พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
30 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 24 มีนาคม พ.ศ. 2552
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 (46 ปี)
นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส นุสบา (วานิชอังกูร) ปุณณกันต์
ศาสนา พุทธ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

นายพุทธิพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 (46 ปี) ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา [1] มีชื่อเล่นว่า "บี" เป็นบุตรคนโตของ ศาสตราจารย์นายแพทย์เหลือพร และนางดาริกา ปุณณกันต์ เป็นพี่ชายของนายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่วางมือจากวงการบันเทิงไปเรียบร้อยแล้ว

นายพุทธิพงษ์ เป็นหลานปู่ของ พลเอกพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ กระทรวงอุตสาหกรรม สมัยรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ จอมพลถนอม กิตติขจร

การศึกษา[แก้]

นายพุทธิพงษ์ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2535 และจบปริญญาโท การบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยยูโรเปี่ยน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2539 และกลับมาทำงานโดยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ บริษัท ราชธานี กรุ๊ป และรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าสู่วงการเมือง

การเมือง[แก้]

นายพุทธิพงษ์ คนที่ 2 จากซ้ายมือ ในภาพการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

ชื่อ "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการเป็นสามีของ นุสบา วาณิชอังกูร ดาราสาวชื่อดัง โดยถูกเรียกติดปากว่า "พี่บี" ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อ "ปุณณ์" และ "กัณต์" ตามลำดับ

ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2544 นายพุทธิพงษ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม พรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่เขต 4 กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็คือ เขตพญาไทและเขตราชเทวี บางแขวง โดยแข่งขันกับ นางกรรณิกา ธรรมเกษร อดีตพิธีกรโทรทัศน์ ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ผลการนับคะแนนนางกรรณิการ์เป็นฝ่ายชนะได้รับการเลือกตั้ง และได้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ทว่า หลังจากสภาฯ ชุดดังกล่าวทำงานไปได้เกือบ 1 ปี คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสินใจให้ใบเหลือง นางกรรณิการ์ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งครั้งนี้ ชัยชนะก็เป็นของนายพุทธิพงษ์แทน

ต่อมาในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548 นายพุทธิพงษ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิมพรรคเดิม แต่คราวนี้กลับเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ ร้อยเอกรชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยคนใหม่ ไปอย่างเฉียดฉิว

ในระหว่างที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยแรก (พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2551) นายพุทธิพงษ์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกกรุงเทพมหานคร นับเป็นบุคคลแรกที่รับตำแหน่งนี้ และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควบคู่กับการดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกฯ ในเวลาต่อมา [2]

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 7 (เขตห้วยขวาง และบางแขวงของเขตวังทองหลาง) โดยเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยอย่างอนุตตมา อมรวิวัฒน์ ได้

ปัจจุบัน พุทธิพงษ์ เป็น 1 ในแกนนำ กปปส. เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนเป็นเหตุให้มวลมหาประชาชน ชุมนุมปิดล้อม ยาวนาน นับกว่า 5 เดือน

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[แก้]


งานบันเทิง[แก้]

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เคยมีผลงานการแสดงละครเรื่อง "ตั้งไข่ล้มพรหมไม่ลิขิต" เมื่อปี พ.ศ. 2542 และเคยเป็นพิธีกรร่วมกับนางอรทัย ฐานะจาโร ในรายการ "พลังจิตที่ 5" ทางช่อง 5 อยู่ช่วงหนึ่ง สมัยที่ยังเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.thaigov.go.th/mobile/submore.asp?pageid=467&directory=2297&contents=5995&pageno=2&no=10
  2. “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” ลาออกจากรองโฆษกรัฐบาล
  3. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  4. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. 
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๒
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี 2551