ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
| ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี | |
|---|---|
| Merchant Marine Training Centre | |
| คติพจน์ | วิชาการเป็นเลิศ เชิดชูคุณธรรม ผู้นำวิชาชีพ |
| สถาปนา | 12 เมษายน พ.ศ. 2515 |
| ประเภท | กอง |
| เว็บไซต์ | mmtc.ac.th |
ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี (อังกฤษ: Merchant Marine Training Centre) เป็นสถาบันผลิตนักเดินเรือสินค้า ก่อตั้งเมื่อ 12 เมษายน พ.ศ. 2515 เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
การเดินเรือต่างประเทศของประเทศไทยเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2137 มีการติดต่อกับประเทศใกล้เคียงและได้ขยายตัวไปจนถึงยุโรปทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป มีชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษ ฮอลันดา และฝรั่งเศส ได้เข้ามาตั้งบริษัทคลังสินค้าอย่างมากมาย แต่เนื่องจากชาวไทยโดยทั่วไปยังไม่ชำนาญในการเดินเรือ บรรดาเจ้าของเรือและบริษัทการเดินเรือไทยจึงจำเป็นต้องจ้างคนต่างชาติเข้ามาทำงานบนเรือในอัตราค่าจ้างที่สูงมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ส่วนลูกเรือเป็นคนจีน ญวน และญี่ปุ่น รวมทั้งชาวเปอร์เซียและชาวอาหรับอื่น ๆ ถึงแม้จะมีคนประจำเริอไทยบางส่วนที่เป็นทหารนอกประจำการทำงานอยู่ด้วย แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการพัฒนากิจการเดินเรือของบริษัทต่าง ๆ
กิจการพาณิชยนาวีของประเทศไทยในปัจจุบันได้เจริญรุดหน้าเป็นอย่างมาก และมีอัตราขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว ความต้องการของบุคลากรด้านการเดินเรือได้เพิ่มสูงขึ้น เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ประสบปัญหาการขาดแคลนคนประจำเรือ บางครั้งจำเป็นต้องจ้างชาวต่างชาติเข้ามาทำงานบนเรือในอัตราค่าจ้างที่สูงทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินตราออกไปนอกประเทศ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อแผนการเพิ่มจำนวนเรือสินค้า ตามนโยบายพัฒนาและส่งเสริมการพาณิชย์นาวีของประเทศ และด้วยเหตุดังกล่าว รัฐบาลเริ่มเห็นความสำคัญของกิจการพาณิชยนาวี จึงมอบหมายให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมพิจารณาหาทางผลิตบุคลากรด้านการเดินเรือสนับสนุนให้เพียงพอต่อความต้องการ
“ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี” เป็นหน่วยงานหนึ่งในกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ผลิตคนประจำเรือทุกระดับชั้นให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสนับสนุนกิจการพาณิชยนาวีรวมทั้งพัฒนาและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มวิทยาฐานะของคนประจำเรือทุกระดับชั้นให้ได้มาตรฐานสากลตามอนุสัญญา STCW 1978 และฉบับแก้ไข STCW 1995
ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 ในขณะนั้นใช้ชื่อเรียกว่า “โรงเรียนเดินเรือพาณิชย์” เป็นโครงการสร้างชาวเรือชั่วคราวผลิตนักเรียนเดินเรือระดับนายประจำเรือโดยตรงให้แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งแรก คือบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ใช้หลักสูตรเร่งรัดให้จบภายใน 3 ปี เปิดทำการศึกษาและฝึกอบรมโดยใช้ชั้น 5 อาคาร 4 จำนวน 2 ห้องเรียน ของกรมเจ้าท่า มีนักเรียนในรุ่นแรกจำนวน 18 คน ทำการศึกษาและฝึกอบรมภาคทฤษฎีโดยใช้อาจารย์ทั้งภายในและภายนอกกรมเจ้าท่า และใช้เรือของกรมเจ้าท่าทำการฝึกภาคปฏิบัติทางทะเล
นักเรียนเดินเรือพาณิชย์รุ่นแรกที่จบออกไป ได้สร้างผลงานและชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายรัฐบาลจึงเกิดความมั่นใจพร้อมให้การสนับสนุนต่อไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงได้เปลี่ยนหลักสูตรจาก 3 ปี เป็นหลักสูตร 5 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลนอร์เวย์ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนมาวางแนวทางให้และทำการรับนักเรียนจำนวนเพิ่มมากขึ้น ในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2521 ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ให้ก่อตั้ง “ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี“ ขึ้นเป็นการถาวร หลังจากนั้นกรมเจ้าท่าได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเพื่อมาสำรวจจัดทำแผนแม่บทโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี โดยกำหนดสถานที่ตั้งที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ขอที่ดินจากกรมธนารักษ์ได้ 17 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ป้อมตรีเพชร” (สร้างในรัฐสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) เมื่อแผนแม่บทเสร็จประกฎว่าต้องใช้เนื้อที่ทั้งหมด 25 ไร่ ใน พ.ศ. 2523 กรมเจ้าท่าจึงขออนุมัติซื้อที่ดินจากเอกชนเพิ่มขึ้นอีก 8 ไร่ เป็นเงินจำนวน 2,340,000 บาท ซึ่งได้รับอนุมัติตามที่ขอ แผนแม่บทที่กล่าวนี้ กรมเจ้าท่าได้ยึดถือในการก่อสร้างศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ในระยะเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ. 2525 กรมเจ้าท่าได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ก ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตร โดยส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 นาย มาช่วยวางแผนและปรับปรุงหลักสูตรให้ได้มามาตรฐานสูงขึ้น รวมทั้งยังให้ใช้เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อจัดซื้อเรือฝึกนักเรียน “วิสูตรสาคร” ขนาดระวางขับน้ำ 1,089 ตันกรอส ในวงเงิน 38 ล้านเดนนิชโคนเนอร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) เรือฝึกลำนี้ได้รับการออกแบบและควบคุมก่อสร้างโดยบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาจากประเทศเดนมาร์ก เริ่มต่อสร้างในปี พ.ศ. 2528 ระยะเวลาต่อสร้าง 1 ปี ซึ่งเรือฝึกนักเรียนลำนี้นับได้ว่าเป็นเรือฝึกที่มีความสมบูรณ์และทันสมัยมากลำหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน
ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ได้รับการยกระดับฐานะขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกอง ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อปี พ.ศ. 2527 ยังเปิดทำการศึกษาและฝึกอบรมอยู่ภายในบริเวณกรมเจ้าท่าเช่นเดิม แต่ในขณะเดียวกันกรมเจ้าท่าก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นการถาวร โดยได้ว่าจ้างบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาของไทยดำเนินการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างดังกล่าวใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวน 88 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารเรียนและธุรการ อาคารเอนกประสงค์ โรงฝึกงาน อาคารหอพักนักเรียน อาคารบ้านพักข้าราชการ ท่าเทียบเรือ ถนนภายในและระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น งานก่อสร้างสถานที่แห่งใหม่แล้วเสร็จเมื่อปลายปี พ.ศ. 2530 ย้ายสถานที่ศึกษาและฝึกอบรมจากกรมเจ้าท่ามาอยู่ที่สถานที่แห่งใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2531 และได้ทำพิธีเปิดเมื่อ วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2531 โดยนายมนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเชิญมาเป็นประธานในพิธี
นอกจากความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์กแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นก็ให้ความช่วยเหลือเช่นกัน โดยในปี พ.ศ. 2532 ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 นาย มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดอุปกรณ์เครื่องช่วยการศึกษาต่าง ๆ ด้วยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศดังที่กล่าวมานี้ ทำให้เป็นที่มั่นใจว่าการผลิต นักเรียนเดินเรือของศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า ต้องได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
ในปี พ.ศ. 2541 ทบวงมหาวิทยาลัย ได้มีประกาศให้ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี เป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 เป็นต้นไป[1]
ปัจจุบันศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ตั้งอยู่เลขที่ 120 ซอย 6 บางนางเกรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างและสิ่งที่อำนวยความสะดวกที่ใช้ในการเรียนการสอนอย่างครบครัน มีการเปิดการศึกษาและฝึกอบรมตั้งแต่ระดับนายประจำเรือ ถึงระดับลูกเรือสามารถตอบสนองนโยบายของทางราชการที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี
เครื่องหมายราชการ [แก้]
- สีน้ำเงินเป็นสีของพังงา , ตัวอักษรไทย-อังกฤษ และลูกศร
- สีฟ้าอ่อนเป็นสีคาดของชูชีพและสีของลูกโลก
- สีทองเป็นสีของช่อชัยพฤกษ์และสีของรุ้งแวงลูกโลก
- สีดำเป็นสีของลายเส้นช่อชัยพฤกษ์
- ไม่จำกัดสีและขนาด
หลักสูตร [แก้]
โดยได้มีหลักสูตรหลักดังนี้:
- หลักสูตรปกติ - 5 ปี สำหรับผู้จบ ม.6 สายวิทย์-คณิต
- หลักสูตรพิเศษ - 3 ปี สำหรับผู้จบ ปวส.
- หลักสูตรประกาศนียบัตรการเดินเรือพาณิชย์ - 2.5 ปี สำหรับผู้จบ ม.6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
เรือฝึก [แก้]
- เรือวิสูตรสาคร ออกแบบโดยบริษัท DWINGER MARINE CONSULT ต่อที่เมือง RINGKOBING ประเทศเดนมาร์ก ทำพิธีปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2528 ชื่อเรือ “วิสูตรสาคร” ได้ชื่อมาจากนามท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าคนแรกของไทย เรือลำนี้ได้รับการต่อสร้างภายใต้มาตรฐานของ LLOYD’S REGISTER OF SHIPPING มีอุปกรณ์ครบสมบูรณ์สำหรับฝึกนักเรียนเดินเรือตามมาตรฐานสากล กรมเจ้าท่ารับไว้ใช้ราชการเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
ทำเนียบผู้อำนวยการศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี [แก้]
- เรือเอก บัญชา บุญยพุกกนะ 12 พฤศจิกายน 2514 – 31 มีนาคม 2517
- เรือเอก ลักษณ์ คเชนทร์ชัย 30 ธันวาคม 2517 – 31 สิงหาคม 2518
- เรือเอก เชิด รุ่งอุทัย 1 กันยายน 2518 – 11 พฤศจิกายน 2520
- เรือเอก พงศ์ศักดิ์ วงศ์สมุทร 12 พฤศจิกายน 2520 – 13 กุมภาพันธ์ 2521
- นาวาตรี เสริม หัตถโกศล 14 กุมภาพันธ์ 2521 – 22 กุมภาพันธ์ 2522
- นาวาตรี จิตรพร ตันติกุล 23 กุมภาพันธ์ 2522 – 10 มิถุนายน 2524
- นาวาโท พิชัย สุนสะธรรม 11 มิถุนายน 2524 – 27 กันยายน 2527
- เรือเอก อัมพร ภูยาธร 28 กันยายน 2527 – 31 สิงหาคม 2528
- เรือตรี สัญชัย กุลปรีชา 1 กันยายน 2528 – 17 มิถุนายน 2533
- เรือตรี ประเวช รักแผน (รักษาราชการแทน) 18 มิถุนายน 2533 – 4 เมษายน 2534
- เรือตรี ประเวช รักแผน 5 เมษายน 2534 – 31 ตุลาคม 2537
- เรือเอก วินัย เชยศุภเกตุ (รักษาราชการแทน) 1 พฤศจิกายน 2537 – 19 กุมภาพันธ์ 2538
- เรือเอก วินัย เชยศุภเกตุ 20 กุมภาพันธ์ 2538 – 30 กันยายน 2542
- เรือเอก อุดมเดช ยังรอต 1 ตุลาคม 2542 – 30 กันยายน 2544
- เรือเอก ประณต ทวีสมบูรณ์ 1 ตุลาคม 2544 – 10 ตุลาคม 2544
- นาวาตรี บวร บันเทิง (รักษาการในตำแหน่ง) 11 ตุลาคม 2544 – 18 เมษายน 2545
- นาวาตรี โชคชัย พุชประดิษฐ์ (รักษาการในตำแหน่ง) 19 เมษายน 2545 - 21 เมษายน 2546
- นาวาตรี โชคชัย พุชประดิษฐ์ 22 เมษายน 2546 - 31 มีนาคม 2547
- นาวาเอก อาณัติ สมบัติทวี 8 เมษายน 2547 - 30 กันยายน 2549
- นายเพทาย สุทธานันต์ (รักษาราชการแทน) 1 ตุลาคม 2549 - 20 กุมภาพันธ์ 2550
- นาวาโท วรกิจ นิธิตานันท์ 21 กุมภาพันธ์ 2550 - 31 พฤษภาคม 2554
- นางจิราภรณ์ จันทรศิริ 1 มิถุนายน 2554 - ปัจจุบัน
อ้างอิง [แก้]
- ^ ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การรับศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ในสังกัดกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2541ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนพิเศษ 96ง วันที่ 19 ตุลาคม 2541
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||||||||||||||||||