มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
Phranakhon Rajabhat University
ตรามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.gif
คติพจน์ สร้างคนดี มีปัญญา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
สถาปนา 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐ
อธิการบดี รศ.ดร.พงศ์ หรดาล
นายกสภามหาวิทยาลัย มีชัย ฤชุพันธุ์
ที่ตั้ง เลขที่ 9 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
เว็บไซต์ www.pnru.ac.th

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (อังกฤษ: Phranakhon Rajabhat University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เริ่มทำการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2435

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครเป็นมหาวิทยาลัยด้านการฝึกหัดครูที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย[1] ได้รับการสถาปนาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในนาม "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" สังกัดกระทรวงธรรมการ ทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อรองรับการขยายตัวของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน

เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435 เป็นสถานศึกษาด้านการฝึกหัดครูแห่งแรกของประเทศไทยมีมิสเตอร์กรีนรอด ชาวอังกฤษเป็นอาจารย์ใหญ่คนเแรก โดยมีที่ตั้งครั้งแรกอยู่ในบริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง จากนั้นก็ได้ย้ายไปสถานที่ตั้งไปอีกหลายแห่ง

ในปี พ.ศ. 2449 มีการปรับปรุงหลักสูตรให้กว้างขวางขึ้น และให้นับเป็นโรงเรียนขั้นอุดมศึกษา และในปี พ.ศ. 2456 ได้รวมเป็นแผนกหนึ่งของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เรียกว่า แผนกครุศึกษา แต่ยังอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกระทรวงธรรมการ

พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ จึงเป็นแผนกครุศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเมื่อมีการสถาปนากรมมหาวิทยาลัยขึ้นแล้วรวมโรงเรียนข้าราชการพลเรือนทุกแผนกขึ้นกับกรมนี้ กระทรวงธรรมการจึงได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ไปสังกัดกรมศึกษาธิการ แผนกวิชาสามัญศึกษา

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็น "โรงเรียนฝึกหัดครู" เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) และได้ย้ายไปตั้งที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2475 เรียกว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมพระราชวังสนามจันทร์" และโดยที่ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีศาลพระพิฆเนศวรอยู่แล้ว ทางโรงเรียนจึงได้นำรูปพระพิฆเนศวรมาเป็นตราและสัญลักษณ์ของโรงเรียน

พ.ศ. 2477 ได้ย้ายโรงเรียนจากพระราชวังสนามจันทร์มาตั้งที่กองพันทหารราบที่ 6 ถนนศรีอยุธยา หลังวังปารุสกวัน (ปัจจุบันคือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์) จึงเรียกชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมพระนคร" และ พ.ศ. 2490 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร" ผลิตครูตามหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) ใช้เวลา 3 ปี

พ.ศ. 2498 โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครได้ใช้หลักสูตรใหม่ คือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) เวลาเรียน 2 ปี แทนหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถมเดิม เพื่อเร่งรัดการผลิตครูให้ทันกับความต้องการ

1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้ย้ายโรงเรียนมาเช่าที่ดินวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ณ อาคารเลขที่ 3 หมู่ที่ 6 ตำบลอนุสาวรีย์ ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร อันเป็นที่ตั้งปัจจุบันโดยยังเช่าที่ดินวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ต่อมาจนปัจจุบัน

วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 กระทรวงศึกษาธิการได้ยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร ขึ้นเป็น "วิทยาลัยครูพระนคร" ทำให้สามารถเปิดหลักสูตประกาศนียบัตรวิชาการศึกศสชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ได้ และเพื่อสนองความต้องการของโรงเรียนมัธยมแบบประสม วิทยาลัยจึงได้เปิดวิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ โดยรับนักเรียนที่จบ ป.กศ. มาเรียนวิชาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างโลหะ ช่างก่อสร้าง และช่างปั้นดินเผา ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 จึงได้เปิดสอนวิชาอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก

พ.ศ. 2517 ได้เปิดหลักสูตรประโยคครูอุดมศึกษา (ป.อ.) โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยรับผู้สำเร็จ ป.กศ.สูง หรืออนุปริญญา เรียน 2 ปี เมื่อสำเร็จจะได้ปริญญาการศึกษาบัณฑิต

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ซึ่งมีผลทำให้วิทยาลัยครูทั้ง 36 แห่งทั่วประเทศสามารถเปิดสอนได้ถึงระดับปริญญาตรี จึงได้รับการปรับหลักสูตรประโยคครูอุดมศึกษา เป็นหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต

พ.ศ. 2521 วิทยาลัยครูพระนคร เปิดโครงการฝึกอบรมครูประจำการ (อ.ค.ป.) ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกับเลิกการผลิตครูระดับป.กศ.สูง และระดับปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิตเพิ่มขึ้น และในปี พ.ศ. 2523 ก็ได้เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีคุรศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี เป็นรุ่นแรก

พ.ศ. 2527 ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) ซึ่งเป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้วิทยาลัยครูสามารถเปิดสอนสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากวิชาชีพครู โดยสภาการฝึกหัดครูอนุมัติให้เปิดสอนใน 3 สาขา คือ สาขาวิชาการศึกษา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์ และในปีการศึกษา 2528 ก็ได้เปิดรับนักศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) ทั้งสายวิชาชีพครูและสายวิชาการอื่น จากนั้นก็ได้มีการขยายและพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของท้องถิ่น และประเทศชาติมาโดยลำดับ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ" เป็นชื่อสถาบันการศึกษาในสังกัดกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏด้วย และเมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 วิทยาลัยครูพระนคร จึงได้ชื่อว่า "สถาบันราชภัฏพระนคร" และมีภารกิจตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 คือ "เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผลิตครู และส่งเสริมวิทยฐานะครู"


เมื่อ พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฎ[2] ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลให้ "สถาบันราชภัฎพระนคร" ได้ชื่อใหม่ว่า "มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร" ตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร[แก้]

  • สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทาน “มหาวิทยาลัยราชภัฎ”
  • สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
  • สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
  • สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ก้าวไกลใน 40 มหาวิทยาลัยราชภัฏ
  • สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

สีประจำสถาบัน สีเขียว

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นปีป หรือกาซะลอง ภาษาอีสานเรียก ดอกกางของ

คณะ[แก้]

สถาบัน/ศูนย์และหน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

การเดินทาง[แก้]

รถโดยสารประจำทาง[แก้]


ถนนพหลโยธิน (ประตูฌาปนสถานกองทัพอากาศ[วัดพระศรีมหาธาตุฯ])[แก้]


  • รถโดยสารประจำทางสาย 26 มีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 34 รังสิต-หัวลำโพง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 39 ตลาดไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 51 ปากเกร็ด-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • รถโดยสารประจำทางสาย 59 รังสิต-หลักสี่-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 95 อู่บางเขน-มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 95ข อู่บางเขน-CDC-บางกะปิ-มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 107 อู่บางเขน-คลองเตย(ทางด่วน)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 114 อู่นครอินทร์-แยกลำลูกกา
  • รถโดยสารประจำทางสาย 129 อู่บางเขน-สำโรง(ทางด่วน)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 196 อู่บางเขน-MRTลาดพร้าว-โชคชัย4(วงกลม)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 503 รังสิต-สะพานใหม่-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(ทางด่วน)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 524 หลักสี่-สามเสน-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 543 อู่บางเขน-ลำลูกกาคลอง7-กรมการปกครอง(คลอง9)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 543ก ท่าน้ำนนทบุรี-อู่บางเขน


ถนนแจ้งวัฒนะ[แก้]


  • รถโดยสารประจำทางสาย 26 มีนบุรี-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ(เสริม)
  • รถโดยสารประจำทางสาย 51 ปากเกร็ด-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • รถโดยสารประจำทางสาย 59 รังสิต-หลักสี่-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 95ก รังสิต-บางกะปิ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 150 ปากเกร็ด-บางกะปิ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 356 ปากเกร็ด-สะพานใหม่-ดอนเมือง(วงกลม)/ตลาดนนทบุรี-แยกลำลูกกา
  • รถโดยสารประจำทางสาย 524 หลักสี่-สามเสน-สนามหลวง
  • รถโดยสารสวัสดิการทหารอากาศ สาย สะพานใหม่-ดอนเมือง(วงกลม)

รถไฟฟ้า (อนาคต)[แก้]

รถไฟฟ้าสายสีชมพู[แก้]
รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (BTS สายสุขุมวิท)[แก้]

บุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]