รัฐศาสตร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รัฐศาสตร์ (Political Science) เป็นการศึกษากระบวนการแบ่งปันและถ่ายโอนอำนาจในกระบวนการตัดสินใจ เมื่อเปรียบเทียบกับสาขาอื่นๆ การศึกษาด้านรัฐศาสตร์นั้นถูกจัดว่าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวและสถาบันที่เป็นสาธารณะ สาขาวิชานี้มักถูกแบ่งเป็นหลายด้าน
รัฐศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง กระบวนการทางการเมือง สถาบันทางการเมือง รวมถึงปรากฏการณ์ต่างๆทางการเมือง การศึกษารัฐศาสตร์เป็นการศึกษาในลักษณะของสหวิทยาการ โดยอาศัยองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาอี่นมาช่วยในการอธิบายหรือประกอบในการศึกษาปรากฏการณ์ทางการเมืองต่างๆที่เกิดขึ้น
สาขาวิชาที่สำคัญของรัฐศาสตร์
ในประเทศไทย การศึกษารัฐศาสตร์มักแบ่งออกเป็น สาขาวิชาหลักๆได้สามสาขา ดังนี้
- การเมืองการปกครอง
- เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาในเรื่องของหลักวิชาในการเมือง การปกครอง ความคิดทางการเมือง ระบบการเมือง ระบบการปกครอง ปรัชญาการเมือง รัฐธรรมนูญ และอื่นๆ โดยมีจุดมุ่งเน้นที่ การบูรณาการองค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์ในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระบบระหว่างประเทศ โดยจะเริ่มศึกษาจากทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พัฒนาการของระบบระหว่างประเทศ นโยบายต่างประเทศ ความมั่นคง การทูตและการต่างประเทศ และอื่นๆ
- รัฐประศาสนศาสตร์
- เป็นสาขาวิชาที่มุ่งเน้นในการบริหารกิจการต่างๆอันเป็นของรัฐ หรือการบริหารงานภาครัฐ สาขาวิชานี้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างมากในปัจจุบัน และเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมจากผู้สนใจศึกษารัฐศาสตร์ค่อนข้างมาก
เนื้อหา |
[แก้] ขอบเขตของการศึกษา
วิชารัฐศาสตร์มีขอบเขตกว้าง เป็นวิชาที่ศึกษารัฐเป็นศูนย์กลาง ศึกษาตั้งแต่ต้นกำเนิดของรัฐ พัฒนาการของรัฐ ความหมายของรัฐ การวิเคราห์ความแตกต่างของแต่ละรัฐ โครงสร้างรัฐบาล ระบบกฎหมาย ระบบการเมือง การกำหนดดำเนินนโยบาย และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น
เราสามารถแบ่งสาขาวิชาของรัฐศาสตร์อย่างคร่าวๆดังนี้
- ปรัชญาการเมือง (Political Philosophy)
- การเมืองการปกครอง (Government)
- การเมืองเปรียบเทียบ (Comparative politics)
- พลังเคลื่อนไหวทางการเมือง (Political dynamic)
- กฎหมายมหาชน (Public law)
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (international relations)
- เศรษฐศาสตร์การเมือง (political economy)
- รัฐประศาสนศาสตร์ (public administration)
[แก้] ประวัติการศึกษารัฐศาสตร์สากล
[แก้] สมัยกรีก
การศึกษารัฐศาสตร์รุ่งเรืองอย่างมาก เน้นความสำคัญของศีลธรรม พยายามทำรัฐให้เป็นอุดมคติ นับเป็นรากฐานสำคัญของรัฐศาสตร์อย่างแท้จริง ปัจจุบันเรายกย่องให้ เพลโต เป็นบิดาของปรัชญาการเมือง และ อริสโตเติลเป็นบิดาของวิชารัฐศาสตร์
[แก้] สมัยโรมัน
จะแตกต่างกับยุคกีกอย่างมาก ในยุคนี้รัฐศาสตร์จะไม่ให้ความสำคัญกับรัฐในอุดมคติมากนักแต่จะเป็นพวก ปฏิบัตินิยม มากกว่าคือ มีระเบียบวินัย เชื่อฟังผู้ปกครองและมีกฎหมาย แนวความคิดสำคัญของยุคนี้คือสิทธิส่วนบุคคล ความเท่าเทียมกัน และหลักประชาธิปไตย
[แก้] สมัยกลาง
จากการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ทำให้รัฐไม่มีความสำคัญ ศาสนาเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่ง เป็นยุคที่มีแนวความคิดเรื่องโลกเดียว การอยู่ด้วยกันอย่างสันติโดยไม่แบ่งเป็นรัฐ และกฎหมายธรรมชาติ ซึ่งได้พัฒนามาเป็นกฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบัน
[แก้] สมัยฟื้นฟู
ยุคนี้ รัฐ กลับมามีอำนาจขึ้นอีกครั้ง สันตะปาปาต้องต่อสู้กับการเกิดใหม่ของรัฐ มีการแยกรัฐออกจากศาสนาอย่างชัดเจน ยุคนี้มีการพัฒนาของรัฐอย่างชัดเจน มีสงคราม มีการล่าอาณานิคม การขยายตัวทางการค้าและอุตสาหกรรม
[แก้] สมัยใหม่
เป็นยุคที่วิชา รัฐศาสตร์มีแบบแผนของข้อมูลมากที่สุด แนวคิดการแบ่งสันอำนาจ การตรวจสอบถ่วงดุล ปรับปรุงเอาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มาใช้ในโครงร่างรัฐบาล การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดระบอบทุนนิยม และลัทธิมาร์กซิสต์ตามลำดับ
[แก้] ปัจจุบัน
ให้ความสำคัญกับเรื่อง การศึกษาเชิงพฤติกรรม มากกว่าในรูปแบบขององค์กร
[แก้] ประวัติการศึกษารัฐศาสตร์ของไทย
การศึกษาด้านรัฐศาสตร์ของไทยเริ่มต้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการพลเรือน เพื่อรับคัดเลือกนักเรียนเข้ามาฝึกหัดเป็นข้าราชการตามกระทรวงต่างๆ (สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์) ต่อมาได้มีการขยายการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพัฒนาโรงเรียนดังกล่าวเป็น โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งภายหลังได้สถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากเหตุดังกล่าวนี้ การศึกษารัฐศาสตร์จึงเริ่มต้นขึ้น โดยคณะรัฐศาสตร์แห่งแรก คือ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งที่สอง คือ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

