จักรวรรดิจีน (พ.ศ. 2458–2459)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิจีน
中華帝國
จงหัวตี้กว๋อ
จักรวรรดิ

24582459
ธงชาติแบบที่ใช้ทั่วไป ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
จงหัวฉงหลี่อิ๋วจิ้นเจี้ยน
中華雄立宇宙間
Zhōnghuá xióng lì yǔzhòu jiān
(จักรวรรดิจีนยืนยงในจักรวาลอย่างกล้าหาญ)
แผนที่สาธารณรัฐจีน พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2457 โดย Rand McNally & Co.
เมืองหลวง ปักกิ่ง
รัฐบาล ราชาธิปไตย
จักรพรรดิ
 - 2458 - 2459 จักรพรรดิหงเซียน (หยวน ซื่อไข่)
ประวัติศาสตร์
 - สถาปนา 12 ธ.ค. 2458 2458
 - เริ่ม สงครามปกป้องชาติ 25 ธ.ค. 2458
 - ล่มสลาย 22 มี.ค. 2459 2459
เงินตรา หยวน, เงินเหรียญจีน
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Flag of the People's Republic of China จีน
ธงชาติของมองโกเลีย มองโกเลีย
ประวัติศาสตร์จีน
ประวัติศาสตร์จีน
ยุคโบราณ
สามราชาห้าจักรพรรดิ
ราชวงศ์เซี่ย 2100–1600 BCE
ราชวงศ์ซาง 1600–1046 BCE
ราชวงศ์โจว 1045–256 BCE
  ราชวงศ์โจวตะวันตก 1046–771 BCE
  ราชวงศ์โจวตะวันออก 771–256 BCE
   ยุคชุนชิว
   ยุคจ้านกว๋อ
ยุคจักรวรรดิ
ราชวงศ์ฉิน 221 BCE–206 BCE
ราชวงศ์ฮั่น 206 BCE–220 CE
  ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
  ราชวงศ์ซิน
  ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
ยุคสามก๊ก 220–280
  เว่ย สู่ และ หวู
ราชวงศ์จิ้น 265–420
  จิ้นตะวันตก ยุคห้าชนเผ่าสิบหกแคว้น 304–439
  จิ้นตะวันออก
ราชวงศ์เหนือ-ใต้ 420–589
ราชวงศ์สุย 581–618
ราชวงศ์ถัง 618–907
  ( ราชวงศ์อู่โจว 690–705 )
ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร
907–960
ราชวงศ์เหลียว
907–1125
ราชวงศ์ซ่ง
960–1279
  ราชวงศ์ซ่งเหนือ เซี่ยตะวันตก
  ราชวงศ์ซ่งใต้ จิน
ราชวงศ์หยวน 1271–1368
ราชวงศ์หมิง 1368–1644
ราชวงศ์ชิง 1644–1911
ยุคใหม่
สาธารณรัฐจีน 1912–1949
สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) 1949–ปัจจุบัน
สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
1949–ปัจจุบัน
จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

จักรวรรดิจีน (จีนตัวเต็ม: 中華帝國; จีนตัวย่อ: 中华帝国; พินอิน: Zhōnghuá Dìguó) ในสมัยนี้ เป็นชื่อของประเทศจีนในสมัยที่นายพลหยวน ซื่อไข่ตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิปกครองประเทศในช่วงสั้นๆ ในปลายปี พ.ศ. 2458 และล่มสลายลงในต้นปี พ.ศ. 2459 หลังจากนั้นประเทศจีนได้กลับไปสู่การปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ประเทศจีนจะถูกแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่าต่างๆ จากบรรดาขุนศึกในเวลาต่อมา

การเตรียมการสถาปนาจักรวรรดิ[แก้]

หลังจากหยวน ซื่อไข่ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง เขาจึงได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อรวบอำนาจและกำจัดผู้นำทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามให้พ้นจากตำแหน่ง เพื่อรักษาฐานอำนาจ หยวนจึงได้ให้ความร่วมมือกับชาติมหาอำนาจตะวันตกและญี่ปุ่นซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในจีนยุคนั้นด้วย ประมาณเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2458 หยวนได้แนะนำให้หยางตู้ (楊度) และบุคคลอื่นๆ ให้มีการหาเสียงสนับสนุนเพื่อการฟื้นฟูระบบกษัตริย์ขึ้นใหม่ หลังจากนั้นในวันที่ 11 ธันวาคม ปีเดียวกัน สภาแห่งชาติซึ่งอยู่ในอำนาจของหยวนก็ได้เลือกให้หยวนขึ้นดำรงตำแหน่งจักรพรรดิจีน หยวนแสร้งปฏิเสธรับตำแหน่ง แต่ยอม "ผ่อนปรน" รับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อสภามีการลงมติอีกครั้งในวันเดียวกัน[1] ในวันรุ่งขึ้น (12 ธันวาคม) หยวน ซื่อไข่ ภายใต้การสนับสนุนของหยวน เก้อติง (Yuan Keding) ผู้เป็นบุตร ก็ได้ประกาศก่อตั้งจักรวรรดิจีนขึ้นใหม่ โดยหยวน ซื่อไข่ ดำรงตำแหน่ง "มหาจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิจีน" (中華帝國大皇帝) พร้อมขนานนามรัชศกใหม่ว่า "รัชศกหงเซียน" (洪憲) อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งหยวน ซื่อไข่เป็นจักรพรรดิข้างต้นไม่ได้มีพิธีการราชาภิเษกแต่อย่างใด หลังจากนั้นไม่นาน หยวนจึงเริ่มทำการอวยยศแบบศักดินาให้แก่ญาติสนิทและมิตรสหายของตนจำนวนมาก เพื่อหวังประกันความมั่นคงและความภักดีต่อหยวนจากบุคคลเหล่านั้น

ราชสกุลอ้ายซินเจี๋ยหลอ (ราชสกุลของจักรพรรดิจีนในราชวงศ์ชิงเดิม) ซึ่งขณะนั้นพำนักอยู่ในพระราชวังต้องห้ามในฐานะราชวงศ์ต่างประเทศ (เพราะราชสกุลอ้ายซินเจี๋ยหลอมีต้นกำเนิดจากชาวแมนจู) ได้ให้การ "รับรอง" การขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิของหยวน และยังได้เสนอให้มี "การเสกสมรส" ระหว่างบุตรสาวของหยวนกับอดีตจักรพรรดิผู่อี๋อีกด้วย

ปฏิกิริยาต่อต้านและการล่มสลาย[แก้]

หยวน ซื่อไข่ ในชุดจักรพรรดิหงเซียน

ปี พ.ศ. 2459 กลายเป็น "รัชศกหงเซียน ปีที่ 1" (洪憲元年) มากกว่าจะเป็น "ปีสาธารณรัฐ ปีที่ 5" (民國五年) ซึ่งเป็นชื่อปีปฏิทินที่ใช้อยู่ในเวลานั้น[1] หยวนไม่เพียงแต่จะถูกต่อต้านจากเหล่านักปฏิวัติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดานายทหารภายใต้การบังคับบัญชาของหยวน ซึ่งเชื่อว่าการที่หยวนก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิจะทำให้เขาสามารถปกครองประเทศได้โดยเป็นอิสระจากการสนับสนุนของฝ่ายทหาร

หลังการสถาปนาจักรวรรดิ มณฑลต่างๆ ก็เริ่มก่อการกบฏขึ้น โดยเริ่มจากมณฑลยูนนาน (นำโดย ไช่ อี้ (Cai E) ซึ่งเป็นผู้ว่าการมณฑลที่หยวนแต่ตั้ง และนายพลถัง จีเหยา (Tang Jiyao)) และมณฑลเจียงซี (นำโดยผู้ว่าการ หลี่ เจียจวิน (Li Liejun - 李烈鈞)) กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลดังกล่าวได้รวมตัวกันเป็น "กองทัพปกป้องชาติ" (護國軍) และเปิดฉากสงครามปกป้องชาติเพื่อขับไล่รัฐบาลของหยวน มณฑลอื่นๆ จึงประกาศแยกตนเป็นอิสระจากรัฐบาลกลางเป็นลำดับถัดมา นายทหารฝ่ายหยวนในกองทัพเป่ยหยางไม่อาจทำการรบต่อต้านฝ่ายกองทัพปกป้องชาติอย่างเด็ดขาดและพ่ายแพ้ในสมรภูมิต่างๆ เนื่องจากทหารในกองทัพเป่ยหยางนั้นไม่ได้รับรายได้จากรัฐบาลจักรวรรดิ อีกทั้งทหารฝ่ายกองทัพปกป้องชาติยังได้รับการฝึกฝนที่ดีกว่าและมีอาวุธดีกว่าฝ่ายกองทัพเป่ยหยางด้วย จากความอ่อนแอของหยวนและการขาดความนิยมจากมหาชน ทำให้บรรดามหาอำนาจต่างชาติต่างถอนการสนับสนุนรัฐบาลของหยวน (แต่ก็ไม่ยอมเลือกข้างฝ่ายใดในสงครามครั้งนี้ด้วย) จักรวรรดิญี่ปุ่นแสดงท่าทีคุกคามครั้งแรกด้วยการขู่จะส่งทหารบุกเข้ามาในจีน เสนอแนะให้มีการขับหยวนออกจากตำแหน่ง และประกาศยอมรับคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายว่าอยู่ในฐานะ "สงครามระหว่างรัฐต่อรัฐ" ("state of war") และอนุญาตให้ประชาชนของตนให้ความช่วยเหลือฝ่ายสาธารณรัฐได้[1] จากการเผชิญหน้ากับแรงต่อต้านในทุกด้าน ทำให้หยวนต้องประกาศชะลอพิธีการสถาปนาจักรวรรดิออกไปเพื่อบรรเทาความไม่พอใจจากฝ่ายตรงข้าม จากนั้นจึงมีการตัดงบประมาณในพิธีการดังกล่าวลงในวันที่ 1 มีนาคมของปีนั้น

หยวนได้หารือร่วมกับเหลียง จืออี้ (Liang Shiyi) ในเรื่องการเลิกล้มระบอบราชาธิปไตย และได้ประกาศยุบเลิกจักรวรรดิจีนในที่สุด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม และ "รัชศกหงเซียน ปีที่ 1" ก็ถูกยกเลิกในวันถัดมาพร้อมกับการนำระบบปีปฏิทินสาธารณรัฐจีนกลับมาใช้อีกครั้ง รวมเวลาทั้งหมดแล้ว หยวน ซื่อไข่ ได้ปกครองประเทศในฐานะจักรพรรดิเพียง 83 วัน[1]

หลังจากที่หยวนเสียชีวิตในวันที่ 5 มิถุนายน รองประธานาธิบดี หลี หยวนหง (Li Yuanhong) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีลำดับต่อมา และได้มีการแต่งตั้งนายพลต้วน ฉีรุ่ย (Duan Qirui) แห่งกองทัพเป่ยหยาง ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐ พร้อมกันนี้ยังได้มีการฟื้นฟูสภาแห่งชาติและรัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้กระนั้นก็ตาม อำนาจของรัฐบาลกลางที่ปักกิ่งก็อ่อนแอลงไปมาก และการสิ้นสุดสมัยจักรวรรดิของหยวน ซื่อไข่ ได้นำไปสู่จีนยุคขุนศึกและสงครามกลางเมืองครั้งใหม่แทบจะทันที

สัญลักษณ์ประจำชาติ[แก้]

ธงชาติจักรวรรดิจีนชนิดที่ใช้ทั่วไป (แบ่งพื้น 4 สีด้วยกากบาทแดงแนวทแยง) [2]
ธงชาติจักรวรรดิจีนอีกแบบหนึ่ง (แบ่งพื้น 4 สีด้วยกากบาทแดงแนวตั้ง) [2]

แม้ว่าชื่อประเทศอย่างเป็นทางการในภาษาจีนจะเรียกว่า "จงหัวตี้กว๋อ" หรือ "จักรวรรดิจีน" และมีการประกาศชื่อปีครองราชย์ว่า "รัชศกหงเซียน" ก็ตาม แต่หยวน ซื่อไข่ยังคงใช้ชื่อประเทศในภาษาอังกฤษว่า "Republic of China" หรือ "สาธารณรัฐจีน"[1]

หยวน ซื่อไข่ ได้ตั้งสำนักงานพิธีการ (禮制館) ขึ้น และได้ประกาศเพลงชาติจักรวรรดิจีนอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2458 มีชื่อว่า "中華雄立宇宙間" (พินอิน: Zhōnghuá xióng lì yǔzhòu jiān) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า จักรวรรดิจีนยืนยงในจักรวาลอย่างกล้าหาญ ประพันธ์ทำนองโดย หวังลู่ (王露) เนื้อร้องโดย หยินฉาง (廕昌) ใช้แต่เพียงในสมัยการปกครองของหยวน ซื่อไข่เท่านั้น

ภาษาจีน คำแปล

中華雄立宇宙間,
廓八埏,
華冑來從崑崙巔,
江河浩盪山綿連,
共和五族開堯天,
億萬年。

จักรวรรดิจีนยืนยงในจักรวาลอย่างกล้าหาญ
แผ่ขยายไปแปดทิศ
ทายาทผู้เกรียงไกรจากยอดเขาคุนลุ้น
แม่น้ำไหลคดเคี้ยว ภูผาทอดยาวไกล
ห้าชนชาติเปิดศักราชแห่งจักรพรรดิเหยา
จนแสนล้านปี

คำว่า "จักรพรรดิเหยา" ที่ปรากฏในเพลงนี้เป็นชื่อจักรพรรดิในตำนานจีนโบราณ ในภาษาจีนมีสำนวนหนึ่งกล่าวว่า "ศักราซจักรพรรดิเหยาและจักรพรรดิชุน" (堯天舜日) สำนวนนี้ใช้หมายถึง ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขและความอุดมสมบูรณ์

ส่วนธงชาติจักรวรรดิจีนนั้น ได้เปลี่ยนจากธงริ้วแนวนอนห้าสีเดิมเป็นธงห้าสีที่มีความหมายถึงชนชาติฮั่นเป็นผู้ปกครองเหนือชนชาติอื่นทั้งสี่ ได้แก่ แมนจู มองโกล อุยกูร์ และชาวทิเบต ลักษณะเป็นธงกากบาทสีแดงแบ่งพื้นเป็นช่องสี่เหลี่ยมสี่ช่อง แต่ละช่องเป็นสีเหลือง สีดำ สีน้ำเงิน และสีขาว อย่างไรก็ตาม มีธงชาติอีกแบบหนึ่งซึ่งแบ่งพื้นทั้งสี่สีด้วยกากบาททแยงสีแดง ธงอย่างหลังนี้เป็นธงที่ปรากฏการใช้โดยทั่วไป

รายชื่อบุคคลที่ได้รับการอวยยศจากหยวน ซื่อไข่[แก้]

เงินเหรียญจีนมูลค่า 10 เหรียญ ระบุปีที่ออกเหรียญว่า "รัชศกหงเซียน ปีที่ 1"
อู่อี้ชินหวัง (武義親王 Wǔyì qīn wáng)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นเจ้าชายอู่อี้ชั้นที่ 1 (Prince of the First Rank Wuyi)

อีเติ่งกง (一等公 Yī děng gōng)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นดยุคชั้นที่ 1 (Dukes of the First Rank)

อีเติ่งโหว (一等侯 Yī děng hóu)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นมาร์ควิสชั้นที่ 1 (Marquesses of the First Rank)

อีเติ่งป๋อ (一等伯 Yī děng bó)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นเคานท์ชั้นที่ 1 (Counts of the First Rank)

อีเติ่งจื่อ (一等子 Yī děng zǐ)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นไวส์เคานท์ชั้นที่ 1 (Baron of the Third Rank)

อีเติ่งหนาน (一等男 Yī děng nán)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นบารอนชั้นที่ 1 (Barons of the First Rank)

ซานเติ่งหนาน (三等男 Sān děng nán)

ชั้นยศนี้แปลเทียบกับยศขุนนางยุโรปได้ว่า เป็นบารอนชั้นที่ 3 (Baron of the Third Rank)

ดูเพิ่ม[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่มเติม[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Kuo T'ing-i et al. Historical Annals of the ROC (1911–1949). Vol 1. pp 207–41.
  2. 2.0 2.1 中國的旗幟 (Flags of China) (จีน)

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]