โรงเรียนวัดราชบพิธ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนวัดราชบพิธ
ตราประจำโรงเรียนวัดราชบพิธ
วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนล่วงทุกข์เสียได้ด้วยความเพียร
3 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10200
พิกัด 13°44′38″N 100°29′43″E / 13.743939°N 100.495216°E / 13.743939; 100.495216
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Wat Rajabopit School
อักษรย่อ ร.บ. (RB)
ประเภท รัฐบาล
ก่อตั้ง 2 มีนาคม พ.ศ. 2428
ผู้ก่อตั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์
ผู้อำนวยการ นายอดิศักดิ์ วิไลลักษณ์
สี ขาว-เหลือง
เพลง เพลงมาร์ชราชบพิธ, ร.บ.ขาวเหลือง
สังกัดการศึกษา สพฐ.
ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นประดู่
เว็บไซต์

โรงเรียนวัดราชบพิธ เป็นโรงเรียนรัฐบาลสังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 3 ถ.สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีระกาสัปตศก จุลศักราช 1247 ตรงกับรัตนโกสิทร์ศก 104 หรือปีพุทธศักราช 2428 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับเป็นโรงเรียนมัธยมชายล้วน(โรงเรียนชายล้วน)ที่มีความเป็นมายาวนานแห่งหนึ่งของประเทศไทย คำว่า ราชบพิธ หมายถึง กษัตริย์ทรงสถาปนาขึ้น อันเป็นนามพระราชทานของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประวัติโรงเรียนในยุคเริ่มแรก[แก้]

โรงเรียนวัดราชบพิธได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากโรงเรียนสอนภาษาไทยในยุคต้นของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนของไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงทำความตกลงกับกรมศึกษาธิการ แต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดี จัดตั้งโรงเรียนวัดราชบพิธขึ้นเมื่อ ปีระกา สัปตศก จุลศักราช 1247 ตรงกับ รัตนโกสิทร์ศก 104 หรือปี พุทธศักราช 2428 ดังปรากฏหลักฐานรายชื่อโรงเรียนวัดราชบพิธ อยู่ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 1 หน้า 139

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์

เมื่อครั้งแรกตั้งโรงเรียนนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ได้ทรงอนุญาตใช้ชั้นบนของตึกศาลาการเปรียญ ข้างสระน้ำด้านถนนเฟื่องนครซึ่งใช้เป็น "ภัณฑาคาร" สำหรับเก็บรักษาถาวรวัตถุของสงฆ์ เป็นสถานที่เล่าเรียนโดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ในครั้งนั้นโรงเรียนวัดราชบพิธมีนักเรียนทั้งสิ้น 53 คน มีครู 2 คน (ความปรากฏในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 1 หน้า 323) มีนายกวีซึ่งต่อมาได้ลาออกไปรับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนสุทรลิขิต เป็นครูใหญ่คนแรก มีชั้นเรียนเพียงชั้นเดียว คือ ชั้นประโยคหนึ่ง โดยนักเรียนที่สอบได้ประโยคหนึ่งคนแรกของโรงเรียนคือ พระสวัสดิ์นคเรศ (มงคล อมาตยกุล) สอบไล่ได้เมื่อ พ.ศ. 2430

ต่อมาอีกประมาณ 3 ปี คือราว พ.ศ. 2431 ในสมัยที่ นายพยอม เป็นครูใหญ่ ผู้คนในละแวกใกล้ไกลนิยมส่งบุตรมาเข้าเรียนมาขึ้น ทำให้สถานที่เล่าเรียนคับแคบ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า พระอรุณนิภาคุณากร พระผู้ก่อกำเนิดโรงเรียนวัดราชบพิธ จึงได้ทรงให้ย้ายไปทำการสอนที่ชั้นล่างของตำหนักที่ประทับของพระองค์ (ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้คือที่ตั้งขออาคารภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ 1 ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้นที่อยู่ติดกับสุสานหลวง) แต่กระนั้นก็ตาม ผู้คนก็นิยมส่งบุตรมาเข้าเรียนจนสถานที่ชั้นล่างของตำหนักนั้นไม่เพียงพออีก พระองค์จึงทรงประทานศาลารายรอบบริเวณให้ใช้เป็นห้องเรียนอีก 3 หลัง ในยุคนี้โรงเรียนวัดราชบพิธมีเพียงชั้นประถม 1 - 4 เท่านั้น มีนักเรียนประมาณ 100 คน และ หลวงชำนาญอนุสาสน์ (รอด รักตะประจิตร) เป็นครูใหญ่

ในสมัยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามสืบต่อมา พระองค์ได้ทรงประทาน ศาลารายหลังที่อยู่ด้านถนนเฟื่องนคร ให้ใช้เป็นสถานที่เรียนอีก 1 หลัง ด้วยทรงเล็งเห็นความอัตคัตของสถานที่เรียน โรงเรียนจึงได้ใช้ศาลารายทั้ง 4 หลัง กับชั้นล่างของตำหนักเป็นที่เรียน อย่างไรก็ดีโรงเรียนวัดราชบพิธก็ได้เจริญโดยลำดับ จนกระทั่ง พ.ศ. 2457 สถานที่เรียนก็ไม่เพียงพอ ราชบุรุษกวย ป.ป. ครูใหญ่ในขณะนั้น ได้ทูลขอชั้นบนของตำหนัก ซึ่งมีพระสงฆ์อาศัยอยู่เป็นที่เรียน พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ก็ได้มีพระเมตตาโปรดประทานให้ตามประสงค์ ในพ.ศ. 2478 สมเด็จพระสังฆราชเจ้าก็ได้ทรงประทานทุนส่วนพระองค์สร้างตึกสัมฤทธิ์วิทยาการให้เป็นที่เล่าเรียนอีก 1 หลัง ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการยกฐานะโรงเรียนเดิมให้เป็นมัธยมตอนต้น โรงเรียนวัดราชบพิธจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ" ดังปรากฏหลักฐานดวงตราที่ประทับอยู่บนหนังสือของห้องสมุดโรงเรียนหลายสิบเล่ม โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธในเวลานั้นมีเพียงชั้นมัธยม 1 - 3 ส่วนประถม 1 - 3 ที่มีอยู่เดิมก็ย้ายไปอยู่โรงเรียนประถมวัดสุทัศน์แทน โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธได้เจริญโดยลำดับ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2467 จึงได้เริ่มเปิดชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย ในสมัยที่ขุนกิตติเวทย์เป็นครูใหญ่ ปีพ.ศ. 2469 อันเป็นปีที่โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนถึง 401 คน และในปี พ.ศ. 2474 นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธก็สามารถสอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของประเทศคือ นายสุดใจ เอี่ยมอุดม

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

ปีพ.ศ. 2478 ขุนชำนิอนุสาสน์ (เส่ง เลาหะจินดา) ครูใหญ่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการได้ไปเฝ้าพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ผู้ทรงอุปการะโรงเรียนทูลขอสถานที่เล่าเรียนเพื่อจะขยายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 7 - 8 แผนกวิทยาศาสตร์ พระองค์ก็ได้ทรงพระเมตตาประทานทุนสร้างตึกสัมฤทธิ์วิทยาการให้ พร้อมทั้งจัดตั้งอุปกรณ์การศึกษาให้เสร็จ ทั้งยังทรงฉลองตึกให้เสร็จในปี พ.ศ. 2479 อันเป็นปีรุ่งขึ้น แต่กระทรวงธรรมการในเวลานั้นกลับอนุญาตให้เปิดแผนกภาษาแทน และสั่งยุบโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดมหรรณพารามรวมกับโรงเรียนนี้เมื่อปี พ.ศ. 2480

หลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สิ้นพระชนม์เมื่อ 25 สิงหาคม 2480 แล้ว พระศาสนโศภน (ภา ภาณโก) เจ้าอาวาสยุคที่ 3 ได้เป็นผู้อุปการะสืบต่อมา ท่านได้เห็นความเจริญของการศึกษาจึงร่วมจัดหาทุนกับคณะศิษยานุศิษย์ สร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก 3 หลัง เพื่อเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 กระทรวงธรรมการได้สั่งให้ยุบโรงเรียนมัธยมวัดมหาธาตุกับโรงเรียนมัธยมกล่อมพิทยากร มารวมกับโรงเรียนวัดราชบพิธในสมัยขุนวิทยาวุฒิ (นวม ชัยรัตน์) เป็นครูใหญ่ ทำให้มีนักเรียนเพิ่มขึ้นถึง 560 คน จนสถานที่เรียนไม่เพียงพอ ต้องขอยืมใช้สถานที่ในสุสานหลวงจากพระธรรมปาโมกข์ (วาสน์ วาสโน) ผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส ใช้เป็นสถานที่เรียนชั่วคราว และได้ร่วมมือกันหารือกับพระธรรมปาโมกข์ พระจุลคณิศร และพ.อ.พระยาศรีสุรสงคราม เพื่อหาทุนสร้างโรงเรียนถวายเป็นอนุสรณ์แต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

อาคารเรียนยุคเริ่มแรกตั้งอยู่รายรอบในเขตพุทธาวาส

ในปลายปี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ขุนชำนิอนุสาสน์ได้กลับจากการเป็นผู้แทนราษฎรมารับตำแหน่งครูใหญ่อีกทั้งยัง ได้รับอนุมัติจากพระศาสนโศภน เจ้าอาวาสให้จัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก 4 หลังคือ พ.ศ. 2484 สร้างตึกชินวรศรีธรรมวิทยาคาร และพ.ศ. 2485 สร้างตึกภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์1,2 และ 3 ภายหลังจากพระศาสนโศภนได้มรณภาพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก (ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) เจ้าอาวาสพระองค์ที่สี่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนต่อมา

ครั้นต่อมาปี พ.ศ. 2487 - 2488 นายพิศาล มั่นเสมอ ครูใหญ่ เวลานั้นได้ติดต่อขอทุนกรมสามัญศึกษาจัดการซื้อหนังสือไทยและต่างประเทศ เพื่อจัดตั้งห้องสมุด แต่ท่านได้ถึงแก่กรรมเสียก่อนเมื่อ 27 ธันวาคม 2488 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2492 กระทรวงศึกษาธิการได้ดำริให้มีห้องสมุดโรงเรียนขึ้น โดยเลือกเอาโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่ตั้งห้องสมุดกลาง สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาโดยใช้ตึกภุชงค์ประทานวิยาสิทธิ์ 3 เป็นที่ตั้งเปิดทำการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2492 มีอาจารย์ รสา วงศ์ยังอยู่ เป็นบรรณารักษ์คนแรก ในสมัยที่นายโกวิท ประทัตสุนทรสาร เป็นครูใหญ่ และโรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธได้เจริญมาโดยลำดับจวบจนกระทั่งสถานที่ที่มีอยู่มีความคับแคบ ต้องมีการจัดเรียนเป็น 2 ผลัด (เช้า - บ่าย) แยกบางส่วนไปเรียนในบริเวณวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อม ๆ กับการขาดหายไปของคำว่า "มัธยม" ในนามโรงเรียนจนกลายเป็น "โรงเรียนวัดราชบพิธ" ในปัจจุบัน

โรงเรียนแห่งใหม่ (วาสนะประทานวิทยาสิทธิ์)[แก้]

นับเนื่องจากการที่อาจารย์ผล ใจสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราชบพิธคนที่ 23 ได้มองเห็น ความอัตคัตเรื่องสถานที่เรียน ทั้งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำริเรื่องที่นักเรียนของโรงเรียนวัดราชบพิธมีความยากลำบากในเรื่องสถานที่เรียนแออัด มีพระประสงค์ที่จะะขยายสถานที่เรียนให้กว้างขวางออกไป แม้ได้มีผู้ประสงค์จะทูลถวายที่ดินให้โรงเรียนหลายรายด้วยกัน แต่พระองค์ทรงเห็นว่าที่เหล่านั้นไกลจากวัดราชบพิธ และโรงเรียนเดิมมากเกินไป จนกระทั่งปี พ.ศ. 2524 โรงเรียนวัดราชบพิธได้ที่ดินแปลงหนึ่งจำนวน 9 ไร่ 1 งาน 46 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารคลังยกกระบัตร กรมพลาธิการทหารบก ตั้งอยู่บริเวณสวนเจ้าเชตุ ไม่ไกลจากวัดและโรงเรียนเดิมเหมาะที่จะสร้างขยายโรงเรียน เพราะกองทัพบกเจ้าของที่นั้นมีโครงการจะย้ายคลังพัสดุไปที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก จึงมีพระลิขิตถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2525 เพื่อทรงขอบิณฑบาตที่ดินดังกล่าวสำหรับใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างขยายโรงเรียนวัดราชบพิธ ภายหลังที่กองทัพบกได้ย้ายคลังพัสดุออกไปแล้ว แต่เรื่องได้เงียบไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2531 ในมหามงคลสมัยที่เจริญพระชนมายุ 90 พรรษา กองทัพบก โดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก รักษาราชการผู้บัญชาการทหารสูงสุด ด้วยความเห็นชอบของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้น้อมเกล้าถวายเอกสารสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุ ที่ตั้งอาคารคลังยกกระบัตร แด่สมเด็จพระสังฆราชฯ พร้อมกันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสร้างอาคารโรงเรียนวัดราชบพิธเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2531 โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นประธาน และสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ก่อสร้างขยายโรงเรียนวัดราชบพิธเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2531 ก่อนสิ้นพระชนม์ในวันที่ 27 สิงหาคม 2531

วันที่ 5 เมษายน 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียนวัดราชบพิธแห่งใหม่ ณ สวนเจ้าเชตุ โดยได้รับงบประมาณการก่อสร้างโรงเรียนจากกรมสามัญศึกษา 39,560,000 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบคอมเพล็กซ์แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมทั้งอาคารพลศึกษาและสระว่ายน้ำในวงเงิน 117 ล้านบาท การก่อสร้างได้ดำเนินไปจนกระทั่งสามารถย้ายนักเรียนเข้าไปเรียนยังสถานที่เรียนแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2533 เป็นต้นมา

วันที่ 2 มีนาคม 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดอาคารเรียน โรงเรียนวัดราชบพิธแห่งใหม่ ซึ่งเป็นวารดิถีวโรกาศวันคล้ายวันประสูติในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) สกลมหาสังฆปริณายก

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

ตราประจำโรงเรียนวัดราชบพิธ

ตราประจำโรงเรียน[แก้]

ฉัตร 5 ชั้น เป็นเครื่องประกอบอิสริยยศสมณศักดิ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า อักษร ร.บ.ล้อมด้วยวงกลม เป็นอักษรย่อของโรงเรียนวัดราชบพิธ มีความหมายเพื่อเป็นเครื่องแสดงว่าโรงเรียนวัดราชบพิธเป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของเจ้าอาวาสและของวัดราชบพิธตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน

สีประจำโรงเรียน[แก้]

เครื่องหมาย "ชส" ภายใต้ฉัตร 5 ชั้น พระสัญลักษณ์ประจำพระองค์กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์

สีขาวเหลือง ขาวหมายถึงความบริสุทธิ์เป็นเครื่องหมายทางพระพุทธศาสนา การใช้สีขาวเป็นส่วนหนึ่งของธงโรงเรียน เพราะโรงเรียนนี้ถือกำเนิดมาจากวัดและตั้งอยู่ในบริเวณวัด คืออาศัยบารมีของพระศาสนาเป็นที่ตั้ง เมื่อเห็นธงจึงทำให้รำลึกถึงประวัติดังกล่าว ส่วนสีเหลืองเป็นสีที่คนไทยรู้ดีที่สุดว่าเป็นสีของพระสงฆ์โรงเรียนนี้อยู่ในความอุปการะของยอดแห่งสงฆ์กล่าวคือสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงเอาใจใส่ดูแล และทรงทำการทุกอย่างเพื่อความเจริญของโรงเรียนนี้ นับว่าทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนนี้มากมาย สีเหลืองจึงเป็นสีสำหรับพระองค์ท่าน และทำให้ระลึกถึงพระคุณของพระองค์

คติพจน์ของโรงเรียน[แก้]

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ได้ทรงประทานคติพจน์ว่า วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนล่วงทุกข์เสียได้ด้วยความเพียร เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2477

สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) ทรงสอนนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 พ.ศ. 2472

พระประจำโรงเรียน[แก้]

พระพุทธปฏิมา วาสนัฏฐารสม์ มีความหมายว่า "พระพุทธผู้มีบุญองค์ที่ 18" เป็นปางชนะมาร เป็นพระพุทธรูปประจำโรงเรียน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)โปรดให้สร้างขึ้นจำนวน 18 องค์ ประทานให้แก่หน่วยงานและสถานที่ในพระอุปถัมภ์ พระพุทธปฏิมา วาสนัฏฐารสม์ ได้อันเชิญมา วันที่ 22 มิถุนายน 2533 ปัจจุบันประดิษฐาน ณ ห้องจริยธรรม อาคารวาสนะประทานวิทยาสิทธิ์ 1 ชั้น 4 เมื่อ พ.ศ. 2552 ได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ ห้องประชุมชมพูนุท บริเวณชั้น 2 อาคาร 2 ซึ่งเป็นห้องประชุมสร้างใหม่

พระรูปสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(วาสนมหาเถร)สมเด็จพระสังฆราช[แก้]

พระรูปเหมือนสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อัญเชิญมาประดิษฐาน ภายในพระวิหารน้อย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2533 เพื่อสักการบูชา น้อมรำลึกถึงพระคุณูปการที่ทรงมีต่อโรงเรียนวัดราชบพิธ

ต้นไม้ประจำโรงเรียน[แก้]

ต้นประดู่

ทำเนียบผู้บริหาร[1][แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 ขุนสุนทรลิขิต (กวี) พ.ศ. 2429 - 2431
2 นายพยอม พ.ศ. 2431 - 2433
3 หลวงชำนาญอนุสาสน์ (รอด รักตประจิต) พ.ศ. 2433 - 2454
4 นายอั๋น พ.ศ. 2454 - 2455
5 ขุนธนกิจพิจารณ์ (อิน อุทะเกษตริน ป.ป.) พ.ศ. 2455 - 2455
6 ราชบุรุษกวย ป.ป. พ.ศ. 2455 - 2457
7 นายชื่น(รักษาการแทนครูใหญ่) พ.ศ. 2457
8 รองอำมาตย์ตรี เจิม โลหนันท์ ป. พ.ศ. 2457 - 2458
9 หลวงชาญดรุณวิทย์ รองอำมาตย์ตรี (พริ้ง บนธาตุผลิต ป.ม.) พ.ศ. 2458 - 2464
10 รองอำมาตย์ตรี ขุนกิติเวทย์ (พัฒน์ บุญญภุมม ป.ม.) พ.ศ. 2464 - 2475
11 รองอำมาตย์โท ขุนชำนิขบวนสาสน์ (ถนอม นาควัชระ ป.ม.) พ.ศ. 2477 - 2480
12 รองอำมาตย์โท ขุนชำนิอนุสาสน์ (เส่ง เลาหจินดา ป.ม.) พ.ศ. 2477 - 2480
13 ขุนวิทยาวุฒิ (นวม ชัยรัตน์ ป.ม.) พ.ศ. 2480 - 2481
14 รองอำมาตย์โท ขุนชำนิอนุสาส์น (เส่ง เลาหจินดา ป.ม.) พ.ศ. 2481 - 2487
15 นายพิศาล มั่นเสมอ ป.ม. พ.ศ. 2487 - 2488
16 นายสกล สิงหไพศาล ป.ม. , ธ.บ พ.ศ. 2488 - 2490
17 นายโกวิท ประทัตสุนทรสาร ป.ม. พ.ศ. 2490 - 2499
18 นายเตื่อม ตุงคนาค ป.ม. พ.ศ. 2499 - 2511
19 นายเลียบ ขุนทองแก้ว ผอ. (รักษาการแทน) พ.ศ. 2511 - 2512
20 นายสิน บุญเกตุ ป.ม. , กศ.บ. พ.ศ. 2512 - 2514
21 นายสุวรรณ วิณวันต์ ป.ม. , กศ.บ. พ.ศ. 2514 - 2516
22 นายชาญชัย งามประหยัด ป.ม. , ค.บ. (รักษาการแทน) พ.ศ. 2516 - 2517
23 นายสุวิต โรจนะชีวะ ป.ม. , ธ.บ. พ.ศ. 2517 - 2519
24 นายผล ใจสว่าง พ.อ. , ค.บ. พ.ศ. 2519 - 2534
25 นายประวิทย์ พฤทธิกุล กศ.บ. พ.ศ. 2534 - 2536
26 นางศิริลักษณ์ นันทพิศาล ค.ม. พ.ศ. 2536 - 2537
27 นายศิริ สุงคาสิทธิ์ กศ.บ., ค.ม. พ.ศ. 2537 - 2540
28 นายสมพงษ์ รุจิรวรรธน์ กศ.บ., กศ.ม. พ.ศ. 2540 - 2543
29 นายสมชัย เชาว์พาณิช กศ.บ., กศ.ม. พ.ศ. 2543 - 2546
30 นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป กศ.บ.,กศ.ม. พ.ศ. 2546 - 2549
31 นายไพรัช กรบงกชมาศ กศ.บ.,ค.ม. พ.ศ. 2549 - 2552
32 นายสุรพล การบุญ ค.ม. พ.ศ. 2552 - 2555
33 นายอดิศักดิ์ วิไลลักษณ์ พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

สถานที่สำคัญใกล้เคียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

บรรณานุกรม[แก้]

  • คณะกรรมการดำเนินงานฉลองพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช,ประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม,กรุงเทพ ฯ : คณะกรรมการดำเนินงานฉลองพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา,๒๕๓๑.
  • คณะกรรมการจัดทำหนังสือที่ระลึก,๑๐๘ ปีโรงเรียนวัดราชบพิธ (ที่ระลึกครบรอบ ๑๐๘ ปี ๒ มีนาคม ๒๕๓๗),กรุงเทพ ฯ : โรงเรียนวัดราชบพิธ,๒๕๓๗.
  • โรงเรียนวัดราชบพิธ,พิธีเปิดอาคารเรียน โรงเรียนวัดราชบพิธ ๒ มีนาคม ๒๕๓๔,กรุงเทพ ฯ : โรงเรียนวัดราชบพิธ,๒๕๓๔.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′38″N 100°29′43″E / 13.743939°N 100.495216°E / 13.743939; 100.495216