ไฟเซอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟเซอร์ อิงค์
ประเภท บริษัทมหาชน (NYSE: PFE)
ก่อตั้ง พ.ศ. 2392
ที่อยู่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
บุคลากรหลัก เอียน รีด (ประธาน, CEO)
อุตสาหกรรม เวชภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ Accupril®
Lipitor®
Viagra®
รายได้ Decrease 49.605 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ. 2557)[1]
พนักงาน 78,000 (พ.ศ. 2556)[2]
เว็บไซต์ www.pfizer.com

ไฟเซอร์ อิงค์ (อังกฤษ: Pfizer, Incorporated) (NYSE:PFE) เป็นบริษัทยาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจาก จอห์นสัน & จอห์นสัน) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ผลิตยาลิปิเตอร์ (อะโทวาสแตติน) ซึ่งเป็นยาที่ขายดีที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] (เป็นยาลดคอเลสเตอรอลในเลือด) ยาต้านเชื้อรา ไดฟลูแคน (ฟลูโคนาโซน-fluconazole) ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์นาน ไซโทรแมกซ์ (อะซิโทรมัยซิน-azithromycin) ยารักษาโรคย้อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ไวอะกรา (ซิลเดนาฟิลซิเตรต - sildenafil citrate) และยาบรรเทาปวด ซีลีเบรกซ์ (ซีลีโคซิบ-celecoxib)

หุ้นของไฟเซอร์อยู่ในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2004

ประวัติ[แก้]

ไฟเซอร์ตั้งชื่อตามชาลส์ ไฟเซอร์ (Charles Pfizer-ค.ศ. 1824-ค.ศ. 1906) นักเคมีชาวเยอรมัน

  • ค.ศ. 1849 เริ่มทำธุรกิจเคมีในวิลเลียมเบิร์ก, บรูกลิน (Williamsburg, Brooklyn) ผลิตภัณฑ์เริ่มแรกคือยาต้านปรสิต (antiparasitic) ชื่อแซนโตนิน (santonin)
  • ค.ศ. 1880 ธุรกิจเริ่มประสบความสำเร็จเมื่อได้ผลิตกรดซิตริก
  • ค.ศ. 1910 บริษัทมียอดขายประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการหมัก (fermentation) ที่ใช้ในการผลิตยา เพนนิซิลิน (penicillin) ยาปฏิชีวนะตัวแรกที่มีบทบาทช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการติดเชื้อในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง มันถูกเรียกว่าเป็นยามหัศจรรย์ ("the miracle drug") ในสมัยนั้น
  • ค.ศ. 1919 บริษัทผลิตกรดซิตริกสำหรับใช้ในการผลิตของตนด้วยกระบวนการหมัก จนพัฒนาเป็นการผลิตวัตถุดิบได้เอง ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้อย่างมหาศาล
  • ค.ศ. 1944 ไฟเซอร์ประสบความสำเร็จในการผลิตเพนิซิลินด้วยกระบวนการหมักแบบ deep-tank และกลายเป็นผู้ผลิตยาเพนิซิลินรายใหญ่ที่สุดของโลก ยาเพนิซิลินส่วนใหญ่ที่ใช้ในกองกำลังพันธมิตรผลิตโดยไฟเซอร์
  • ค.ศ. 1950 เทอราไมซิน (ออกซีเตตราไซคลีน) เป็นยาปฏิชีวนะที่มีขอบข่ายการออกฤทธิ์กว้าง เป็นผลงานการวิจัยชิ้นแรกของบริษัท ที่จำหน่ายภายใต้สิทธิบัตรของไฟเซอร์ จากนั้นไฟเซอร์ได้ขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศและเปิดฝ่ายธุรกิจต่างประเทศขึ้น ไฟเซอร์ขยายธุรกิจไปสู่เบลเยียม, บราซิล, แคนาดา, คิวบา, เม็กซิโก, ปานามา, เปอร์โตริโกและอังกฤษ
  • ค.ศ. 1954 เริ่มวางตลาดเตตราไซคลีน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง และเป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรกที่สังเคราะห์และค้นพบโดยนักวิจัยของไฟเซอร์
  • ค.ศ. 1961 ไฟเซอร์ก้าวเข้าสู่ช่วงของการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่กลางเมืองแมนฮัตตัน
  • ค.ศ. 1982 เฟลดีน (ไพรอกซิแคม) กลายเป็นยาแก้อักเสบตามใบสั่งแพทย์ที่ขายดีที่สุดในโลก และเป็นผลิตภัณฑ์แรกของไฟเซอร์ที่ทำยอดขายได้ถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ค.ศ. 1988 แผนกเกษตรกรรมเปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายเวชภัณฑ์สัตว์ และมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นความก้าวหน้าล่าสุดออกสู่ตลาด ได้แก่ แอดโวซิน (ดาโนฟ ลอกซาซิน) เอวิแอกซ์ (เซมดูราไมซิน) และเดคโทแมกซ์ (โดราเมคทิน) ในสองสามปีต่อมา
  • ค.ศ. 1989 วางตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ โพรคาร์เดียเอกซ์แอล (ไนเฟดิพีน) ยาเม็ดออกฤทธิ์ระยะยาวที่รับประทานวันละครั้ง สำหรับรักษาโรคหัวใจขาดเลือดและโรคความดันโลหิตสูง
  • ค.ศ. 1992 ไฟเซอร์วางตลาดยาใหม่ที่สำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ โซลอฟต์ (เซอร์ทราลีนไฮโดรคลอไรด์) นอร์แวส (แอมโลดิพีนเบซีเลต) และซิโทรแมกซ์ (แอกซิโทรไมซิน)
  • ค.ศ. 1993 ริเริ่มโครงการ Sharing the Care ซึ่งเป็นโครงการบริจาคยา
  • ค.ศ. 1995 ไฟเซอร์ซื้อธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์ของสมิท ไคลน์ บีแชม ทำให้ไฟเซอร์กลายเป็นผู้นำรายหนึ่งของโลกด้านการค้นคว้า พัฒนาและผลิตเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง
  • ค.ศ. 1998 เปิดตัวไวอะกร้า (ซิลเดนาฟิลซิเตรต) ซึ่งเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการผลิตยาสำหรับรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชาย บริษัทได้ลงทุนกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการวิจัย
  • ค.ศ. 1999 ไฟเซอร์ฉลองอายุครบ 150 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทยาชั้นนำของโลก นิตยสารฟอร์บส์ยังได้ประกาศให้ไฟเซอร์เป็น "บริษัทชั้นนำแห่งปี" เนื่องจากความสำเร็จในการค้นคว้าและพัฒนายาใหม่สำหรับมนุษย์และสัตว์
  • ค.ศ. 2000 ไฟเซอร์ ควบรวมกิจการกับ วอร์เนอร์-แลมเบอร์ต (Warner-Lambert) เพื่อให้ได้สิทธิเต็มในการทำตลาด ลิปิเตอร์ (อะโทวาสแตติน) และก้าวสู่ไฟเซอร์ยุคใหม่ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญและมีการเจริญเติบโตอย่างมาก การควบรวมกิจการครั้งนี้ทำให้ไฟเซอร์ยุคใหม่เป็น บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดและมีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก
  • ค.ศ. 2002 ไฟเซอร์ควบรวมกิจการกับฟาร์มาเซีย (Pharmacia) กลายเป็นบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเพื่อให้ได้สิทธิเต็มในการทำตลาด ยาบรรเทาปวด ซีลีเบรกซ์ (ซีลีโคซิบ)
  • ค.ศ. 2003 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2546 บริษัทไฟเซอร์ และ บริษัทฟาร์มาเซียซึ่งเป็นสองบริษัทยาที่มีการเติบโตเร็วที่สุดและมีการค้นคว้าพัฒนามากที่สุดในโลกได้รวมการดำเนินธุรกิจเข้าด้วยกัน นอกจากนั้น ไฟเซอร์ ยังได้วางตลาดยา เรลแพกส์ (อิเล็กทริปทัน เอชบีอาร์) ซึ่งเป็นยาสำหรับบำบัดไมเกรนโดยเฉพาะ

อ้างอิง[แก้]

  1. "PFIZER INC 2014 Annual Report". 
  2. Ian C. Read (February 28, 2014). "CEO Letter" (PDF). 2013 Annual Review. Pfizer. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]