กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Science.png
สำนัก
ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 24 มีนาคม พ.ศ. 2522
งบประมาณ 8,052.2 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1]
รัฐมนตรีว่าการ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี, รัฐมนตรี
ผู้บริหาร พรชัย รุจิประภา, ปลัด
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เว็บไซต์
MOST.go.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (อังกฤษ: Ministry of Science and Technology of Thailand) มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีประวัติการก่อตั้งเริ่มแต่สมัยรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่ง คณะอนุกรรมการวางนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยมี ศ.ดร.ชุบ กาญจนประกร เป็นประธานอนุกรรมการ และ ศ.ดร.สง่า สรรพศรี เป็นรองประธาน ได้เสนอแนะให้จัดตั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน แต่ยังไม่ได้ข้อยุติก็เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเสียก่อน

รัฐบาลชุดถัดมาของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ได้ดำเนินการจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน โดยประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2522[2]

ในภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มีผลเมื่อ 4 เมษายน พ.ศ. 2535[3] และมีการจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มเติมอีกหลายหน่วยงาน ดังนี้

  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ ได้แก่
    • กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดตั้งในปี พ.ศ. 2535 อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยรับโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ยุบไป
    • องค์การจัดการน้ำเสีย จัดตั้งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ตามพระราชกฤษฎีกา เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานด้านสาธารณูปการ ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการจัดการน้ำเสียและดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย
    • สำนักงานสิ่งแวดล้อมภูมิภาค จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2533 เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความต้องการที่แท้จริงของท้องถิ่นอันนำไปสู่การแก้ไขและปฏิบัติให้ได้ผลอย่างแท้จริง โดยตั้งที่จังหวัดสงขลาเป็นแห่งแรก และในปี พ.ศ. 2536 ได้ขยายไปตั้งใน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดชลบุรี
  • หน่วยงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่
    • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งขึ้นเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 ที่มีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน เป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระและความคล่องตัวสูงโดยไม่ผูกพันไว้กับกฏระเบียบการปฏิบัติของราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยมีจุดประสงค์ให้เป็นองค์กรที่ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความชำนาญในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เจริญก้าวหน้า
    • องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อ 30 มกราคม พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นหน่วยงานที่สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้แก่เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป

ต่อมาในสมัยรัฐบาลพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ให้ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับงานที่มากขึ้น ทำให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีบทบาทที่ชัดเจนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545[4]

[แก้] พันธกิจ

  1. เสนอแนะนโยบาย จัดทำยุทธศาสตร์และแผนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  2. ริเริ่ม เร่งรัด ผลักดันและดำเนินการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  3. ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ สร้างคนดีและเก่งในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับ
  4. สร้างระบบสนับสนุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถสร้างปัญญา เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ และนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ผสมผสานกันได้
  5. สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมให้แก่ภาคการผลิตและบริการ รวมทั้งบริการสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

[แก้] หน่วยงานในสังกัด

[แก้] อ้างอิง

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น