เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ดำรงตำแหน่ง
20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
สมัยก่อนหน้า โสภณ ซารัมย์
วราวุธ ศิลปอาชา
ดำรงตำแหน่ง
14 มกราคม พ.ศ. 2554 – 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สมัยถัดไป ชัจจ์ กุลดิลก
กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 (50 ปี)
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พรรคการเมือง ไทยรักไทย (พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2549)
ชาติไทย (พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2552)
ชาติไทยพัฒนา (พ.ศ. 2552 - 2556)
เพื่อไทย (พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน)
คู่สมรส นางนลินี ด่านชัยวิจิตร
ศาสนา พุทธ

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย

ประวัติ[แก้]

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา[1] เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพ สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยกองทัพบก รุ่นที่ 44

งานการเมือง[แก้]

เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เริ่มต้นเข้าสู่การเมืองโดยการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในนามพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 ต่อมาได้ย้ายมากัดพรรคชาติไทย ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เคยดำรงตำแหน่งในการเมืองหลายตำแหน่ง อาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี พ.ศ. 2541 ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2548 และได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ [2] ในโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ไม่มีผลงานโดดเด่น จนได้รับฉายาจากพรรคเพื่อไทย เป็น 1 ใน 10 รัฐมนตรีไร้ผลงาน ว่า "รัฐมนตรีอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว"[3]

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม หลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 1 ให้หมดสมาชิกภาพ เนื่องจากถือหุ้นในกิจการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และมาตรา 48 รวมทั้งได้หุ้นมาหลังจากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แล้ว[4] และในที่สุดนายเกื้อกูล ได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็น ส.ส.[5] และได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554[6]

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็น ส.ส.เพียงคนเดียวของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ได้รับเลือกตั้งในจังหวัดนี้ ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2556 หลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขาได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • พ.ศ. 2552 - มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[8]
  • พ.ศ. 2551 - มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
  3. เพื่อไทย ตั้งฉายา 10 รมต. ไร้ผลงาน
  4. ตุลาการศาลรธน.ตัดสิน 6 ส.ส.พ้นสภาพข่าวสด 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
  5. กกต.รับรองผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.3จังหวัด
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 5ง วันที่ 15 มกราคม 2554
  7. ‘เกื้อกูล’ อดีตรมช.คมนาคม-ลูกพรรค ‘บรรหาร’ ไขก๊อกซบเพื่อไทย
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]