สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผศ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2493 ที่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการศึกษา (กศ.บ.) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาโทศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นครูโรงเรียนวัดสระแก้ว และเป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)

การทำงาน[แก้]

ผศ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ต่อมาได้ลาออกจากราชการเพื่อลงรับเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 โดยลงเลือกตั้งในระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ต่อมาหลังการยุบสภาในปี พ.ศ. 2554 จึงได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และวางมือทางการเมือง[1]

และเคยเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และเป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่เคยมีบทบาทในการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2551

เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในรัฐสภา[แก้]

เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551 ที่อาคารรัฐสภาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ผศ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ถูกนายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคพลังประชาชน ทำร้ายร่างกายโดยการชกต่อย ซึ่งศาลจังหวัดดุสิต พิพากษาให้จำคุกนายการุณ เป็นเวลา 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท ฐานทำร้ายร่างกาย และปรับ 10,000 บาท ฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี[2]

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[แก้]

ในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 ผศ.สมเกียรติเป็นผู้หนึ่งที่ออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมไม่นาน เจ้าตัวได้กล่าวคำขอโทษพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในอดีตเคยกล่าวพาดพิงถึงพรรคในทางที่เสียหาย ผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่[3]

ในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่ทางกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ได้จัดการชุมนุมแบบปิดแยกสำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 7 แห่ง โดยแยกออกเป็นเวทีต่าง ๆ 8 เวที ผศ.สมเกียรติก็ได้เป็นผู้รับผิดชอบเวทีที่แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เป็นเวทีแยกต่างหากจากเวทีที่มีพระพุทธะอิสระเป็นผู้ดูแลอีกด้วย[4] (แต่ต่อมาไม่นาน เวทีทั้งสองนี้ก็ได้ยุบรวมเป็นเวทีเดียว เพื่อความปลอดภัย[5])

ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุกคืบพื้นที่ชุมนุมเข้ามาเพื่อขอคืนพื้นที่ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ได้มีการปะทะกันด้วยความรุนแรง ผศ.สมเกียรติได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาแล้ว แต่ได้ถูกกลุ่มชายลึกลับกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาช่วยออกมาได้ โดยใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวเชื่อว่าชายกลุ่มดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่ได้รรับการฝึกทางยุทธวิธีมาเป็นอย่างดี[6]

ต่อมาในวันที่ 14 พฤษภาคม ปีเดียวกัน จากการชุมนุมในครั้งนี้ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย ผศ.สมเกียรติมีรายชื่อเป็นผู้ต้องหาหมายเลขที่ 15[7] [8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • พ.ศ. 2553 - ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. สรุปบัญชีโยกย้ายนักการเมือง
  2. จำคุด1เดือน "เก่งการุณ" โดดถีบ "สมเกียรติ"จาก คมชัดลึก
  3. "อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พธม. แจงแนวทางต่อสู้กับระบบทักษิณ พร้อมขอโทษ ปชป.". ยูทิวบ์. 16 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2558. 
  4. "อารักขาเข้ม 2 เวที กปปส. ที่แจ้งวัฒนะ สมเกียรติ-พุทธอิสระ คุมเอง ชี้เป็นจุดเสี่ยงสูง". มติชนออนไลน์. 13 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2558. 
  5. "กปปส.หวั่นผู้ชุมนุมไม่ปลอดภัย ยุบเวที “แจ้งวัฒนะ-ดีเอสไอ” ตั้งใหม่ที่ ปตอ.". ผู้จัดการออนไลน์. 14 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2558. 
  6. "2 นาที..ชิงตัวแกนนำ"สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์"". โอเคเนชั่น. 21 กุมภาพันธ์ 2557. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2558. 
  7. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  8. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]