สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
| สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา | |
|---|---|
| Office of the Higher Education Commission | |
| สำนัก | |
| ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | 29 กันยายน พ.ศ. 2515 |
| สืบทอดจาก | ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2515-พ.ศ. 2520) ทบวงมหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2520-พ.ศ. 2545) |
| งบประมาณ | 7,682.1 ล้านบาท (พ.ศ. 2554)[1] |
| ผู้บริหาร | อภิชาติ จีระวุฒิ, เลขาธิการ รศ.พินิติ รตะนานุกูล, รองเลขาธิการ 1 รศ.นพ.กำจร ตติยกวี, รองเลขาธิการ 2 |
| ต้นสังกัด | กระทรวงศึกษาธิการ |
| เว็บไซต์ | |
| MUA.go.th | |
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา : สกอ. (Office of the Higher Education Commission : OHEC) เป็นองค์กรหลักหนึ่งในห้าองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ทำหน้าที่ในการดูแลและรับผิดชอบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตั้งอยู่ 328 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
การศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยเริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงเรียนกฎหมาย และโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งต่อมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการสถาปนามหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย อันได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งต่อมา แต่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมานั้น อยู่ภายใต้การปกครองของหลายกระทรวง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ, มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ซึ่งทำให้ยากแก่การบริหารจัดการ ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2502 จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติให้มีการโอนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อความสะดวกทั้งด้านวิชาการและการบริหารงาน
ต่อมา ปี พ.ศ. 2514 สภาการศึกษาแห่งชาติ ร่วมกับ ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ได้เสนอต่อจอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติว่า มหาวิทยาลัยควรมีอิสระในการปกครองตนเอง มีเสรีภาพทางวิชาการ จึงควรแยกมหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐบาล หรือตั้งทบวงอิสระในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นต้นสังกัดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดังนั้น จึงมีประกาศคณะปฏิวัติ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ให้สถาปนา "ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ" ขึ้น โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งปี พ.ศ. 2520 ได้มีพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อ "ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ" เป็น "ทบวงมหาวิทยาลัย" และยกฐานะเป็นทบวงอิสระ ไม่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน
และเมื่อปี พ.ศ. 2546 มีประกาศพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ทำให้ "ทบวงมหาวิทยาลัย" เปลี่ยนเป็น "สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา" สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังเช่นปัจจุบัน[2]
[แก้] สัญลักษณ์ประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
[แก้] เครื่องหมายราชการ
สืบเนื่องมาจากทบวงมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว นั่นคือ "พระวชิระ" เป็นตราประจำทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาทบวงมหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนเป็น "สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา" จึงได้อัญเชิญ "พระวชิระ" มาเป็นตราประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสืบเนื่องมา
[แก้] สีประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สีประจำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้แก่ สีม่วง-น้ำเงิน โดย
- สีม่วง เป็นสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
- สีน้ำเงิน เป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์
[แก้] หน้าที่ ความรับผิดชอบ
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับการจัด การส่งเสริมสนับสนุน และการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการพัฒนาอาจารย์ระดับอุดมศึกษาทั้งการศึกษาและการวิจัย ด้วยการจัดสรร ทุน สกอ ให้กับอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุด และทุนกาญจนาภิเษกเพื่อการวิจัย
ภายในสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีการแบ่งส่วนงาน [3] ดังนี้
- สำนักอำนวยการ
- สำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร
- สำนักประสานและส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา
- สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา
- สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา
- สำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ
- สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา
- สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน
- สำนักนิติการ
- สำนักติดตามและประเมินผล
- กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
- หน่วยตรวจสอบภายใน
[แก้] รายนามเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
| สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา | |
| รายนามเลขาธิการ | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. ศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอกวรเดช จันทรศร | 7 กรกฎาคมพ.ศ. 2546 - 19 เมษายน พ.ศ. 2547 |
| 2. ดร.พรนิภา ลิมปพยอม | 20 เมษายน พ.ศ. 2547 - 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2547(รักษาการ) |
| 3. ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกร ภาวิช ทองโรจน์ | 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547(รักษาการ) |
| 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547 - 30 กันยายน พ.ศ. 2549 | |
| 4. นางสาวจิรณี ตันติรัตนวงศ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2549(รักษาการ) |
| 5. ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร | 27 ธันวาคม พ.ศ. 2549 - 14 มกราคม พ.ศ. 2550(รักษาการ) |
| 15 มกราคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2550 | |
| 6. ดร.สุเมธ แย้มนุ่น | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2554 |
| 7. อภิชาติ จีระวุฒิ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน |
[แก้] อ้างอิง
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||||||||||||||