มหาวิทยาลัยโตเกียว
| มหาวิทยาลัยโตเกียว | |
|---|---|
| 東京大学 University of Tokyo |
|
| สถาปนา | พ.ศ. 2420 |
| ประเภท | รัฐ |
| ที่ตั้ง | บุงเกียว โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น |
| เว็บไซต์ | www.u-tokyo.ac.jp |
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยโตเกียว
มหาวิทยาลัยโตเกียว (ญี่ปุ่น: 東京大学 Tōkyō Daigaku โทเกียวไดงะกุ ?) หรือย่อว่า โทได (東大 Tōdai ?)[1] เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นในลักษณะของมหาวิทยาลัยวิจัย ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว มีพื้นที่แยกออกเป็น 5 วิทยาเขต ใน ฮงโง โคมะบะ คะชิวะ ชิโระงะเนะ และ นะกะโนะ และได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีเกียรติมากที่สุดในญี่ปุ่น[2][3] และยังจัดเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
มหาวิทยาลัยโตเกียวประกอบด้วย 10 คณะซึ่งมีนักศึกษารวมทั้งสิ้นประมาณ 30,000 คน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 2,100 คนเป็นนักศึกษาไทยประมาณ 150 คน (ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงทีสุดในบรรดามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น) ปัจจุบันมีหลักสูตรครอบคลุมสาขาวิทยาการเกือบทั้งหมด แต่ที่มีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษคือ กฎหมาย รัฐศาสตร์ วรรณกรรม เศรษฐศาสตร์ แพทยศาสตร์และ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ผลิตนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงของญี่ปุ่นจำนวนมาก นับแต่อดีตจนปัจจุบันแม้ว่าสัดส่วนจะลดลงก็ตาม อัตราส่วนของรัฐมนตรีที่เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยโตเกียวยังคงสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยแต่ละช่วงคริสต์ศตวรรษจะอยู่ที่ประมาณ 2/3 1/2 1/4 1/5 และ1/6 ในช่วงคริสศตวรรษที่ 1950 60 70 80 และ 90 ตามลำดับ
มหาวิทยาลัยโตเกียวมีการเรียนการสอนที่เป็นที่ยอมรับว่า เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นสูงในหลากหลายสาขาวิชา และมีอัตราการแข่งขันในการเข้าศึกษาสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยโตเกียวมีมหาวิทยาลัยคู่แข่งอยู่หกมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเคโอซึ่งก่อตั้งก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยฮิโตะสึบาชิซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากในหมู่คนญี่ปุ่นและเปิดสอนเฉพาะวิชาด้านสังคมศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยเกียวโตซึ่งผลิตนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลเป็นจำนวนมาก หนึ่งในศิษย์เก่าเจ้าของรางวัลโนเบลของมหาวิทยาลัยโตเกียวคืออธิการบดีมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพิเรียลชื่อ ศาสตราจารย์ คิคุจิ ไดโรกุ ในด้านกีฬา ทีมเบสบอลมหาวิทยาลัยโตเกียว ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่งในระดับมหาวิทยาลัยของกรุงโตเกียว
ศูนย์ฮงโหงะเป็นศูนย์หลักของมหาวิทยาลัยซึ่งเดิมเป็นที่พำนักของตระกูล "มาเอดะ" ช่วงสมัยเอโดะผู้เป็นเจ้าเมืองเคหงะ สัญลักษณ์หนึ่งที่เป็นที่รู้จักและอยู่จนปัจจุบันของมหาวิทยาลัยคือ "อะกามง" (ประตูแดง) ส่วนตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเป็นรูปใบแปะก๊วย ซึ่งปลูกอยู่เรียงรายทั่วทั้งบริเวณของมหาวิทยาลัย
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
มหาวิทยาลัยโตเกียวก่อตั้งช่วงยุคสมัยเมจิในปี ค.ศ. 1877 ภายใต้ชื่อปัจจุบันโดยรวมโรงเรียนแพทย์ของรัฐบาลเดิมเข้ากับการเรียนการสอนแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยหลวง (帝國大學 เทโคะขุ ไดงะคึ) ในปีค.ศ. 1886 แล้วเปลี่ยนอีกเป็น "มหาวิทยาลัยจักรพรรดิโตเกียว" (東京帝國大學 โทเคียว เทโคะขุ ไดงะคึ) ในปีค.ศ. 1887 เมื่อระบบเครือมหาวิทยาลัยจักรพรรดิเริ่มก่อสร้างตัวขึ้น พอในปี ค.ศ. 1947 หลังจากญี่ปุ่นพ่ายสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยได้กลับมาใช้ชื่อดั้งเดิมอีกครั้ง และเริ่มต้นระบบมหาวิทยาลัยใหม่ในปี ค.ศ. 1949 โทได หรือ โตไดได้ยุบรวมสถาบันการศึกษาขั้นสูงแห่งแรก (ปัจจุบันคือศูนย์โคมะบะ) และสถาบันการศึกษาขั้นสูงแห่งโตเกียวเดิม เข้าเป็นศูนย์ของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งแยกการเรียนการสอนปีแรกและปีที่สองของระดับปริญญาบัณฑิตไว้ที่ศูนย์นี้ หลังจากนั้นพอนักศึกษาขึ้นชั้นปีที่สามจึงย้ายเข้าเรียนที่ศูนย์หลักฮองโหงะ
มหาวิทยาลัยโตเกียวเข้าร่วมกับกับสมาพันธ์ความร่วมมือมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งประเทศญี่ปุ่นภายใต้กฎหมายใหม่ซึ่งใช้กับมหาวิทยาลัยของรัฐทุกมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 (ออกนอกระบบ)
แม้ว่าจะสมาพันธ์จะมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นอิสระทางการเงินและการบริหาร มหาวิทยาลัยโตเกียวยังคงถูกควบคุมบางส่วนโดยกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (มนบุคะงะกุโช หรือ มงกะโช)
คณะและบัณฑิตวิทยาลัย [แก้]
คณะ [แก้]
- นิติศาสตร์
- แพทยศาสตร์
- วิศวกรรมศาสตร์
- มานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- เกษตรศาสตร์และชีวศาสตร์
- เศรษฐศาสตร์
- ศิลปศาสตร์และวิทยาการ
- ศึกษาศาสตร์
- เภสัชศาสตร์
บัณฑิตวิทยาลัย [แก้]
- นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์
- แพทยศาสตร์
- วิศวกรรมศาสตร์
- มานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- เกษตรศาสตร์และชีวศาสตร์
- เศรษฐศาสตร์
- ศิลปศาสตร์และวิทยาการ
- ศึกษาศาสตร์
- เภสัชศาสตร์
- วิทยาการคณิตศาสตร์
- วิทยาการล้ำยุค
- วิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ศึกษาสารสนเทศเชิงบูรณาการ
- นโยบายสาธารณะ
สถาบันวิจัย [แก้]
- สถาบันวิทยาการเวชศาสตร์
- สถาบันวิจัยแผ่นดินไหว
- สถาบันวัฒนธรรมตะวันออก
- สถาบันสังคมศาสตร์
- สถาบันศึกษาสารสนเทศและการสื่อสารสังคม
- สถาบันวิทยาการอุตสาหการ
- สถาบันภูมิประวัติศาสตร์
- สถาบันเวชศาสตร์โมเลกุลและเซลล์
- สถาบันวิจัยรังสีคอสมิก
- สถาบันฟิสิกส์สถานะของแข็ง
- สถาบันวิจัยมหาสมุทร
คณาจารย์ที่มีชื่อเสียง [แก้]
- บาสิล ฮอล ชามเบอร์เลียน (Basil Hall Chamberlain)
- ชินนิจิ คิตาโอกะ (Shinichi Kitaoka) ผู้แทนญี่ปุ่นในสหประชาชาติ
- ยูจิ อิวาซาวา (Yuji Iwasawa) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ
- ไดโรกุ คิคุจิ (Dairoku Kikuchi)
- เจ้าชายโคโนอิ ทาคาชิ (Prince Konoe Takashi)
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง [แก้]
นายกรัฐมนตรี [แก้]
- ชิเงรุ โยชิดะ (Shigeru Yoshida) (1946-1947,1948-1954)
- โนบุสุเกะ คิฉิ (Nobusuke Kishi) (1957-1960)
- เออิซากะ ซาโตะ (Eisaku Sato) (1964-1972)
- ทะเคะโอะ (Takeo Fukuda) (1976-1978)
- ยะสุฮิโหระ นากะโซเนะ (Yasuhiro Nakasone) (1982-1987)
- คิอิชิ มิยาซาวา (Kiichi Miyazawa) (1991-1993)
นักวิทยาศาสตร์ [แก้]
- ทะดะโตะฉิ อะกิบะ (Tadatoshi Akiba)
- คิโยฉิ อิโต (Kiyoshi Itō)
- เคนคิจิ อิวะซะหวะ (Kenkichi Iwasawa)
- ยะสุมาสะ คาเนดะ (Yasumasa Kanada)
- คุนิฮิโกะ โคไดระ (Kunihiko Kodaira)
- มิคิโอะ ซาโตะ (Mikio Sato)
- โกโหระ ชิมูระ (Goro Shimura)
- ยูทะกะ ทะนิยาหมะ (Yutaka Taniyama)
- เทจิ ทะกะหงิ (Teiji Takagi)
- โทชิยาสึ ลอเรนส์ คูนิอิ (Tosiyasu L. Kunii)
อื่น ๆ [แก้]
- โตโยโอะ อิโต สถาปนิก
- ซูซิโล แบมแบง ยุโธโยโน่ (Susilo Bambang Yudhoyono) ประธานาธิบดีคนที่หกของอินโดนีเซีย
- เลโอ เอซากิ (Leo Esaki) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล
- ยะสุนะหริ คาวะบาตะ (Yasunari Kawabata) นักเขียนรางวัลโนเบล
- มะสะโตชิ โคชิบะ (Masatoshi Koshiba) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล
- เค็นซะบุโร โอเอะ (Kenzaburo Oe) นักเขียนรางวัลโนเบล
- เจ้าหญิงมาซะโกะ (Princess Masako) เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น
- มิโนรุ ฮาราดะ นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านที่6
คนไทย [แก้]
- ศาสตราจารย์นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง (Som-Arch WongKhomtong) - อดีตศาสตราจารย์ประจำของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว และ อดีตผอ.สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล
- ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - รองผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมจราจรและขนส่งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
- นายปรีชา โชคนำทาง คณะวิศวกรรมศาสตร์
สระน้ำซันชิโหระ [แก้]
สระน้ำซันชิโหระ ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยศูนย์ฮองโหงะ ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1615 หลังจากการพังทลายของปราสาทโอซาก้า ท่านโชกุนในสมัยนั้นจึงพระราชทานสระน้ำและสวนรอบ ๆ ให้กับ"มาเอดะ โทชิทซิเหนะ" โดย"มาเอดะ ทซินะโนหริ"เป็นคนพัฒนาสวนเพิ่มเติมจนกลายเป็นสวนที่สวยงามที่สุดใน เอโดะ (ปัจจุบันคือโตเกียว) ด้วยภูมิสถาปัตย์แบบดั้งเดิมแปดแบบแบ่งเป็นแปดบริเวณ ส่วนที่มีชื่อเสียงคือสระน้ำเทียม เนินเขา และคุ้มต่างๆ แต่เดิมรู้จักกันในชื่อว่า "อิคึโตะกุ เอ็น" ซึ่งหมายถึง"สวนแห่งการเผยแผ่พระธรรม" เส้นรอบขอบของสระน้ำจะเป็นรูปหัวใจหรือ "โคะโคะโหระ" หรือ "ชิน" ดังนั้นชื่ออย่างเป็นทางการจะเรียกว่า "อิคึโตะกุ เอ็น ชินจิอิเคะ" อย่างไรก็ตามผู้คนมักเรียกว่า สระน้ำซันชิโหระ หลังจากมีการตีพิมพ์นิยายเรื่องซันชิโหระ ของ"นัทซึเหมะ โซเซกิ"
เรื่องแต่งเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยโตเกียว [แก้]
- ในการ์ตูนและหนังการ์ตูนเรื่องบ้านพักอลเวง ตัวเอกคือ เคทาโร่ อุราชิมะ เป็นนักเรียนที่พลาดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวหลายหน แต่สอบได้ในท้ายสุด
- การ์ตูนเรื่อง "นายซ่าส์ท้าเด็กแนว (Dragon Zakura)" เป็นเรื่องเกี่ยวกับทนายความยากจน ซึ่งเคยเป็นสมาชิกก้วนมอเตอร์ไซค์ ซึ่งพยายามสอนนักเรียนผลการเรียนแย่ ๆ ให้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวได้จนจบการศึกษา
- ตัวเอกในเรื่องซูเปอร์แมนของสำนักพิมพ์การ์ตูนดีซี จะเอ่ยถึงเบื้องหลังบ่อย ๆ ว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยโตเกียวตอนเป็นคลากเคนท์
- ตัวละครที่เป็นครูและนักตามสาว ชื่อ ซุกุรุ เทชิงะวะหระจากการ์ตูนและหนังการ์ตูนชื่อดัง "โอนิซึกะยอดครู" เคยเรียนที่มหาวิทยาลัยโตเกียวและชอบโม้เรื่องการศึกษาของตนเองบ่อยครั้ง
มหาวิทยาลัยโตเกียวในงานเขียน [แก้]
- มานาบุ มิยาซากิ (Manabu Miyazaki), ทบปะโมะโหนะ: นอกกฎ. เหยียดผิว. เคลือบแคลง. ชีวิตของฉันในโลกมืดที่ญี่ปุ่น (2005, สำนักพิมพ์โคตัน (Kotan Publishing), ISBN 0-9701716-2-5)
อันดับมหาวิทยาลัย [แก้]
ใน ค.ศ. 2005 มหาวิทยาลัยโตเกียวได้รับการจัดให้เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย[4] จากการจัดอันดับสถาบันในระดับอุดมศึกษา โดย มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้เจียงตง ประเทศจีน
ใน ค.ศ. 2011 มหาวิทยาลัยโตเกียวได้รับการจัดให้เป็นอันดับ 8 ของโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง[5] จากการจัดอันดับสถาบันในระดับอุดมศึกษา โดย TIMES HIGHER EDUCATION ประเทศอังกฤษ
ใน ค.ศ. 2011-2012 มหาวิทยาลัยโตเกียวได้รับการจัดให้เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย[6] จากการจัดอันดับสถาบันในระดับอุดมศึกษา โดย TIMES HIGHER EDUCATION ประเทศอังกฤษ
อ้างอิง [แก้]
- ↑ What is Todai?
- ↑ The School and the University. University of California Press. 1985. p. 156. ISBN 0-520-5423-7 Check
|isbn=value (help). - ↑ Arthritic Japan: the slow pace of economic reform. Brookings Institution Press. 2001. ISBN 0815700733page=148 Check
|isbn=value (help). - ↑ หนึ่งร้อยอันดับแรกมหาวิทยาลัยในเอเชียแปซิฟิก โดย มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้เจียงตง (ค.ศ. 2005)
- ↑ อันดับมหาวิทยาลัย 2011-2012 มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก โดย Thomson Reuters (ค.ศ. 2012)
- ↑ อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย 2011-2012 โดย Thomson Reuters (ค.ศ. 2012)
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||