จิตภัสร์ กฤดากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จิตภัสร์ กฤดากร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 16 มิถุนายน พ.ศ. 2528 (29 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

จิตภัสร์ กฤดากร ชื่อเล่นว่า ตั๊น อดีตข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเลขานุการ จุติ ไกรฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ[แก้]

จิตภัสร์ มีชื่อสกุลเดิมว่า จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี และชื่อเล่น ตั๊น เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2528 เป็นบุตรสาวคนโตของนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด และหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ผู้รับบทเป็น "พระศรีสุริโยทัย" ในภาพยนตร์ของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เมื่อปี พ.ศ. 2544 และนางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน คือ

  • จิตภัสร์ กฤดากร
  • นันทญา ภิรมย์ภักดี
  • ณัยณพ ภิรมย์ภักดี

การศึกษา[แก้]

จิตภัสร์เข้าเรียนที่โรงเรียนประจำหญิงล้วนที่ประเทศอังกฤษจนจบชั้นมัธยม จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาภูมิศาสตร์ ที่ คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London) ประเทศอังกฤษ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • พ.ศ. 2552 ปริญญาตรี, คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London) ประเทศอังกฤษ, ภูมิศาสตร์
  • พ.ศ. 2555 ประกาศนียบัตร, สถาบันพระปกเกล้า, ผู้นำยุคใหม่ในระบบประชาธิปไตย รุ่น 2
  • พ.ศ. 2555 ปริญญาโท, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัฐประศาสนศาสตร์

ประวัติการทำงาน [1][แก้]

  • พ.ศ. 2551 - 2552 เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
  • พ.ศ. 2552 ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
  • พ.ศ. 2553 ผู้จัดการทีมคณะนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • พ.ศ. 2553 กรรมการผลักดันนโยบาย 3G, E-Government , E-commerce
  • พ.ศ. 2553 รองประธานกรรมการโครงการถวายพระพรออนไลน์ ในวโรกาสครบรอบ 83 และ 84 พรรษา
  • พ.ศ. 2553 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (จุติ ไกรฤกษ์)
  • พ.ศ. 2554 ลงสมัครสมาชิกผู้แทนราษฎร เขต 5 ดุสิต – ราชเทวี พรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

การเมือง[แก้]

จิตภัสร์ เข้าร่วมทำงานกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยการชักชวนของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีความสนิทสนมกับครอบครัว และเห็นว่ามีความสนใจทางการเมือง โดยมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยและเลขานุการของ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในฐานะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[แก้]

ถูกขว้างระเบิดขวดใส่บ้าน[แก้]

(วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 05.00 นาฬิกา) ร.ต.ท.เสนอ คงจูด พงส.สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดเพลิงเข้าไปในบ้านเลขที่ 171 ซอยรามคำแหง 12 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของ ตั๊น น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.หัสดินทร์ นพวงศ์ ณ อยุธยา สว.สส.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. หรือหน่วยอีโอดี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรู ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่สุดซอยรามคำแหง 12 ภายในบ้านพบรถตู้โฟล์ก สีขาว ทะเบียน 2 กพ 6787 กทม. ซึ่งเป็นรถที่ จิตภัสร์ ใช้ในการเดินทางไปเข้าร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยที่เวทีราชดำเนินร่วมกับทาง กปปส.เป็นประจำ สภาพรถมีคราบรอยไหม้ที่กระโปรงหน้ารถได้รับความเสียหาย เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้า พฐ.เร่งเก็บหลักฐานอย่างละเอียดทั้งหมด

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของ จิตภัสร์ โดยก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ระหว่างที่ทุกคนในบ้าน รวมทั้ง น.ส.จิตภัสร์กำลังนอนหลับ มีคนร้าย 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน จำนวน 2 คันเข้ามาในซอย เมื่อมาถึงบ้านที่ตั้งอยู่สุดซอย กลุ่มคนร้ายได้กลับรถและปาระเบิดเพลิงจำนวน 4 ขวดเข้าไปในรั้วบ้าน ก่อนจะบิดรถหลบหนีไปทันที โดยระเบิดทั้งหมดโดนกระโปรงหน้าของรถโฟล์กสีขาวทั้งหมด ทาง รปภ.ของบ้านเห็นไฟลุกไหม้ที่รถ จึงได้รีบนำถังดับเพลิงจำนวน 3 ถังมาดับ พร้อมตามคนในบ้านมาช่วย โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ยังเห็นร่องรอยความเสียหายเกิดขึ้นที่รถ

พ.ต.ท.หัสดินทร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานขอภาพวงจรปิดหน้าบ้านของ จิตภัสร์ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นประเด็นเชื่อมโยงทางการเมือง เพราะ จิตภัสร์ได้ขึ้นปราศรัยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองร่วมกับทางกลุ่ม กปปส.และเดินทางไปร่วมชุมนุมเป็นประจำ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่จะเก็บหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุทั้งหมดอย่างละเอียด และจะมีการประสานตำรวจสายตรวจคอยสอดส่องตระเวนเพิ่มการตรวจถี่ขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ และจะได้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป[2][3]

คดีอาญา[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]