เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 12 มกราคม พ.ศ. 2529 (29 ปี)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และเคยทำหน้าที่เป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประวัติ[แก้]

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มีชื่อเล่นว่า "ขิง" เกิดเมื่อ 12 มกราคม พ.ศ. 2529 เป็นลูกชายคนที่ 2 ของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ กับนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์[1] ภริยาคนปัจจุบันของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประวัติการศึกษา ประถมศึกษา: โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร มัธยมศึกษา: Charterhouse School , Godalming , Surrey สหราชอาณาจักร ปริญญา: ปริญญาตรีพร้อมปริญญาโทใน 3 สาขาคือ วิศวเศรษฐศาสตร์และบริหาร(เกียรตินิยม) หลักสูตร 4 ปี จากมหาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

การเมือง[แก้]

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นบิดาบุญธรรม โดยในเหตุการณ์การก่อความไม่สงบของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 นายเอกนัฏได้อยู่ในเหตุการณ์และเคียงข้างนายสุเทพตลอด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกเข้าไปในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช ที่พัทยา[2]

ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 นายเอกนัฏ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขต 29 (เขตหนองแขมและเขตทวีวัฒนา) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเขตเดียวกันกับ นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. เดิมของพรรค ที่ต้องเปลี่ยนไปลงแบบระบบบัญชีรายชื่อแทน[3] และได้รับเลือกตั้งไปด้วยคะแนน 37,932 คะแนน [4] โดยถือเป็น ส.ส.ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกตั้งมาในครั้งนี้ด้วย ด้วยอายุเพียง 25 ปี[5]และยังเป็น ส.ส. ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิดหลังฉลองกรุงฯ 200 ปี

ในช่วงเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2554 ได้ลงพื้นที่ดูเรื่องน้ำท่วมในเขตทวีวัฒนา, เขตหนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เป็น ส.ส. พื้นที่ อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่อย่างแข็งขัน จนได้รับคำชื่นชมอย่างมาก [6]

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[แก้]

ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 นายเอกนัฏเป็นหนึ่งใน 9 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค และเข้าเป็นหนึ่งในแกนนำ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) ถือว่าเป็นแกนนำที่มีอายุน้อยที่สุด โดยมีบทบาทเป็นโฆษกของการชุมนุมชี้แจงข่าวสารและทำความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ต่อสื่อมวลชนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ[7]

ในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จากการชุมนุมในครั้งนี้ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย โดย นายเอกนัฏ เป็นผู้ต้องหาหมายเลขที่ 9[8] [9]

หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ นายเอกนัฏได้เข้าอุปสมบทที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ และเข้าจำพรรษาที่วัดป่าอัมพวัน จังหวัดชลบุรี เช่นเดียวกับแกนนำและแนวร่วมคนอื่น ๆ ด้วย [10]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นบุคคลที่ชอบการเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลและฟุตซอล และเป็นบุคคลที่สะสมแว่นตาต่าง ๆ หลายชิ้น จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว [11][12]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายเอกนัฏ พร้อมพันะ
  2. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ คนรุ่นใหม่ใกล้ตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ จากกรุงเทพธุรกิจ
  3. ปชป.ปัดกทม.แตกเละยันลูกคนมีเงินต้องดี จากเดลินิวส์
  4. เปิดผลการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพ ปชป. 23 เพื่อไทย 10 ที่นั่ง จากมติชน
  5. ส.ส.ใหม่ทยอยรับหนังสือรับรอง รายงานตัวต่อสภาฯ จากครอบครัวข่าว 3
  6. "บ้านนี้สีฟ้า 13 05 56 เบรค 2". ยูทิวบ์. 13 พฤษภาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558. 
  7. หน้า 054-057, 'ขิง-เอกนัฏ'ทายาทการเมือง'ลุงกำนัน' . นิตยสาร ฅ คน Magazine 97: มกราคม 2557
  8. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  9. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  10. "“เอกณัฏ” บวชวัดชลประทานฯ แกนนำ กปปส.- อดีต ส.ส.แห่ร่วม". ผู้จัดการออนไลน์. 21 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558. 
  11. "บ้านนี้สีฟ้า 13 05 56 เบรค 1". ยูทิวบ์. 13 พฤษภาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558. 
  12. "บ้านนี้สีฟ้า 13 05 56 เบรค 3". ยูทิวบ์. 13 พฤษภาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558. 
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๓
  14. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]