เจ้าจอมมารดากลิ่น ในรัชกาลที่ 4

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าจอมมารดากลิ่น
เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น.jpg
เกิด พ.ศ. 2377[1]
เสียชีวิต 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 (91 ปี)[1]
คู่สมรส พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บุตร พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์

เจ้าจอมมารดากลิ่น[1] หรือเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น (บางแห่งสะกดว่า ส้อนกลิ่น)[2] (สกุลเดิม คชเสนี; เกิด: พ.ศ. 2377 — ถึงแก่อสัญกรรม: 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) พระสนมเอก[1]ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเจ้าจอมมารดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ต้นราชสกุลกฤดากร

ประวัติ[แก้]

พื้นเพเดิม[แก้]

เจ้าจอมมารดากลิ่น เป็นธิดาพระยาดำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) ขุนนางเชื้อสายมอญ[1] ซึ่งบิดาเป็นบุตรของเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี)[2] ส่วนทวดของเจ้าจอมมารดากลิ่นคือ เจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) หรือ พระยาเจ่ง อดีตเจ้าเมืองเตรินที่คับข้องใจจากการกดขี่ของพม่าและได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารกษัตริย์สยาม เป็นต้นสกุลคชเสนี[3] และมีลูกหลานรับราชการสนองพระเดชพระคุณสืบมา โดยตระกูลได้เป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์ (ปัจจุบันคืออำเภอพระประแดง)[4] เรื่อยมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[5]

พระสนม[แก้]

พระยาดำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) ถวายตัวเข้ารับราชการในมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนได้รับบรรดาศักดิ์และเป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์[4] ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ถวายตัวธิดาคือ กลิ่น หรือ ซ่อนกลิ่น เข้ารับราชการฝ่ายใน และได้เป็นเจ้าจอมมารดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ (ประสูติ: 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2398 — สิ้นพระชนม์: 10 สิงหาคม พ.ศ. 2468) ต้นราชสกุล “กฤดากร ณ อยุธยา”[2]

แม้ว่าเจ้าจอมมารดากลิ่นจะเป็นพระสนมเอก[1] และไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องความสนิทเสน่หากับพระราชสวามีมากนัก แต่จากหลักฐานงานบันทึกของแอนนา ลีโอโนเวนส์ได้กล่าวว่า "เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นไม่ใคร่จะเป็นที่โปรดปรานนัก เนื่องจากทรงระแวงญาติพี่น้องที่มีเชื้อสายมอญว่าจะไม่ซื่อสัตย์ภักดีต่อแผ่นดินไทย"[6] ถึงกับเคยลงโทษเจ้าจอมมารดากลิ่น เมื่อครั้งเจ้าจอมมารดากลิ่นทูลขอให้พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ทรงแต่งตั้งพี่ชายของเจ้าจอมมารดากลิ่นเป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์แทนเจ้าเมืองคนก่อนที่เสียชีวิต ทั้งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งบุคคลอื่นไปแล้วก่อนหน้า เจ้าจอมมารดากลิ่นจึงถูกระวางโทษด้วยข้อหาบ่อนทำลายพระราชอำนาจด้วยการจำขัง เมื่อแอนนา ลีโอโนเวนส์ทราบเรื่อง เธอจึงไปขอร้องสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)ช่วยกราบทูลพระราชทานอภัยโทษแก่เจ้าจอมมารดากลิ่น ซึ่งปรากฏในจดหมายพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ส่งถึงนางลีโอโนเวนส์ว่า "ป.ล. 2 ฉันขอแจ้งให้เธอทราบว่าฉันได้ให้อภัยโทษแก่ คุณกลิ่น นักเรียนของเธอ ตามคำขอร้องของสมเด็จเจ้าพระยาแล้ว"[5]

ปัจฉิมวัย[แก้]

ท่านมีความเคร่งครัดมากในอัตลักษณ์ความเป็นมอญ ซึ่งในวังกรมพระนเรศวร์วรฤทธิ์ก็ใช้ภาษามอญ กินอาหารมอญ รวมทั้งกรมพระนเรศร์วรฤทธิ์เองก็ทรงเจาะหูตามธรรมเนียมมอญ[4] กล่าวกันว่าเจ้าจอมมารดากลิ่นได้ไปถวายงานพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี และได้ถ่ายทอดการทำข้าวแช่ซึ่งเป็นอาหารมอญแก่บ่าวไพร่จนแพร่หลายในจังหวัดเพชรบุรีและในราชสำนัก[7] นอกจากนี้เจ้าจอมมารดากลิ่นยังเป็นผู้มีความเมตตา ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่า ความว่า "...เมื่อ พ.ศ. 2466 มารดาของข้าพเจ้าถึงอสัญกรรม วันหนึ่งกรมพระนเรศวรฤทธิ์เสด็จมาเยี่ยมด้วยกันกับเจ้าจอมมารดากลิ่น เมื่อนั่งอยู่ด้วยกันหน้าศพ คุณจอมมารดากลิ่นเห็นข้าพเจ้าเศร้าโศก ท่านสงสารออกปากว่า 'เสด็จต้องเป็นกำพร้า ฉันจะรับเป็นแม่แทนแม่ชุ่มจะโปรดหรือไม่' ข้าพเจ้าได้ฟังท่านแสดงความกรุณาเช่นนั้นจับใจ ก็กราบเรียนในทันทีว่า 'ดี ฉันขอเป็นลูกคุณแม่ต่อไป' แต่วันนั้นมาคุณจอมมารดากลิ่นท่านก็แสดงความเมตตาปรานีอุปการะข้าพเจ้าเหมือนเช่นเป็นบุตรของท่าน ฝ่ายข้าพเจ้าก็ปฏิบัติบูชาท่านมาเหมือนเช่นเป็นมารดา"[8]

เจ้าจอมมารดากลิ่นถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สิริอายุ 91 ปี พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2469[1]

ความสนใจ[แก้]

กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ทรงฉายพระรูปพร้อมกับ เจ้าจอมมารดากลิ่น

เจ้าจอมมารดากลิ่น ปรากฏอยู่ในงานเขียนของแอนนา ลีโอโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสยาม โดยงานเขียนของลีโอโนเวนส์ได้ให้มุมมองในตัวของเจ้าจอมมารดากลิ่นที่แตกต่างออกไปจากเจ้าจอมท่านอื่น เป็นต้นว่า มีความสนใจการเรียนภาษาอังกฤษกับแหม่มแอนนามาก นางลีโอโนเวนส์ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษของเจ้าจอมมารดากลิ่นว่า "...เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นเป็นศิษย์ที่มีความขยันหมั่นเพียรและมาเรียนเสมอมิได้ขาด ผิดกับผู้หญิงอื่น ๆ ที่เรียนบ้างหยุดบ้าง..."[6][4] กล่าวกันว่านางลีโอโนเวนส์ได้ให้หนังสือ "Uncle Tom’s Cabin" (หรือ กระท่อมน้อยของลุงทอม) สำหรับอ่านเป็นการบ้าน แต่ด้วยวิริยะอุตสาหะ เจ้าจอมมารดากลิ่นก็สามารถแปลเรื่องดังกล่าวได้อย่างแตกฉาน (ซึ่งอาจจะได้รับการแปลเป็นภาษาไทยหรือมอญก็เป็นได้)[4] นางลีโอโนเวนส์ได้กล่าวไว้ว่า "เวลาพูดถึงบุคคลในเรื่องนี้ [กระท่อมน้อยของลุงทอม] เธอจะเอ่ยราวกับว่าเป็นผู้คุ้นเคยของเธอมานานปีแล้วฉะนั้น"[4]

และอิทธิพลจากนวนิยายดังกล่าว[2] ราวปี พ.ศ. 2410[4] เจ้าจอมมารดากลิ่นก็ทำการปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระดั่งมิสซิสฮาเรียต ส่วนทาสที่ยังขอรับใช้นั้น ท่านก็ให้เงินเดือนเดือนละ 4 บาท รวมทั้งเสื้อผ้าและอาหารด้วย[6] ถือเป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยมากในขณะนั้นเพราะเกิดขึ้นก่อนการประกาศเลิกทาสหลายปี[4]

ในส่วนความศรัทธามั่นคงในพระบวรพุทธศาสนาของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นนั้น นอกจากปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังมีจิตศรัทธาสละทรัพย์ส่วนตัวสร้างพระอารามขึ้นที่ตำบลทับยาว อำเภอลาดกระบัง ซึ่งเป็นถิ่นที่มีชาวรามัญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่มากชื่อว่า วัดสุทธาโภชน์[8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อนุสาวรีย์เจ้าจอมมารดากลิ่น[แก้]

อนุสารีย์เจ้าจอมมารดากลิ่น ตั้งอยู่ภายใต้ซุ้มบุษบกหน้าโบสถ์วัดสุทธาโภชน์ เป็นรูปหินอ่อนกว้าง 36.5 เซนติเมตร สูง 64.5 เซนติเมตร ในชุดแต่งกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 "ราชสกุลวงศ์". กรมศิลปากร, สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2557. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 ส.พลายน้อย. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์. 2554, หน้า 300-301
  3. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ:มติชน. 2550, หน้า 42
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (11 มิถุนายน 2551). "มองผ่าน "กระท่อมน้อยของลุงทอม" ถึง"แหม่มแอนนา" สู่ "เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น" และการปฏิรูประบบทาสในสยาม". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2557. 
  5. 5.0 5.1 ปรามินทร์ เครือทอง (3 มีนาคม 2560). "จดหมาย “คิงมงกุฎ” ถึงแอนนา เปลี่ยนจาก TO เป็น DEAR และคดีเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2560. 
  6. 6.0 6.1 6.2 ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ : มติชน. 2550, หน้า 44
  7. "“ข้าวแช่” อาหารมอญ-ของติดสินบนเทวดาเพื่อขอพรให้ได้ลูก ก่อนมาเป็นอาหารชาววัง". ศิลปวัฒนธรรม. 12 เมษายน 2560. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2560. 
  8. 8.0 8.1 ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ:มติชน. 2550, หน้า 45
  9. "วันที่ ๙ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร ศก ๑๓๐". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 28: 1797. 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454. 
  10. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฝ่ายใน". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 21 (32): 570. 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447. 
  11. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัตยุบันฝ่ายใน". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 25 (40): 1179. 3 มกราคม พ.ศ. 2451.