สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Office of the Higher Education Commission
Logo che02.gif
ที่ทำการ
ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 29 กันยายน พ.ศ. 2515
สืบทอดจาก · ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2515-พ.ศ. 2520)
· ทบวงมหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2520-พ.ศ. 2545)
งบประมาณ 6,171.9508 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1]
ผู้บริหาร รศ.นพ.กำจร ตติยกวี, เลขาธิการ
รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล, รองเลขาธิการ 1
นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์, รองเลขาธิการ 2
ต้นสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์
MUA.go.th

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา : สกอ. (Office of the Higher Education Commission : OHEC) เป็นหนึ่งในห้าองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ทำหน้าที่ในการดูแลและรับผิดชอบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตั้งอยู่ 328 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400

ประวัติ[แก้]

การศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยเริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงเรียนกฎหมาย และโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งต่อมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการสถาปนามหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย อันได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งต่อมา แต่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมานั้น อยู่ภายใต้การปกครองของหลายกระทรวง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ, มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ซึ่งทำให้ยากแก่การบริหารจัดการ ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2502 จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติให้มีการโอนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อความสะดวกทั้งด้านวิชาการและการบริหารงาน

ต่อมา ปี พ.ศ. 2514 สภาการศึกษาแห่งชาติ ร่วมกับ ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ได้เสนอต่อจอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติว่า มหาวิทยาลัยควรมีอิสระในการปกครองตนเอง มีเสรีภาพทางวิชาการ จึงควรแยกมหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐบาล หรือตั้งทบวงอิสระในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นต้นสังกัดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดังนั้น จึงมีประกาศคณะปฏิวัติ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ให้สถาปนา "ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ" ขึ้น โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งรัฐมนตรีคนแรก คือ บุญรอด บิณฑสันต์ ซึ่งปี พ.ศ. 2520 ได้มีพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อ "ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ" เป็น "ทบวงมหาวิทยาลัย"(อักษรย่อ:ทม.) และยกฐานะเป็นทบวงอิสระ ไม่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน ในสมัยการจัดการราชการของทบวงมหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วยส่วนราชการดังต่อไปนี้

(ข้อมูลจากพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534)

และเมื่อปี พ.ศ. 2546 มีประกาศพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ทำให้ "ทบวงมหาวิทยาลัย" เปลี่ยนเป็น "สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา" สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังเช่นปัจจุบัน[2]

สัญลักษณ์ประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา[แก้]

เครื่องหมายราชการ[แก้]

สืบเนื่องมาจากทบวงมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว นั่นคือ "พระวชิระ" เป็นตราประจำทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาทบวงมหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนเป็น "สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา" จึงได้อัญเชิญ "พระวชิระ" มาเป็นตราประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสืบเนื่องมา

สีประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา[แก้]

สีประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้แก่ สีม่วง-น้ำเงิน โดย

หน้าที่ ความรับผิดชอบ[แก้]

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษาและจัดทำข้อเสนอนโยบายและมาตรฐานการอุดมศึกษา จัดทำแผนพัฒนาการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติและพันธสัญญาที่เป็นไปตามข้อเสนอตกลงระหว่างประเทศ พร้อมทั้งวิเคราะห์ หลักเกณฑ์ และแนวทางการสบัยสนุนทรัพยากร จัดตั้ง จัดสรรงบประมาณอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชนตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนด ตลอดจนเสนอแนะการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและยกเลิกสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษายังมีหน้าที่ประสานและส่งเสริมการดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสักยภาพนักศึกษา รวมทั้งผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในระบบอุดมศึกษา และการประสาน ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างองคืความรู้ใหม่ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบและดำเนินการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการอุดมศึกษา และการรวบรวมข้อมูล จัดทำสารสนทเศด้านการอุดมศึกษา และดำเนินงานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและคณะกรรมการข้าราชการผลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. 2553

  1. สำนักอำนวยการ (สอ.)
  2. สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา (สนผ.)
  3. สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน (สวชช.)
  4. สำนักประสานและส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา (สสอ.)
  5. สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา (สมอ.)
  6. สำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ (สยต.)
  7. สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุดมศึกษา (สพน.)
  8. สำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร (สพบ.)

รายนามเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา[แก้]

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
รายนามเลขาธิการ วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก วรเดช จันทรศร 7 กรกฎาคมพ.ศ. 2546 - 19 เมษายน พ.ศ. 2547
2. นางพรนิภา ลิมปพยอม 20 เมษายน พ.ศ. 2547 - 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2547(รักษาการ)
3. ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกร ภาวิช ทองโรจน์ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547(รักษาการ)
2 มิถุนายน พ.ศ. 2547 - 30 กันยายน พ.ศ. 2549
4. นางสาวจิรณี ตันติรัตนวงศ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2549(รักษาการ)
5. ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร 27 ธันวาคม พ.ศ. 2549 - 14 มกราคม พ.ศ. 2550(รักษาการ)
15 มกราคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2550
6. ดร.สุเมธ แย้มนุ่น 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2554
7. นายอภิชาติ จีระวุฒิ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 30 กันยายน พ.ศ. 2556
8. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
9. รองศาสตราจารย์ นพ.กำจร ตติยกวี 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]