หม่อมเจ้าเสรฐศิริ กฤดากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พลโท หม่อมเจ้า
เสรฐศิริ กฤดากร
ป.ม., ท.จ.ว., ม.ร., ว.ป.ร.2, ป.ป.ร.3
สมาชิกวุฒิสภา
ดำรงตำแหน่ง
18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 – 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494
องคมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
18 เมษายน พ.ศ. 2458 – 2 กันยายน พ.ศ. 2470
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 มีนาคม พ.ศ. 2424
เสียชีวิต 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (76 ปี)
บิดา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์
มารดา หม่อมสุภาพ กฤดากร ณ อยุธยา
บุตร 8 คน
รับใช้กองทัพบกสยาม
ชั้นยศRTA OF-8 (Lieutenant General).svg พลโท

พลโท หม่อมเจ้าเสรฐศิริ กฤดากร (26 มีนาคม พ.ศ. 2424 - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500) อดีตสมาชิกวุฒิสภา องคมนตรี กรรมการองคมนตรี และเจ้ากรมพลาธิการทหารบก เป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ กับหม่อมสุภาพ กฤดากร ณ อยุธยา และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระประวัติ[แก้]

พลโท หม่อมเจ้าเสรฐศิริ กฤดากร ประสูติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2423 (ปัจจุบันคือ พ.ศ. 2424) เมื่อทรงพระเยาว์ได้รับการศึกษาจากครูพิเศษซึ่งพระบิดาได้ทรงเลือกมาสอนแก่พระโอรส พระธิดา ในวัง เพราะในสมัยนั้นโรงเรียนยังไม่ดีพอ โดยครูภาษาอังกฤษท่านหนึ่ง นามว่า Mr. Morant ซึ่งภายหลังได้เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2433 เมื่อพระชันษาได้ 10 ปี ได้เสด็จไปเรียนในทวีปยุโรปพร้อมกับพระยาสุริยานุวัติ (เกิด บุนนาค) ผู้ซึ่งออกไปเป็นราชทูตในกรุงปารีส เริ่มแรกเมื่อไปถึงได้ไปพำนักอยู่กับพระยามหาโยธา (นกแก้ว คชเสนี) ผู้เป็นราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เนื่องจากมีศักดิ์เป็นคุณตาน้อย จนถึงปี พ.ศ. 2434 พระยามหาโยธา ย้ายมาเป็นราชทูตที่กรุงลอนดอน หม่อมเจ้าเสรฐศิริ จึงทรงย้ายมายังอังกฤษด้วย ในปี พ.ศ. 2435 จึงได้เข้าเรียนกินนอนชั้นต้นที่ซาลฟอนท์ เซนท์โจน Charlefont St. Giles จนถึงปี พ.ศ. 2438 จึงได้เข้าโรงเรียนแฮร์โรว์ Harrow อยู่ในโรงเรียนนี้ 3 ปี[1]

หลังจากนั้นได้ศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อกลับประเทศไทยจึงได้รับราชการเป็นผู้ช่วยนายช่างภาคสร้างบบทางรถไฟสายกรุงเทพ-เพชรบุรีลล แล้วย้ายไปรับราชการทหาร มีหน้าที่ซ่อมแซมดูแลอาวุธของกองทัพบก เมื่อมีการตั้งกรมช่างแสงทหารบก เพื่อให้ประเทศไทยได้ผลิตอาวุธปืนและกระสุน พลโทหม่อมเจ้าเสรฐศิริ จึงได้เป็นอธิบกรมแสงสรรพาวุธคนแรก รั้งเจ้ากรมช่างแสง และเป็นผู้ทำลูกปืนลูกแรกให้กับกองทัพไทย[2]

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี[3]

หม่อมเจ้าเสรฐศิริ รับราชการจนมียศ "พลโท" ในตำแหน่งเจ้ากรมพลาธิการทหารบก จนกระทั่งลาออกจากราชการเมื่อมีการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[4]

ในตอนต้นรัชกาลที่ 9 หม่อมเจ้าเสรฐศิริ มีตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในช่วงเวลาสั้นๆ วุฒิสภา ชุดที่ 2 (สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2489[5]) ก่อนจะสิ้นชีพิตักษัยเมื่อ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500

หม่อมเจ้าเสรษฐสิริ มีโอรสและธิดา ดังนี้

  1. หม่อมราชวงศ์เทียมพันธ์ กฤดากร
  2. หม่อมราชวงศ์ทันพงศ์ กฤดากร
  3. หม่อมราชวงศ์ทรงพัฒน์ กฤดากร
  4. หม่อมราชวงศ์ทัดเผ่า กฤดากร
  5. หม่อมราชวงศ์เถาพงศ์ กฤดากร
  6. หม่อมราชวงศ์หญิงวงศ์สิริ กฤดากร
  7. หม่อมราชวงศ์หญิงประภาสิริ กฤดากร
  8. หม่อมราชวงศ์อ๊อด กฤดากร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ ม.จ.เศรฐศิริ กฤดากร ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2501.
  2. สมประสงค์ ทรัพย์พาลี. ๑๐๑ จุลจักรี ๑๐๑ ปี จุลจอมเกล้า. กรุงเทพ : [ม.ป.พ.], พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2555. 154 หน้า. ISBN 9786169092605
  3. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 32 หน้า 114 เรื่อง รายพระนามและรายนามผู้ซึ่งได้รับพระราชทานตราตั้งเป็นองคมนตรี วันที่ 18 เมษายน 2458http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2458/D/114.PDF
  4. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2475/D/1343.PDF
  5. https://www.senate.go.th/assets/portals/1/files/list_senate2.pdf
  6. ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 15 พฤศจิกายน 2457 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2457/D/1855.PDF
  7. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2464/D/2381.PDF
  9. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 43 หน้า 3120 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2469 พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/3120.PDF