พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้ว่าด้วยประเทศไทย สำหรับท้องที่อื่น ดู การรับปริญญา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานปริญญาบัตรแก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2520

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 และปฏิบัติสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน[1]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรเองทุกปี ต่อมาในสมัยหลัง โปรดให้พระบรมวงศ์คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2473

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่เวชบัณฑิต (แพทยศาสตรบัณฑิต) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ตึกบัญชาการ (อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ในปัจจุบัน) ในครั้งนั้น มหาวิทยาลัยได้ส่งหนังสือเชิญหน่วยงานต่าง ๆ 11 แห่ง เช่น กรมยุทธศึกษาทหารบก กรมยุทธศึกษาทหารเรือ สภากาชาดสยาม วชิรพยาบาล มหามงกุฎราชวิทยาลัย ราชบัณฑิตยสภา และโรงเรียนกฎหมาย เป็นต้น ตลอดจนพระราชวงศ์ เสนาบดี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มาร่วมพิธีด้วย

ในงานนั้น มหาอำมาตย์เอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยบัณฑิตพิเศษแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานครุยกิตติมศักดิ์บัณฑิตชั้นโท (หรือมหาบัณฑิตในปัจจุบัน) ทางวิทยาศาสตร์แก่พระยาภะรตราชา ผู้บัญชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น และบัณฑิตชั้นเอก (หรือดุษฎีบัณฑิตในปัจจุบัน) แก่ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เอ จี เอลลิส คณบดีคณะแพทยศาสตร์ในขณะนั้น แล้วพระราชทานปริญญาบัตรแก่เวชบัณฑิตจำนวน 34 คน ในจำนวนนั้น 18 คนมาจากปีการศึกษา 2471 และ 16 คนจากปีการศึกษา 2472 เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราโชวาท และเสด็จกลับ

เสร็จพิธี สภามหาวิทยาลัยได้เสนอให้กระทรวงธรรมการกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตว่า "มหาวิทยาลัยขอพระบรมราชานุญาตสงวนธรรมเนียมนี้ไว้ คือ ถือว่าการพระราชทานปริญญาบัตรเป็นการหน้าที่นั่ง หากเสด็จไม่ได้ ก็จะเป็นการถวายปฏิญญาต่อพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ และรับพระราชทานปริญญาบัตรจากผู้แทนพระองค์" เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบแล้ว ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามนั้น ธรรมเนียมนี้จึงสืบต่อมาจนปัจจุบัน [1]

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2489

ในระหว่างเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 นั้น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกในรัชสมัย[2] และมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งสุดท้ายในรัชสมัย

ในครั้งนั้น มีพระราชประสงค์ให้ผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นให้เพียงพอแก่ประชาชน เพราะขณะนั้น มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์รับนักศึกษาแพทย์ได้เพียงปีละ 50 คน ต่อมาจึงมีการตั้งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน[3]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรแก่สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ของรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา หนังสือพิมพ์คำนวณว่า หากเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละราว 3 ชั่วโมง เท่ากับทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานใบปริญญาบัตร 470,000 ครั้ง จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงลดการเสด็จลง โดยให้พระราชทานปริญญาบัตรเฉพาะในระดับปริญญาโทขึ้นไปเท่านั้น แต่มีพระราชกระแสว่า พระองค์ "เสียเวลายื่นปริญญาบัตรให้บัณฑิตคนละ 6-7 วินาทีนั้น แต่ผู้ได้รับนั้นมีความสุขเป็นปี ๆ เปรียบกันไม่ได้เลย"[4] นอกจากนี้ ทรงเห็นว่า การพระราชทานปริญญาสำหรับผู้สำเร็จในระดับปริญญาตรีนั้นสำคัญ เพราะบางคนอาจไม่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ดังนั้น จึงตรัสว่า "จะพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตปริญญาตรีไป จนกว่าจะไม่มีแรง"[4]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองจนถึงปี พ.ศ. 2544 เป็นเวลากว่า 50 ปีที่เสด็จเอง แต่ในสมัยหลัง ด้วยประชวรพระโรค จึงมักโปรดให้พระราชวงศ์เสด็จแทน

ผู้แทนพระองค์[แก้]

ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรประจำปีของสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ในการเสด็จแทนพระองค์นั้น พิธีจะประดับธงพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. จะใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเมื่อผู้แทนพระองค์เสด็จมาถึง และพระแท่นหน้าที่ประทับจะมีพระครุฑพ่าห์ สัญลักษณ์พระมหากษัตริย์ เพื่อสื่อความหมายว่าเสมือนพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินมาด้วยพระองค์เอง

พระราชวงศ์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เสด็จแทนพระองค์ได้แก่

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทาน


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทาน
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทาน
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พระพุทธบาท
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี
    • วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม
  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา
  • มหาวิทยาลัยบูรพา
    • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชลบุรี
    • วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
  • รวมทั้งปริญญาบัตรบัณฑิตหลักสูตรต่อเนื่องจากสถาบันสมทบข้างต้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และประกาศนียบัตรหลักสูตรกระทรวงสาธารณสุข ของวิทยาลัยพยาบาลทั้ง 27 แห่ง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรทั้ง 7 แห่ง และวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก ที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

มหาวิทยาลัยเอกชน[แก้]

สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน พระราชวงศ์จะเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ตามคำกราบทูลเชิญของมหาวิทยาลัย ในการนี้ จะใช้เพลงมหาชัยบรรเลงเมื่อเสด็จมาถึง และไม่มีครุฑพ่าห์อยู่หน้าที่ประทับ เพราะไม่ใช่การเสด็จแทนพระมหากษัตริย์ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งจัดพิธีพระราชทานและประทานปริญญาบัตรดังนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทาน

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี[แก้]

พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก


พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก

สถานที่พระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

มหาวิทยาลัย สถานที่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
อาคารเฉลิมราชสุดากีฬาสถาน (เฉพาะบัณฑิตปีการศึกษา 2556)[5][6]
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยราชภัฎในเขตภาคกลาง
สถาบันการพลศึกษา ทุกแห่ง
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
สถาบันพระบรมราชชนก
อาคารใหม่ สวนอัมพร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โรงละครแห่งชาติ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
หรือ อาคารใหม่ สวนอัมพร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่และสถานการณ์ในปีนั้นๆ
มหาวิทยาลัยรามคำแหง หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยมหิดล หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
มหาวิทยาลัยศิลปากร ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาคารกีฬา 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
หอประชุมราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา[7]
มหาวิทยาลัยบูรพา หอประชุมธำรง บัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หอประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
มหาวิทยาลัยราชภัฎในเขตภาคเหนือ มีอยู่ 2 แห่ง โดยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละปี ได้แก่

หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และ
หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยนครพนม ศาลาประชาคมยงใจยุทธ ศาลากลางจังหวัดนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
มหาวิทยาลัยราชภัฎในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
มหาวิทยาลัยทักษิณ หอประชุมปาริชาต มหาวิทยาลัยทักษิณ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ห้องประชุม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
มหาวิทยาลัยราชภัฎในเขตภาคใต้ มีอยู่ 2 แห่ง โดยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละปี ได้แก่

หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และ
หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มหาวิทยาลัยพะเยา หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]