ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินในพระปรมาภิไธยหรือพระนามาภิไธยพระมหากษัตริย์ เนื่องจากพระมหากษัตริย์ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะก็ดี ทรงพระประชวรก็ดี ทรงไม่อาจบริหารพระราชกิจได้ก็ดี หรือไม่ทรงอยู่ในประเทศก็ดี
ทั้งนี้ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ยังมีขึ้นได้ในกรณีที่ราชสันตติวงศ์สูญเผ่าไปแล้วแต่ประเทศยังประสงค์ให้มีผู้ปกครองเป็นพระมหากษัตริย์อยู่ด้วย เช่น กรณีประเทศฟินแลนด์และประเทศฮังการีซึ่งราชวงศ์สูญไปเพราะสงครามโลกครั้งที่สอง และกรณีประเทศไอซ์แลนด์ซึ่งมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ปฏิบัติพระราชกิจในพระนามาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่ในความเป็นจริง ประเทศไอซ์แลนด์มีการปกครองแบบสาธารณรัฐตั้งแต่ พ.ศ. 2487 แล้ว
ปัจจุบันมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งยังอยู่ในตำแหน่งเพียงสองประเทศ ได้แก่ ประเทศลิกเตนสไตน์ และประเทศมาเลเซีย ณ รัฐตรังกานู
เนื้อหา |
[แก้] ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของไทย
[แก้] การมีขึ้นซึ่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550กำหนดให้มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ภายใต้วิธีการและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
มาตรา 18 บัญญัติว่า ในกรณีที่พระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 19 ว่า ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 18 หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งนี้ ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง
มาตรา 20 ว่า ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 หรือมาตรา 19 ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 19 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
[แก้] ธงประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ธงประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กำหนดให้มีขึ้นครั้งแรกในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 สำหรับใช้เป็นเกียรติยศของผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ธงนี้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นธงสีขาว ตรงกลางของผืนธงมีอาร์มสีเหลือง กว้าง 1 ใน 3 ส่วนของความกว้างของผืนธง ภายในอาร์มสีเหลืองมีอาร์มสีธงชาติกว้าง 3 ใน 5 ส่วนของความกว้างของอาร์มสีเหลือง เหนืออาร์มมีครุฑพ่าห์สีแดงขนาดเท่าอาร์มสีเหลือง
[แก้] รายพระนามและรายนามผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของไทย
[แก้] รัชกาลที่ 5
- สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ครองราชสมบัติครั้งที่ 1)
- สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ผู้สำเร็จราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 ซึ่งภายหลังได้รับการสถาปนา เฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
- สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ผู้สำเร็จราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ซึ่งภายหลังได้รับการสถาปนาเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่6)
[แก้] รัชกาลที่ 7
[แก้] รัชกาลที่ 8
- คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จำนวน 3 คน
- นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ได้รับการแต่งเป็นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพิ่มเติม ดังนี้
- พลเอก เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน) (ได้รับการแต่งตั้งหลังการสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2478)
- หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) (ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2484 แทนเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2481)
เมื่อเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2485 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จึงเหลือเพียง 2 คน ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ทรงลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 และไม่ได้แต่งตั้งผู้ใดเพิ่ม จึงมีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่ผู้เดียว
[แก้] รัชกาลที่ 9
- คณะอภิรัฐมนตรี ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2493
- สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี : ขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระผนวช ซึ่งภายหลังได้มีการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
- สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี : ขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศพม่า สหรัฐอเมริกา ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ปากีสถาน สหพันธ์มลายา ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐออสเตรีย ประเทศอังกฤษ ประเทศอิหร่าน และประเทศแคนาดา อย่างเป็นทางการ
[แก้] อ้างอิง
| ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นบทความเกี่ยวกับ การเมือง การปกครอง หรือ กฎหมาย ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ |

