เผ่า ศรียานนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
31 มีนาคม พ.ศ. 2500 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500
นายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม
สมัยก่อนหน้า จอมพล แปลก พิบูลสงคราม
สมัยถัดไป พลเอก ประภาส จารุเสถียร
รัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
6 ธันวาคม พ.ศ. 2494 – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2494
นายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม
อธิบดีกรมตำรวจ
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2500
สมัยก่อนหน้า พล.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล
สมัยถัดไป พล.ต.อ. ไสว ไสวแสนยากร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 มีนาคม พ.ศ. 2452
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เสียชีวิต 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503
เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
พรรคการเมือง เสรีมนังคศิลา
คู่สมรส คุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์
ศาสนา พุทธ

พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พ.ศ. 2494 - 2500 เจ้าของคำขวัญ "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง" เป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาททางการเมืองสูงมากในช่วงก่อนการรัฐประหาร พ.ศ. 2500

ประวัติ[แก้]

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2452 ณ ตำบลบางขุนพรหม อำเภอบางขุนพรหม จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของ พ.ต.พระพลาพิรักษ์เสนีย์ (พลุ้ย ศรียานนท์) และนางพงษ์ ศรียานนท์ สมรสกับคุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ (ชุณหะวัณ) บุตรสาวของจอมพลผิน ชุณหะวัณ

การศึกษา[แก้]

สอบไล่ได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเบญจมบพิตร หรือ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ในปัจจุบัน ต่อมาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2469

การรับราชการ[แก้]

ประวัติการอ้างอิงของพล.ต.อ.เผ่ามีดังนี้[1]

  • เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรก ใน พ.ศ. 2474 ในตำแหน่งยศร้อยตรี
  • พ.ศ. 2486 เป็นทหารคนสนิทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความใกล้ชิดจอมพล ป.พิบูลสงคราม มาก จนกระทั่งจอมพล ป.ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2485 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
  • พ.ศ. 2486 เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม
  • พ.ศ. 2486 ได้รับพระราชทานยศเป็นพันเอก
  • พ.ศ. 2487 เป็นเจ้ากรมเชื้อเพลิง และลาออกจากราชการเป็นการชั่วคราว
  • พ.ศ. 2490 กลับเข้ารับราชการ โดยโอนมาอยู่กรมตำรวจ
  • พ.ศ. 2491 ได้รับพระราชทานยศเป็น พันตำรวจเอก และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดี รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม
  • พ.ศ. 2494 เป็นอธิบดีกรมตำรวจ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
  • พ.ศ. 2494 (26 ก.ค.) เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • พ.ศ. 2494 (11 ธ.ค.) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • พ.ศ. 2495 ได้รับพระราชทานยศเป็น พลโท พลเรือโท และพลอากาศโท
  • พ.ศ. 2495 (21 ก.ค.) ได้รับพระราชทานยศเป็นพลตำรวจเอก
  • พ.ศ. 2497 เป็นอธิบดีกรมประมวลราชการแผ่นดิน
  • พ.ศ. 2497 (16 ก.พ.) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

บทบาทในทางการเมือง[แก้]

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นนายตำรวจที่ประชาชนชาวไทยในยุคสมัยนั้นรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเสมือนมือขวาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น นายกรัฐมนตรีเผด็จการทหารในสมัยนั้น เริ่มแรก พล.ต.อ.เผ่านั้นรับราชการเป็นทหารมาก่อน ก่อนจะย้ายตัวเองมาเป็นตำรวจ

ยุคของพล.ต.อ.เผ่านั้น ถูกเรียกว่ายุค "รัฐตำรวจ" หรือ "อัศวินผยอง" เนื่องจาก พล.ต.อ.เผ่า ได้เสริมสร้างขุมกำลังตำรวจจนสามารถเทียบเท่ากับกองทัพ ๆ หนึ่งเหมือนทหารได้ โดยเริ่มให้มี ตำรวจน้ำ, ตำรวจพลร่ม, ตำรวจม้า, ตำรวจรถถัง ตลอดจนให้มีธงไชยเฉลิมพลเหมือนทหาร จนมีการกล่าวในเชิงประชดว่า อาจจะมีถึงตำรวจเรือดำน้ำ เป็นต้น[2] โดยประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของตำรวจในสมัยนั้น ซึ่งเป็นประโยคของพล.ต.อ.เผ่าเอง คือ "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง" จนได้รับฉายาจากสื่อต่างประเทศว่า "บุรุษเหล็กแห่งเอเซีย"[3]

ในทางการเมือง พล.ต.อ.เผ่า มีฐานะเป็นเลขาธิการพรรคเสรีมนังคศิลาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์[3] เพราะมีตั้งแต่การข่มขู่ผู้ลงคะแนนให้เลือกแต่พรรคเสรีมนังคศิลา มีการเวียนเทียนลงคะแนนกันหลายรอบ ที่เรียกว่า พลร่ม หรือ ไพ่ไฟ และนับคะแนนกันถึง 7 วัน 7 คืน[4] โดยในยุคนั้นประชาชนทุกคนต่างรู้ดีว่า ไม่ควรจะกระทำการใดที่เป็นการต่อต้านอำนาจรัฐเพราะอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น กรณีสังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีที่ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2492 หลังเหตุการณ์กบฏวังหลวง หรือการจับถ่วงน้ำ นายหะยีสุหรง อับดุลกาเดร์ ผู้นำอิสลามจังหวัดปัตตานี ที่ทะเลสาบสงขลา เป็นต้น ล้วนแต่เป็นฝีมือตำรวจ[3] โดย พล.ต.อ.เผ่า และเป็นที่รับรู้กันว่าตำรวจเป็นผู้เลี้ยงบรรดานักเลง อันธพาลในยุคนั้นเป็นลูกน้องด้วย ซึ่งเรียกกันว่า "นักเลงเก้ายอด" อันมาจากการที่นักเลงอันธพาลเหล่านั้นสามารถเข้าออกกองบัญชาการตำรวจกองปราบที่สามยอดได้โดยสบาย[5] ซึ่งทำให้เหล่านักเลงอันธพาลเกลื่อนเมือง

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กลุ่มนายทหารที่นำโดย พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่พอใจ โดยเริ่มทำการปราศรัยโจมตีตำรวจที่ท้องสนามหลวงบนลังสบู่ ที่เริ่มกันว่า "ไฮปาร์ค"[3] และทางตำรวจก็ตอบโต้ด้วยการไฮปาร์คบ้าง จนในที่สุดนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น พล.ต.อ.เผ่า ยังไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศเหมือนจอมพล ป. แต่ยอมเข้ามอบตัวแต่โดยดี โดยกล่าวว่า "อั๊วมาแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา"[6]

วันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[6] พล.ต.อ.เผ่า มีทรัพย์สินอยู่มากมาย มีคฤหาสน์หลังใหญ่ติดทะเลสาบที่นครเจนีวา จนครั้งหนึ่งเมื่อนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่งจัดอันดับมหาเศรษฐี 10 อันดับของโลก ก็มีชื่อของ พล.ต.อ.เผ่า ติดอยู่ในอันดับด้วย[6]

ถึงแก่กรรม[แก้]

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์[ลิงก์เสีย]
  2. หนังสือชีวลิขิต โดย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 2508 หน้า 222-262, "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" โดย วินทร์ เลียววาริณ (กรุงเทพฯ, พ.ศ. 2540) ISBN 974-602-523-6
  4. หนังสือ มาร์ค เขาชื่อ...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  5. หนังสือ 2484 ญี่ปุ่นบุกไทย โดย ส.คลองหลวง
  6. 6.0 6.1 6.2 นักการเมืองไร้แผ่นดิน, คอลัมน์ เรื่องเก่าเล่าใหม่ โดย โรม บุนนาค. หน้า 65-66 นิตยสาร all ฉบับเดือนมกราคม พ.ศ. 2550
  7. เอกสารทำเนียบอธิบดีกรมตำรวจ "30 อ.ตร." พ.ศ. 2403-2541 โดย กองวิชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก่อนหน้า เผ่า ศรียานนท์ ถัดไป
พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการ 2leftarrow.png Emblem of Royal Thai Police.png
อธิบดีกรมตำรวจ
(พ.ศ. 2494 - พ.ศ. 2500)
2rightarrow.png พลตำรวจเอก ไสว ไสวแสนยากร