คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
| ชื่ออังกฤษ | Faculty of Political Science, Thammasat university |
|---|---|
| ที่อยู่ |
ท่าพระจันทร์ 99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี |
| วันก่อตั้ง | 14 มิถุนายน พ.ศ. 2492 |
| คณบดี | รศ.ดร.ศิริพร วัชชวัลคุ |
| วารสาร | รัฐศาสตร์สาร และนิตยสารเม็ดเลือดแดง |
| สีประจำคณะ | สีดำ |
| สัญลักษณ์ | สิงห์แดง |
| เว็บไซต์ | www.polsci.tu.ac.th |
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ จัดเป็น 1 ใน 4 คณะก่อตั้งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเป็นคณะลำดับที่ 3 ของมหาวิทยาลัย
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
ในเบื้องต้นนี้อาจกล่าวได้ว่า การเรียนการสอนวิชา “รัฐศาสตร์” ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2475 เน้นการมุ่งฝึกฝนบุคลากรเพื่อเข้าสู่ระบบราชการเป็นหลัก อีกทั้งยังมีขอบเขตเนื้อหาที่จำกัด ทั้งนี้เนื่องมาจากเนื้อหาของวิชารัฐศาสตร์ค่อนข้างขัดแย้งต่อระบอบการปกครองในช่วงนั้น
การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475และเหตุการณ์สืบเนื่อง อันส่งผลให้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองในปี พ.ศ. 2477 นับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมของการจัดการเรียนการสอนวิชารัฐศาสตร์ในประเทศไทย กล่าวคือ สมัยแรกเริ่มนั้น ในระดับชั้นปริญญาตรี การเรียนการสอนวิชารัฐศาสตร์ได้แทรกปะปนอยู่กับเนื้อหาของหลักสูตรวิชา “ธรรมศาสตร์บัณฑิต” (ธ.บ.) ส่วนระดับชั้นปริญญาโทได้แยกหลักสูตรออกเป็น 3 สาขาอย่างชัดเจน ได้แก่ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ (ส่วนด้านการบัญชีนั้น ต่อมาได้มีหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชีซึ่งเทียบเท่าปริญญาโท) ในขณะที่ระดับชั้นปริญญาเอกได้แยกเป็น 4 สาขา คือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการทูต
ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2491-2492 เนื่องจากเกิดความผันผวนทางการเมืองอย่างรุนแรงจากการรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รวมทั้งการที่สภาพแวดล้อมทางการเมืองระหว่างประเทศในช่วงนั้นที่เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้ก้าวขึ้นมาเป็นอภิมหาอำนาจที่หวาดระแวงซึ่งกันและกันจนเกิดภาวะ “สงครามเย็น” ขึ้น ปัจจัยทั้งสองได้ส่งผลดังนี้
1.ระบบราชการของไทยในยุคนั้นเติบโตอย่างมาก ที่สำคัญที่สุด คือ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยกลุ่มหนึ่ง มีความเห็นว่าการเรียนการสอนในหลักสูตรธรรมศาสตร์บัณฑิตนั้นไม่สามารถผลิตบัณฑิตได้ตรงกับหน้าที่การงานของกระทรวงต่างๆได้อย่างเพียงพอ
2.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจัดการเรียนการสอนในรูปของ “ตลาดวิชา” ทำให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาออกไปมีอายุแตกต่างกันมาก อีกทั้งนักศึกษาจำนวนหนึ่งมีความตั้งใจที่จะออกไปมีบทบาททางสังคมและการเมือง แทนที่จะมุ่งรับราชการเพียงอย่างเดียว
3.การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ไม่ได้มีการฝึกฝนอบรมอย่างเพียงพอที่จะผลิตบัณฑิตออกไปประกอบวิชาชีพบางประเภท เช่น ทนายความ เป็นต้น
จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองสมัยนั้น เช่น ศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม ศาตราจารย์เดือน บุนนาค โดยมีพลเอกมังกร พรหมโยธี เป็นนายกกรรมการ ศาตราจารย์วิจิตร ลุติตานนท์ เป็นเลขาธิการ เป็นต้น ได้ลงมติตรา “ข้อบังคับเพิ่มเติมว่าด้วยการแบ่งแยกการศึกษาเป็น 4 คณะ และ กำหนดสมัยการศึกษาและการสอบไล่ พ.ศ. 2492” ขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการจัดตั้งคณะนิติศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะรัฐศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ ขึ้นพร้อมกันเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2492
ในสมัยแรกเริ่มของการก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น คณบดีคนแรก คือ ศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม และคณะกรรมการร่างหลักสูตรท่านอื่น ได้แก่ ศาสตราจารย์เสริม วินิจฉัยกุล ศาสตราจารย์ทวี แรงขำ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร หม่อมเจ้าลักษณเลิศ ชยางกูร ศาสตราจารย์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ ดร.ยวด เลิศฤทธิ์ ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบหลักสูตรของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศหลายประเทศ รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิ Fullbright ซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงนั้นด้วย หลังจากนั้นการจัดการเรียนการสอนของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย ได้แก่
ในปี พ.ศ. 2496 ได้มีการเปิดแผนกประจำ ซึ่งนักศึกษาจะอยู่กินและนอนที่มหาวิทยาลัยขึ้น โดยนักศึกษาจะได้รับการศึกษาด้านวิชาการและได้รับการอบรมด้านระเบียบวินัยเป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ. 2498 เมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับความช่วยเหลือด้านวิชาการโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา จึงได้มีการเปิดแผนกวิชารัฐประศาสนศาสตร์ในระดับชั้นปริญญาโท โดยทำการเรียนการสอนทั้งแบบภาษาอังกฤษและภาษาไทย (ซึ่งต่อมาแผนกวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ได้โอนย้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2509)
ในปี พ.ศ. 2502 คณะรัฐศาสตร์ ได้มีมติให้จัดตั้งแผนกวิชาการทูตในระดับปริญญาตรีเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่มีการเรียนการสอนในระดับชั้นปริญญาโทมาแล้วระยะหนึ่ง
ต่อมาช่วงทศวรรษที่ 2510 ได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาบริหารรัฐกิจ และแผนกวิชารัฐศาสตร์ศึกษา ในระดับปริญญาตรี เพิ่มเติม
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า เมื่อถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 2520 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รวม 4 สาขาวิชา คือ การปกครอง บริหารรัฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(หรือแผนกการทูตเดิม) และปรัชญาการเมือง(หรือแผนกรัฐศาสตร์ศึกษาเดิม) ซึ่งต่อมาได้ยุบรวมเหลือ 3 สาขาวิชา คือ การเมืองการปกครอง บริหารรัฐกิจ การระหว่างประเทศ จนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 2530 เป็นต้นมา หลังจากยุคสงครามเย็นสิ้นสุดและเกิดกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้สภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรพิเศษในระดับปริญญาโท ได้แก่
1. หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการเมืองการปกครอง สำหรับผู้บริหาร (MPE) ซึ่งจัดการเรียนการสอนที่จังหวัดลำปาง (ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 จึงได้ย้ายมาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)
2. หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารจัดการสาธารณะ สำหรับผู้บริหาร (EPA) ซึ่งจัดการเรียนการสอนที่กรุงเทพมหานคร
3. หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ (MIR) ซึ่งจัดการเรียนการสอนที่กรุงเทพมหานคร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 เนื่องในวาระที่การสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 50 ปี จึงได้มีแนวคิดและการเตรียมการที่จะยกร่างหลักสูตรในระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์อีกครั้ง และได้เปิดการเรียนการสอนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในปี พ.ศ. 2545
ในปี พ.ศ. 2552 เนื่องในวาระที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบก่อตั้ง 60 ปี คณะรัฐศาสตร์จึงได้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการเมืองการปกครอง สำหรับผู้บริหาร (MPE) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา และเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรใหม่ คือ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิตควบรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ (BMIR) เป็นครั้งแรกในไทย โดยจัดการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
[แก้] ความร่วมมือกับต่างประเทศด้านวิชาการ
ในปี พ.ศ. 2548 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยวะเซะดะของญี่ปุ่น ให้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับประเทศสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และอินเดีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดทำโครงการ Joint Program ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือทางการศึกษาระดับปริญญาเอกระหว่าง 5 ประเทศ โดยคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน พ.ศ. 2549 เพื่อหาแนวทางและเป้าหมายในการจัดทำโครงการ Joint Program ดังกล่าว
นอกจากนี้ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ทำสัญญาความร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ มหาวิทยาลัย Northern Illinois ของสหรัฐอเมริกา และ มหาวิทยาลัยวะเซะดะของญี่ปุ่น โดยในเบื้องต้น มีนักศึกษาระดับปริญญาโท 1 คน จากมหาวิทยาลัย Northern Illinois ของสหรัฐอเมริกา สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ โดยเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ (MIR) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา
[แก้] สัญลักษณ์ประจำคณะ
- สัญลักษณ์ คือ สิงห์แดง
- สีประจำคณะ คือ สีดำ
- ต้นไม้ประจำคณะ คือ ต้นจำปี
- คำขวัญ คือ สามัคคี ประเพณี เป็นพี่น้อง
[แก้] หน่วยงาน
- ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ
- โครงการ Japan-Watch
- โครงการวิชาโทเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
- ศูนย์ศึกษานโยบายต่างประเทศ
- โครงการธรรมาภิบาลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ห้องสมุด ศ.ดิเรก ชัยนาม
[แก้] หลักสูตร
| หน่วยงาน | ระดับปริญญาบัณฑิต | ระดับปริญญามหาบัณฑิต | ระดับปริญญาดุษฏีบัณฑิต |
|---|---|---|---|
| สาขาวิชาการเมืองการปกครอง |
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต |
หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) |
หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต |
| สาขาวิชาการระหว่างประเทศ |
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต |
หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) |
หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต |
| สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ |
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต |
หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ) |
หลักสูตรรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต |
[แก้] คณบดี
หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีและผู้รักษาการแทนคณบดีเป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น
[แก้] ศิษย์เก่าดีเด่น
- ศาสตราจารย์ ดิเรก ชัยนาม อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คณบดีคนแรกของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- เชาวน์ สายเชื้อ ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนแรก
- ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมือง
- พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ
- รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ เลขาธิการอาเซียน
ดูเพิ่ม รายชื่อบุคคลเด่นในประชาคมธรรมศาสตร์
[แก้] อ้างอิง
- ^ ประวัติบุคคลสำคัญเกี่ยวกับคณะนิติศาสตร์. (2550). [ออนไลน์]. (เข้าถึงเมื่อ: 16 สิงหาคม 2551).
- หลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2552
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||