวมทั้งอินเดียเอง[88][89] ในเดือนมิถุนายนเช่นกัน โปรแกรม COVAX facility ขององค์การอนามัยโลกเริ่มต้นซื้อวัคซีนเป็นจำนวน 300 ล้านโดสจากบริษัทเพื่อประเทศรายได้ต่ำจนถึงปานกลาง[90] ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2020 มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์จึงบริจาคทรัพย์ซึ่งช่วยให้โปรแกรมสามารถซื้อวัคซีนเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านโดส โดยอาจเป็นวัคซีนของแอสตราเซเนกาหรือของโนวาแว็กซ์ และจำกัดราคาที่ 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส (ประมาณ 94 บาท)[91]

ในวันที่ 13 มิถุนายน 2020 บริษัทเซ็นสัญญากับกลุ่ม Inclusive Vaccines Alliance ของยุโรป ซึ่งจัดตั้งโดยประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และเนเธอร์แลนด์เพื่อส่งวัคซีน 400 ล้านโดสให้แก่รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปทั้งหมด[92][93][94] แต่ต่อมาคณะกรรมาธิการยุโรปได้เข้าไปขวางก่อนที่ข้อตกลงจะออกมาเป็นทางการ แล้วรับช่วงต่อรองในนามของสหภาพยุโรปทั้งหมดเองโดยได้เซ็นสัญญาท้ายเดือนสิงหาคม[95]

ในเดือนสิงหาคม 2020 บริษัทตกลงส่งวัคซีน 300 ล้านโดสให้แก่สหรัฐโดยมีมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งเท่ากับมีราคา 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส (ประมาณ 125 บาท) แต่โฆษกของบริษัทก็แจ้งว่า ราคานี้รวมการพัฒนาและการทดลองทางคลินิกด้วย[96] บริษัทยังตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่รัฐบาลเม็กซิโกและอาร์เจนตินาเพื่อผลิตวัคซีนอย่างน้อย 400 ล้านโดสเพื่อแจกจำหน่ายทั่วลาตินอเมริกา องค์ประกอบออกฤทธิ์จะผลิตในอาร์เจนตินาแล้วส่งไปยังเม็กซิโกเพื่อทำให้เสร็จพร้อมแจกจำหน่าย[97]

ในเดือนกันยายน 2020 บริษัทตกลงส่งวัคซีน 20 ล้านโดสให้แคนาดา[98][99]

ในเดือนตุลาคม 2020 สวิตเซอร์แลนด์สั่งจองวัคซีนล่วงหน้า 5.3 ล้านโดส[100][101]

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 บังกลาเทศได้เซ็นสัญญาไตรภาคีกับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียและบริษัทยา Beximco Pharma แห่งบังกลาเทศ เป็นการสั่งวัคซีน 30 ล้านโดสของรัฐบาลจากสถาบันผ่านบริษัทยาในราคา 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส[102]

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติงบประมาณ 6,000 ล้านบาทเพื่อสั่งจองวัคซีนจากบริษัทจำนวน 26 ล้านโดสพอสำหรับคน 13 ล้านคน (ประมาณ 1/5 ของประเทศตามสำมะโน) โดยจะซื้อในราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 151 บาท) ต่อโดส และที่เหลือ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) จะใช้เพื่อดำเนินการและเก็บรักษา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า เป็นราคาต้นทุน ในฐานะที่ไทยร่วมผลิต[15] และวัคซีนจะเริ่มส่งตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคม 2021[103][104][105] ต่อมาในเดือนมกราคม 2021 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติให้ต่อรองจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส[106] สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็ได้อนุมัติให้นำเข้าและใช้วัคซีนเป็นเวลา 1 ปี[107] และหลังเกิดจากข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวัคซีน บริษัทแอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ก็อธิบายว่า ราคาวัคซีนสำหรับแต่ละประเทศจะขึ้นอยู่กับค่าผลิตและความแตกต่างทางโซ่อุปทานต่าง ๆ รวมทั้งกำลังการผลิต ค่าแรงงาน และราคาวัตถุดิบ[108] สยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธยจะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากแอสตราเซเนกา[109] เพื่อรับจ้างผลิตวัคซีนโดยแอสตราเซเนกาจะนำไปแจกจำหน่ายในเขตอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยเอง โดยมีกำลังการผลิตถึง 200 ล้านโดสต่อปี[110] ซึ่งในช่วงการระบาดทั่วของโรค บริษัททั้งสองจะทำการเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ด้วยนโยบายไม่ได้กำไร ไม่ขาดทุน

ในเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน ประเทศฟิลิปปินส์ตกลงซื้อวัคซีน 2.6 ล้านโดส[111] โดยสื่อรายงานว่ามีค่าราว 700 ล้านเปโซ (ประมาณ 5.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส)[112]

ในเดือนธันวาคม 2020 เกาหลีใต้เซ็นสัญญากับแอสตราเซเนกาเพื่อซื้อวัคซีน 20 ล้านโดส โดยมีราคาใกล้ ๆ กับที่ไทยและฟิลิปปินส์จ่าย[113] และคาดว่า อาจได้ชุดแรก ๆ เร็วถึงเดือนมกราคม แต่จนถึงเดือนมกราคม 2021 สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเกาหลีก็ยังตรวจทบทวนวัคซีนนี้อยู่โดยยังไม่ได้อนุมัติ[114][115] บริษัทได้เซ็นสัญญากับบริษัท SK Bioscience ของเกาหลีใต้เพื่อผลิตวัคซีน โดยมีข้อบังคับให้ผลิตเพื่อทั้งเกาหลีใต้เองและตลาดโลกด้วย[116] ในเดือนเดียวกัน ประเทศพม่าได้เซ็นสัญญากับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียเพื่อซื้อวัคซีน 30 ล้านโดส โดยจะได้วัคซีนสำหรับประชาชน 15 ล้านคนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021[117]

วันที่ 7 มกราคม 2021 แอฟริกาใต้ประกาศว่าได้รับวัคซีน 1 ล้านโดสเบื้องต้นจากสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งจะตามมาอีกครึ่งล้านโดสในเดือนกุมภาพันธ์[118]

ในวันที่ 22 มกราคม 2021 แอสตราเซเนกาประกาศว่า ถ้าสหภาพยุโรปให้อนุมัติวัคซีนของบริษัท จำนวนวัคซีนที่จะส่งให้แก่สหภาพยุโรปในเดือนมีนาคม 2021 จริง ๆ จะอยู่ที่ 31 ล้านโดส ซึ่งน้อยกว่าที่คาดไว้คือ 80 ล้านโดส เพราะโรงงานในเบลเยียมมีปัญหาการผลิต[119] ในการสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อิตาลี ประธานบริหารบริษัทกล่าวว่า แผนการส่งวัคซีนในสหภาพยุโรปล้าหลังไปสองเดือน เพราะการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่ได้น้อยในหน่วยผลิตยุโรปขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง[120] และการวิเคราะห์เหตุการณ์ในหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนก็ระบุว่าเครื่องผลิตชีวภาพ (bioreactor) ในโรงงานเบลเยียมให้ผลผลิตน้อย โดยให้ข้อสังเกตด้วยว่า การจัดตั้งกระบวนการผลิตเยี่ยงนี้ยากเพราะปริมาณผลผลิตที่ได้มักไม่แน่นอน[121] ต่อมา สหภาพยุโรปจึงระงับการส่งออกวัคซีน แล้วก็เกิดข้อโต้แย้งว่า มีวัคซีนที่เบี่ยงส่งไปให้สหราชอาณาจักรหรือไม่ และการส่งวัคซีนให้ไอร์แลนด์เหนือจะถูกระงับหรือไม่[122]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Tissue plasminogen activator (ตัวย่อ tPA หรือ PLAT) เป็นโปรตีนสลายลิ่มเลือด เป็น serine protease (EC 3.4.21.68) ที่พบในเซลล์เนื้อเยื่อบุโพรง (endothelial cell) คือเซลล์ที่บุโพรงเลือด

อ้างอิง[แก้]

  1. "AstraZeneca and Oxford University announce landmark agreement for COVID-19 vaccine". AstraZeneca (Press release). 2020-04-30. สืบค้นเมื่อ 2021-01-13.
  2. 2.0 2.1 "Information for Healthcare Professionals on COVID-19 Vaccine AstraZeneca". Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA). 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2021-01-04.
  3. 3.0 3.1 "EMA receives application for conditional marketing authorisation of COVID-19 Vaccine AstraZeneca". European Medicines Agency (EMA). 2021-01-12. สืบค้นเมื่อ 2021-01-12.
  4. 4.0 4.1 "Already produced 40-50 million dosages of Covishield vaccine, says Serum Institute". The Hindu. 2020-12-28.
  5. "COVID-19 Vaccine AstraZeneca". European Medicines Agency (EMA). 2021-01-28. สืบค้นเมื่อ 2021-01-29.
  6. 6.0 6.1 "EMA recommends COVID-19 Vaccine AstraZeneca for authorisation in the EU". European Medicines Agency (EMA) (Press release). 2021-01-29. สืบค้นเมื่อ 2021-01-29.
  7. "European Commission authorises third safe and effective vaccine against COVID-19". European Commission (Press release). สืบค้นเมื่อ 2021-01-29.
  8. "Conditions of Authorisation for COVID-19 Vaccine AstraZeneca". Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA). 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2021-01-04.
  9. Walsh, Nick; Shelley, Jo; Duwe, Eduardo; Bonnett, William (2020-07-27). "The world's hopes for a coronavirus vaccine may run in these health care workers' veins". CNN. São Paulo. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-03. สืบค้นเมื่อ 2020-08-03.
  10. "Investigating a Vaccine Against COVID-19". ClinicalTrials.gov (Registry). United States National Library of Medicine. 2020-05-26. NCT04400838. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-10-11. สืบค้นเมื่อ 2020-07-14.
  11. "A Phase 2/3 study to determine the efficacy, safety and immunogenicity of the candidate Coronavirus Disease (COVID-19) vaccine ChAdOx1 nCoV-19". EU Clinical Trials Register (Registry). European Union. 2020-04-21. EudraCT 2020-001228-32. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-10-05. สืบค้นเมื่อ 2020-08-03.
  12. O'Reilly, P (2020-05-26). "A Phase III study to investigate a vaccine against COVID-19". ISRCTN (Registry). doi:10.1186/ISRCTN89951424. ISRCTN89951424.
  13. 13.0 13.1 "AZD1222 vaccine met primary efficacy endpoint in preventing COVID-19". Press Release (Press release). AstraZeneca. 2020-11-23. สืบค้นเมื่อ 2021-01-05.
  14. "Oxford team to begin novel coronavirus vaccine research". University of Oxford. 2020-02-07. สืบค้นเมื่อ 2020-11-28.
  15. 15.0 15.1 "ข่าวดี! ไทยจองซื้อวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกา "ราคาต้นทุน"". hfocus.org. 2020-11-23. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-23.
  16. "Covid-19: Oxford-AstraZeneca coronavirus vaccine approved for use in UK". BBC News. BBC. 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2020-12-30.
  17. 17.0 17.1 "Covid: Brian Pinker, 82, first to get Oxford-AstraZeneca vaccine". BBC News. BBC. 2021-01-04. สืบค้นเมื่อ 2021-01-04.
  18. Arashkia, A; Jalilvand, S; Mohajel, N; Afchangi, A; Azadmanesh, K; Salehi-Vaziri, M; และคณะ (2020). "Severe acute respiratory syndrome-coronavirus-2 spike (S) protein based vaccine candidates: State of the art and future prospects". Reviews in Medical Virology. n/a (n/a): e2183. doi:10.1002/rmv.2183. PMC 7646037 Check |pmc= value (help).
  19. "Exeter Fellow Dr Catherine Green leads the production of a potential COVID-19 vaccine in Oxford". Exeter College (ภาษาอังกฤษ). 2020-04-06. สืบค้นเมื่อ 2020-04-24.
  20. Wang, H; Yang, P; Liu, K; Guo, F; Zhang, Y; Zhang, G; Jiang, C (February 2008). "SARS coronavirus entry into host cells through a novel clathrin- and caveolae-independent endocytic pathway". Cell Research. 18 (2): 290–301. doi:10.1038/cr.2008.15. PMC 7091891. PMID 18227861.
  21. 21.0 21.1 "AZD1222 vaccine met primary efficacy endpoint in preventing COVID-19". www.astrazeneca.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-11-27.
  22. "Oxford team to begin novel coronavirus vaccine research | University of Oxford". www.ox.ac.uk (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-01-02.
  23. "Covid Vaccine Front-Runner Is Months Ahead of Her Competition". Bloomberg Businessweek. 2020-07-15.
  24. "Bill Gates, the Virus and the Quest to Vaccinate the World". The New York Times. 2020-11-23.
  25. "They Pledged to Donate Rights to Their COVID Vaccine, Then Sold Them to Pharma". Kaiser Health News. สืบค้นเมื่อ 2021-01-28.
  26. Woo, Jenny Strasburg and Stu (2020-10-21). "Oxford Developed Covid Vaccine, Then Scholars Clashed Over Money" – โดยทาง www.wsj.com.
  27. Coleman, Justine (2020-06-10). "Final testing stage for potential coronavirus vaccine set to begin in July". TheHill (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-06-11.
  28. "AZN, IQV Team Up To Accelerate COVID-19 Vaccine Work, RIGL's ITP Drug Repurposed, IMV On Watch". RTTNews (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-07-15.
  29. "Phase 3 Clinical Testing in the US of AstraZeneca COVID-19 Vaccine Candidate Begins". National Institutes of Health (NIH) (ภาษาอังกฤษ). 2020-08-30. สืบค้นเมื่อ 2020-09-01.
  30. "AstraZeneca Covid-19 vaccine study is put on hold". STAT (ภาษาอังกฤษ). 2020-09-08. สืบค้นเมื่อ 2020-09-10.
  31. "AstraZeneca Covid-19 vaccine study is put on hold". 2020-09-08.
  32. Wu, Katherine J.; Thomas, Katie (2020-09-08). "AstraZeneca Pauses Vaccine Trial for Safety Review". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2020-09-10.
  33. Loftus, Peter (2020-09-13). "AstraZeneca Covid-19 Vaccine Trials Resume in U.K." Wall Street Journal (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0099-9660. สืบค้นเมื่อ 2020-09-13.
  34. Grady, Denise; Wu, Katherine J.; LaFraniere, Sharon (2020-09-19). "AstraZeneca, Under Fire for Vaccine Safety, Releases Trial Blueprints". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2020-09-22.
  35. "AstraZeneca resumes vaccine trial in talks with US". Japan Today. 2020-10-03.
  36. "FDA authorises restart of the COVID-19 AZD1222 vaccine US Phase III trial". www.astrazeneca.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-12-01.
  37. Reuters Staff (2020-09-23). "U.S. health secretary says AstraZeneca trial in United States remains on hold: CNBC". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-09-24.
  38. "'What's the deal?' Researchers in paused vaccine trial search for answers". NBC News.
  39. "Volunteer in AstraZeneca Covid-19 vaccine trial dies in Brazil". NBC News.
  40. Voluntário brasileiro que participava dos testes da vacina de Oxford e morreu com a Covid era médico e ex-aluno da UFRJ, Globo
  41. Simões, Eduardo; Burger, Ludwig (2020-10-22). "AstraZeneca COVID-19 vaccine trial Brazil volunteer dies, trial to continue". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-10-22.
  42. 42.0 42.1 Callaway, E (2020-11-23). "Why Oxford's positive COVID vaccine results are puzzling scientists". Nature (ภาษาอังกฤษ). 588 (7836): 16–18. doi:10.1038/d41586-020-03326-w. PMID 33230278 Check |pmid= value (help). S2CID 227156970.
  43. "Oxford/AstraZeneca Covid vaccine 'dose error' explained". BBC News (ภาษาอังกฤษ). 2020-11-27. สืบค้นเมื่อ 2020-11-27.
  44. Robbins, Rebecca; Mueller, Benjamin (2020-11-25). "After Admitting Mistake, AstraZeneca Faces Difficult Questions About Its Vaccine". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2020-11-27.
  45. Boseley, Sarah (2020-11-26). "Oxford/AstraZeneca vaccine to undergo new global trial". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-11-27.
  46. 46.0 46.1 "Safety and efficacy of the ChAdOx1 nCoV-19 vaccine (AZD1222) against SARS-CoV-2: an interim analysis of four randomised controlled trials in Brazil, South Africa, and the UK - The Lancet". สืบค้นเมื่อ 2020-12-09.
  47. "Oxford vaccine researchers have found 'winning formula', AstraZeneca chief says". The Independent. สืบค้นเมื่อ 2020-12-27.
  48. Ellyatt, Holly (2021-02-08). "AstraZeneca races to adapt Covid vaccine as South Africa suspends rollout". CNBC (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-02-08.
  49. Triggle, Nick (2021-02-08). "Covid: Are fears over Oxford-AstraZeneca jab justified?". BBC. สืบค้นเมื่อ 2021-02-09.
  50. 50.0 50.1 Wise, Jacqui (2021-02-05). "Covid-19: The E484K mutation and the risks it poses". BMJ. doi:10.1136/bmj.n359. Missing or empty |url= (help)
  51. "Study in Adults to Determine the Safety and Immunogenicity of AZD1222, a Non-replicating ChAdOx1 Vector Vaccine, Given in Combination With rAd26-S, Recombinant Adenovirus Type 26 Component of Gam-COVID-Vac Vaccine, for the Prevention of COVID-19". ClinicalTrials.gov. U.S. National Library of Medicine. 2021-01-14. NCT04686773. สืบค้นเมื่อ 2021-02-09.
  52. Smout, Alistair (2021-02-03). "AstraZeneca exec says Sputnik V efficacy data welcome, need data on dose mixing". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2021-02-09.
  53. "Covid: Trials to test combination of Oxford and Sputnik vaccines". BBC News. 2020-12-11. สืบค้นเมื่อ 2020-12-11.
  54. "Expert reaction to AstraZeneca announcing clinical trial programme to assess combination of the Oxford AstraZeneca vaccine and the Sputnik V vaccine". Science Media Centre. 2020-12-11. สืบค้นเมื่อ 2021-02-09.
  55. "Government asks regulator to approve supply of Oxford/AstraZeneca vaccine". GOV.UK (ภาษาอังกฤษ). Department of Health and Social Care. 2020-10-27. สืบค้นเมื่อ 2020-11-28.
  56. "Oxford University/AstraZeneca vaccine authorised by UK medicines regulator". Gov.uk. Department of Health and Social Care. 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2020-12-30.
  57. "Everything You Need to Know About the Oxford-AstraZeneca Vaccine". 2021-01-23.
  58. Laing, Aislinn (2020-12-30). "Argentine regulator approves AstraZeneca/Oxford COVID-19 vaccine -AstraZeneca". Reuters (ภาษาอังกฤษ).
  59. "Bahrain approves Oxford/AstraZeneca coronavirus vaccine produced in India". Saudigazette. 2021-01-25. สืบค้นเมื่อ 2021-01-30.
  60. "Oxford University-Astrazeneca vaccine: Bangladesh okays it for emergency use". The Daily Star. 2021-01-04. สืบค้นเมื่อ 2021-01-07.
  61. Gabriel Sabóia; Guilherme Mazieiro; Hanrrikson de Andrade; Luís Adorno (2021-01-17). "Anvisa aprova uso emergencial das vacinas CoronaVac e AstraZeneca no Brasil" [Anvisa approves emergency use of the CoronaVac and AstraZeneca vaccines in Brazil]. UOL (ภาษาโปรตุเกส). สืบค้นเมื่อ 2021-01-17.
  62. Staff, Agencia EFE (2020-12-31). "La República Dominicana aprueba la vacuna de AstraZeneca contra la covid-19". Agencia EFE (ภาษาสเปน).
  63. Staff, Reuters (2021-01-24). "Ecuador approves use of AstraZeneca vaccine for COVID-19". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2021-01-30.
  64. Staff, Reuters (2020-12-30). "El Salvador greenlights AstraZeneca, Oxford University COVID-19 vaccine". Reuters (ภาษาอังกฤษ).
  65. Gaurav, Kunal (2021-01-01). "Govt's expert panel approves AstraZeneca/Oxford Covid-19 vaccine for emergency use". Hindustan Times (ภาษาอังกฤษ).
  66. Jamkhandikar, Nigam Prusty, Shilpa (2021-01-01). "India drug regulator approves AstraZeneca COVID vaccine, country's first - sources". Reuters (ภาษาอังกฤษ).
  67. "Iraq approves Sinopharm, AstraZeneca vaccines". Big News Network.com. สืบค้นเมื่อ 2021-01-30.
  68. Sanitarios, Comisión Federal para la Protección contra Riesgos. "AUTORIZACIÓN PARA USO DE EMERGENCIA A VACUNA ASTRAZENECA COVID-19". gob.mx (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2021-01-07.
  69. "Myanmar launches nationwide COVID-19 vaccination program". Xinhua News. 2021-01-27.
  70. Staff, Reuters (2021-01-15). "Nepal approves AstraZeneca COVID vaccine for emergency use - government statement". Reuters (ภาษาอังกฤษ).
  71. Shahzad, Asif (2021-01-16). "Pakistan approves AstraZeneca COVID-19 vaccine for emergency use". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-01-16.
  72. Staff, Reuters (2021-01-28). "Philippine regulator approves emergency use of AstraZeneca vaccine". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-01-28.
  73. Staff, Reuters (2021-01-15). "Nepal approves AstraZeneca COVID vaccine for emergency use - government statement". Reuters (ภาษาอังกฤษ).
  74. "Sri Lanka approves vaccine amid warnings of virus spread". AP NEWS. 2021-01-22. สืบค้นเมื่อ 2021-01-22.
  75. "Thai Food and Drug registers COVID-19 vaccine developed by AstraZeneca". Pattaya Mail. 2021-01-23.
  76. "AstraZeneca and Moderna vaccines to be administered in Saudi Arabia". gulfnews.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-01-19.
  77. "Information for Healthcare Professionals on COVID-19 Vaccine AstraZeneca". Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA). 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2021-01-04.
  78. "Oxford University/AstraZeneca vaccine authorised by UK medicines regulator" (Press release). Department of Health and Social Care. 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2020-12-30.
  79. "Conditions of Authorisation for COVID-19 Vaccine AstraZeneca". Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA). 2020-12-30. สืบค้นเมื่อ 2021-01-04.
  80. https://www.channelnewsasia.com/news/asia/vietnam-approves-astrazeneca-vaccine-reports-34-new-covid-19-14074712
  81. "Latest - Oxford Covid-19 vaccine trial results - Wits University". www.wits.ac.za. สืบค้นเมื่อ 2021-02-08.
  82. "South Africa halts AstraZeneca vaccinations after data shows little protection against mutation". CNBC (ภาษาอังกฤษ). 2021-02-07. สืบค้นเมื่อ 2021-02-08.
  83. 83.0 83.1 "Covid: Boris Johnson 'very confident' in vaccines being used in UK". BBC News. 2021-02-08. สืบค้นเมื่อ 2021-02-09.
  84. Belluz, Julia (2020-11-23). "Why the AstraZeneca-Oxford Covid-19 vaccine is different". Vox (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-11-26.
  85. "European vaccine prices revealed in Belgian Twitter blunder". The Brussels Times (ภาษาอังกฤษ). 2020-12-18.
  86. "AstraZeneca to begin making vaccine". BBC. 2020-06-05. สืบค้นเมื่อ 2020-07-01.
  87. "AstraZeneca, Emergent BioSolutions sign $87M deal to produce U.S. supply of COVID-19 vaccine". FiercePharma (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-06-12.
  88. Rajagopal, Divya (2020-06-04). "AstraZeneca & Serum Institute of India sign licensing deal for 1 billion doses of Oxford vaccine". The Economic Times.
  89. Kumar, Mayank (2020-08-07). "Covid-19 vaccine: Serum Institute signs up for 100 million doses of vaccines for India, low and middle-income countries". The Financial Express.
  90. So, Anthony D; Woo, Joshua (December 2020). "Reserving coronavirus disease 2019 vaccines for global access: cross sectional analysis". BMJ: 3. doi:10.1136/bmj.m4750. ISSN 1756-1833.CS1 maint: ref=harv (link) CS1 maint: date and year (link) อ้างอิง "Agreements with CEPI and Gavi and the Serum Institute of India will bring vaccine to low and middle-income countries and beyond" (Press release). AstraZeneca. 2020-06-04.
  91. So & Woo (2020), p. 3 อ้างอิง "New collaboration makes further 100 million doses of COVID-19 vaccine available to low- and middle- income countries" (Press release). Gavi, the Vaccine Alliance. 2020-09-29.
  92. "Covid-19: France, Italy, Germany and Netherlands sign vaccine deal for Europe". France 24 (ภาษาอังกฤษ). 2020-06-13. สืบค้นเมื่อ 2020-06-15.
  93. "AstraZeneca agrees to supply Europe with 400 mil doses of COVID-19 vaccine". Japan Today (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-06-15.
  94. Calatayud, Adria. "AstraZeneca to supply Europe with Covid-19 vaccine". MarketWatch (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-06-15.
  95. Peston, Robert (2021-01-26). "What is the dispute between the EU and AstraZeneca over Covid jabs?". ITV News (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-01-27.
  96. Roland, Denise (2020-05-21). "U.S. to Invest $1.2 Billion to Secure Potential Coronavirus Vaccine From AstraZeneca, Oxford University". Wall Street Journal (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0099-9660. สืบค้นเมื่อ 2020-08-06.
  97. "AstraZeneca set to start making 400 million COVID-19 vaccines for Latam early in 2021". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2021-01-17.
  98. "With no successful vaccine candidates yet, Canada signs deal to secure 20M more COVID-19 vaccine doses". CBC News.
  99. "Health Canada begins first authorization review of a COVID-19 vaccine submission". Canada.ca.
  100. "Swiss sign next vaccine agreement with AstraZeneca". SWI swissinfo.ch (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-10-16.
  101. "COVID-19 vaccine: Swiss federal government signs agreement with AstraZeneca". www.admin.ch. สืบค้นเมื่อ 2020-10-16.
  102. "Dhaka to have 330 vaccination points". The Daily Star. สืบค้นเมื่อ 2021-01-25.
  103. "ครม.ไฟเขียวงบซื้อวัคซีนโควิดเพิ่ม35ล้านโดส ฉีดให้คนไทย66ล้าน". โพสต์ทูเดย์. สืบค้นเมื่อ 2021-01-05.
  104. "ข่าวดี ไทยเริ่มผลิตวัคซีน 'โควิด-19' ในประเทศ รอบที่ 2 แล้ว". ไทยรัฐออนไลน์. 2021-01-03.
  105. "สธ. แจง AstraZeneca เป็นผู้คัดเลือก Siam Bioscience ผลิตวัคซีนราคาทุน ขายถูกสุดในตลาด โต้ธนาธร ไม่ได้แทงม้าตัวเดียว". THE STANDARD. 2021-01-19.
  106. "โควิด-19: ทำไมรัฐบาลเลือก สยามไบโอไซเอนซ์ ผลิตวัคซีนเพื่อคนไทยและเพื่อนบ้าน". BBC News ไทย. 2021-01-15.
  107. "Thai Food and Drug registers COVID-19 vaccine developed by AstraZeneca". Pattaya Mail. 2021-01-23.
  108. "วัคซีนโควิด: แอสตร้าเซเนก้าชี้แจงเหตุผลเลือกสยามไบโอไซเอนซ์เป็นผู้ผลิต". BBC News ไทย. 2021-01-26.
  109. "นายกฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.10 ทรงให้ "สยามไบโอไซเอนซ์" รองรับวัคซีนโควิด-19". BBC ไทย. 2020-11-27. สืบค้นเมื่อ 2021-01-05.
  110. "35m more shots to be bought in 2021". Bangkok Post. 2021-01-05.
  111. "Philippines, AstraZeneca Sign Deal for 2.6 Million Doses". Bloomberg. 2020-11-27.
  112. "Over 200 firms to ink deal for more COVID vaccines with gov't, AstraZeneca". INQUIRER.NET. 2021-01-11.
  113. "Korea signs agreement with AstraZeneca for COVID vaccine". The Korea Times. 2020-11-30.
  114. Shin, Hyonhee (2020-12-03). "South Korea reaches deal to buy AstraZeneca's COVID-19 vaccine candidate: media". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2021-01-05.
  115. Cha, Sangmi (2021-01-04). "S.Korea reviews AstraZeneca COVID-19 vaccine, expands ban on gatherings". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2021-01-05.
  116. Kim, Yoo-chul (2020-11-30). "Korea signs agreement with AstraZeneca for COVID vaccine". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2021-01-30.
  117. "Myanmar will get doses for 15 million people this February". 7day.news. สืบค้นเมื่อ 2021-01-08.
  118. Felix, Jason (2021-01-07). "SA will get 1  million doses of Covid-19 vaccine from India this month". News24.com. สืบค้นเมื่อ 2021-01-07.
  119. Agencies (2021-01-22). "Covid: Oxford/AstraZeneca vaccine delivery to EU to be cut by 60%". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 2021-01-23.
  120. "Pascal Soriot: "There are a lot of emotions on vaccines in EU. But it's complicated"". la Repubblica (ภาษาอิตาลี). 2021-01-26. สืบค้นเมื่อ 2021-01-27.
  121. Boseley, Sarah (2021-01-26). "Why has AstraZeneca reduced promised vaccine supply to EU and is UK affected?". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 2021-01-27.
  122. "EU tightens vaccine export rules, creates post-Brexit outcry". 2021-01-30.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]