มหาวิทยาลัยมหิดล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์)
มหาวิทยาลัยมหิดล
Mahidol University
Logo Mahidol.png
คติพจน์ อตฺตานํ อุปมํ กเร
(พึงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนดังปฏิบัติต่อตนเอง)
Wisdom of the Land
(ปัญญาของแผ่นดิน)
สถาปนา พ.ศ. 2486
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี ศ.คลินิก นายแพทย์ อุดม คชินทร
นายกสภาฯ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช
ที่ตั้ง

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
วิทยาเขตกาญจนบุรี
ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
วิทยาเขตนครสวรรค์
ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี
จังหวัดนครสวรรค์

วิทยาเขตอำนาจเจริญ
ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง
จังหวัดอำนาจเจริญ
เว็บไซต์ www.mahidol.ac.th

มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันที่มีที่มาจากการเป็นโรงเรียนแพทย์ ณ โรงพยาบาลศิริราช ชื่อว่า "โรงเรียนแพทยากร" ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2432 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "มหิดล" อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใช้แทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล

ในปี ค.ศ.2014 QS Asia University Ranking ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีคะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 40 ในเอเชีย ซึ่งเป็นปีที่ 5 ที่ได้อันดับ 1 ติดต่อกัน[1]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนใน 15 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งหมด 551 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใน 6 พื้นที่คือ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานครฯ (ประกอบด้วยพื้นที่บางกอกน้อย พญาไท และวิทยาลัยการจัดการ), มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจบุรี, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ

อดีตผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล

ประวัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่ ประวัติมหาวิทยาลัยมหิดล
จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

มหาวิทยาลัยมหิดล มีความเป็นมาจากโรงศิริราชพยาบาล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นบริเวณพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือที่เรียกว่า วังหลัง[2] ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 จึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนแพทย์ ณ โรงศิริราชพยาบาล และตั้งชื่อโรงเรียนแพทย์ว่า "โรงเรียนแพทยากร"[3] จัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตร 3 ปี หลังจากนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกของโรงเรียนแพทย์ จึงได้พระราชทานนามโรงเรียนแพทยากรใหม่ว่า "โรงเรียนราชแพทยาลัย" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จึงได้รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้าเป็นคณะหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2460[4] โดยใช้ชื่อว่า "คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ต่อมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล"

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้น โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรกำหนดฐานะระเบียบแบบแผนสำหรับการศึกษาในกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กระทรวงการสาธารณสุข โดยแยก คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งเป็น "มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์"[5] สังกัดกระทรวงการสาธารณสุข โดยได้จัดตั้งคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมากมาย เช่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ คณะอายุรศาสตร์เขตร้อน บัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ พญาไท และคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท ตามลำดับ ต่อมาได้มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยการโอนคืนคณะที่ซ้ำซ้อนต่างๆ ออกจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์คืนไปยังต้นสังกัดเดิม ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปเป็น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ ไปเป็น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ไปเป็น คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ โอนกลับไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อมา ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยมหิดล อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เดิม[6]

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยมหิดล[7] เป็นผลทำให้มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนภายในคณะ สถาบัน วิทยาลัยต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ตรามหาวิทยาลัย

เมื่อมีการสถาปนามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2486 ทางมหาวิทยาลัยได้ใช้ตราวงกลม 2 ชั้น ภายในเป็นรูปงูพันคบเพลิง วงนอกด้านบนเขียนว่า "อตฺตานํ อุปมํ กเร" ด้านล่างเขียนว่า "มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์" เป็นตราประจำมหาวิทยาลัยเรื่อยมา

จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานชื่อ "มหาวิทยาลัยมหิดล" เป็นชื่อมหาวิทยาลัยแทนชื่อเดิม ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงได้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์ใหม่ โดยให้นายแพทย์นันทวัน พรหมผลิน เป็นผู้ออกแบบและอาจารย์กอง สมิงชัย เป็นผู้ช่วยร่างแบบ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วจึงนำเสนอทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกพิเศษประจำสำนักพระราชวัง ในการปรับแก้ไขตรีและพระมหามงกุฏของตราให้เป็นแบบไทยและพระราชทานตราให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2512[8] ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลม 2 ชั้น โดยวงกลมชั้นในมีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน ตรงกลางเป็นตราประจำราชสกุลมหิดลสีเหลืองทอง ส่วนวงกลมชั้นนอกนั้นมีพื้นหลังสีขาวตัวอักษรสีเหลืองทองด้านบนเขียนว่า "อตฺตานํ อุปมํ กเร" ด้านล่างเขียนว่า "มหาวิทยาลัยมหิดล" คั่นด้วยดอกประจำยามสีเหลืองทอง[9]

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
อธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อำมาตย์ตรี พระอัพภันตราพาธพิศาล (กำจร พลางกูร) 12 มีนาคม พ.ศ. 2485 - 16 เมษายน พ.ศ. 2488
2. ศาสตราจารย์อุปการคุณ นายแพทย์ หลวงเฉลิมคัมภีร์เวชช์ (เฉลิม พรหมมาส) 17 เมษายน พ.ศ. 2488 - 15 กันยายน พ.ศ. 2500
3. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หลวงพิณพากย์พิทยาเภท (พิณ เมืองแมน) 16 กันยายน พ.ศ. 2500 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501
4. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สวัสดิ์ แดงสว่าง 16 สิงหาคม พ.ศ. 2501 - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2507
5. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัชวาล โอสถานนท์ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2507 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2512
มหาวิทยาลัยมหิดล
อธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
5. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัชชวาล โอสถานนท์ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2512 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
6. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ กษาน จาติกวนิช 1 ธันวาคม พ.ศ. 2514 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2522
7. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ดร.ณัฐ ภมรประวัติ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2522 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534
8. ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2538
9. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2538 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2542
10. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2542 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2550
11. ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร 9 ธันวาคม พ.ศ. 2550 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554
12. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ รัชตะ รัชตะนาวิน 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน
13. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน (รักษาการแทนอธิการบดี)

วิทยาเขตและสถานที่ตั้ง[แก้]

ป้ายมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการกำหนดชื่อตามที่ตั้ง 5 แห่ง ได้แก่[12]

  • มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานครฯ แบ่งออกได้ 3 บริเวณ ได้แก่
    • มหาวิทยาลัยมหิดล บางกอกน้อย เป็นที่ตั้งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์ เป็นวิทยาเขตที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2432
    • มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท มี 3 บริเวณย่อย[13] ได้แก่
      • บริเวณถนนพระรามที่ 6 เป็นที่ตั้งของคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา
      • บริเวณถนนราชวิถี เป็นที่ตั้งของคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะทันตแพทยศาสตร์
      • บริเวณถนนศรีอยุธยา เป็นที่ตั้งของคณะเภสัชศาสตร์
    • วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยการจัดการ
  • มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ตั้งอยู่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะกายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะวิทยาศาสตร์ (เพื่อสอนวิชาพื้นฐานในสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์แสะเทคโนโลยี) คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา วิทยาลัยราชสุดา วิทยาลัยศาสนศึกษา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก[1] โรงแรม Salaya Pavilion และหน่วยงานอื่นๆ ก่อตั้งในปี 2525
  • มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ตั้งอยู่ ณ ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
  • มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ ตั้งอยู่ ณ ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ (โครงการจัดตั้งวิทยาเขต)
  • มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ ณ ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ (โครงการจัดตั้งวิทยาเขต)

โครงสร้างการบริหารและการศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดสอนในระบบหน่วยกิต ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยทั้งสิ้น 551 สาขาวิชา[14] ครอบคลุมทั้งสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ ทั้งในหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาเอกได้มากที่สุดในประเทศ[15] ในปี พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่มีปริมาณนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด[16] และใน พ.ศ. 2549 และได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณประเภทธุรกิจบริการดีเด่นกลุ่มการศึกษานานาชาติจากนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Export Award 2006) เพื่อประกาศเกียรติคุณมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างประเทศมากที่สุด (Most recognized service) ในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล[17]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดล มีส่วนงาน และกลุ่มภารกิจในสังกัด ประกอบด้วยสำนักงานสภามหาวิทยาลัย 20 กองและส่วนงานเที่ยบเท่าในสำนักงานอธิการบดี 17 คณะ 7 สถาบัน 6 วิทยาลัย 6 ศูนย์ และ 3 วิทยาเขต นอกจากนี้ยังมีสถาบันสมทบอีก 20 แห่ง ซึ่งนักศึกษาของบางสถาบันเข้าร่วมการเรียนการสอนกับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีที่ 1 ในขณะที่บางสถาบันมีหลักสูตรเป็นเอกเทศ [18] ประกอบด้วยหน่วยงาน ดังนี้

สำนักงานสภามหาวิทยาลัยมหิดล[แก้]

สำนักงานอธิการบดี[แก้]

คณะ[แก้]

วิทยาลัย[แก้]

สถาบัน[แก้]

สถาบันสมทบ[แก้]

โรงพยาบาล[แก้]

โรงพยาบาลศิริราช
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

โรงแรม[แก้]

  • โรงแรม Salaya Pavilion เป็นโรงแรมของวิทยาลัยนานาชาติเพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกหัดของนักศึกษาในสาขา Travel Industry Management และเปิดให้บุคคลภายนอกใช้บริการ มี 150 ห้องพัก ระบบอำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบตามมาตรฐานโรงแรมชั้นนำของประเทศ มีห้องจัดสรรมนาและการประชุมอย่างสมบูรณ์แบบ[19]

วิทยาเขต[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลมีวิทยาเขตนอกพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล ทั้งสิ้น 3 วิทยาเขต โดยมี 2 วิทยาเขตอยู่ในโครงการจัดตั้ง

  • วิทยาเขตกาญจนบุรี[20] เปิดสอน
    • หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และสาขาการจัดการทั่วไป
    • หลักสูตรบัญชีบัณฑิต สาขาวิชาบัญชี
    • หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการอาหาร สาขาชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ สาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร และสาขาธรณีศาสตร์ โดยศึกษาวิชาพื้นฐานที่คณะวิทยาศาสตร์ (ศาลายา) 1 ปี และศึกษาที่วิทยาเขตกาญจนบุรี อีก 3 ปี
  • วิทยาเขตนครสวรรค์[21] (โครงการจัดตั้ง)
    • หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ศึกษาวิชาพื้นฐานที่คณะวิทยาศาสตร์ (ศาลายา) 1 ปีกับอีก 1 ภาคการศึกษา และศึกษาที่วิทยาเขตนครสวรรค์ อีก 2 ปี 1 ภาคกการศึกษา
  • วิทยาเขตอำนาจเจริญ[22] (โครงการจัดตั้ง)
    • หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ศึกษาวิชาพื้นฐานที่คณะวิทยาศาสตร์ (ศาลายา) 2 ปี และศึกษาที่วิทยาเขตอำนาจเจริญ อีก 2 ปี
    • หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล

งานวิจัย[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นงานวิจัย โดยในปัจจุบันมีกลุ่มงานวิจัยใน 5 สาขาหลักด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์และคลินิก กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการ และศิลปศาสตร์ และกลุ่มภาษาและวัฒนธรรม[23] เมื่อพิจารณาจากจำนวนผลงานทางวิชาการระดับนานาชาตินั้น พบว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีจำนวนผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติบนฐานข้อมูลของ ISI databases เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 - 2549 [24] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. 2548 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นั้น มีจำนวนผลงานวิจัยเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศ[25] และเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนมากที่สุดในประเทศ[26]

อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย[แก้]

ใน พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย"[27]โดยในภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัยและกลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ในด้านการเรียนการสอนของประเทศไทยได้คะแนน 61.11% จากคะแนนเต็ม 80% และเป็นอันดับ 1 ในด้านการวิจัยของประเทศไทยได้คะแนน 100.00% จากคะแนนเต็ม 100%[28]

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษา ผลปรากฏว่าในการการประเมินครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2553) มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการประเมินในระดับดีมากในสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล, สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ภาควิชาภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ,สาขาวิชาชีววิทยา ภาควิชาชีววิทยา, สาขาวิชาเคมี ภาคเคมี, สาขาวิชาฟิสิกส์ ภาควิชาฟิสิกส์, สาขาวิชาพรีคลินิก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ,สาขาวิชาศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์, สาขาวิชากายภาพบำบัด ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, สาขาวิชาอายุรศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และในการประเมินครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2554) มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการประเมินในระดับดีมากในสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ, สาขาวิชาฟิสิกส์ ภาควิชาฟิสิกส์, สาขาวิชาพรีคลินิก ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิชีววิทยา และเภสัชวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สาขาวิชาจุลชีววิทยาและอณูชีววิทยา สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล และสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล[29][30]

คอกโครัลลีไซมอนส์ (Quacquarelli Symonds) ได้จัดทำอันดับมหาวิทยาลัยระดับภูมิภาคเอเชีย ประจำ พ.ศ. 2556 เมื่อพิจารณาเฉพาะมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ผลปรากฏว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับในอันดับที่ 1 ในภาพรวม และอยู่ลำดับที่ 42 ในระดับภูมิภาคเอเชีย[31]

การจัดอันดับของสถาบันเอสซีอีมาโก (SCImago Institutions Ranking) ได้จัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ประจำ พ.ศ. 2556 ซึ่งจะไม่ได้จัดอันดับเฉพาะมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่จะนับสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี วิทยาลัย โรงพยาบาล โดยในภาพรวมแล้วมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศไทย และอยู่อันดับที่ 519 ของโลก[32]

เว็บโอเมทริกส์ (Webometrics) ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลของทุกมหาวิทยาลัยที่เผยแพร่ในฐานะข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง website ของสถาบัน และบนฐานข้อมูลอื่น ๆ โดยผลการจัดอันดับในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับที่ 2 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และอยู่อันดับที่ 246 ของโลก[33]

นิตยสาร เอเชียวีก (Asiaweek) ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียระหว่าง พ.ศ. 2535–2543 (ปัจจุบัน นิตยสารได้ปิดตัวลง) โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทมหาวิทยาลัยสหศาสตร์ (Multi-Disciplinary University) และประเภทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน พ.ศ. 2542 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยประเภทสหศาสตร์อันดับที่ 39 ในภูมิภาคเอเชีย[34]

นิตยสารไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ (THES) ได้จัดทำอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยแบ่งเป็นโดยภาพรวม และจัดแยกสาขาออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยี (วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ) สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ โดยในปี พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยมหิดลได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับระหว่าง 351-400 ในระดับโลก[35] และในปี พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยมหิดลได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 61 ในระดับภูมิภาคเอเชีย[36]

ชีวิตในมหาวิทยาลัย[แก้]

นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหิดล จะเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ร่วมกันเป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่า จากนั้นแยกย้ายกันไปตามคณะของตนตามพื้นที่ต่างๆ บรรยากาศในการใช้ชีวิตของนักศึกษามีความหลากหลายมากเพราะนักศึกษาแต่ละคนมาจากต่างคณะกัน เช่น แพทยศาสตร์ ดุริยางคศิลป์ วิทยาศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ แต่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในปีแรก มีกิจกรรมมากมายเช่น งานรักน้อง การเชียร์แสตนด์ งานอำลาศาลายา งานวันมหิดล เป็นต้น มีสถานที่ออกกำลังกายและลานกีฬาให้นักศึกษาได้เลือกตามความต้องการ บรรยากาศในศาลายาจะมีจุดเด่นคือ การสัญจรหลักของนักศึกษาคือจักรยานหรือรถราง รวมถึงรถรับส่งระหว่างพื้นที่ต่างๆ จากพื้นที่ศาลายาไปยังพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและเมื่อเข้าใกล้ช่วงสอบในแต่ละภาคเรียน จะพบนักศึกษาจำนวนมากที่นั่งอ่านทบทวนหนังสือตามสถานที่ต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติรอบมหาวิทยาลัย

วันสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล[แก้]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ในระหว่างเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 นั้น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์

ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตเป็นประจำทุกปี โดยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดลจะเป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัยในแต่ละปีการศึกษา โดยใช้มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตร ตั้งแต่บัณฑิตปีการศึกษา 2556 เป็นต้นไป[37]

บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยมหิดล[แก้]

ดูบทความหลักที่ รายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยมหิดล

คณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของไทยมากที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ มากที่สุดในประเทศไทย[38] โดยมีรายพระนาม และรายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัย เช่น

อ้างอิง[แก้]

  1. [http://www.topuniversities.com/node/4150/ranking-details/asian-university-rankings/2014 อันดับมหาวิทยาลัยมหิดล
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ว่าด้วยกอมิตีผู้จัดการโรงพยาบาล ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดตั้งโรงพยาบาล (ที่วังกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลัง (วังหลัง), เล่ม ๔, ตอน ๕, ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๐, หน้า ๓๔
  3. แจ้งความกระทรวงพระธรรมการ แผนกกรมพยาบาล เปิดโรงเรียนแพทยากร
  4. ประกาศกระทรวงธรรมการ เรื่อง รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พุทธศักราช ๒๔๘๖
  6. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒
  7. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๕๐
  8. ที่มาแห่งตรามหาวิทยาลัยมหิดล
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗, ตอนพิเศษ ๙๘ ง, ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓, หน้า ๘๘
  10. สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย : สีน้ำเงินแก่
  11. ต้นกันภัยมหิดล
  12. http://www.mahidol.ac.th/muthai/history_current.htm
  13. http://www.mahidol.ac.th/mueng/campuses.htm
  14. Mahidol University : Academic Courses of Study Offered
  15. จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา จำแนกตามประเภทสถาบันและระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2546, สำนักส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  16. รายงานประจำปี 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  17. PM Award ประเภทธุรกิจบริการกลุ่มการศึกษานานาชาติที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศมากที่สุด
  18. http://www.mahidol.ac.th/muthai/history_current.htm
  19. http://asiatravel.com/thailand/salaya/index.html
  20. http://www.ka.mahidol.ac.th
  21. http://www.na.mahidol.ac.th
  22. http://www.acr.mahidol.ac.th/
  23. Mahidol University : Research
  24. Svasti MRJ, Asavisanu R. Update on Thai Publications in ISI Databases (1999-2005) ScienceAsia 2006;32 (2) :101-106.
  25. Svasti MRJ, Asavisanu R., Four Decades of Excellence in Research - Revealed by International Database Searches., ใน "48 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2501-2549)" หนังสือที่ระลึก 4 รอบ แห่งการสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 21 ตุลาคม 2549 หน้า 67-70.
  26. Mahidol University : Notable facts - Has highest budget of any university in Thailand
  27. สถาบันจัดอันดับแห่งประเทศไทย ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย เรียกดูวันที่ 2013-02-21
  28. เปิด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย
  29. สกว.ประเมินครั้งที่ 2 พ.ศ. 2553
  30. สกว.ประเมินครั้งที่ 3 พ.ศ. 2554
  31. http://www.topuniversities.com/node/9096/ranking-details/asian-university-rankings/2013 QS UNIVERSITY RANKINGS: ASIA 2013 (Thammasat University)
  32. SCImago Institutions Ranking (SIR) SIR World Report 2012 :: Global Ranking เรียกดูวันที่ 2013-02-23
  33. โอเมตริกซ์ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย เว็บโอเมตริกซ์ เรียกดูวันที่ 2013-02-23
  34. Asia's Best Universities 1999 - Best Multi-Disciplinary Institutions
  35. THES: THE World University Rankings 2011-2012
  36. THE:Asia University Rankings 2013 Top 100
  37. พิธีเปิด "มหิดลสิทธาคาร" เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557
  38. จำนวนบุคลากรในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ปี 2549

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°47′36″N 100°19′21″E / 13.793406°N 100.322514°E / 13.793406; 100.322514