เทพไท เสนพงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทพไท เสนพงศ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 12 มีนาคม พ.ศ. 2504 (53 ปี)
นครศรีธรรมราช ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์

นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตโฆษกประจำตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2504 ที่อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อเล่นว่า "คึก" โดยเป็นลูกชายคนที่ 3 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 8 คน ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำ และมีเชื้อสายตูนิเซียจากตา ซึ่งเป็นชาวตูนิเซีย[1]

การศึกษาจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนปากพนัง ปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทจากคณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

นายเทพไทเริ่มต้นชีวิตในวงการเมือง ตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ด้วยการเป็นนักกิจกรรม ได้เป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่เรียนอยู่[1] และได้เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับประเทศครั้งแรก ในฐานะคนสนิทของนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2529 และได้รับการมอบหมายให้เป็นเลขานุการและผู้ช่วยนายชำนิ ระหว่างที่นายชำนิดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2537 และในปี พ.ศ. 2540-พ.ศ. 2543 นายเทพไทก็ได้รับเลือกให้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยอีกครั้ง

นายเทพไท ลงสมัครเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับการเลือกตั้งเป็นต้นมา และมีบทบาทเป็นโฆษกของพรรคและโฆษกส่วนตัวของหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ตอบโต้กับฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้ามด้วยวาทะที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวอย่างเผ็ดร้อน นอกจากนี้ยังเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ รายการสายล่อฟ้า หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ 3 คน คือ นายศิริโชค โสภา, นายเทพไท เสนพงศ์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนล อีกด้วย [2] ต่อมาเมื่อรายการสายล่อฟ้าได้ยุติการออกอากาศลง นายเทพไทก็ได้เปลี่ยนไปเป็นผู้ดำเนินรายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์วิจารณ์ข้อเขียนของคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่องเดิม[3]

ชีวิตส่วนตัว นายเทพไท สมรสกับ นางพอเพ็ญ เสนพงศ์ (นามสกุลเดิม: เริงประเสริฐวิทย์) บุตรสาวของ พ.อ.พล เริงประเสริฐวิทย์ อดีต ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี 6 สมัย, อดีตหัวหน้าพรรคสยามประชาธิปไตย และอดีตรัฐมนตรีในหลายกระทรวง[4] และสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่มาก่อน[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 สายล่อฟ้า, รายการ ทางบลูสกายแชนแนล: ศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
  2. เว็บไซต์สถานีบลูสกาย
  3. "เป็นความใฝ่ฝันของคุณเทพไท ที่อยากเห็นรายการที่นำ". เถกิง สมทรัพย์. 26 August 2014. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014. 
  4. text กว่าจะถึงวันนี้ของ 'เทพไท' :กตัญญู ประยุกต์ศิลป์ นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์
  5. สายล่อฟ้า, รายการ ทางบลูสกายแชนแนล: ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]