มหาวิทยาลัยพะเยา
| มหาวิทยาลัยพะเยา | |
|---|---|
| UNIVERSITY OF PHAYAO | |
| คติพจน์ | Wisdom for Community Empowerment (ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน) |
| สถาปนา | 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 |
| ประเภท | สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ |
| อธิการบดี | ภก.ศ.(พิเศษ) ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี |
| นายกสภาฯ | ศ.(เกียรติคุณ) คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ |
| ที่ตั้ง | ถนนพหลโยธิน ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา |
| เว็บไซต์ | www.up.ac.th |
มหาวิทยาลัยพะเยา (อังกฤษ: University of Phayao;ชื่อย่อ: มพ-UP เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยา เดิมเป็นวิทยาเขตในสังกัดมหาวิทยาลัยนเรศวร[1] ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553[2] จึงถือได้ว่ามหาวิทยาลัยพะเยาได้แยกออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศอย่างเต็มรูปแบบ
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
ในปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดทำโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่จังหวัดพะเยาขึ้น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ให้ก่อตั้งเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวรเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2538[1] ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยให้ใช้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา"โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนพะเยาพิทยาคมเป็นอาคารเรียนชั่วคราว และเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2542[1]อย่างเป็นทางการเมื่อมหาวิทยาลัยสร้างเสร็จ
ในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550 คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา"[3] เพื่อเตรียมยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคตต่อไป หลังจากนั้นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ.... เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552[4] และในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 ขึ้น และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553[2] ตามลำดับ
มหาวิทยาลัยพะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ประมาณ 5,700 ไร่[5]
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยพะเยา แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
- กรอบพื้นหลังสีม่วง รูปร่างอ้างอิงมากจากหลักศิลาจารึกโบราณที่ค้นพบในเมืองพะเยา แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสตร์ต่างๆ ในเมืองพะเยาที่มีแต่โบราณ
- สัตตภัณฑ์ เชิงเทียน 7 ยอด สำหรับจุดบูชาพระพุทธเจ้า ก่อนเริ่มประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เปรียบเสมือนเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง 7 ชั้น ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุใจกลางจักรวาล ที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประทับของพระอินทร์ และประดิษฐานเจดีย์พระเกศ พระเขี้ยวแก้วของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เปรียบดังพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล อีกนัยหนึ่งยังหมายถึงการสำเร็จโพชฌงค์ 7 อันเป็นธรรมะสำคัญสู่การบรรลุธรรมขั้นสูงสุด รวมความแล้วเปรียบได้กับภูมิประเทศของมหาวิทยาลัยพะเยาที่เป็นดั่งดินแดนสวรรค์ แวดล้อมไปด้วยทิวเขาเป็นชั้นๆเป็นดินแดนแห่งความสุข และเป็นศูนย์รวมแห่งปัญญาความรู้
- อักษรย่อ มพ. อ้างอิงมาจากตัวอักษรฝักขามล้านนาที่จารึกลงบนแผ่นศิลาจารึกที่ค้นพบในเมืองพะเยา
อธิการบดี [แก้]
หน่วยงานวิชาการ [แก้]
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยา ประกอบไปด้วยหน่วยงานวิชาการ จำนวน 14 คณะ 3 วิทยาลัย 1 โรงเรียน 1 วิทยาเขต[6] เปิดสอนมากกว่า 74 สาขาวิชา ดังนี้
คณะ
รายวิชาที่เปิดสอน
- ปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยาเปิดการเรียนการสอนครอบคลุมทุกสาขาวิชา ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในภาคเหนือและประเทศไทยในอนาคต [[1]]
ชีวิตในมหาวิทยาลัย [แก้]
มหาวิทยาลัยพะเยา มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อบริการนิสิตภายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ดังนี้
- การเดินทางภายในมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยจัดรถบัสโดยสารพลังงาน NGV ฟรี เดินทางโดยรอบมหาวิทยาลัย รถออกระยะห่างประมาณ 5 นาทีต่อเที่ยว บริการตั้งแต่เวลา 7:00 น. - 21:00 น. ไม่มีวันหยุด โดยมีจุดรับส่งเส้นทางตั้งแต่ หน้ามหาวิทยาลัยจนถึงหอพักนิสิตในกำกับมหาวิทยาลัย(UP DROM) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
- สิ่งอำนวยความสะดวก
ร้านมินิมาร์ท โรงอาหาร พื้นที่สันทนาการ พื้นที่ให้บริการ wi-fi ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยพะเยา(อาคารเรียนรวมหลังเก่าหรือตึกPKY) ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยพะเยา(อาคารเรียนรวมหลังใหม่หรือตึกCE) ไปรษณีย์ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยพะเยา(อาคารสำนักงานอธิการบดี) ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยพะเยา สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ห้องบริการคอมพิวเตอร์
- หอพักนิสิต
เนื่องจากมหาวิทยาลัยพะเยามีนโยบายรับนิสิตพื้นที่ต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่ให้บริการและนอกพื้นที่ให้บริการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยควรมีพอพักให้นิสิตที่ไม่สะดวกในเรื่องการเดินทางมาศึกษาโดยมหาวิทยาลัยมีหอพักไว้ให้บริการนิสิตภายในมหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วย หอพักของมหาวิทยาลัยเอง และหอพักในกำกับมหาวิทยาลัย รับนิสิตได้มากกว่า 6,000 คน
- กิจกรรมนิสิต
มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมต่างๆให้นิสิตได้ร่วมระหว่างศึกษาเพื่อเสริมทักษะการอยู่ร่วมในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ชมรม ชุมนุม กิจกรรมสาขา งานกีฬาต่างๆ
การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ [แก้]
- ระบบโควตา มหาวิทยาลัยพะเยามีโครงการรับนิสิตเพื่อเข้าศึกษาต่อภายในมหาวิทยาลัยในเขตพื้นที่ให้บริการ เริ่มรับสมัครตั้งแต่เดือน สิงหาคมของทุกปี
- Admission กลาง โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการทดสอบ GAT PAT โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาเลือกคณะและสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการโดยผ่านทางการคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
- รับตรงทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยพะเยา รับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาทั่วประเทศ ประมาณเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ของทุกปี
ดูรายละเอียดการรับสมัครที่ http://www.admission.up.ac.th
ประเพณี [แก้]
- First Step Camp
เป็นกิจกกรรมแรกของการก้าวสู่มหาวิทยาลัยของนิสิตชั้นปีที่หนึ่ง โดยจะมีการกล่าวต้อนรับของผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ กิจกรรมการต้อนรับและแสดงของนิสิตรุ่นพี่
- กิจกรรมไหว้ครู
จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน ของทุกปี เพื่อให้นิสิตได้ระลึกถึงพระคุณครูอาจารย์ นอกจากนี่ยังมีกิจกกรรมการมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตเพื่อเป็นกำลังใจในการศึกษาอีกด้วย
- วันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 ถือเป็นวันมหามงคล เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยพะเยา จึงถือว่า วันที่ 17 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีกิจกรรมและการแสดงหลายอย่างในวันดังกล่าวในทุกปี
- ประเพณีเดินขึ้นมอ
กิจกรรมเดินเข้ามหาวิทยาลัยนี้เป็นกิจกรรมที่สานต่อประเพณีอันดีงาม โดยการนำชื่อของเวียงแต่โบราณมาใช้เป็นชื่อของกลุ่มนิสิตที่ดำเนินกิจกรรม เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับชุมชนในท้องถิ่นจังหวัดพะเยา นำเอาอัตลักษณ์มาประยุกต์เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ก่อเกิดประโยชน์ต่อไป ซึ่งแต่ละเวียงก็จะมีรูปแบบการจัดขบวนที่แตกต่างกันตามปรัชญาของเวียง โดยเน้นศิลปวัฒนธรรมทางล้านนา หลังจากนั้นนิสิตชั้นปี 1 ทั้ง 6 เวียง เข้าร่วมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และมีงานแสงสี เสียง ซึ่งจัดในช่วงเดือน กรกฎาคมของทุกปี
อ้างอิง [แก้]
ดูเพิ่ม [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
||||||||||||||||||||