มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
Uttaradit Rajabhat University
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.gif
คติพจน์ สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี
(ความพร้อมเพรียงแห่งหมู่คณะ นำมาซึ่งความสุข)
สถาปนา 1 สิงหาคม พ.ศ. 2479
(โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์)
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐบาล
อธิการบดี ผศ.ดร. เรืองเดช วงศ์หล้า[1]
นายกสภามหาวิทยาลัย ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว[2]
ที่ตั้ง 27 ถนนอินใจมี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
เว็บไซต์ www.uru.ac.th

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ (อังกฤษ: Uttaradit Rajabhat University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกและเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2479 ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์" ในอดีตสถาบันแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาฝึกหัดครูของภาคเหนือ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์, แพร่, น่าน, เชียงราย, ลำปาง และอุตรดิตถ์[3] ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อและฐานะมาตามลำดับจนเป็นที่รู้จักดีในชื่อ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ ก่อนจะเลื่อนฐานะเป็นสถาบันราชภัฏ จนในปี พ.ศ. 2547 จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มีรากฐานมาจากการสถาปนา "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์" ในปี พ.ศ. 2479 เปิดสอนครั้งแรกในหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) ต่อมาปี พ.ศ. 2518 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาลัยครูอุตรดิตถ์" ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518[4] เปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต[5]

ในปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ" เป็นชื่อสถาบันการศึกษาในสังกัดกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ และเมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ[6] เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์จึงมีชื่อเป็น "สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์"

ในปี พ.ศ. 2547 ได้มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ[7] และพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดยกฐานะสถาบันราชภัฏขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย โดยมีผลนับแต่วันประกาศใช้พระราชบัญญัติในราชกิจจานุเบกษา ยังผลให้สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ยกฐานะเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์" นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จากทุกวิทยาเขต ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ปัจจุบันอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์คนปัจจุบันคือ ผศ.ดร. เรืองเดช วงศ์หล้าและมีศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มีพัฒนาการมาจากรากฐานของการก่อตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ. 2479

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2479 ในที่ดินราชพัสดุ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเนื้อที่ 42 ไร่เศษ มีชื่อเรียกว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์" เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรจังหวัด (ว.) และ เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรครูประชาบาล (ป.ป.) อีกระดับหนึ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2485 ได้เป็นชื่อเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครูอุตรดิตถ์" เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2491 และ เปิดสอนหลักสูตร ประกาศนียบัตรครูมูล (ป.) เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2492 จนถึงปี พ.ศ. 2498 จึงได้เปิดสอนหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และเลิกสอนหลักสูตรอื่น ๆ ที่สอนมาแต่เดิม จนกระทั่งวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 ได้ยกฐานะเป็น "วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์" เปิดสอนถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. สูง) และได้ขยายพื้นที่วิทยาลัย เพิ่มขึ้นเป็น 190 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา

ในปีต่อมา ได้มีการขยายปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อจำนวนนักเรียนที่ต้องการเข้าเรียนในวิทยาลัยครูมากขึ้น และความต้องการครูมีมาก จนต้องเปิดสอนให้แก่บุคลลากรภายนอก (ภาคค่ำ) เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2512 และเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรครูประถม (ป.ป.) เพิ่มขึ้น ตามความต้องการของต้นสังกัดต่างๆ ในปี พ.ศ. 2513

หลังจากที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ขึ้นแล้ว วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ ได้รับการยกฐานะเป็น วิทยาลัยครู ตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2519 ทำให้วิทยาลัยครูมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาผลิตครูระดับ ป.กศ. และป.กศ.ชั้นสูง ตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู และเปลี่ยน การจัดสอนภาคนอกเวลามาเป็นการสอนฝึกหัดครูต่อเนื่องแทน

ปี พ.ศ. 2521 เริ่มเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี (ค.บ.) เลิกผลิตครูในโครงการฝึกหัดครู ภาคต่อเนื่อง โดยที่สถาบัน ได้เล็งเห็นว่า ครูและบุคลลากร ทางการศึกษา ประจำการ ในจังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ และ น่าน ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบ ของสถาบัน ยังมีวุฒิ ต่ำกว่าปริญญาตรี เป็นจำนวนมาก ประกอบกับต้นสังกัดของ ครูเหล่านี้ มีความต้องการ จะพัฒนาครูของตน ให้มี ความรู้และ สมรรถภาพสูงขึ้น สถาบันโดยความเห็นชอบ ของสภาฝึกหัดครู จึงได้จัดให้มีการอบรมครู และ บุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) ขึ้น เป็นรุ่นแรกใน ปี พ.ศ. 2522

ปี พ.ศ. 2524 ทางวิทยาลัยได้ขอจัดสรรที่ดิน ตำบลหมอนไม้ ประมาณ 400 ไร่ แต่ทางจังหวัดได้ขอจัดสรรให้หน่วยงานอื่นๆ ด้วย และส่วนหนึ่งได้จัดทำเป็นสนามกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ และได้แบ่งสรรที่ดินให้แก่วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ สถาบันได้เข้าไปปักหลักเขตและวัดพื้นที่เรียบร้อย ในปี พ.ศ. 2530 มีเนื้อที่ 92 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา ซึ่งวิทยาลัยได้พัฒนาที่ดินผืนนี้เป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางการเกษตร และเป็นศูนย์วิจัยค้นคว้าทางเกษตรและเทคโนโลยี

ปีการศึกษา 2526 ได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรวิชาเอกเทคนิคการอาชีพ ระดับ ป.กศ. ชั้นสูง 5 สาขาวิชา ซึ่งนับว่าได้เริ่มขยายฐานทางวิชาการและวิชาชีพ ออกไปอีกก้าวหนึ่ง

ปี พ.ศ. 2527 ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 มีสาระสำคัญให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันศึกษาและวิจัยทางการสอนวิชาการต่างๆ และผลิตครูถึงระดับปริญญาตรี ทำให้วิทยาลัยครูมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย จึงได้เปิดสอนวิชาการสาขาอื่นในระดับอนุปริญญาเพิ่มขึ้น ในปีการศึกษา 2528 เป็นปีแรก 4 สาขา ได้แก่ ออกแบบประยุกต์ศิลป์, พืชศาสตร์, ไฟฟ้า และนิเทศศาสตร์

ปี พ.ศ. 2529 ได้จัดการศึกษาสำหรับบุคลกรประจำการ (กศ.บป.) ขึ้นเป็นรุ่นแรก ในสาขาวิชาการศึกษาและสาขาวิชาการอื่น ทั้งระดับอนุปริญญาและระดับปริญญาตรี

ปี พ.ศ. 2530 ได้เปิดโรงเรียนสาธิตชั้นเด็กเล็กและชั้นอนุบาล ตามที่สภาฝึกหัดครูอนุมัติ และมีโครงการขยายเปิดชั้นประถมปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2531

ปี พ.ศ. 2533 วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า (NIDA) เพื่อเปิดสอนปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์ ภาคพิเศษ เป็นรุ่นแรก ตามโครงการ NIDA-UTC และ ในปี พ.ศ. 2534 วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ ได้ร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ ในการเปิดสอนภาคพิเศษ สำหรับสมาชิกหอการค้า เพื่อรับปริญญาทางบริหารธุรกิจ และยกมาตรฐานทางการค้าของจังหวัดอุตรดิตถ์ตามโครงการ EBD-UTC

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ "สถาบันราชภัฎ" แทนวิทยาลัยครู สถาบันราชภัฎอุตรดิตถ์จึงมีฐานะเป็นส่วนราชการหนึ่งของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฎ การดำเนินงานของสถาบันขึ้นอยู่กับของข่ายที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฎ พ.ศ. 2537 โดยมีสภาสถาบันราชภัฎ และสภาประจำสถาบันราชภัฎอุตรดิตถ์ดังกล่าวเป็นผู้กำหนด

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ซึ่งได้นำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป มีผลทำให้สถาบันราชภัฏทั่วประเทศได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจนถึงปัจจุบัน[8]

หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถานที่พระราชทานปริญญาบัตรบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

ปัจจุบัน พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย คือ รูปพระราชลัญจกรประจำพระองค์ รัชกาลที่ 9 มีลักษณะเป็นตรางา รูปไข่ กว้าง 5 เซนติเมตร สูง 6.7 เซนติเมตร รูปพระที่นั่งอัฏฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็น อุ หรือเลข ๙ รอบ ๆ มีรัศมี แปลความหมายว่า "มีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดิน" ด้านบนของตรามีอักษรข้อความว่า "มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์" ด้านล่างของตรามีข้อความว่า "UTTARADIT RAJABHAT UNIVERSITY"[9] ตรานี้มี 5 สี มีความหมายดังนี้
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ติดตั้งบนหน้าบันอาคารภายในมหาวิทยาลัย
  • ██ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” อันแปลว่า นักปราชญ์แห่งพระราชา
  • ██ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
  • ██ สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
  • ██ สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ██ สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • สีประจำมหาวิทยาลัย คือ เขียว - เหลือง หมายถึง มหาวิทยาลัยอุดมศึกษาของท้องถิ่นที่พร้อมด้วยความสงบ ร่มเย็น ความมีระเบียบและสมานสามัคคีเหมาะที่จะเป็นสถานศึกษาหาความรู้ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คุณธรรม
  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ "ต้นหางนกยูงฝรั่ง"

รายนามผู้บริหารและอธิการบดี[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มีผู้บริหารนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2479 ครั้งยังเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2552) นับได้ 73 ปี มีรายนามดังต่อไปนี้

ครูใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์
รายนามครูใหญ่ วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. นายชอล์ค บัวผ่อง (รักษาการ) 1 สิงหาคม พ.ศ. 2479 - 20 สิงหาคม พ.ศ. 2479 [3]
2. นายต่วน รอดเที่ยง 21 สิงหาคม พ.ศ. 2479 - พ.ศ. 2483 [3]
3. นายพล พิกุลสวัสดิ์ พ.ศ. 2483 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2484 [3]
4. นายพิศาล ชัยเพ็ชร์ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2484 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 [3]
5. นายทองอินทร์ ปัณฑรานนท์ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 - 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 [3]
อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์
รายนามอาจารย์ใหญ่ วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. นายประกอบ สุวรรณพาณิชย์ (รักษาการ) 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 - 20 เมษายน พ.ศ. 2505 [3]
2. นายบุญเลิศ ศรีหงส์ 21 เมษายน พ.ศ. 2505 - 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 [3]
ผู้อำนวยการ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์
รายนามผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. นายบุญเลิศ ศรีหงส์ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2514 (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ)
14 มิถุนายน พ.ศ. 2514 - 30 กันยายน พ.ศ. 2515 (ผู้อำนวยการ)
[3]
2. นางสาวบุญเทียม แสงศิริ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 - 2 มกราคม พ.ศ. 2516 (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ)
3 มกราคม พ.ศ. 2516 - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2519 (ผู้อำนวยการ)
[3]
อธิการ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์
รายนามอธิการ วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. นางสาวบุญเทียม แสงศิริ (รักษาการ) 2 สิงหาคม พ.ศ. 2519 - 15 ธันวาคม พ.ศ. 2519 [3]
2. นายมังกร ทองสุขดี (รักษาการ) 16 ธันวาคม พ.ศ. 2519 - 31 ตุลาคม พ.ศ. 2520 [3]
3. นายประชุม มุขดี 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 - ไม่ทราบ [3]
4. นายสมชัย มณีรัตน์ พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2530 [3]
5. นายจำนรรค์ สุทธาพันธุ์ พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2533 [3]
6. นายสนาม แก้วศรีนาก พ.ศ. 2533 (รักษาการในตำแหน่งอธิการ) [3]
อธิการบดี สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. นายมาณพ ภาษิตวิไลธรรม พ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2538 (วาระที่ 1)
พ.ศ. 2538 (รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี)
พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2542 (วาระที่ 2)
[3]
2. นายเรืองเดช วงศ์หล้า พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2546 [3]
อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. ผศ.สิทธิชัย หาญสมบัติ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2547 - 6 มกราคม พ.ศ. 2552 (วาระที่ 1)

7 มกราคม พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2555 (วาระที่ 2)

[4]
[5]
2. ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า 7 มกราคม พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน (วาระที่ 1)
[6]
[7]

การศึกษา[แก้]

คณะในมหาวิทยาลัย[แก้]

มุมมองจากอาคารภูมิราชภัฏด้านทิศเหนือ อาคารหลักของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
อาคารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
  • คณะครุศาสตร์
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • คณะวิทยาการจัดการ
  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • คณะเกษตรศาสตร์

วิทยาลัย[แก้]

  • บัณฑิตวิทยาลัย
  • วิทยาลัยนานาชาติ
  • วิทยาลัยน่าน

สถาบัน/ศูนย์และหน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ส่วนกลาง[แก้]

  • สำนักงานอธิการบดี
  • สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานคุณภาพและตรวจสอบภายใน
  • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • สถาบันวิจัยและพัฒนา
  • ศูนย์คอมพิวเตอร์
  • หอศิลป์เฉลิมพระเกียรติ
  • หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
  • โรงแรมเรือนต้นสัก
  • สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
  • คลินิกเทคโนโลยี
  • อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตหมอนไม้[แก้]

  • ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางการเกษตร

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตลำรางทุ่งกะโล่[แก้]

  • ศูนย์ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนาตะวันออกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ศูนย์อนุรักษ์กระบือไทย
  • ศูนย์วิจัยพลังงาน และสิ่งแวดล้อม

การวิจัย[แก้]

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย[แก้]

ระดับปริญญาตรี[แก้]

  • ระบบรับตรง (โควตา) มหาวิทยาลัยดำเนินการรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนทั่วประเทศไทย เฉพาะคณะครุศาสตร์และสาขาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใช้วิธีการสอบเข้ามีทั้งหมด 3 รอบ สำหรับคณะอื่นๆจะใช้วิธีการสมัครเข้าศึกษาต่อได้ในโควตารอบที่ 1 และ 2 ส่วนโควตารอบที่ 3 จะต้องสอบเข้าเหมือนคณะครุศาสตร์
  • โครงการพิเศษ รับนักศึกษาที่มีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬา นาฏศิลป์ และดนตรี

ระดับปริญญาโท[แก้]

ระดับปริญญาเอก[แก้]

พื้นที่มหาวิทยาลัย[แก้]

พื้นที่การศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์[แก้]

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนอินใจมี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ทิศเหนือติดกับถนนอินใจมี ทิศใต้ติดต่อกับสถานีสื่อสารและโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคม ทิศตะวันออกติดกับวิทยาลัยสารพัดช่างอุตรดิตถ์และแขวงการทางอุตรดิตถ์ที่1 ทิศตะวันตกติดกับถนนเลาะคลองชลประทาน รวมพื้นที่วิทยาเขตหมอนไม้ และลำรางทุ่งกะโล่ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์จะมีพื้นที่ทั้งสิ้น 2270 ไร่ 3 งาน 87 ตารางวา[10]

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ส่วนกลาง
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตหมอนไม้ (คณะเกษตรศาสตร์)
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตลำรางทุ่งกะโล่ [11]

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ส่วนกลาง[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ส่วนกลางมีพื้นที่ 190 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา สถานที่นี้นักศึกษาทุกคณะจะต้องมาทำกิจกรรมต่างๆที่วิทยาเขตส่วนกลาง ในส่วนนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดี หน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย ที่ตั้งคณะ 4 คณะ 2 วิทยาลัยของมหาวิทยาลัย คือ คณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย และวิทยาลัยนานาชาติ และอีกส่วนหนึ่งเป็นโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตหมอนไม้[แก้]

เป็นที่ตั้งของคณะเกษตรศาสตร์ ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางการเกษตร และเป็นศูนย์วิจัยค้นคว้าทางเกษตรและเทคโนโลยี มีเนื้อที่ 92 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3 บ้านหมอนไม้ ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารเรียนของคณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตลำรางทุ่งกะโล่[แก้]

การขยายวิทยาเขตนี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ระหว่างการก่อสร้างตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 ถึง2567 รวมระยะเวลา 15 ปี การจัดตั้งเป็นการแก้ไขปัญหาเนื้อที่ของมหาวิทยาลัยส่วนกลางไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนแก่นักศึกษาจึงขยายวิทยาเขตมาจัดตั้ง ณ บริเวณบึงทุ่งกะโล่ โดยมีแนวคิดว่ามหาวิทยาลัยท้องถิ่น การสร้างอาคารต้องสูงไม่เกิน 3ชั้น และมีความกลมกลืนกับศิลปะของธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชนและท้องถิ่น มีเนื้อที่2,000 ไร่ เป็นที่ตั้งของอาคารเรียนคณะวิทยาการจัดการ อาคารสาธารณสุขศาสตร์ของสาขาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ศูนย์อนุรักษ์กระบือไทยและอาคารพลังงาน

พื้นที่การศึกษาวิทยาเขตนอกจังหวัดอุตรดิตถ์[แก้]

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัย น่าน
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขต แพร่
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ศูนย์การศึกษาอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

พระพุทธอุตรมงคล 
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิทยาลัยประดิษฐานอยู่หน้าอาคารภูมิราชภัฏ
รูปเคารพพระพิฆเนศ 
ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคารเรียนคณะวิทยาการจัดการ
ศาลพ่อปู่ทองดำ และศาลแม่บังอร 
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่หน้าอาคารเรียนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 
อาคารเอนกประสงค์ทรงไทยประยุกต์ 1 ชั้น มีประตูทางเข้า-ออก 3ประตู เป็นสถานที่จัดกิจกรรม ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ กิจกรรมเฟรชชี่ไนท์ และประชุมสัมนาต่างๆ
อาคารภูมิราชภัฏ 
อาคาร 9 ชั้น อาคารเรียนสูงที่สุดในมหาวิทยาลัย เป็นอาคารเรียนรวม และเป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดี สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2540 เสร็จปีพ.ศ. 2542
อาคาร URU (ราชภัฏอุตรดิตถ์พลาซ่า) 
อาคาร 4 ชั้น สร้างเสร็จพ.ศ. 2555 เป็นที่ตั้งกองพัฒนานักศึกษา ห้องพยาบาล ไปรษณีย์ ธนาคาร โรงแรม และโรงพิมพ์ของมหาวิทยาลัย ใช้สำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ
อาคารบรรณราชนครินทร์ 
อาคาร 6 ชั้น สร้างเสร็จพ.ศ. 2541 เป็นที่ตั้งสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารที่ 2 ชั้นที่2ของอาคารมีห้องจัดแสดงพระราชกรณียกิจ พระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
อาคารกองศิลปวัฒนธรรม 
ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยเป็นอาคารไม้ทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น มีพื้นด้านล่างลอยอยู่บนน้ำ ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ห้องเกียรติภูมิ ห้องจัดแสดงอาวุธโบราณของสำนักดาบพิชัยรณยุทธ์ และวัตถุโบราณอื่นๆ ชั้น2 เป็นที่ตั้งกองศิลปวัฒนธรรม เดิมเป็นอาคารเรียนหลังแรกของวิทยาลัยครูอุตรดิตถ์
อาคารICIT 
อาคาร 4 ชั้น มีโดมกลมอยู่บนหลังคาชั้น 4ของอาคาร ที่ตั้งศูนย์ภาษา ศูนย์คอมพิวเตอร์ ห้องแลปภาษาอังกฤษ ห้องเรียน วิทยาลัยนานาชาติ และห้องประชุม
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ 
เดิมชื่อศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานที่รวบรวมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งต่างๆทางวิทยาศาสตร์
ศาลาแสงศิริ 
ศาลาทรงไทยที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นางสาวบุญเทียม แสงศิริ อธิการวิทยาลัยครูอุตรดิตถ์คนแรก ตั้งอยู่ในสนามกีฬาหน้าของมหาวิทยาลัยใช้เป็นสถานที่มอบรางวัลในการแข่งขันกีฬาต่างๆ
หอศิลป์เฉลิมพระเกียรติ 
อาคาร 2 ชั้น ทรงล้านนาประยุกต์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา ภายในจัดแสดงงานศิลปะ ภาพพิมพ์ ประติมากรรม และจิตรกรรม
โรงแรมเรือนต้นสัก 
อาคาร 4ชั้น และ 5ชั้น(บางส่วนของอาคาร) : ที่ตั้งของสถาบันวิจัย และพัฒนา ที่พักของบุคคลสำคัญหรือแขกของมหาวิทยาลัย อาคารเรียน และที่ตั้งหน่วมบ่มเพาะวิสาหกิจ

ชีวิตในมหาวิทยาลัย[แก้]

การเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จะใช้เวลาในการเรียนแตกต่างกันตามหลักสูตรในแต่ละคณะ โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเรียน 4 ปี แต่สำหรับคณะครุศาสตร์ จะใช้เวลาเรียน5 ปี การจัดการเรียนการสอนจะมีการเรียนในอาคารเรียนรวม(อาคารภูมิราชภัฏ) อาคารของแต่ละคณะ และอาคารที่รายวิชาของนักศึกษาต้องไปศึกษา

กิจกรรมและประเพณีของมหาวิทยาลัย[แก้]

  • กีฬาหางนกยูงเกมส์
  • กีฬาประเพณีเสมากงจักร
  • กีฬาราชภัฏน้อง-พี่ ผูกไมตรีสัมพันธ์ไมตรี
  • กิจกรรมวันสถาปนามหาวิทยาลัย 1 สิงหาคมของทุกปี
  • งานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส่วนภูมิภาค
  • กิจกรรมเฟรชชี่ไนท์

การพักอาศัยของนักศึกษา[แก้]

การพักอาศัยนั้นโดยรอบมหาวิทยาลัยจะมีหอพักต่างๆไว้บริการ และในส่วนของมหาวิทยาลัยจะมีหอพักนักศึกษาไว้บริการแก่นักศึกษา หอพักนักศึกษาชายจำนวน 2 หลัง และหอพักนักศึกษาหญิงจำนวน 4 หลัง

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถานที่พระราชทานปริญญาบัตรบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

การเดินทางสู่มหาวิทยาลัย[แก้]

เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ผ่านแยกอุตรดิตถ์เข้าตัวจังหวัด เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 119(ถนนพาดวารี)เลี้ยวเข้าตัวเมืองสู่ถนนเจริญธรรม ถนนบรมอาสน์ ถนนสำราญรื่น ถนนแปดวา และเข้าสู่ถนนอินใจมี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จะตั้งอยู่ทางซ้ายมือ สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์มามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ทำได้โดย

  • รถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • รถสามล้อรับจ้าง มีจุดจอดอยู่ที่ สถานีรถไฟอุตรดิตถ์
  • รถแท๊กซี่รับจ้าง มีจุดจอดอยู่ที่ สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ และสถานีขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์
  • รถรอบเมือง มีจุดจอดอยู่ที่สถานีขนส่งอุตรดิตถ์
  • รถตุ๊กตุ๊กรับจ้าง มีจุดจอดที่สถานีขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์

สำหรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยนักศึกษาจะต้องเดิน หรือใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปเรียนในอาคารต่างๆ สำหรับวิทยาเขตส่วนอื่นของมหาวิทยาลัยภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทางมหาวิทยาลัยจะมีรถยนต์สาธารณะรับส่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไว้บริการ

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, เล่ม ๑๒๖, ตอนพิเศษ ๒๘ ง, ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๒๒
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, เล่ม ๑๒๖, ตอนพิเศษ ๒๘ ง, ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๑๖
  3. 3.00 3.01 3.02 3.03 3.04 3.05 3.06 3.07 3.08 3.09 3.10 3.11 3.12 3.13 3.14 3.15 3.16 3.17 มณเฑียร ดีแท้. (2523). มรดกทางวัฒนธรรมของชาวอุตรดิตถ์. กรุงเทพฯ: วิเทศธุรกิจการพิมพ์. หน้า 220
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘, เล่ม ๙๒, ตอน ๔๘ ก ฉบับพิเศษ, ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘, หน้า ๒๓
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์, เล่ม ๙๓, ตอน ๑๕๐, ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙, หน้า ๖๑๕
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๓๘ (ยกเลิกพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘ และบัญญัติขึ้นใหม่), เล่ม ๑๑๒, ตอน ๔ ก , ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๑๑๒
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗, เล่ม ๑๒๑, ตอนพิเศษ ๒๓ ก, ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ หน้า ๑
  8. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. (2552). ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [1]. เข้าถึงเมื่อ 21-8-52
  9. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. (2552). สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [2]. เข้าถึงเมื่อ 21-8-52
  10. มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์. (2552). แผนที่สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [3]. เข้าถึงเมื่อ 21-8-52
  11. http://plan.uru.ac.th/uru_toongkalo.html

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 17°37′58″N 100°05′35″E / 17.632737°N 100.093151°E / 17.632737; 100.093151