พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์
Prince Kritabhiniharn (later Krom Phra Naresr Varariddhi) in 1865.jpg

พระนาม พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์
พระอิสริยยศ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 4
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2398
สิ้นพระชนม์ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2468 (70 ปี)
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา เจ้าจอมมารดากลิ่น
หม่อม หม่อมสุภาพ กฤดากร ณ อยุธยา
หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา
หม่อมเจิม กฤดากร ณ อยุธยา
พระบุตร 20 พระองค์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 17 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระประวัติ[แก้]

กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ฉายพระรูปพร้อมกับเจ้าจอมมารดากลิ่น

พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร ประสูติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2398 โดยประสูติแต่เจ้าจอมมารดากลิ่น ธิดาพระยาดำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) บุตรของเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี) ทรงว่าราชการกรมพระนครบาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะนั้นเรียกชื่อว่า "คอมมิตตี กรมพระนครบาล" ทรงเป็นผู้ปรับปรุงและจัดระเบียบกิจการตำรวจกรมกองตระเวน ตามแบบอย่างของสิงคโปร์ หลังจากได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสสิงคโปร์ เมื่อ ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2433) ต่อมาได้พัฒนามาเป็นกิจการตำรวจไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ เมื่อ พ.ศ. 2418 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เป็น กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ เมื่อ พ.ศ. 2442 และทรงราชการเป็นสมุหมนตรี และเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร มีพระนามเต็มว่า

"พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ มหิศวรราชรวิวงศ์ สิทธิประสงค์กฤดาธิการ สุทธสันดานสีตลหฤทัย มไหศวริยราชนิติธาดา สุปรีชาสรรพกิจโกศล วิมลสุจริตจริยานุวัตร พุทธาทิรัตนสรณารักษ์ อุดมศักดิ์บพิตร"[1]

พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหารประทับที่วังถนนพระอาทิตย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักพระราชทานบนที่ดินมรดกของพระองค์ ต่อมาเมื่อทรงเจริญพระชันษาครบ 5 รอบใน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์สำหรับทรงสร้างตำหนักหลังใหม่ ชื่อ "วังมะลิวัลย์" ส่วนเจ้าจอมมารดากลิ่นยังคงพำนักอยู่ที่ตำหนักเดิม

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ประทับที่วังมะลิวัลย์จนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2468 พระชันษาได้ 70 ปี ใกล้เคียงกับที่เจ้าจอมมารดากลิ่นถึงแก่อนิจกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2468 และได้ประดิษฐานพระโกศพระศพ และโกศศพไว้เคียงกันที่ท้องพระโรงของวังมะลิวัลย์

พระโอรสและพระธิดา[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงเป็นต้นราชสกุลกฤดากร มีหม่อม 3 ท่าน ได้แก่

  1. หม่อมสุภาพ (สกุลเดิม: สังขทัย)
  2. หม่อมแช่ม
  3. หม่อมเจิม

โดยมีพระโอรสธิดารวมทั้งหมด 20 พระองค์ เป็นชาย 14 พระองค์ และหญิง 6 พระองค์

พระรูป พระนาม หม่อมมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์/สิ้นชีพิตักษัย คู่สมรส
Emblem of the House of Chakri.svg 1. หม่อมเจ้าชาย (ไม่ปรากฏพระนาม) 31 พฤษภาคม 2417 1 กันยายน 2417
Emblem of the House of Chakri.svg 2. หม่อมเจ้าอรุณศักดิ พ.ศ. 2417 ไม่ทราบปี
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร.jpg 3. หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร
(พ.ศ. 2455: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร)
ที่ 1 ในหม่อมสุภาพ 2 กรกฎาคม 2418 5 ตุลาคม 2471 หม่อมปรุง
หม่อมเชื่อม (อภัยวงศ์)
General HH Prince Boworadet.jpg 4. หม่อมเจ้าบวรเดช
(พ.ศ. 2472: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช)
ที่ 2 ในหม่อมสุภาพ 26 มีนาคม 2420 16 พฤศจิกายน 2496 หม่อมทิพวัน (เจ้าทิพวัน ณ เชียงใหม่)
หม่อมศรีนวล (เจ้าศรีนวล ณ เชียงใหม่)
หม่อมเจ้าผจงรจิตร์ กฤดากร
Emblem of the House of Chakri.svg 5. หม่อมเจ้าเสรษฐศิริ ที่ 3 ในหม่อมสุภาพ 26 มีนาคม 2423 2 พฤศจิกายน 2500 หม่อมสนิท (สังขทัย)
หม่อมผอบ
หม่อมเจ้าสุรีย์ประภา (รพีพัฒน์)
หม่อมพ้อง (คชเสนี)
Emblem of the House of Chakri.svg 6. หม่อมเจ้าหญิง (ไม่ปรากฏพระนาม) ไม่ทราบปี ไม่ทราบปี
หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร.jpg 7. หม่อมเจ้าสิทธิพร ที่ 4 ในหม่อมสุภาพ 10 กันยายน 2426 22 มิถุนายน 2514 หม่อมทิพ
หม่อมศรีพรหมา (เจ้าศรีพรหมา ณ น่าน)
หม่อมเจ้าอมรทัต กฤดากร.jpg 8. หม่อมเจ้าอมรทัต ที่ 5 ในหม่อมสุภาพ 29 เมษายน 2429 30 กรกฎาคม 2495 หม่อมพร้อยสุพิณ (บุนนาค)
หม่อมอู๊ด
หม่อมเจ้าขจรจรัสฤทธิ์ กฤดากร.jpg 9. หม่อมเจ้าเขจรจรัสฤทธิ์ ที่ 6 ในหม่อมสุภาพ 29 กุมภาพันธ์ 2430 12 กรกฎาคม 2468
หม่อมเจ้าวรรณวิลัย เพ็ญพัฒน์.jpg 10. หม่อมเจ้าวรรณวิลัย ที่ 1 ในหม่อมแช่ม 1 สิงหาคม 2431 19 กุมภาพันธ์ 2477 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม
หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร.jpg 11. หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ ที่ 7 ในหม่อมสุภาพ 16 มกราคม 2432 19 กุมภาพันธ์ 2477 หม่อมเจ้าสุรีย์ประภา (รพีพัฒน์)
Emblem of the House of Chakri.svg 12. หม่อมเจ้าปุ๋ย (ชาย) ตุลาคม 2436 20 ธันวาคม 2439
หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม.JPG 13. หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม ที่ 2 ในหม่อมแช่ม 20 กันยายน 2438 20 มิถุนายน 2510 หม่อมเจ้ารัสสาทิศ (สวัสดิวัตน์)
หม่อมเจ้าเสริมสวาสดิ์.JPG 14. หม่อมเจ้าเสริมสวาสดิ์ ที่ 1 ในหม่อมเจิม 11 พฤษภาคม 2441 10 ธันวาคม 2483 หม่อมหลวงแส (สนิทวงศ์)
Emblem of the House of Chakri.svg 15. หม่อมเจ้าเพิ่มผล สิงหาคม 2441 29 ธันวาคม 2441
หม่อมเจ้าลีลาศหงษ์.JPG 16. หม่อมเจ้าลีลาศหงษ์ ที่ 3 ในหม่อมแช่ม 15 เมษายน 2442 2 กุมภาพันธ์ 2463 หม่อมเจ้าปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล
Emblem of the House of Chakri.svg 17. หม่อมเจ้าเล็ก (หญิง) ไม่ทราบปี ไม่ทราบปี
หม่อมเจ้าผจงรจิตร์ กฤดากร.jpg 18. หม่อมเจ้าผจงรจิตร์ ที่ 2 ในหม่อมเจิม 30 เมษายน 2446 22 พฤศจิกายน 2524 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
หม่อมเจ้าชิดชนก กฤดากร.jpg 19. หม่อมเจ้าชิดชนก ที่ 4 ในหม่อมแช่ม 23 ตุลาคม 2447 10 มีนาคม 2541 หม่อมเจ้าฤดีวรวรรณ (วรวรรณ)
หม่อมหลวงต่อ (ชุมสาย)
หม่อมเจ้าดิลกฤทธิ์.JPG 20. หม่อมเจ้าดิลกฤทธิ์ ที่ 3 ในหม่อมเจิม 18 กันยายน 2451 18 มิถุนายน 2500 หม่อมราชวงศ์จันทรรัตน์ (เทวกุล)
ตราประจำราชสกุลกฤดากร
พระโอรส ๔ พระองค์ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร, พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช, หม่อมเจ้าเสรษศิริ กฤดากร และหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เฉลิมพระยศเจ้านาย เล่ม 2 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กรุงเทพฯ, 2538), หน้า 43.
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชการที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเข็มเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๑, ตอน ๒๗, ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๔๖๕
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๙, ตอน ๕, ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๕, หน้า ๓๕